สีลานิสังสชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ของศีล

ณ ที่นี้ นอกจากพระรัตนตรัยแล้ว เราก็ไม่มีที่พึ่งอื่นใด ฉะนั้นแล้วเราจะระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยนี่แหละเป็นที่พึ่งยามคับขัน ขณะที่พระอริยสาวกเจ้าระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยอยู่นั้น พลันพญานาคราชที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนั้นก็ปรากฎกายขึ้นมา หลังพญานาคปรากฏกายขึ้นมาเหนือผืนน้ำได้มานาน ก็เนรมิตร่างกายของตัวเองให้เป็นเรือสำเภาลำใหญ่เต็มไปด้วยรัตนเจ็ดประการ https://dmc.tv/a25140

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 29 ก.ค. 2562 ] - [ ผู้อ่าน : 1222 ]

ชาดก 500 ชาติ

สีลานิสังสชาดก-ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ของศีล

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร
  
     เมื่อครั้งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ที่พระเชตวันมหาวิหาร ได้มีบรรดาผู้ที่ศรัทธาและเลื่อมใสในคำสอนของพระองค์เดินทางมาจากพื้นที่ใกล้ไกล เพื่อเข้าเฝ้าฟัง
พระธรรมเทศนากันเป็นอันมาก ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์
 
บรรดาอุบาสกต่างเดินทางมาจากที่ใกล้ไกลเพื่อมาฟังธรรมจากพระพุทธองค์
 
บรรดาอุบาสกต่างเดินทางมาจากที่ใกล้ไกลเพื่อมาฟังธรรมจากพระพุทธองค์
 
     จึงเป็นเหตุให้บรรดาอุบาสกและอุบาสิกาทั้งหลายไม่อยากพลาด แม้แต่การหยิบยกเริ่มต้นเรื่องราวขึ้นมาสาทก ทำให้ทุกคนต่างรีบเร่งเดินทางไปเข้าเฝ้ากันเช้าตรู่ “ นี่เธอเร่งเดิน
กันเร็ว ๆ เถิด ดูสิ เรามาสาวรั้งท้ายใครเพื่อนเลยนะเนี่ย ” “เราก็เร่งเดินจนผ้าถุงจะฉีกแล้วนี่ เธอเอ้ย นี่ถ้าไม่เป็นเพราะรอคิวเรือข้ามฟาก เราทั้งคู่ก็คงไม่สายอย่างนี้หรอก ”
 
อุบาสก อุบาสิกาส่วนใหญ่ต่างเดินทางมาฟังธรรมด้วยการอาศัยเรือข้ามฝาก
 
อุบาสก อุบาสิกาส่วนใหญ่ต่างเดินทางมาฟังธรรมด้วยการอาศัยเรือข้ามฝาก
 
     “ น่า อย่าไปโทษใครอื่นเลย เราทั้งคู่ก็ออกจากเรือนสายกันด้วยล่ะ ไปเร่งเดินเถอะ ดูสิ คนพายเรือข้ามฟาก ยังเดินนำเราไปไกลโขเลยโน่น ” แต่กระนั้นก็ยังมีอุบาสกผู้หนึ่ง
ที่เร่งรุดเดินทางมาไกลจากต่างเมือง แต่ก็ยังพลาดเรือท่าข้ามฟากด้วยฝีพายต่างพากันไปเข้าเฝ้าองค์พระศาสดากันหมดแล้ว

อุบาสกท่านหนึ่งเขาพลาดเรือเที่ยวสุดท้ายที่จะข้ามฝั่งไปยังพระเชตวันมหาวิหาร
 
อุบาสกท่านหนึ่งเขาพลาดเรือเที่ยวสุดท้ายที่จะข้ามฝั่งไปยังพระเชตวันมหาวิหาร
 
     “ โอ้ นี่เรามาช้า ไม่ทันเรือเสียแล้วกระมัง เรือข้ามท่าถึงร้างคนพายเช่นนั้น แล้วนี่ เราจะทำยังไงดี ไม่รีบก็คงไม่ทันสะด้วยสิ ” ด้วยความตั้งมั่นในจิตและไม่เคยต้องพลาด
การแสดงพระธรรมเทศนาองพระพุทธองค์ อุบาสกท่านนี้จึงตัดสินใจที่จะพิชิตแม่น้ำอจิรวดีนี้ ด้วยการก้าวผ่านไปเหมือนเดินอยู่บนผืนดิน
โดยมีศรัทธาในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง
 
อุบาสกเดินข้ามแม่น้ำอจิรวดีเหมือนกับการเดินบนพื้นดินด้วยศรัทธาที่ตั้งมั่นในพระพุทธองค์
 
อุบาสกเดินข้ามแม่น้ำอจิรวดีเหมือนกับการเดินบนพื้นดินด้วยศรัทธาที่ตั้งมั่นในพระพุทธองค์
 
     “ ในเมื่อเรามาเพราะความศรัทธาในพระพุทธองค์เป็นปีติ ดังนั้นเราก็จะเอาพระพุทธองค์เป็นที่ตั้งแห่งจิต แล้วคิดก้าวข้ามธารอันกว้างใหญ่นี้ให้ได้ ” เพียงก้าวแรกแห่งศรัทธา
ที่ชายหนุ่มผู้นี้มีต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พลันความอัศจรรย์ก็บังเกิด เมื่อเท้าทั้งสองของเขาหาได้จมลงสู่ห้วงนทีไม่ สร้างความประหลาดใจ แกมปีติใจแก่เขายิ่งนัก
 
อุบาสกหนุ่มเผลอสติจากการตรึกระลึกถึงพระพุทธองค์ขาของเขาก็จมลงไปในแม่น้ำอจิรวดีทันที
 
อุบาสกหนุ่มเผลอสติจากการตรึกระลึกถึงพระพุทธองค์ขาของเขาก็จมลงไปในแม่น้ำอจิรวดีทันที
 
     “ หา นี่เราเดินบนผิวน้ำได้หรือนี่ ช่างเป็นปาฏิหาริย์ที่ยากที่จะเกิดแก่ปุถุชนเช่นเราเสียจริง ๆ ช่างโชคดีโดยแท้ได้มีโอกาสเดินบนผิวน้ำเหมือนเหยียบลงบนแผ่นดินเยี่ยงนี้
ฟองคลื่นเหล่านั้นก็ช่างสวยงามเสียจริง ๆ ขณะที่กำลังเดินข้ามแม่น้ำอจิรวดีไปได้ครึ่งของความกว้างใหญ่เสมือนเดินอยู่บนพื้นดินอยู่นั้น ชั่วแวปหนึ่งชายหนุ่มก็เกิดเซเสียหลัก
เท้าจมลงไปสู่ห้วงนที ด้วยจิตที่ยึดองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่ตั้งเริ่มอ่อนแรงลง
 
อุบาสกหนุ่มยึดถือเอา<a href=http://www.dmc.tv/pages/buddha_biography/Lord-Buddha-History-00.html title='พระพุทธเจ้า' target=_blank><font color=#333333>พระพุทธเจ้า</font></a>เป็นอารมณ์เขาก็สามารถเดินข้ามแม่น้ำต่อไปได้
 
อุบาสกหนุ่มยึดถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์เขาก็สามารถเดินข้ามแม่น้ำต่อไปได้
 
     จากการเผลอใจไปลุ่มหลงในปาฏิหาริย์ที่บังเกิด “แย่แล้ว เรากำลังจะจมน้ำตายหรือนี่ จะทำยังไงดีละเนี่ย พระพุทธองค์ ขอให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับกระผมอีกครั้งด้วยเถิด ”
จังหวะที่กำลังตกใจกลัว ภาพขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ลางเลือนก็เริ่มกลับมาแจ่มชัดขึ้นอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มตระหนักได้ว่าเป็นเพราะจิตที่ยึดเอาพระพุทธเจ้า
เป็นอารมณ์นั้นอ่อนกำลังลงจากความเผลอไผลชั่ววูบ เท้าทั้งสองข้างก็ลอยสูงขึ้นมาเหนือน้ำได้อีกครั้งหนึ่ง
 
อุบาสกสามารถเดินข้ามผ่านแม่น้ำอจิรวดีมาได้อย่างปลอดภัย
 
อุบาสกสามารถเดินข้ามผ่านแม่น้ำอจิรวดีมาได้อย่างปลอดภัย
     
     “ พุทโธ ธัมโม สังโฆ เฮ้อ นึกว่าจะต้องมาจมน้ำตายอยู่ตรงนี้เสียแล้วสิเรา รีบเดินข้ามไปดีกว่า เดี๋ยวจะไม่ทันกาล ” เมื่อข้ามแม่น้ำสำเร็จ ชายหนุ่มก็ปลื้มใจยิ่งนักที่ผลาอานุภาพ
แห่งศรัทธาในพระพุทธเจ้าได้แสดงปาฏิหาริย์ได้บังเกิดขึ้นกับชีวิตเขา จึงไม่รอช้าเร่งมุ่งหน้าสู่พระวิหารเชตวันในทันทีเพื่อจะทูลเรื่องที่เกิดขึ้นให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้ทรงทราบ
 
อุบาสกหนุ่มเดินทางมาสู่ห้องแสดงธรรมด้วยเนื้อตัวที่เปียกไปด้วยน้ำ
 
อุบาสกหนุ่มเดินทางมาสู่ห้องแสดงธรรมด้วยเนื้อตัวที่เปียกไปด้วยน้ำ
 
     ขณะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรมเทศนาให้บรรดาผู้ที่มาเข้าเฝ้ากันอย่างล้นหลามอยู่นั้นพระพุทธองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เพิ่งจะเดินทาง
เข้ามาถึงห้องแสดงธรรมด้วยสภาพเปียกปอนจึงหยุดการแสดงธรรมลงชั่วครู่ “ ดูก่อนอุบาสก ท่านเดินทางมาถึงโดยเหน็ดเหนื่อยน้อยกระมัง ” “ พระเจ้าค่ะ ” “ ขออุบาสก
จงเข้ามานั่งใกล้ๆ เราเถิด จะได้เล่าความปีติที่เจ้าพบมาให้แก่เราและท่านทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นี้ได้ฟังกัน ” “ พระเจ้าค่ะ ” 
 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสให้อุบาสกหนุ่มเล่าถึงเหตุอัศจรรย์จากการเดินทางบนผืนน้ำ
 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสให้อุบาสกหนุ่มเล่าถึงเหตุอัศจรรย์จากการเดินทางบนผืนน้ำ
 
     ครั้นชายหนุ่มได้รับคำเชื้อเชิญจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นนั้น ก็ดีใจยิ่งนัก ที่จะได้ทูลเรื่องราวที่พานพบมาเมื่อครู่ให้พระองค์ได้ทรงทราบ “ ข้าแต่พระพุทธองค์ หม่อมฉัน
มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งพระเจ้าค่ะ ที่ได้กราบทูลเรื่องราวที่ปีติยิ่ง ให้พระองค์ได้ทรงทราบพระเจ้าค่ะ ” “ ขออุบาสกจงเล่ามาเถิด ” “ พระเจ้าค่ะ ” ชายหนุ่มเล่าปาฏิหารย์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
ให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงทราบว่าตัวเอง ว่าตัวเองสามารถเดินข้ามแม่น้ำอจิรวดีอันกว้างใหญ่มาได้ด้วยวิธีใด
 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสเล่าถึงอดีตชาติแห่งการเกิดปาฏิหาริย์เนื่องจากพระพุทธคุณ
 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสเล่าถึงอดีตชาติแห่งการเกิดปาฏิหาริย์เนื่องจากพระพุทธคุณ
  
     “ ด้วยหม่อมฉัน มีความปีติ ยึดเอาพระพุทธองค์เป็นที่ตั้งมั่นแห่งจิต จึงทำให้หม่อมฉันก้าวข้ามแม่น้ำอจิรวดีมาได้ เสมือนการเดินอยู่บนพื้นดินพระเจ้าค่ะ ” “ ดูก่อนเถอะ อุบาสก
อุบาสิกาทั้งหลาย มิใช่เพียงอุบาสกท่านนี้เท่านั้น ที่ระลึกถึงพระพุทธคุณแล้วได้ที่พึ่ง หากแต่กาลก่อนมา ก็เคยเกิดปาฏิหาริย์เช่นนี้ขึ้นแล้ว ” ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้ง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยชาตินามว่า กัสสปะ ได้มีพระอริยสาวกผู้เป็นพระโสดาบันโดยสารเรือไปทำธุระยังต่างแดนกับช่างตัดผมผู้หนึ่ง
 
พระอริยสาวกได้ออกเดินทางพร้อมช่างตัดผมเพื่อไปทำธุระยังต่างแดน    

พระอริยสาวกได้ออกเดินทางพร้อมช่างตัดผมเพื่อไปทำธุระยังต่างแดน
 
     “ ท่านเจ้าค่ะ ดิฉันต้องขอรบกวนท่าน ให้ช่วยดูแลสุขทุกข์ของสามีดิฉันระหว่างการเดินทางในครั้งนี้ด้วยนะเจ้าค่ะ ” “ เจ้าอย่าได้ห่วงอันใดเลย ตลอดการเดินทางนี้ เราจักช่วยดูแลสามีเจ้า
ให้เอง ” “ ท่านรับปากอย่างนี้ ดิฉันก็สบายใจขึ้นมาหน่อย ว่าท่านและสามีของดิฉันจะกลับมาตามกำหนดเวลาได้อย่างปลอดภัย ” “ ดูแลตัวเองดี ๆ นะจ๊ะที่รัก เสร็จธุระแล้วตัวพี่จะกลับมา
กอดเจ้าให้ชื่นใจ พี่ไปล่ะ ” การเดินทางในครั้งนี้ใช้ระยะเวลาเดินทางนับสิบวันกว่าจะถึงเมืองท่าที่ทั้งสองมีธุระที่จะต้องไปจัดการค้าขาย 

ล่วงเข้าสู่วันที่เจ็ด กลางมหาสมุทรมีพายุหมุนกำลังก่อตัวเคลื่อนที่ผ่านมายังเรือสำเภา
 
ล่วงเข้าสู่วันที่เจ็ด กลางมหาสมุทรมีพายุหมุนกำลังก่อตัวเคลื่อนที่ผ่านมายังเรือสำเภา
  
     “ เฮ้อ นี่ก็เพิ่งจะผ่านไปได้ ห้าวันเอง เรายังมาไม่ถึงครึ่งทางเลยด้วยซ้ำ ข้าเริ่มคิดถึงบ้านขึ้นมาแล้วสิ ” “เอาน่ะ จะทำการใหญ่ ต้องใจเย็นๆ นะน้องชาย นี่อีกไม่ถึงสิบวัน เดี๋ยวเรา
ก็ถึงที่หมายกันแล้ว ” “ อืม ข้าจะอดทนต่อไปแล้วกัน ไปทำงานต่างเมืองครานี้ ข้าต้องเก็บเงินกลับมาสร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้ คอยดูเถอะ ” ล่วงเข้าสู่วันที่เจ็ด เรือสำเภาที่ทั้งสอง
อาศัยข้ามฝั่งทะเล ก็ประสบเข้ากับพายุหมุนลูกใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นมาท่ามกลางมหาสมุทร “ ท่านดูพายุหมุนนั้นสิ เห็นทีเรือเราของเราคงจะแย่แน่งานนี้ ”
 
พายุหมุนได้โหมกระหน่ำมาปะทะเข้ากับเรือสำเภาอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้
 
พายุหมุนได้โหมกระหน่ำมาปะทะเข้ากับเรือสำเภาอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้
 
     “ อาจจะไม่แย่อย่างที่ท่านคิดก็ได้ ว่าแต่เราเข้าไปหาที่หลบพายุกันในเรือดีกว่า อีกไม่นานมันก็ผ่านไปแล้วล่ะ ” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มทั้งสองจะเข้าไปหาที่หลบพายุในเรือได้ตามที่คาดการไว้
พายุหมุนก็โหมเข้ามาปะทะกับเรืออย่างจัง ความแรงและเร็วของพายุส่งผลให้เรือสำเภาที่ทั้งสองโดยสารมาอับปางลงสู่ก้นมหาสมุทรในทันที “ อ้าก...พ่อจ๋า แม่จ๋าช่วยลูกด้วยเถิด จะจมน้ำตาย
อยู่แล้ว โอ๊ย โอ๊ย ลูกยังไม่อยากตายเลย ” “ นะโมตัสสะ ภควโต อะระหะโต คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย ลูกยังสั่งสมบุญไม่เต็มที่ โอมนะโมพุทธายะ อะระหังสัมมา ”
 
หลังเรืออับปางมีเพียงอุบาสก (พระอริยสาวก) และช่างตัดผมเท่านั้นที่รอดชีวิต
 
หลังเรืออับปางมีเพียงอุบาสก (พระอริยสาวก) และช่างตัดผมเท่านั้นที่รอดชีวิต
 
     เรือสำเภาที่ทั้งคู่โดยสารมา พังพ่ายยับให้กับพายุหมุนที่ก่อตัวและเข้าโจมตีเรือที่ลอยล่องมาอย่างรวดเร็ว จนเรือแตกและจมลงสู่ก้นทะเล ผู้คนที่โดยสารมากับลำเรือตายหมด
ยกเว้นก็แต่พระอริยสาวกกับช่างตัดผมเท่านั้นที่รอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ “ น้ำทะเลนี้เค็มชะมัด โอ้โห สงสัยว่าเราจะเป็นพันธ์ตายอยาก ” “ สาธุ ขอให้เราทั้งสองมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย
กลับถึงบ้านด้วยเถิด ” หลังดีอกดีใจที่รอดตายจากเหตุการณ์เรือแตกมาได้ทั้งคู่ก็พยุงตัวเกาะไม้กระดานเรือเรื่อยไป สุดแต่กระแสน้ำจะพัดพา เลยผล่อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน
 
อุบาสกและช่างตัดผมต่างหลับไหลด้วยความเหนื่่อยล้าบนไม้กระดานเรือ
 
อุบาสกและช่างตัดผมต่างหลับไหลด้วยความเหนื่่อยล้าบนไม้กระดานเรือ
 
     จวบจนตะวันแดงสาดแสงกล้าในบ่ายของวันใหม่ ทั้งคู่จึงได้สติฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยถูกความร้อนของดวงตะวันแผดเผา “ โอ้ย นี่เราอยู่ที่ไหนละเนี่ย โอ้ย หิวชะมัดเลย นั่นเกาะนี่น่า
ไม่ได้การล่ะ ต้องรีบปลุกให้เค้าตื่นขึ้นมา ช่วยกันพายกระดานเข้าเกาะ ก่อนที่น้ำทะเลจะพัดให้เราห่างออกไป ” ความดีใจที่ได้พบผืนดินอีกครั้ง บวกกับความหิวโหยจึงทำให้ชายหนุ่มร้อง
เรียกพระอริยสาวกที่ยังนอนสลบไศลไม่ได้สติตื่นขึ้นมาอย่างรีบร้อน “ นายท่านๆ ตื่นเถอะเร็วเข้าเรารอดตายแล้ว ” “ โอ้ยปวดเมื่อยร่างกายไปหมดเลย มีอะไรรึ ทำไมเจ้าถึงได้ตื่นตกใจ
ขนาดนั้น ” “ เกาะ นายท่าน เกาะ ” “ ไหนล่ะ เรายังไม่เห็นอะไรเลย ”
 
ช่างตัดผมได้สติฟื้นคืนด้วยแสงแดดที่แผดเผาจากดวงตะวัน
 
ช่างตัดผมได้สติฟื้นคืนด้วยแสงแดดที่แผดเผาจากดวงตะวัน
 
     “ ไม่ใช่ทางนั้นนายท่าน ทางนี้ มาเถอะเรามาช่วยกันเอามือ พายกระดานนี้เข้าเกาะกันดีกว่า หิวจนตาลายแล้วนี่ เผื่อที่นั้นจะมีอะไรให้เรากินให้รอดตายได้ ” ความอ้างว้างในทะเลและประสบการ
ที่เลวร้ายที่เพิ่งผ่านกันมาเมื่อวาน ทำให้คนทั้งสองเร่งฝีพายแข่งกับกระแสน้ำอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อเห็นแผ่นดินอันเป็นที่ตั้งของความหวังซึ่งจะทำให้มีชีวิตยืนยาวอยู่ต่อไป “ช่วยเร่งฝีพายเข้าอีกนิด
เถิดนายท่าน ” “ เราก็เต็มที่แล้วนี่ อย่างเร่งนักเลย เราเหนื่อยเหลือเกิน ” “ อดทนอีกนิดแล้วกันนายท่าน ข้าว่าอีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงเกาะแล้ว ” มิช้านานทั้งสองก็พายกระดานเรือแตกมาจนถึงเกาะ
ที่เคยมองเห็นอยู่ไกล ๆ จากนั้นก็ล้มตัวนอนแผ่หราบนพื้นทรายทันที ที่เท้าสัมผัสพื้นดินได้อีกครั้ง ด้วยความหิวโหยและเหน็ดเหนื่อยเป็นกำลังกับเรื่องราวที่ผ่านมา
 
ช่างตัดผมและอุบาสกช่วยกันพายไม้กระดานเรือเข้าสู่ฝั่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า
 
ช่างตัดผมและอุบาสกช่วยกันพายไม้กระดานเรือเข้าสู่ฝั่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า
 
     “ อืม ในที่สุดก็มาถึงจนได้ เรานี่เหนื่อยแทบขาดใจให้ได้เลยล่ะ เฮ้อ ค่อยยังชั่ว ” “ ข้านี่แทบขาดใจตาย เพราะหิวจนไส้กิ่วแล้วนายท่าน วานก่อนก็ไม่ได้กินอะไรก่อนเรือล่มเสียด้วยสิ
ข้าว่าเดี๋ยวเราพักเหนื่อยก่อนสักครู่ แล้วค่อยสำรวจเกาะหาผลหมากรากไม้กินกันให้รอดตายดีกว่านะ ” “ อือ ได้สิ เราก็หิวเหมือนกัน” หลังพักฟื้นจนพอมีกำลังกลับมา ชายหนุ่มที่ต่างกัน
ทั้งวัยวุฒิและศีลสัตย์ที่ถือครอง ก็พากันตลอนสำรวจเกาะเล็ก ๆ นั้นไปจนทั่ว เพื่อเสาะหาลูกไม้หรือผักหญ้าประทังชีวิต “ หือ จะมีอะไรที่พอจะกินประทังชีวิตได้บ้างนะ หิวเหลือเกิน
แต่ยิ่งเดินยิ่งนาน ยิ่งไม่เห็นอะไร ”

อุบาสกและช่างตัดผมนั่งพักอย่างอ่อนล้าหลังจากที่มาถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย
 
อุบาสกและช่างตัดผมนั่งพักอย่างอ่อนล้าหลังจากที่มาถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย
 
     “ ต้นไม้แต่ละต้นก็ดูน่าตาคุ้นๆ เหมือนต้นมะม่วง ต้นขนุนแถวบ้าน แต่ทำไมถึงไม่เห็นลูกเห็นดอกเลยละนี่ เห็นทีคงจะต้องทนหิวไปอีกนานแล้วเรา ” ค้นหากันอยู่นานจนเกือบทั่วเกาะ
ทั้งคู่ก็ยังคงไม่พบเจอผลไม้หรือหัวเผือกหัวมัน ที่จะพอนำมากินประทังชีวิตได้ เลยได้แต่หยุดนิ่งอยู่กับที่ เหมือนจะจำนนท์กับชะตากรรมที่พบเจออย่างนั้น “ เอ้ สงสัยว่าจะพากันมาอดตาย
ที่เกาะนี้กันแล้วละมั่ง ดูเกาะก็อุดมสมบูรณ์ดี แต่ทำไมไม่มีหัวเผือกหัวมันให้เราขุดกินเลยนะ ขนาดนก หนู ก็ยังไม่เห็นมีสักตัวเลยเนี่ย ” ขณะที่ชายหนุ่มที่เป็นช่างตัดผมกำลังหมกมุ่นครุ่นคิด
เรื่องปากเรื่องท้องอยู่นั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระต่ายตัวอ้วนพีโผล่ออกมาจากรูหนึ่ง ใกล้ๆ กับพงหญ้าเขียวขจีกอใหญ่
 
อุบาสกได้ใช้ก้อนหินขว้างกระต่ายเพื่อนำมาเป็นอาหารในการประทังชีวิต
 
อุบาสกได้ใช้ก้อนหินขว้างกระต่ายเพื่อนำมาเป็นอาหารในการประทังชีวิต
 
     “ ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งอาหารมาให้ข้าน้อยผู้ยากไร้ รอข้าเดี๋ยวนะเจ้าอาหารจานเด็ด ข้าจะจัดการกับเจ้าเดี๋ยวนี้ล่ะ ” ชายหนุ่มหันไปเห็นก้อนหินขนาดกำลังเหมาะมืออยู่บนพื้นใกล้ตัว ก็ค่อยๆ
ก้มตัวลงไปคว้าก้อนหินนั้นขึ้นมา ก่อนจะออกแรงขว้างก้อนหินไปโดนหัวกระต่ายเคราะห์ร้ายเข้าอย่างจัง “ เสร็จข้าแล้ว รอดตายแล้วละงานนี้ ” ด้วยความดีใจที่จะไม่ต้องอดตายบนเกาะ
อันเปลี่ยวร้างเช่นนี้ ช่างตัดผมจึงรีบจัดการถอนขน ควักเครื่องใน ติดไฟปิ้งย่างซากกระต่ายในทันทีโดยไม่รอช้า “ กลิ่นมันช่างหอมหวนชวนทานเสียจริง ๆ นี้ก็ย่างจนได้ที่แล้ว ไปตาม
นายท่านมากินเนื้อกระต่ายย่างดีกว่า ”
 
อุบาสกพระอริยะสาวกปฏิเสธเนื้อกระต่ายเหตุเพราะเกิดจากการฆ่า
 
อุบาสกพระอริยะสาวกปฏิเสธเนื้อกระต่ายเหตุเพราะเกิดจากการฆ่า
 
      เนื้อกระต่ายสดๆ ย่างจนเหลืองหอมช่วยกระตุ้นให้ท้องของช่างตัดผมหนุ่มร้องโครกครากจนไม่อาจรอต่อไปได้อีกช้านาน ดังนั้นเขาจำต้องผละจากตำแหน่งที่นั่งย่างกระต่ายไปชั่วครู่
เพื่อออกไปตามพระอริยสาวกให้มาทานเนื้อกระต่ายด้วยกัน “ นี่น่ะนายท่าน ข้าว่าอาหารมื้อนี้จะทำให้เรารอดตายไปได้อีกสองสามวันเลยล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้านี่มันเก่งจริง ๆ เลย ”
“ เจ้าไปขุดหัวเผือกหัวมันในอีกด้านหนึ่งของเกาะมาได้เยอะเลยรึนี่ ” ช่างตัดผมไม่เสียเวลาตอบคำถาม ด้วยความหิวผนวกกับความภูมิใจในฝีมือหาอาหารของตนจึงได้แต่เดินอมยิ้ม
มุ่งตรงไปที่กองไฟย่างกระต่ายอย่างรีบเร่ง “ นี่ไงนายท่าน อาหารมื้อสำคัญที่จะทำให้เราทั้งคู่ไม่อดตาย เรารีบมากินกันเถอะ ข้าหิวจนจะยืนไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว ”

อุบาสกพระอริยะสาวกตั้งมั่นในศีลและเอาศีลเป็นที่พึ่งเพื่อให้พ้นเพศภัย
 
อุบาสกพระอริยะสาวกตั้งมั่นในศีลและเอาศีลเป็นที่พึ่งเพื่อให้พ้นเพศภัย
 
      ครั้นเห็นอาหารที่ช่างผู้เป็นช่างผมเตรียมไว้ให้ พระอริยสาวกก็ได้แต่อ้ำอึ้ง ยืนกรานปฏิเสธสิ่งที่จะมาดับความหิวโหยนั้นอย่างเป็นแม่นมั่น “ นี่คือเนื้อกระต่ายส่วนของนายท่าน อ่ะ รับไปสิ ”
“ เราต้องขอบคุณเจ้ามาก ที่เตรียมอาหารนี้ไว้แก่เรา แต่เราคงขอปฏิเสธความหวังดีของเจ้าในครั้งนี้เสีย ” “ อ้าว  ทำไมละนายท่าน หรือว่าเนื้อกระต่ายไม่น่ากิน ” “ เบื้องหลังเนื้อกระต่ายนี้
ก็คือหนึ่งชีวิตที่ท่านพรากมา หากข้ากินเนื้อกระต่ายร่วมกับเจ้า ก็คงไม่ต่างไปกับการทำปานาติบาต จึงถือว่าผิดศีลในข้อหนึ่ง ดังนั้นเราจะขอตั้งจิตมั่นในศีล และยึดเอาศีลเป็นที่พึ่ง
ให้พ้นเพศภัย ” “ งั้นก็ตามแล้วกัน ข้ากินคนเดียวทั้งตัวก็ได้ ไหวอยู่แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
 
<a href=http://video.dmc.tv/programs/naka.html title='พญานาค' target=_blank><font color=#333333>พญานาค</font></a>ได้ปรากฎตัวขึ้นเหนือผิวน้ำใกล้ๆ กับที่อุบาสกและช่างตัดผมนั่งพักอยู่
 
พญานาคได้ปรากฎตัวขึ้นเหนือผิวน้ำใกล้ๆ กับที่อุบาสกและช่างตัดผมนั่งพักอยู่
 
     เมื่อพระอริยสาวกยืนกรานปฏิเสธเนื้อกระต่ายอย่างแข่งขัน ช่างตัดผมหนุ่มจึงจัดการเนื้อกระต่ายที่ฆ่าและจัดการปรุงเองกับมือหมดไปเพียงชั่วเวลามานาน “ เอิ้ก อิ่มจัง นอนเอาแรง
สักงีบดีกว่า ” ณ ที่นี้ นอกจากพระรัตนตรัยแล้ว เราก็ไม่มีที่พึ่งอื่นใด ฉะนั้นแล้วเราจะระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยนี่แหละเป็นที่พึ่งยามคับขัน ขณะที่พระอริยสาวกเจ้าระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
อยู่นั้น พลันพญานาคราชที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนั้นก็ปรากฎกายขึ้นมา หลังพญานาคปรากฏกายขึ้นมาเหนือผืนน้ำได้มานาน
 
พญานาคได้เนรมิตกายตนเองเป็นเรือสำเภาลำใหญ่ที่เต็มไปด้วยรัตนะ 7 ประการ
 
พญานาคได้เนรมิตกายตนเองเป็นเรือสำเภาลำใหญ่ที่เต็มไปด้วยรัตนะ 7 ประการ
 
      ก็เนรมิตร่างกายของตัวเองให้เป็นเรือสำเภาลำใหญ่ เต็มไปด้วยรัตนะ 7 ประการ เสากระโดงทั้งสาม ทำจากแก้วมณีสีอินทนิล ใบเรือและคันใบทำจากทอง เชือกทุกเส้นบนเรือทำจากแร่เงิน
เรือสำเภางามลอยอ้อยอิ่งมาบริเวณชายเกาะที่คนทั้งสองพักผ่อนอยู่อย่างเงียบเชียบ เหมือนจงใจจะไม่ให้คนทั้งคู่รู้สึกตัวกัน “ บนเกาะนี้ มีใครจะไปชมพูทวีปกับเราไหม ” “ โอ๊ มีเรือจะไป
ชมพูทวีปผ่านมาทางนี้พอดีเลย “ ช้าก่อนท่าน เราขออาศัยเรือไปชมพูทวีปด้วยคน ” “ เราไม่ได้หมายถึงเจ้า แต่เราหมายถึงท่านผู้นั้นต่างหาก ” “ ด้วยเหตุผลอันใดหรือที่ทำให้ท่านเจาะจง
เลือกเพียงเราขึ้นไปโดยสารบนเรือของท่านเพียงลำพัง ทำไม่ท่านไม่รับชายผู้นี้ขึ้นไปด้วยล่ะ ”
 
พญานาคจำแลงได้สอบถามมายังอุบาสกและช่างตัดผมว่าใครต้องการโดยสารเรือไปกับตนบ้าง
 
พญานาคจำแลงได้สอบถามมายังอุบาสกและช่างตัดผมว่าใครต้องการโดยสารเรือไปกับตนบ้าง
 
     “ เพราะชายผู้นั้น เป็นผู้ทุศีล ผิดศีลในข้อปานาติบาต ด้วยเหตุนี้เราจึงนำเรือมารับแต่เพียงท่าน ” “ ถ้าเป็นเช่นนั้น เห็นจะไม่เข้าที เพราะตัวเรานี้ ได้รับปากกับภรรยาของเขาไว้ว่า เราจะแลเขา
ระหว่างการเดินทางมาด้วยกันในครั้งนี้ หากเป็นเช่นนี้ เราใคร่ขออนุโมทนาบุญในส่วนที่เราได้ทำทานและด้วยศีลภาวนาที่รักษามาตลอดชีวิตให้กับเขาด้วยเถิด ” “ ข้าพเจ้าขออนุโมทนา สาธุ ”
“ ถ้าเช่นนั้น เราขอเชิญท่านทั้งสองขึ้นมาบนเรือเถิด ” เทวดาประจำสมุทรบนเรือพญานาคจำแลงได้เหาะลงมาพาชายหนุ่มทั้งสองขึ้นเรือ แล้วพาลอยล่องมุ่งหน้าสู่ชมพูทวีป
 
อุบาสกให้ช่างตัดผมได้อนุโมทนาบุญกับการทำทานและรักษาศีลมาตลอดทั้งชีวิตของเขา

อุบาสกให้ช่างตัดผมได้อนุโมทนาบุญกับการทำทานและรักษาศีลมาตลอดทั้งชีวิตของเขา
 
     เรือสำเภางามล่องลอยมาเพียงชั่วไม่นานก็ถึงฝั่งชมพูทวีป อันเป็นบ้านเกิดของคนทั้งสอง พร้อมทั้งมอบทรัพย์สมบัติให้ทั้งคู่ไว้อีกด้วย “ ดูเถิดท่านทั้งสอง นี่แหละคือผลของศรัทธา
ศีลและจาคะ จึงทำให้มีพญานาคแปลงตนเป็นเรือ นำอุบาสกผู้มีศรัทธาไปถึงจุดหมายด้วยประการฉะนี้ บุคคล เราจึงควรคบหาแต่สัตบุรุษ และพึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ
เพราะการอยู่ร่วมกับสัตตบุรุษเช่นนี้ นายช่างตัดผมจึงถึงแก้ความสวัสดี ” “ ขอรับกระผม ” เมื่อกล่าวจบ พญานาคก็กลับวิมานของตนไป

พญานาคจำแลงได้มอบทรัพย์สมบัติให้กับอุบาสกและช่างตัดผมหลังจากที่ส่งทั้งสองคนขึ้นฝั่งเรียบร้อยแล้ว
 
พญานาคจำแลงได้มอบทรัพย์สมบัติให้กับอุบาสกและช่างตัดผมหลังจากที่ส่งทั้งสองคนขึ้นฝั่งเรียบร้อยแล้ว
 
          พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม ในเวลาจบสัจธรรม อุบาสกตั้งอยู่ในสกทาคามิผล แล้วทรงประชุมชาดกว่า อุบาสกโสดาบันในกาลนั้น
ครั้นเจริญมรรคให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปก็นิพพาน
 
 
พญานาค กำเนิด พระสารีบุตร
ส่วนเทวดาประจำสมุทร คือ เราตถาคตนี้แล
 

รับชมคลิปวิดีโอสีลานิสังสชาดก ชาดกว่าด้วย อานิสงส์ของศีล
ชมวิดีโอสีลานิสังสชาดก ชาดกว่าด้วย อานิสงส์ของศีล   Download ธรรมะสีลานิสังสชาดก ชาดกว่าด้วย อานิสงส์ของศีล
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      คูถปาณกชาดก ชาดกว่าด้วยหนอนท้าสู้กับช้าง
      อุุทัญจนีชาดก ชาดกว่าด้วยหญิงโจร
      ฉัททันตชาดก ชาดกว่าด้วยพญาช้างฉัททันต์
      กกัณฏกชาดก ชาดกว่าด้วยกิ้งก่าได้ทรัพย์
      จุลปทุมชาดก ว่าด้วยการลงโทษหญิงชายทำชู้กัน
      กฏาหกชาดก ชาดกว่าด้วยคนขี้โอ่
      ปัณณิกชาดก ชาดกว่าด้วยที่พึงให้โทษ
      สมิทธิชาดก ชาดกว่าด้วยการไม่รู้เวลาตาย
      บุปผรัตตชาดก ชาดกว่าด้วยเป็นทุกข์เพราะภรรยาไม่ได้ผ้าย้อมดอกคำ
      อัตถัสสทวารชาดก ชาดกว่าด้วยประตูแห่งประโยชน์
      ทุพภิยมักกฏชาดก ชาดกว่าด้วยการคบคนชั่ว
      มหธัมมปาลชาดก ชาดกว่าด้วยตระกูลที่ไม่ตายวัยหนุ่ม