มตกภัตตชาดก ชาดกว่าด้วยสัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์

“เหล่าพราหมณ์เอ๋ย ถ้าสัตว์ทั้งหลายพึงรู้อย่างนี้ว่า ความเกิดมี ของชาติภพนั้น เป็นทุกข์เช่นนี้ สัตว์จึงไม่ควรฆ่าสัตว์ เพราะผู้มีปกติข้าสัตว์ ย่อมได้รับความเศร้าโศก ด้วยต้องเสวยมหันตทุกข์ตลอดกาลนาน เหล่าพราหมณ์เอ๋ย ผู้ทำสัตว์อื่นให้เจริญ ย่อมได้ความเจริญในชาติสมภพ เมื่อเบียดเบียนสัตว์อื่นย่อมได้รับการเบียดเบียนเช่นกัน ดังนี้จึงไม่ควรฆ่าสัตว์อื่น อีกอย่างหนึ่ง ทุกท่านล้วนได้เห็นแล้วว่า แพะนี้เศร้าโศกแล้วเพราะมรณะภัยฉันใด ผู้มีปกติฆ่าสัตว์ ย่อมเศร้าโศกตลอดกาลนานฉันนั้น ดังนี้แล้วไม่ว่าผู้ใดก็ตาม จึงไม่ควรกระทำกรรมคือ ปานาติบาต ไม่ควรฆ่าสัตว์ด้วยเหตุผลดังนี้” https://dmc.tv/a20062

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 18 พ.ค. 2558 ] - [ ผู้อ่าน : 12065 ]

ชาดก 500 ชาติ

มตกภัตตชาดก-ว่าด้วยสัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์

 

ชาวบ้านฆ่าแพะเพื่อทำมตกภัตอุทิศให้แก่ญาติผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
 
ชาวบ้านฆ่าแพะเพื่อทำมตกภัตอุทิศให้แก่ญาติผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
 
     ณ พระเชตวันมหาวิหารในสมัยพุทธกาลนั้น สมเด็จพระบรมศาสดา ทรงปรารภมตกภัต อันเนื่องมาจากด้วยในกาลนั้นมนุษย์ทั้งหลายได้ฆ่าแพะและสัตว์ชนิดอื่นเป็นอันมาก
เพื่อเป็นมตกภัต อุทิศให้ญาติทั้งหลายที่ตายไปแล้ว เหล่าภิกษุทั้งหลายจึงนำเหตุดังกล่าวมากราบทูลถามพระศาสดา
 
แพะถูกนำมาประดับตกแต่งให้สวยงามก่อนที่นำไปฆ่าเพื่อเป็นมตกภัต
 
แพะถูกนำมาประดับตกแต่งให้สวยงามก่อนที่นำไปฆ่าเพื่อเป็นมตกภัต
 
     “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บัดนี้มนุษย์ทั้งหลาย ทำร้ายสัตว์มีชีวิตเป็นอันมาก ให้ถึงความสิ้นชีวิต แล้วให้ชื่อว่า มตกภัต ความเจริญในการให้มตกภัตนี้ มีอยู่หรือพระเจ้าค่ะ” 
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าความเจริญใดๆ ในปานาติบาต แม้ที่เขากระทำด้วยคิดว่า เป็นการให้มตกภัตดังนี้ ย่อมไม่มี
 
ภิกษุทั้งหลายมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์เป็นมตกภัตของชาวบ้าน
 
ภิกษุทั้งหลายมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์เป็นมตกภัตของชาวบ้าน
 
     แม้ในการก่อนบัณฑิตทั้งหลายนั่งอากาศแสดงธรรมกล่าวโทษในการทำปานาติบาตนี้ให้ชนชาวชมพูทวีปทั้งสิ้น ละกรรมนั้น แต่บัดนี้กรรมนั้น
ก็กลับปรากฏขึ้นอีก เพราะสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นเป็นผู้อยู่ในสังเขปแห่งภพนั้นเอง”
 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสเล่า มตกภัตตชาดก ให้แก่เหล่าภิกษุสงฆ์ได้ฟัง ณ พระเชตวันมหาวิหาร
 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสเล่า มตกภัตตชาดก ให้แก่เหล่าภิกษุสงฆ์ได้ฟัง ณ พระเชตวันมหาวิหาร
 
     พระศาสดาจึงทรงนำเรื่องอดีตชาดกมาสาธกอธิบายให้ฟังดังนี้ ในอดีตกาลเมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี มีอาจารย์สำนักทิศาปาโมกข์
ผู้สำเร็จไตรเพศคนหนึ่ง คิดว่าจักให้มตกภัต จึงให้จับแพะมาตัวหนึ่ง แล้วกล่าวกับศิษย์ในสำนักของตนว่า
 
นครพาราณสีในสมัยพระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติ
 
นครพาราณสีในสมัยพระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติ
 
     “ศิษย์ทั้งหลายพวกท่านจงนำแพะตัวนี้ไปยังแม่น้ำ เอามาลัยดอกไม้อันงามสวมคอ เจิมประดับประดาให้งดงามแล้วนำกลับมายังที่นี่เถิด” เหล่าลูกศิษย์
อาจารย์ทิศาปาโมกข์ปฏิบัติตามคำสั่งอาจารย์ โดยนำแพะนั้นไปยังแม่น้ำ จนอาบน้ำสะอาดสะอ้าน
 
อาจารย์ทิสาปาโมกข์สั่งให้ศิษย์ของตนจับแพะไปทำความสะอาดก่อนที่จะนำมาทำมตกภัต
 
อาจารย์ทิสาปาโมกข์สั่งให้ศิษย์ของตนจับแพะไปทำความสะอาดก่อนที่จะนำมาทำมตกภัต
 
     จากนั้นจึงนำขึ้นมาประดับด้วยดอกไม้พวกมาลัยจนสวยงาม แล้วจึงนำมาพักไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำนั้นเอง ฝ่ายแพะนั้น พลันได้เกิดญาณระลึกชาติ ทำให้เห็น
กรรมเก่าของตนในอดีต อีกทั้งได้ทราบถึงสิ่งที่เหล่าพราหมณ์กำลังจะกระทำกับตนในกาลนี้
 
แพะถูกนำตัวมาทำความสะอาด ณ ริมแม่น้ำ
 
แพะถูกนำตัวมาทำความสะอาด ณ ริมแม่น้ำ
 
     จึงเปล่งเสียงหัวเราะลั่นก่อนจะเปลี่ยนเป็นร้องไห้ ด้วยเสียงอันดังในครู่ต่อมา ทำให้เหล่าพราหมณ์ผู้เป็นศิษย์อาจารย์ทิสาปาโมกข์ต่างพิศวงยิ่งนัก 
“เอ๊ะ แพะตัวนี้เป็นอะไรไปเนี่ย ทำไมมันถึงทำท่าทางอย่างนั้นล่ะ” “เออ นั้นสิ กลัวจนเป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย”
 
แพะถูกนำตัวมาประดับตกแต่งด้วยพวงมาลัยดอกไม้อย่างสวยงาม
 
แพะถูกนำตัวมาประดับตกแต่งด้วยพวงมาลัยดอกไม้อย่างสวยงาม
  
     “นี่ เจ้าแพะ เหตุใดเจ้าถึงหัวเราะเสียงดังลั่น แล้วก็กลับเปลี่ยนเป็นร้องไห้เช่นนี้ ช่วยเล่าต้นเหตุให้พวกข้าฟังด้วยเถิด” “ฮ้า ฮ่าๆ พวกท่านทั้งหลาย
เมื่อพิศวงถึงเหตุแห่งอาการของข้า ก็โปรดพาข้ากลับไปยังสำนักอาจารย์ของท่าน แล้วจงฟังคำตอบพร้อมกัน
 
แพะได้เปล่งเสียงหัวเราะหลังจากนั้นก็ร้องไห้
 
แพะได้เปล่งเสียงหัวเราะหลังจากนั้นก็ร้องไห้
 
     ณ สำนักอาจารย์ของท่านด้วยเถิด ฮ่าๆ” เหล่าศิษย์ทิศาปาโมกข์เมื่อได้ฟังความดังกล่าว จึงรีบนำแพะนั้นกลับไปยังสำนักของอาจารย์ตน แล้วเล่า
เรื่องราวดังกล่าวให้อาจารย์ฟัง อาจารย์ได้ฟังคำของมานพผู้เป็นศิษย์โดยถี่ถ้วนแล้ว จึงถามแพะผู้มีอาการประหลาดตัวนี้ว่า
 
ศิษย์ของอาจารย์ทิสาปาโมกข์ได้เข้าไปสอบถามอาการที่หัวเราะแล้วก็ร้องไห้ของแพะ
 
ศิษย์ของอาจารย์ทิสาปาโมกข์ได้เข้าไปสอบถามอาการที่หัวเราะแล้วก็ร้องไห้ของแพะ
 
     “แพะเอ๋ย เพราะเหตุใดท่านจึงหัวเราะ และเพราะเหตุใดท่านจึงร้องไห้ในคราวเดียวกันเช่นนี้” “ดูก่อนท่านพราหมณ์ บัดนี้ เราพลันระลึกถึงอดีตได้ด้วยญาณ
อันเป็นเครื่องระลึกชาติ และได้รู้ว่า เมื่อก่อนเราก็เป็นพราหมณ์ ผู้สาธยายมนต์เหมือนกับท่านนั้นแหละ
 
ศิษย์ของอาจารย์ทิสาปาโมกข์นำแพะไปหาอาจารย์ของเขาตามที่แพะร้องขอ
 
ศิษย์ของอาจารย์ทิสาปาโมกข์นำแพะไปหาอาจารย์ของเขาตามที่แพะร้องขอ
  
     และกาลนั้นเราก็จัดคิดให้มตกภัต อุทิศแก่ผู้ล่วงลับเช่นเดียวกับท่าน จึงได้ฆ่าแพะตัวหนึ่งแล้วให้มตกภัต แล้วด้วยเหตุที่เราได้ฆ่าแพะตัวหนึ่งนั่นเอง เราจึงนึกถึง
การถูกตัดศีรษะใน 499 ภพชาติที่ผ่านมา และกาลนี้เป็นภพชาติที่ 500 ซึ่งเป็นที่สิ้นสุดในกรรมนั้นของเรา
 
แพะได้เล่าถึงวิบากกรรมของตนให้กับอาจารย์ทิสาปาโมกข์และศิษย์ได้ฟัง
 
แพะได้เล่าถึงวิบากกรรมของตนให้กับอาจารย์ทิสาปาโมกข์และศิษย์ได้ฟัง
 
     เราจึงเกิดความโสมนัสว่า วันนี้แล้วที่เราจะหลุดพ้นสิ้นความทุกข์ ด้วยเหตุนี้เราจึงหัวเราะ ด้วยเหตุนี้ แต่เมื่อเราได้รู้ในกรรมที่พวกท่านกำลังจะกระทำ
เราจึงได้เศร้าสะเทือนใจยิ่งด้วยคิดว่าการที่เราฆ่าแพะตัวนั้น ทำให้เราถึงซึ่งความทุกข์ คือถูกตัดศีรษะถึง 500 ชาติ

อาจารย์ทิสาปาโมกข์ได้ตัดสินใจที่จะไม่ฆ่าแพะและยกเลิกการทำมตกภัต
 
อาจารย์ทิสาปาโมกข์ได้ตัดสินใจที่จะไม่ฆ่าแพะและยกเลิกการทำมตกภัต
  
     ส่วนพราหมณ์ผู้ได้ฆ่าแพะ คือเราในวันนี้ ท่านเองก็จะทนทุกข์ คือถูกตัดศีรษะถึง 500 ชาติเช่นเดียวกับเรา พราหมณ์เอ๋ย ที่เราร้องไห้ก็ด้วยความกรุณาท่านดังนี้”
“ดูก่อนแพะ ท่านอย่าได้กลัวไปเลย เราจักไม่ฆ่าท่านแล้ว”
 
แพะรู้ในชะตาชีวิตของตนว่าถึงอย่างไรก็ต้องตายอย่างแน่นอน
 
แพะรู้ในชะตาชีวิตของตนว่าถึงอย่างไรก็ต้องตายอย่างแน่นอน
 
     “พราหมณ์เอ๋ย ท่านพูดอะไร ท่านจะฆ่าหรือไม่ฆ่าเราก็ดี ถึงอย่างไรวันนี้เราก็ไม่อาจพ้นจากความตายไปได้” “แพะเอ๋ย ครั้งนี้เป็นท่านเตือนสติเรา
ดังนั้นเราจักแทนคุณด้วยการอารักขาท่านไม่ให้ได้รับอันตรายเลย”

อาจารย์ทิสาปาโมกข์ตั้งใจที่จะดูแลแพะให้ปลอดภัยจากความตาย
 
อาจารย์ทิสาปาโมกข์ตั้งใจที่จะดูแลแพะให้ปลอดภัยจากความตาย
 
     “พราหมณ์เอ๋ย เราขอขอบคุณท่านจริงๆ แต่กำลังการอารักขาของท่านนั้นมีผลน้อยนัก เมื่อเทียบกับบาปที่เรากระทำไว้ ซึ่งมีกำลังมากเหลือเกิน”
“ถึงอย่างไร เราก็จะไม่ให้ใครฆ่าหรือทำอันตรายท่านได้ เราจักไปกับท่านด้วย พวกเจ้าที่เป็นศิษย์เรา ใครจะออกติดตามคุ้มครองแพะตัวนี้กับเราบ้าง”
 
อาจารย์ทิสาปาโมกข์ให้ศิษย์นำแพะไปปล่อย
 
อาจารย์ทิสาปาโมกข์ให้ศิษย์นำแพะไปปล่อย
  
     “ข้าขอไปกับท่านด้วย” “ข้าก็ขอไปด้วย” “ข้าขอขอบคุณพวกท่านมาก เอาเถอะ ถ้าพวกท่านยืนยันเช่นนั้น ก็สุดแล้วแต่ท่านเถอะ” ดังนั้นอาจารย์ทิสาปาโมกข์
จึงให้ลูกศิษย์ปล่อยแพะให้เป็นอิสระ แต่ทันทีที่แพะเชือกถูกปลดออกไปจากคอของแพะ
 
หลังจากถูกปล่อยแพะก็เล็มกินใบไม้ตามปกติ
 
หลังจากถูกปล่อยแพะก็เล็มกินใบไม้ตามปกติ
 
     และอาจารย์ทิศาปาโมกข์กับเหล่าลูกศิษย์กำลังเตรียมตัวจะออกเดินทางนั่นเอง แพะตัวนั้นก็ออกเดินไปชะเง้อคอกินใบไม้ที่พุ่มไม้ด้านหลังแผ่นหินขนาดใหญ่
ที่อยู่ไม่ไกลจากที่นั่น และทันใดนั้นก็เกิดอสนีบาตฝาดลงมาที่ด้านหลังแผ่นหินนั้นโดยพลัน สะเก็ดหินขนาดใหญ่อันมีปลายคมกริบชิ้นหนึ่งได้แตกออกมา
 
เกิดฟ้าผ่าลงบนแผ่นหินใกล้บริเวณที่แพะกินใบไม้อยู่
 
เกิดฟ้าผ่าลงบนแผ่นหินใกล้บริเวณที่แพะกินใบไม้อยู่
 
     และกระเด็นพุ่งเข้าเชือนคอแพะผู้มีกรรม ซึ่งกำลังอยู่ในท่าชะเง้อคอกินใบไม่อยู่ จนศีรษะแพะนั้นขาดจากกายในบัดดล “โอ๊ยๆๆๆ” “อะไรกันนี่ ลมฝนรึก็ไม่มี
ทำไมอยู่ดีๆ ฟ้าก็ผ่าลงที่แผ่นหินนั้นล่ะ” “ท่านอาจารย์ ข้าได้ยินเสียงเจ้าแพะร้อง เราไปดูกันเถอะ” “อืม จริงด้วย ไปดูกันเถอะ ไปๆ ไปๆ”
 
แผ่นหินอันคมกริบซึ่งเกิดจากฟ้าผ่าได้กระเด็นเชือนคอแพะจนล้มลงและขาดใจตายในที่สุด
 
แผ่นหินอันคมกริบซึ่งเกิดจากฟ้าผ่าได้กระเด็นเชือนคอแพะจนล้มลงและขาดใจตายในที่สุด
 
     ภาพที่อาจารย์ทิศาปาโมกข์และเหล่าลูกศิษย์ได้เห็นก็คือ แพะที่พวกเขาปลดปล่อยอิสระตัวนั้น นอนแน่นิ่งอยู่ มันตายสนิทในสภาพที่ศีรษะถูกตัดขาดกระเด็น
“โธ่เอ๋ย เจ้าแพะที่น่าสงสาร เจ้าหนีไม่พ้นเวรกรรมนั้นจริงๆ ด้วย โชคดีเหลือเกินที่พวกเราไม่ได้ผูกเวรกับท่านเอาไว้
 
อาจารย์ทิสาปาโมกข์สั่งให้ศิษย์ออกไปดูแพะหลังจากที่ได้ยินเสียงร้อง
 
อาจารย์ทิสาปาโมกข์สั่งให้ศิษย์ออกไปดูแพะหลังจากที่ได้ยินเสียงร้อง
 
     ด้วยการประหารท่านเสียเอง นับว่าท่านได้ช่วยพวกเราไม่ต้องทำบาปทำกรรม จงไปดีเถิดเจ้าแพะสหายแห่งเรา” “น่าเวทนาแท้ๆ แต่บาปของเจ้าน่ะ
ก็ได้สิ้นสุดแล้วนะ” ในกาลนั้นพระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นรุกขเทวาอยู่ในที่นั้น ได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวโดยตลอด
 
อาจารย์ทิสาปาโมกข์และเหล่าศิษย์ต่างเศร้าสลดใจในภาพที่เห็น
 
อาจารย์ทิสาปาโมกข์และเหล่าศิษย์ต่างเศร้าสลดใจในภาพที่เห็น
 
     จึงปรากฎร่างอันผ่องใสให้เหล่าพราหมณ์ทั้งหมดอยู่ ณ ที่นั้นได้เห็นด้วยเทวานุภาพ พระโพธิสัตว์ในร่างของรุกขเทวาจึงได้กล่าวแสดงธรรมด้วยพระสุรเสียง
อันกังวานไพเราะว่า “เหล่าพราหมณ์เอ๋ย ถ้าสัตว์ทั้งหลายพึงรู้อย่างนี้ว่า ความเกิดมี ของชาติภพนั้น เป็นทุกข์เช่นนี้
 
รุกขเทวาได้ปรากฎกายให้อาจารย์และศิษย์ทิสาปาโมกข์ได้เห็น
 
รุกขเทวาได้ปรากฎกายให้อาจารย์และศิษย์ทิสาปาโมกข์ได้เห็น
 
     สัตว์จึงไม่ควรฆ่าสัตว์ เพราะผู้มีปกติข้าสัตว์ ย่อมได้รับความเศร้าโศก ด้วยต้องเสวยมหันตทุกข์ตลอดกาลนาน เหล่าพราหมณ์เอ๋ย ผู้ทำสัตว์อื่นให้เจริญ
ย่อมได้ความเจริญในชาติสมภพ เมื่อเบียดเบียนสัตว์อื่นย่อมได้รับการเบียดเบียนเช่นกัน ดังนี้จึงไม่ควรฆ่าสัตว์อื่น อีกอย่างหนึ่ง ทุกท่านล้วนได้เห็นแล้วว่า
 
 รุกขเทวาได้กล่าวแสดงธรรมแก่อาจารย์และศิษย์ทิสาปาโมกข์
 
รุกขเทวาได้กล่าวแสดงธรรมแก่อาจารย์และศิษย์ทิสาปาโมกข์
 
      แพะนี้เศร้าโศกแล้วเพราะมรณะภัยฉันใด ผู้มีปกติฆ่าสัตว์ ย่อมเศร้าโศกตลอดกาลนานฉันนั้น ดังนี้แล้วไม่ว่าผู้ใดก็ตาม จึงไม่ควรกระทำกรรมคือ ปานาติบาตไม่ควรฆ่าสัตว์
ด้วยเหตุผลดังนี้” ครั้นพระโพธิสัตว์ทรงแสดงธรรม โดยยกเรื่องทุกข์ภัยในอเวจีมากล่าวสาทกดังนั้น เหล่าพราหมณ์ตลอดจนมนุษย์ทั้งหลายในกาลนั้น เมื่อได้รับฟัง
และรับทราบในอรรถาธิบายแห่งพระธรรมเทศนานั้นแล้ว ก็บังเกิดความหวาดกลัวในภัยแห่งนรก ต่างงดเว้นจากปานาติบาตโดยทั่วกัน พระบรมศาสดาเมื่อทรงแสดง
พระธรรมเทศนาแล้ว จึงทรงสืบต่อ อนุสนธิ และได้ทรงตรัสประชุมชาดกว่า

ภิกษุทั้งหลาย รุกขเทวดาในครั้งนั้น คือเราตถาคต นี้แล
 

รับชมคลิปวิดีโอมตกภัตตชาดก
ชมวิดีโอมตกภัตตชาดก   Download ธรรมะมตกภัตตชาดก
 
 

http://goo.gl/hPFjDQ


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      อัสสกชาดก ชาดกว่าด้วยพระเทวีอุพพรีเกิดเป็นด้วงขี้ควาย
      อารามทูสกชาดก ชาดกว่าด้วยความฉลาดอันไม่เป็นประโยชน์
      ลฏุกิกชาดก ชาดกว่าด้วยนางนกไส้ ตอนที่ 1
      มสกชาดก ชาดกว่าด้วยมีศัตรูผู้มีปัญญาดีกว่ามีมิตรโง่
      สาเกตชาดก ชาดกว่าด้วยวางใจคนที่ชอบใจ
      โรมชาดก ชาดกว่าด้วยว่าด้วยอาชีวกเจ้าเล่ห์
      สาธุศีลชาดก ชาดกว่าด้วยตำราเลือกลูกเขย
      มหาโมรชาดก ชาดกว่าด้วยพญานกยูงพ้นจากบ่วง
      อนภิรติชาดก ชาดกว่าด้วยจิตขุ่นมัว ไม่ขุ่นมัว
      อกาลราวิชาดก ชาดกว่าด้วยไก่ขันไม่ถูกเวลา
      วีณาถูณชาดก ชาดกว่าด้วยเรื่องรักคนผิด
      กาฬยมุฏฐิชาดก ชาดกว่าด้วยโลภมาก
      ปุณณปาติกชาดก ชาดกว่าด้วยความฉลาดทันคน