Case Study โรคมะเร็งลำไส้และภาวะลำไส้อุดตัน (คุณแม่ชื้น)

คำถามข้อที่ 1. คุณแม่ของลูกเสียชีวิตแล้ว ท่านไปอยู่ที่ไหน...มีความเป็นอยู่ในปรโลกเป็นอย่างไร และท่านมีข้อความอะไรฝากมาถึงตัวลูกและทุกๆ คนในครอบครัวบ้างไหมคะ https://dmc.tv/a21408

บทความธรรมะ Dhamma Articles > กรณีศึกษากฎแห่งกรรม
[ 7 พ.ค. 2559 ] - [ ผู้อ่าน : 3630 ]

สมาธิ(Meditation) กฏแห่งกรรม

ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 9 - 18 เมษายน พ.ศ. 2559

Case Study โรคมะเร็งลำไส้และภาวะลำไส้อุดตัน (คุณแม่ชื้น)

เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที
แล้วก็นำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา

     คำถามข้อที่ 1.  คุณแม่ของลูกเสียชีวิตแล้ว   ท่านไปอยู่ที่ไหน...มีความเป็นอยู่ในปรโลกเป็นอย่างไร  และท่านมีข้อความอะไรฝากมาถึงตัวลูกและทุกๆ คนในครอบครัวบ้างไหมคะ

 

      คำตอบ....ก่อนที่คุณแม่ของลูกจะเสียชีวิตในขณะที่ตัวท่านนอนป่วยอยู่บนเตียงนั้น ตัวท่านก็ได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ก่อนแล้วว่า... “ ตัวท่านเองคงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน ” เมื่อเป็นเช่นนี้...ตัวท่านจึงได้พยายามรักษาใจของท่านให้ใสๆ ด้วยการนึกถึงองค์พระ  นึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่พระผู้ปราบมาร  และนึกถึงคุณยายอาจารย์ฯ ควบคู่ไปกับการทำภาวนา “ สัมมาอะระหัง ” อยู่ตลอดเวลา
 

      และด้วยความที่ท่านมีใจเกาะเกี่ยวอยู่กับบุญ...อยู่กับธรรมะตลอดเวลานี้เอง จึงทำให้ใจของท่านมีความผ่องใสและไม่หวาดกลัวต่อมรณภัยเลยแม้แต่น้อย ยิ่งในเวลาที่มีตัวลูกกับทุกๆ คนในครอบครัวมาอยู่ใกล้ๆ กับท่าน...ตัวท่านก็จะยิ่งรู้สึกอบอุ่นใจและมีความสุขใจเป็นอย่างมาก!!!...  
 
      จวบจนกระทั่งเมื่อร่างกายของท่านทนต่อทุกขเวทนาไม่ไหวแล้ว กายละเอียดของท่านจึงได้หลุดออกมาจากกายหยาบ  แล้วก็มายืนอยู่ที่ข้างๆ ร่างของตัวท่านเอง
 

      และด้วยความที่ตัวท่านได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้เป็นอย่างดีในช่วงก่อนที่จะเสียชีวิต จึงทำให้ตัวท่านมีสติรู้ตัวได้เร็ว และเพียงแค่ตัวท่านได้เห็นร่างของท่านซึ่งนอนอย่างสงบนิ่งอยู่บนเตียง ตัวท่านก็รู้ตัวได้ในทันทีว่า “ ในตอนนี้...ตัวท่านเองได้เสียชีวิตไปแล้ว ”   
 
    ทันทีที่กายละเอียดคุณแม่ของลูกรู้ตัวเช่นนั้น ตัวท่านก็ได้รีบทำตามหลักวิชชา  ที่เคยศึกษาเรียนรู้มาอย่างดีจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาด้วยการตัดใจทิ้งทุกอย่างวางทุกสิ่แล้วก็ตรงดิ่งมาที่วัดพระธรรมกาย เพื่อมานั่งสมาธิที่หน้ามหาธรรมกายเจดีย์ในทันที   
 

       เมื่อกายละเอียดคุณแม่ของลูกได้มานั่งสมาธิอยู่ที่หน้ามหาธรรมกายเจดีย์แล้ว ในช่วงแรกๆ ใจของท่านก็ยังไม่ค่อยสงบนิ่งสักเท่าไหร่ ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ...ใจของท่านยังคงนึกถึงทุกๆ คนในครอบครัวอยู่ แต่ถึงกระนั้น...ตัวท่านเองก็ได้พยายามข่มใจและตัดใจปล่อยวาง... ด้วยการนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่พระผู้ปราบมาร  พร้อมกับภาวนา “ สัมมาอะระหัง ” ไปเรื่อยๆ
 
     จวบจนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปได้ประมาณ 3-4 วัน (นับจากวันที่ตัวท่านเสียชีวิต) ใจของท่านก็ค่อยๆ นิ่งขึ้น นิ่งขึ้น แล้วก็นิ่งขึ้นไปจากเดิมเป็นอย่างมาก
 

     และเมื่อใจของท่านสงบนิ่งขึ้นเช่นนั้น...จึงส่งผลทำให้บุญต่างๆ ที่ตัวท่านได้เคยตั้งใจสั่งสมเอาไว้ในสมัยที่ยังเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น...บุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว บุญหล่อรูปเหมือนพระเดชพระคุณหลวงปู่พระผู้ปราบมารด้วยทองคำ บุญสร้างอาคารสถานที่ต่างๆ ภายในวัดพระธรรมกาย บุญบวชพระลูกชาย  และบุญที่ตัวลูกกับน้องสาวได้มารับบุญช่วยงานพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย  เป็นต้น  ก็มาได้ช่องและมาปรากฏฉายให้ตัวท่านได้เห็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง!!!...

     เมื่อตัวท่านได้เห็นภาพบุญทุกๆ บุญดังกล่าวแล้ว ใจของท่านก็เกิดความรู้สึกชุ่มชื่นเบิกบานและปลื้มปีติในบุญอย่างสุดๆ  

     และในทันใดนั้นเอง!!! กายละเอียดของท่านก็ได้แปรเปลี่ยนเป็น “ กายเทพธิดาสุดสวย ” แบบฉับพลันทันที
 
 
      ทันทีที่ตัวท่านได้แปรเปลี่ยนเป็นกายเทพธิดาสุดสวยแล้ว ตัวท่านก็ได้เห็นเทวรถพร้อมด้วยเหล่าบริวารอันเป็นทิพย์ มารอคอยต้อนรับอยู่บริเวณด้านหน้าของท่าน จากนั้น...ตัวท่านก็ได้เดินแบบลอยๆ ขึ้นไปสู่เทวรถด้วยหัวใจที่พองโตอย่างสุดๆ

      เมื่อท่านเทพธิดาใหม่ (หรือคุณแม่ของลูก) ได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนรัตนบัลลังก์หลักกลางเทวรถแล้ว ตัวท่านก็ได้นั่งสมาธิทบทวนบุญต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความรู้สึกปลื้มปีติในบุญเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวท่านเองก็มีความตั้งใจอยากที่จะนั่งสมาธิกลั่นใจใสๆ ไปเรื่อยๆ เพื่ออยู่รอร่วมงานบุญใหญ่ในวันคล้ายวันเกิดของพระเถระ (ที่ตัวท่านเคารพรัก) ในวันที่ 22 เมษายน
 

       เมื่อท่านเทพธิดาใหม่ได้นั่งสมาธิหยุดใจไปเรื่อยๆ แล้ว ตัวท่านก็สามารถเข้าถึงความสว่างภายในที่มาพร้อมกับความสุขใจเป็นอย่างมาก และในบางช่วง...ตัวท่านก็ได้เห็นพระเดชพระคุณหลวงปู่พระผู้ปราบมาร  และคุณยายอาจารย์ฯ มาปรากฏขึ้นในกลางความสว่างที่ตัวท่านได้เข้าถึง   ซึ่งตัวท่านเองก็ได้หยุดใจนิ่งๆ ต่อไปในกลางความสว่างที่ละเอียดลุ่มลึกยิ่งๆ ขึ้นไป!!!
 
     และด้วยความที่ใจของท่านจดจ่ออยู่กับธรรมะภายในดังที่ได้กล่าวไปแล้วนี้เอง จึงทำให้รัศมีกายของท่านก็พลันสว่างไสวเพิ่มขึ้นไปจากเดิมเป็นอย่างมาก  
 

       ในเวลาต่อมา...พระธรรมกายก็ได้เมตตาไปเยี่ยมท่านเทพธิดาใหม่  เพื่อให้ตัวท่านได้ฝากข้อความมาถึงบุคคลอันเป็นที่รักที่ยังมีชีวิตอยู่...ทันทีที่ตัวท่านได้เห็นพระธรรมกายเมตตามาเยี่ยมเช่นนั้น ตัวท่านก็เกิดความรู้สึกปลาบปลื้มปีติใจเป็นอย่างมาก แล้วตัวท่านก็ไม่รอช้า...ได้รีบก้มลงกราบพระธรรมกายด้วยความเคารพนอบน้อมในทันที   
 

      จากนั้น...ท่านเทพธิดาใหม่ก็ได้ฝากสารแห่งความรักและความคิดถึงมาถึงตัวลูกและทุกๆ คนในครอบครัวในทำนองที่ว่า... “ ขอบใจตัวลูกและทุกๆ คนเป็นอย่างมาก...ที่ได้ทำบุญแล้วก็อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลส่งมาให้ตัวท่านโดยตลอด   
     ในตอนนี้...ตัวท่านได้รับบุญทุกๆ บุญแล้ว   อีกทั้ง...ภาพการสั่งสมบุญของทุกๆ คนยังได้มาปรากฏฉายให้ตัวท่านได้เห็นอยู่เสมอๆ อีกด้วย
 
    ตัวท่านรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจมากๆ ที่ลูกๆ ของท่านเป็นคนดีและยังคงระลึกนึกถึงท่านอยู่เสมอ ในตอนนี้...ตัวท่านเองก็กำลังตั้งใจนั่งสมาธิอยู่ที่หน้ามหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อรออยู่ร่วมงานบุญใหญ่ในวันที่ 22 เมษายน
 
 
      ตัวท่านอยากให้ทุกๆ คนตั้งใจสั่งสมบุญกันให้เต็มที่ในช่วงที่ยังแข็งแรงและยังมีชีวิตอยู่ เพราะในตอนนี้...ตัวท่านได้เห็นผลแห่งบุญด้วยตาของตัวท่านเองแล้วว่า...บุญมีจริงและให้ผลมากมายจริงๆ โดยเฉพาะบุญที่ตัวท่านได้ทำเอาไว้ในพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายกับพระเถระ (ที่ตัวท่านเคารพรัก) นั้น...เป็นบุญใหญ่ที่ให้ผลเกินควรเกินคาดจริงๆ
 
     และตัวท่านก็อยากให้ตัวลูกกับทุกๆ คนดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดี เพื่อที่ทุกคนจะได้อยู่สร้างบารมีกันไปนานๆ และเมื่อทุกคนสั่งสมบุญทุกๆ บุญแล้ว  ก็ขอให้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลส่งมาให้ตัวท่านอีกบ่อยๆ ”

    คำถามข้อที่ 2.  วิบากกรรมใดที่ทำให้คุณแม่ของลูกต้องมาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้และมีภาวะลำไส้อุดตันคะ
 
 
       คำตอบ...สำหรับวิบากกรรมที่ทำให้คุณแม่ของลูกต้องมาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้และมีภาวะลำไส้อุดตันนั้น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ...วิบากกรรมเก่าที่ตัวท่านได้เคยทำผิดทำพลาดเอาไว้ในหลายๆ ภพชาติก่อนๆ นู้นได้ช่องตามมาส่งผล เรื่องก็มีอยู่ว่า...

      ย้อนไปในหลายๆ ภพชาติก่อนๆ คุณแม่ของลูกได้เกิดเป็น “ เศรษฐินีสุดสวย ” ที่มีฐานะร่ำรวยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  โดยตัวท่านจะประกอบอาชีพปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับพวกชาวไร่ชาวนาที่ทำมาหากินอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้น
 
 
      โดยการปล่อยเงินกู้แต่ละครั้ง...ตัวท่านจะตกลงกติกากับพวกชาวไร่ชาวนาที่มาขอกู้เงินว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ผลผลิตทางการเกษตรของพวกเขาผลิดอกออกผลแล้ว ขอให้พวกเขานำผลผลิตเหล่านั้นมาขายให้กับตัวท่าน ซึ่งตัวท่านก็จะให้ราคาดี...พร้อมกับหักลบหนี้สินที่พวกเขาเคยกู้ยืมเงินจากตัวท่านไปเลยในทันที
 
     ส่วนผลผลิตทางการเกษตรที่ตัวท่านได้มาจากพวกชาวไร่ชาวนาลูกหนี้เหล่านี้...ตัวท่านก็จะนำไปขายต่อที่ตลาดในเมืองต่อไป เรียกได้ว่า...นอกจากตัวท่านจะนิยมปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแล้ว ตัวท่านยังมีอาชีพเป็นแม่ค้าคนกลางอีกด้วย!!!...

      ซึ่งพวกชาวไร่ชาวนาที่มาขอกู้เงินกับท่าน...ต่างก็พอใจกับข้อตกลงดังกล่าวเป็นอย่างมาก และเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ได้รับผลประโยชน์ที่ลงตัวเช่นนี้ กอปรกับ...ตัวท่านก็เป็นคนที่มีอัธยาศัยดีมีน้ำใจ...ถ้อยทีถ้อยอาศัย จึงทำให้ตัวท่านกลายเป็นที่รักของคนในหมู่บ้านแห่งนั้นไปโดยปริยาย
   
 
     จนกระทั่งในเวลาต่อมา ก็ได้มีสามีภรรยายากจนเข็ญใจคู่หนึ่ง เดินทางรอนแรมมาขอพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้น และเมื่อทางผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าสามีภรรยาคู่นี้เป็นคนยากจนเร่ร่อน อีกทั้ง...เนื้อตัวยังมอมแมมน่าสงสารเป็นอย่างมาก ทางผู้ใหญ่บ้านจึงได้เมตตาอนุญาตให้พวกเขาเข้ามาพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้นได้
 
      ไม่เพียงแค่นั้น ทางผู้ใหญ่บ้านยังได้จัดหาและแบ่งพื้นที่ภายในหมู่บ้านบางส่วนให้พวกเขาได้ทำไร่ไถนา เพื่อที่พวกเขาจะได้ประกอบอาชีพมีรายได้และพ้นจากความยากจนเสียที เมื่อพวกเขาได้รับความเมตตาเช่นนี้พวกเขาจึงเกิดความรู้สึกที่ดีใจอย่างสุดซึ้งเลยทีเดียว
 

      เมื่อสามีภรรยายากจนคู่นี้...ได้มีที่พักอาศัยและที่ดินทำกินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาพวกเขาก็ได้มาขอกู้เงินจากคุณแม่ของลูกเพื่อนำไปลงทุนทำไร่ ไถนาบนที่ดินของพวกเขาเอง
 
     ซึ่งตัวท่านก็ยินดีและเต็มใจให้พวกเขากู้เงินตามเงื่อนไขเดิม...ที่ตัวท่านได้กำหนดเอาไว้ นั่นก็คือ…เมื่อถึงช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลิตผลแล้ว พวกเขาจะต้องเอาสินค้าทางการเกษตรมาขายให้กับตัวท่านนั่นเอง ซึ่งสองสามีภรรยาคู่นี้ก็ได้ให้สัญญาและตกลงกับตัวท่านเอาไว้ว่า...จะทำตามนั้นทุกประการ 
 
 
       แต่พอถึงช่วงกำหนดเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร...สองสามีภรรยาคู่นี้กลับนำผลผลิตที่พวกเขาเพาะปลูกได้...มาขายให้ตัวท่านแค่เพียงนิดเดียว โดยทั้งสองได้ให้เหตุผลว่า เนื่องจากพวกเขาเพิ่งจะมาอยู่ใหม่ กอปรกับ...พวกเขาเองก็ทำการเพาะปลูกไม่ค่อยจะเป็น ด้วยเหตุนี้เอง...จึงทำให้ผลผลิตที่ได้มานั้นมีปริมาณที่น้อยอย่างที่ตัวท่านได้เห็น ซึ่งก็คงจะขายได้ไม่พอใช้หนี้อย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาจึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก...ที่นอกจากพวกเขาจะได้ผลผลิตมาไม่เพียงพอต่อการใช้หนี้แล้ว   พวกเขายังไม่มีเงินที่จะใช้สำหรับลงทุนเพาะปลูกในครั้งต่อไปอีกด้วย

      และเมื่อสิ้นเสียงคำอธิบาย!!!...สองสามีภรรยาคู่นั้นต่างก็ร้องห่มร้องไห้ด้วยความสะอึกสะอื้นเสียใจอย่างสุดๆ เมื่อเป็นเช่นนี้...ตัวท่านจึงเกิดความรู้สึกสงสารพวกเขาขึ้นมาอย่างจับจิตจับใจ และด้วยความรู้สึกสงสารนี้เองตัวท่านจึงได้ให้โอกาสพวกเขากู้เงินเพื่อไปทำทุนอีกครั้งหนึ่ง!!!
 
 
     ภายหลังจากที่ตัวท่านได้ให้พวกเขากู้เงินไปลงทุนรอบที่ 2 แล้ว เมื่อถึงช่วงกำหนดเก็บเกี่ยวผลผลิตอีกครั้ง สองสามีภรรยาคู่นี้...ก็ได้มานั่งร้องห่มร้องไห้ด้วยเหตุผลต่างๆ นานาเหมือนเช่นเคย ซึ่งตัวท่านก็ยังรู้สึกสงสารและเห็นอกเห็นใจเหมือนวันวาน เมื่อเป็นเช่นนี้...ตัวท่านจึงได้อนุญาตให้พวกเขากู้เงินไปทำทุนเพาะปลูกอีกครั้งหนึ่ง (เป็นครั้งที่ 3)

      แต่แล้ว...เหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้เกิดขึ้นแบบซ้ำๆ ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา เช่น...อ้างว่าพืชผลที่เพาะปลูกได้ถูกฝูงแมลงบุกทำลายกัดกินบ้าง หรืออ้างว่าถูกน้ำท่วมบ้าง  หรืออ้างว่าเกิดภัยแล้งบ้าง  เป็นต้น 

 
       เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวมาถึงจุดนี้...ตัวท่านจึงเริ่มรู้สึกเอะใจและสงสัยอย่างสุดๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!!  และด้วยความสงสัยใคร่รู้นี้เองตัวท่านจึงได้แอบส่งคนไปสอบถามพวกชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ กับไร่นาของสองสามีภรรยาคู่นี้ในทันที!!!   


      ภายหลังจากที่ตัวท่านได้แอบส่งคนไปสอบถามพวกชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ กับไร่นาของสองสามีภรรยาคู่นี้แล้ว ในที่สุด!!!...ตัวท่านก็ได้ทราบความจริงว่า ที่ผ่านมาไร่นาของสองสามีภรรยาคู่นี้ก็ปกติดีและไม่เป็นอย่างที่พวกเขาเล่าอ้างเลย แถมผลผลิตที่ได้ของพวกเขา...ยังผลิดอกออกผลเป็นอย่างดีอีกด้วย!!!  ซึ่งพวกเขาได้แอบเอาผลผลิตที่ได้นี้...ไปส่งขายให้กับพ่อค้าต่างหมู่บ้านมานานแล้ว

       เมื่อเป็นเช่นนี้...ตัวท่านจึงรู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก  และด้วยความรู้สึกดังกล่าวนี้เอง...ตัวท่านจึงได้ส่งสายสืบไปสืบประวัติของสองสามีภรรยาคู่นี้ พร้อมกับจับตาดูพฤติกรรมต่างๆ ของพวกเขาในทันที!!!   
 
 
      และจากการสืบประวัติมาก็พบว่า สองสามีภรรยาคู่นี้เป็นพวกหลอกลวงต้มตุ๋นที่หลบหนีมาจากหมู่บ้านอื่นๆ  โดยพวกเขาจะใช้แผนเดิมๆ ที่ใช้กับตัวท่านและผู้ใหญ่บ้าน ด้วยการทำตัวให้ดูมอมแมมเข็ญใจ...เหมือนพวกเร่ร่อนน่าสงสาร
 
     จากนั้นก็จะขอที่ทางเพื่อทำมาหากิน...แล้วก็ไปกู้เงินจากเศรษฐีประจำหมู่บ้านนั้นๆ และเมื่อพวกเขาได้เงินมาแล้ว พวกเขาก็จะนำไปลงทุนพร้อมกับโกหกหลอกลวงต่างๆ นานา เพื่อจะได้ไม่ต้องคืนเงิน ต่อมาเมื่อเริ่มถูกจับได้...พวกเขาก็จะรีบเชิดเงินและผลกำไรที่ได้จากการขายผลผลิตทั้งหมดหนีไปในทันที!!!
 

      ทันทีที่ตัวท่าน (ในภพชาตินั้น) ได้ทราบข้อมูลความเป็นจริงทั้งหมด!!! ตัวท่านก็เกิดความรู้สึกโกรธอย่างสุดๆ  และด้วยความโกรธนี้เอง...ตัวท่านจึงได้ว่าจ้างพวกนักเลงประจำหมู่บ้านให้ไปจัดการและข่มขู่สองสามีภรรยาคู่นั้นให้รีบคืนเงินของท่านมาให้หมด

      เมื่อพวกนักเลงประจำหมู่บ้านได้ทราบข้อมูลและได้รับการว่าจ้างจากตัวท่านเช่นนั้น พวกเขาก็รู้สึกโกรธแค้นแทนตัวท่านเป็นอย่างมาก เมื่อเป็นเช่นนี้...พวกเขาจึงได้รับอาสาที่จะจัดการเรื่องนี้ให้กับตัวท่านแบบฟรีๆ เลยทีเดียว  แล้วพวกเขาก็ไม่รอช้าได้รีบบุกไปที่บ้านของสองสามีภรรยาคู่นั้นในทันที
 

      ทันทีที่พวกนักเลงประจำหมู่บ้านได้บุกไปถึงบ้านของสองสามีภรรยาคู่นั้นแล้ว พวกเขาก็ถึงกับผงะ!!!...เมื่อได้เห็นคนทั้งสองกำลังรีบเก็บข้าวเก็บของ เพื่อเตรียมที่จะหนีไปยังหมู่บ้านแห่งอื่นอยู่พอดี!!!
 
     เมื่อเป็นเช่นนี้พวกนักเลงจึงไม่รอช้า…ได้รีบเข้าไปจับตัวภรรยาเอาไว้ พร้อมกับรุมซ้อมและขู่บังคับให้สามีของเธอรีบคืนเงินที่พวกเขาได้กู้ไปมาให้หมด แต่เรื่องราวดังกล่าวหาได้จบลงอย่าง Happy Ending 

      ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ...ทางฝั่งสามีของเธอไม่ยอมที่จะคืนเงินแบบง่ายๆ  เมื่อเป็นเช่นนี้...สามีของเธอจึงถูกพวกนักเลงแทงด้วยมีดไปที่ท้องและได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างมาก เมื่อเหตุการณ์มาถึงจุดที่ต้องเลือดตกยางออกเช่นนี้...สองสามีภรรยาคู่นั้นจึงได้จำใจและจำยอมคืนเงินกู้ทั้งหมดให้แต่โดยดี และหลังจากนั้นไม่นาน...สามีที่ถูกมีดแทงก็ได้เสียชีวิตลงในที่สุด!!! 
 
 
      ภายหลังจากที่ตัวท่านทราบข่าวว่า...ตัวสามีที่เป็นอดีตลูกหนี้ ได้เสียชีวิตลงไปแล้ว ตัวท่านก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ...ณ ช่วงเวลานั้น ตัวท่านได้คลายจากความโกรธเคืองสองสามีภรรยาคู่นั้นลงไปแล้ว กอปรกับ...ตัวท่านเองก็ไม่คาดคิดว่า...ตัวท่านจะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้อื่นต้องมาเสียชีวิต
 
      หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้...ตัวท่านจึงได้เริ่มเข้าวัดถือศีลบำเพ็ญบุญอยู่เป็นประจำ
 

       แม้ว่า...ตัวท่านจะไม่ได้มีเจตนาให้พวกนักเลงทำร้ายตัวสามีที่เป็นอดีตลูกหนี้ เสียชีวิตลงก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวนั้น...มันก็ได้ถูกเซ็ตเป็นผังสำเร็จและกลายเป็นวิบากกรรมตามหลักของกฎแห่งกรรม ที่ติดตามตัวท่านนับตั้งแต่ภพชาตินั้นเป็นต้นมา
 
       จวบจนกระทั่งมาถึงในภพชาติปัจจุบันนี้...เมื่อวิบากกรรมดังกล่าวได้ช่องตามมาส่งผล มันจึงไปดึงดูดเอาเศษกรรมปาณาติบาตจากหลายๆ ภพชาติในอดีต...ที่ตัวท่านเองได้เคยฆ่าผ่าท้องปลาเป็นๆ เอาไว้ให้มาได้ช่องรวมกันส่งผล  และเป็นเหตุทำให้...ตัวท่านต้องมาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้และมีภาวะลำไส้อุดตันเหมือนอย่างที่เป็นอยู่นี้นั่นเอง
 

     ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว...คุณแม่ของลูกจะต้องเสียชีวิตก่อนหน้านี้ 2-3 ปี แต่ด้วยความที่ตัวท่านได้ สั่งสมบุญเอาไว้ในพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย กอปรกับ...บุญบวชของพระลูกชายและผลแห่งบุญที่ลูกสาวทั้งสองคนของท่านได้อุทิศตนเข้ามาช่วยงานหมู่คณะอย่างเต็มที่เต็มกำลังมาโดยตลอด  ด้วยผลแห่งบุญดังกล่าวทั้งหมดนี้เอง...จึงเป็นเหตุทำให้ตัวท่านมีอายุที่ยืนยาวกว่าเดิม 2-3 ปีเลยทีเดียว

     คำถามข้อที่ 3. บุพกรรมใดที่ทำให้ลูกต้องมาเกิดเป็นผู้หญิงในภพชาติปัจจุบันนี้คะ
 

      คำตอบ...สำหรับวิบากกรรมที่ทำให้ตัวลูกต้องมาเกิดเป็นผู้หญิงในภพชาติปัจจุบันนี้นั้น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ...วิบากกรรมกาเมฯ ที่ตัวลูกได้เคยทำผิดทำพลาดเอาไว้ในหลายๆ ภพชาติก่อนๆ นู้นได้ช่องตามมาส่งผล เรื่องก็มีอยู่ว่า...
 
     ย้อนไปในหลายๆ ภพชาติก่อนๆ ตัวลูกได้เกิดเป็น “ กุลบุตรหน้าตาดีมีน้ำใจ ” อยู่ในครอบครัวที่ประกอบอาชีพค้าขายข้าวของเครื่องใช้...อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับตัวเมืองหลวงของแคว้น!!!...
 
 
      โดยลักษณะนิสัยของตัวลูกในภพชาตินั้น ตัวลูกจะเป็นเด็กหนุ่มที่มีอัธยาศัยดี มีน้ำใจ เข้ากับใครๆ ได้ง่าย อีกทั้ง...ตัวลูกยังมีเรื่องราวสนุกสนานและมุกขำๆ มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังอยู่เป็นประจำ
 
      เมื่อเป็นเช่นนี้...จึงทำให้ตัวลูกเป็นที่รักของเพื่อนๆ ในกลุ่มเป็นอย่างมาก และไม่ว่าเพื่อนๆ จะไปเที่ยวที่ไหน...พวกเขาก็มักจะชวนตัวลูกให้ไปด้วยเสมอๆ ซึ่งตัวลูกเองก็ไม่เคยขัดใจหรือขัดข้องที่จะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เหล่านั้นเลย
 

      แม้ว่าตัวลูกจะเป็นเด็กหนุ่มที่ดีแสนดี  มีน้ำใจ  และเข้ากับใครๆ ได้ง่ายก็ตาม แต่ถึงกระนั้น...พอตัวลูกเจอกับสาวๆ เท่านั้น ตัวลูกก็ถึงกลับจอดสนิท!!!  คือไม่กล้าที่จะเข้าไปทักทายหรือพูดคุยกับสาวๆ เหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

      และถึงแม้ว่าหญิงสาวคนนั้นจะสวยบาดตาบาดใจตัวลูกสักแค่ไหนก็ตาม ตัวลูกก็ได้แต่เมียงมองและชื่นชมตัวเธออยู่ห่างๆ เท่านั้น  ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบความหล่อคมอารมณ์ดีระหว่างตัวลูกกับเพื่อนๆ ผู้ชายในกลุ่มแล้ว   ตัวลูกถือว่าเป็นแชมป์ของกลุ่มเลยก็ว่าได้ แต่กลับกลายเป็นว่าตัวลูกเป็นเพียงผู้ชายคนเดียวในกลุ่มที่ไม่มีแฟนเหมือนอย่างคนอื่นเขาเลย
 

      จวบจนกระทั่งในเวลาต่อมาก็ได้มีแม่หญิงคนหนึ่งย้ายเข้ามาพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับตัวลูก อีกทั้ง...ครอบครัวของเธอยังได้มาเปิดร้านขายของอยู่ใกล้ๆ กับบ้านของตัวลูกอีกด้วย
 
      และเมื่อตัวลูกได้เห็นแม่หญิงคนนั้นเข้า...ตัวลูกก็เกิดความรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบ และตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นเลยทีเดียว ที่ตัวลูกรู้สึกเช่นนี้ทั้งนี้ก็เป็นเพราะตัวเธอช่างงามบาดใจ งามยิ่งกว่าสาวๆ คนไหนๆ ที่ตัวลูกเคยเจอะเจอมาเลยนั่นเอง
 

      แม้ว่าตัวลูกจะตกหลุมรักแม่หญิงแสนสวยคนนั้นเข้าอย่างจังก็ตาม แต่ด้วยความขี้อายของตัวลูก บวกกับความคิดเองเออเองของตัวลูกในทำนองที่ว่า “ ตัวเธอคงจะไม่มาสนใจคนอย่างตัวลูกหรอก ”  ตัวลูกจึงได้แต่แอบชอบ แอบชม และแอบมองตัวเธออยู่ห่างๆ แบบคนที่รักเขาข้างเดียว แต่ตัวลูกกลับหารู้ไม่ว่า “ แท้ที่จริงแล้ว...ตัวเธอก็แอบชอบตัวลูกอยู่เหมือนกัน ”  
 
      และเมื่อวันเวลาผ่านไปได้ไม่นานนัก...แม่หญิงแสนสวยก็ได้เข้ามาทักทายและพูดคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้กับตัวลูกต่างๆ นานา ซึ่งก็ทำให้ตัวลูกเกิดความรู้สึกตื่นเต้นดีใจคล้ายๆ กับตัวเองกำลังฝันไปเลยทีเดียว
 

       และยิ่งแม่หญิงแสนสวยได้แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนและพูดคุยกับตัวลูกบ่อยเข้า...บ่อยเข้า ตัวลูกก็ยิ่งตกหลุมรักตัวเธออย่างหัวปักหัวปำ...จนวันๆ ไม่เป็นอันทำอะไรเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตา...ก็มีแต่หน้าเธอลอยขึ้นมาให้เห็นอยู่ตลอดเวลา
 
      และยิ่งวันเวลาได้ผ่านไปนานวันเข้า...ความรักที่ตัวลูกมีต่อตัวเธอก็ยิ่งเพิ่มขึ้น...เพิ่มขึ้น แล้วก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ  ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ...มันเป็นรักแรกจึงแยกยาก และรักมากมันยากแยก เพราะรักเธอเป็นคนแรก ถ้าจะแยกมันก็คงจะยาก!!!...
 

      แต่ต่อมา...ยิ่งวันเวลาผ่านไป ความรักในใจของแม่หญิงแสนสวยที่มีต่อตัวลูกนั้น ก็ยิ่งจืดจางและค่อยๆ เลือนรางลงไปเรื่อยๆ แบบไร้เหตุผลคือ...จากเดิมที่ตัวเธอเคยหมั่นแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนตัวลูกอยู่เป็นประจำ แต่ต่อมา...ตัวเธอก็มาหาตัวลูกน้อยลง...น้อยลง  จนกระทั่งไม่มาหาตัวลูกอีกเลย!!!...
 
    เมื่อตัวลูกเห็นตัวเธอจากหายไปเช่นนั้น ด้วยความรักที่เปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจ...จึงทำให้ตัวลูกปรับเปลี่ยนเป็นฝ่ายที่จะไปหาตัวเธอเอง  แต่พอตัวลูกได้ไปหาตัวเธอบ่อยเข้า...บ่อยเข้า ตัวเธอก็เกิดความรู้สึกรำคาญขึ้นมาจนทำให้ตัวลูกและตัวเธอต่างก็มีปากเสียงกันขึ้น แต่ด้วยความรักที่ตัวลูกมีต่อตัวเธอจึงทำให้ตัวลูกยอมเธอทุกๆ อย่าง!!!..
 

      จวบจนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง... ตัวลูกก็ได้ตั้งใจไปหาตัวเธอเหมือนเช่นเคย แต่ปรากฏว่า...เมื่อตัวลูกไปถึงที่ร้านขายของของเธอแล้ว ตัวลูกกลับพบว่าร้านของเธอปิดอยู่ซึ่งผิดปกติจากทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา
 
     เมื่อเป็นเช่นนี้...ตัวลูกจึงได้เข้าไปสอบถามพวกร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงกันว่า... “ เหตุไฉน...ทำไมร้านของเธอจึงไม่เปิดขายของเหมือนทุกๆ วัน ”   ซึ่งพวกเขาก็ได้บอกกับตัวลูกว่า...“ ครอบครัวของเธอได้ย้ายออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว ”
 

      ทันทีที่ตัวลูกได้ทราบว่า “ ครอบครัวของแม่หญิงแสนสวยได้ย้ายออกไปจากหมู่บ้านแล้ว ” ตัวลูกก็เกิดความรู้สึกเสียอกเสียใจและผิดหวังในความรักเป็นอย่างมาก
 
      อีกทั้ง...ตัวลูกยังได้แต่อ้อนวอนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่า  “ ขอให้แม่หญิงแสนสวยได้กลับมาหาตัวลูกเหมือนดังเดิม”   แต่ไม่ว่าตัวลูกจะอ้อนวอนอย่างไรก็ตาม…แม่หญิงแสนสวยก็ไม่หวนคืนกลับมาหาตัวลูกอีกเลย!!!..
 

       และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้...ก็ทำให้ตัวลูกเปลี่ยนแปลงตัวเองไปจากเดิมเป็นอย่างมาก คือ จากเดิมที่ตัวลูกเป็นคนขี้อายและไม่กล้าที่จะไปจีบสาวๆ คนไหนเลย แต่พอมา ณ ตอนนี้ตัวลูกกลับกลายเป็นเพลย์บอยคนเจ้าชู้ที่ไม่อายใคร และเมื่อเจอสาวคนไหนที่ถูกใจ...ตัวลูกก็จะเข้าไปทักทาย  เจ๊าะแจ๊ะ  และจีบเขาไปทั่ว!!!...

      ที่ตัวลูกทำพฤติกรรมแบบนี้...อย่างนี้นั้น  ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ...ตัวลูกต้องการระบายความอกหักที่อัดอั้นอยู่ในใจ  อีกทั้ง...ตัวลูกเองก็อยากที่จะหาใครสักคนมาทดแทนแม่หญิงคนเดิม เพื่อแก้ความเหงาที่รุมเร้าอยู่ในใจของตัวลูกนั่นเอง!!!...
 

      และด้วยพฤติกรรมของตัวลูก (ในภพชาตินั้น) ที่เปลี่ยนไปเช่นนี้...จึงทำให้มีสาวๆ มากหน้าหลายตาผ่านเข้ามาในชีวิตของลูกอยู่เต็มไปหมด  อีกทั้ง...ตัวลูกยังได้แอบมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับสาวๆ บางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของลูกอีกด้วย!!!...

       แต่พอตัวลูกได้คบหากับสาวๆ เหล่านั้นไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว ไม่นาน!!!...ตัวลูกกับสาวๆ เหล่านั้นก็จำต้องเลิกราจากกันไป ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ...ตัวลูกรู้สึกว่า “ ไม่มีสาวๆ คนไหนที่จะมาแทนที่แม่หญิงแสนสวยคนเดิมของตัวลูกได้เลย ”  คือ...ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน  แต่หัวใจของตัวลูกก็ยังคงมิเปลี่ยนแปรและมีแต่แม่หญิงแสนสวยคนนั้นอยู่ตลอดเวลา อีกทั้ง...ตัวลูกยังเฝ้าฝันถึงวันที่ตัวเธอจะหวนคืนกลับมาหาตัวลูกอีกครั้ง!!!...
 
 
      จวบจนกระทั่งในเวลาต่อมา...ตัวลูกก็ได้ทราบข่าวว่า... “ แม่หญิงแสนสวยที่ตัวลูกถวิลหา ได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงของแคว้น ”  ทันทีที่ตัวลูกได้ทราบเช่นนั้น...ตัวลูกก็รู้สึกดีใจอย่างสุดขีด แล้วตัวลูกก็ไม่รอช้า...ได้รีบเดินทางไปตามหาเธอด้วยความหวังว่า... “ จะได้พบกับคนรักเก่าที่อยากจะให้กลับมารักกันใหม่เหมือนดังเดิม ”
    
     ซึ่งในระหว่างทางที่ตัวลูกกำลังรอนแรมไปหาแม่หญิงแสนสวยคนนั้น หัวใจของลูกก็จดจ่อและรอคอยอยากที่จะเห็นหน้าเธอไวๆ อีกทั้ง...ใจของลูกยังคิดไปตลอดเส้นทางด้วยว่า... “ ทันทีที่ได้เจอกับแม่หญิงแสนสวยแล้ว  ตัวลูกอยากจะบอกอะไรกับเธอบ้าง ”  
 
 
      และเมื่อตัวลูกได้เดินทางไปถึงเมืองหลวงแล้ว ตัวลูกก็ได้ไปตามหาแม่หญิงแสนสวย...ด้วยการเที่ยวไปสอบถามผู้คนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น แล้วในที่สุด...ตัวลูกก็สามารถตามหาและไปจนถึงร้านของแม่หญิงแสนสวยคนนั้นได้!!!...
 
     แต่พอตัวลูกได้ไปถึงที่ร้านของแม่หญิงแสนสวยแล้ว ตัวลูกกลับเห็นแม่หญิงแสนสวยกำลังอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่ดูสนิทชิดเชื้อกันเป็นพิเศษ เมื่อเป็นเช่นนี้...ตัวลูกจึงได้แอบไปสอบถามข้อมูลจากร้านค้าที่อยู่ใกล้ๆ กันว่า... “ ผู้ชายคนนี้เป็นใครและทำไม..เขาถึงดูสนิทชิดเชื้อกับแม่หญิงแสนสวยเป็นพิเศษ ”
 

     ทันทีที่ตัวลูกได้ทราบคำตอบ!!!...ตัวลูกก็ถึงกับเข่าอ่อนจนแทบจะทรงตัวไม่ไหว อีกทั้ง...หัวใจของตัวลูกยังแทบจะแตกสลายจนกลายเป็นเสี่ยงๆ  เพราะผู้ชายที่ตัวลูกเห็นอยู่กับแม่หญิงแสนสวย...เขาก็คือสามีของเธอนั่นเอง
  
      และด้วยความผิดหวังช้ำใจถึงสองครั้งสองครา คือเธอจากตัวลูกมาโดยไม่ได้บอกลา แถมยังมาแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นอีก  ด้วยความผิดหวังช้ำใจดังกล่าวนี้เอง!!!...จึงทำให้ตัวลูกได้แต่ร้องห่มร้องไห้และคิดที่จะฆ่าตัวตาย...

       แต่ทันทีที่ความคิดนี้ได้เกิดขึ้นมาในใจ...ตัวลูกก็พลันนึกถึงคุณพ่อคุณแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงดูตัวลูกเป็นอย่างดีมาโดยตลอด แม้ในยามที่ตัวลูกทุกข์ใจเพราะเรื่องความรักท่านทั้งสองก็ยังคอยดูแลให้กำลังใจ  และอยู่เคียงข้างตัวลูกเสมอมา อีกทั้ง...ท่านทั้งสองยังพลอยทุกข์ใจตามตัวลูกไปด้วย ซึ่งถ้าหากตัวลูกคิดสั้นฆ่าตัวตายไป!!!...ท่านทั้งสองก็จะยิ่งเศร้าโศกเสียใจ และช้ำใจเสียยิ่งกว่าที่ตัวลูกเป็นอยู่ ณ ตอนนี้แบบมากๆ มากๆ เลยทีเดียว
 
 
      เมื่อตัวลูกได้คิดและคิดได้อย่างนี้ ตัวลูกจึงสอนตัวเองได้ว่า... “ ตัวลูกไม่ควรที่จะมาจมปลักอยู่กับความทุกข์ใจในเรื่องความรักแบบนี้เลย เพราะความรักแบบหนุ่มสาวนั้นไม่เที่ยงแท้แน่นอนและไม่จีรังยั้งยืนเอาเสียเลย มีแต่คุณพ่อคุณแม่ของเราเท่านั้น...ที่จะรักเราอย่างแท้จริงและอยู่เคียงข้างเราตลอดไป
 
     ดังนั้น...เราควรที่จะกลับไปตั้งใจดูแลท่านทั้งสองให้ดีจะดีกว่า เพราะที่ผ่านๆ มา...ตัวลูกก็ได้ทำให้ท่านทั้งสองเสียใจมาเยอะแล้ว แต่ต่อจากนี้ไป...ตัวลูกจะตั้งใจดูแลท่านทั้งสองให้ดีกว่าดีที่สุด ” และในช่วงที่ตัวลูกกำลังจะเตรียมตัวเดินทางกลับไปยังหัวเมืองบ้านเกิดของตัวลูกนั้น ตัวลูกก็ได้สังเกตเห็นวัดๆ หนึ่งซึ่งมีสาธุชนแต่งตัวสะอาดสะอ้านดูดีด้วยชุดขาวๆ เดินทางมาเข้าวัดกันอย่างมากมาย   
 
 
      เมื่อตัวลูกได้สังเกตเห็นเช่นนั้น!!!... ด้วยความรู้สึกสงสัยใคร่รู้...บวกกับตัวลูกเองก็มีข้อมูลที่เคยได้ยินได้ฟังมาว่า... “ อดีตพระราชา (ที่เคยปกครองแคว้นที่ตัวลูกอาศัยอยู่ในยุคนั้น) ได้ทรงสละราชสมบัติทั้งหมดเสด็จออกผนวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองหลวง ”  ด้วยเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี้เอง...จึงทำให้ตัวลูกได้ลองเดินเข้าไปดูภายในวัดแห่งนั้น
 

     หลังจากที่ตัวลูก ได้เดินเข้าไปดูภายในวัดแห่งนั้นแล้ว ตัวลูกก็เกิดความรู้สึกประทับใจกับบรรยากาศภายในวัด ที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นและเงียบสงบเป็นอย่างมาก และเมื่อตัวลูกได้เดินต่อไปจนถึงที่ศาลา...ตัวลูกก็ได้เห็นสาธุชนจำนวนมากกำลังนั่งฟังธรรมกับพระเถระ (อดีตพระราชาองค์ที่ออกบวชในยุคนั้น) อยู่ เมื่อตัวลูกเห็นเช่นนั้น ตัวลูกจึงได้เข้าไปนั่งฟังธรรมร่วมกับสาธุชนทั้งหลายด้วย
 

       พอตัวลูกได้ฟังธรรมจากพระเถระ (อดีตพระราชาองค์ที่ออกบวชในยุคนั้น) แล้ว ตัวลูกก็เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น...เรื่องกฎแห่งกรรม  เรื่องบุญบาป  หรือเรื่องนรกสวรรค์  เป็นต้น   
 
     อีกทั้ง...ตัวลูกยังรู้สึกชอบและสนุกกับการฟังธรรมเป็นอย่างมาก จนทำให้ตัวลูกลืมความทุกข์และความชอกช้ำใจไปจนหมดสิ้น!!!...
 

      และยิ่งตัวลูกได้มีโอกาสนั่งสมาธิ...พร้อมกับน้อมนำใจไปตามเสียงของพระเถระ (ในยุคนั้น) ด้วยแล้ว ตัวลูกก็สามารถเข้าไปถึงความสว่างภายใน...ที่มาพร้อมกับความสุขใจแบบที่ตัวลูกไม่เคยได้สัมผัสที่ไหนมาก่อนเลยในชีวิต คือเป็นความสุขที่เกิดจากใจบริสุทธิ์และไม่มีความทุกข์เจือปนเลยแม้แต่นิดเดียว
 
     เมื่อเป็นเช่นนี้...จึงทำให้ตัวลูกรู้สึกประทับใจกับการเดินทางมาที่วัดแห่งนี้อย่างสุดๆ   อีกทั้ง...ตัวลูกยังเกิดความรู้สึกอยากที่จะออกบวชขึ้นมาภายในใจอีกด้วย
 

      แต่ด้วยความที่ ณ ตอนนั้น...ตัวลูกมีภาระหน้าที่ที่ต้องช่วยงานของที่บ้านอยู่ อีกทั้ง...ตัวลูกเองก็ยังไม่ได้ขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ของลูกเลย ด้วยเหตุนี้เอง...จึงทำให้ตัวลูกต้องเดินทางกลับไปยังหัวเมืองที่ตัวลูกอาศัยอยู่ก่อน!!!...

     ถึงแม้ว่าตัวลูกจะเดินทางกลับมาถึงหัวเมืองที่ตัวลูกอาศัยอยู่แล้วก็ตาม แต่ตัวลูกก็ยังคงตั้งใจนั่งสมาธิอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ อีกทั้ง...ตัวลูกยังได้ตั้งใจช่วยคุณพ่อคุณแม่ขายของอยู่ที่หัวเมืองแห่งนั้นเป็นอย่างดีอีกด้วย
 

      จวบจนกระทั่งเมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปได้สักระยะหนึ่ง ตัวลูกก็ได้ตัดสินใจขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ออกบวช ซึ่งท่านทั้งสองก็ได้อนุมัติและอนุโมทนากับการออกบวชของตัวลูก!!!...  
    
      หลังจากที่ตัวลูกได้ออกบวชแล้ว ตัวลูกก็ได้ตั้งใจฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะเป็นพระแท้ ควบคู่ไปกับการนั่งสมาธิและช่วยงานเผยแผ่ธรรมะของหมู่คณะ (ในยุคนั้น) อย่างเต็มที่เต็มกำลัง ซึ่งตัวลูก (ในภพชาตินั้น) ก็ถือได้ว่าเป็นกำลังสำคัญในการช่วยงานเผยแผ่ธรรมะของหมู่คณะเลยทีเดียว
    

       สำหรับผลการปฏิบัติธรรมของตัวลูกในภพชาตินั้น ตัวลูกก็มีผลการปฏิบัติธรรมที่ดี คือ...สามารถหยุดใจจนเข้าถึงพระธรรมกายภายในที่ชัดใสสว่างได้!!!...
  
      เมื่อตัวลูกหมดอายุขัยและละจากโลกไปแล้ว ตัวลูกก็ได้เดินทางกลับไปสู่ดุสิตบุรีวงบุญพิเศษเขตบรมโพธิสัตว์...ได้อย่างสมภาคภูมิแห่งนักรบกล้ากองทัพธรรม!!!...
 
 

      แม้ว่าในภพชาติดังกล่าว...ตัวลูกจะได้เข้าถึงพระธรรมกายภายในและตั้งใจบวชไปจนตลอดชีวิตก็ตามแต่ถึงกระนั้น...การกระทำที่ตัวลูกได้เคยแอบไปมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับสาวๆ หลายๆ คนเอาไว้...มันก็ได้ถูกเซ็ตเป็นผังสำเร็จและกลายเป็นวิบากกรรมที่ติดตามตัวลูกนับตั้งแต่ภพชาตินั้นเป็นต้นมา
    
       จวบจนกระทั่งมาถึงในภพชาติปัจจุบันนี้...เมื่อวิบากกรรมกาเมฯ ดังกล่าวได้ช่องตามมาส่งผล จึงเป็นเหตุทำให้...ตัวลูกต้องมาเกิดเป็นผู้หญิงเหมือนอย่างที่เป็นอยู่นี้นั่นเอง!!!...

      คำถามข้อที่ 4.  ในพุทธันดรที่ผ่านมา...ลูกสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร และมีหน้าที่อะไรในกองทัพธรรมคะ
 

     คำตอบ...สำหรับเรื่องราวการสร้างบารมีของตัวลูกในพุทธันดรที่ผ่านมานั้น ตัวลูกก็ได้เกิดมาสร้างบารมีร่วมกับมหาปูชนียาจารย์และหมู่คณะด้วยเหมือนกัน เรื่องก็มีอยู่ว่า...

      ย้อนไปในพุทธันดรที่ผ่านมา...ตัวลูกได้เกิดเป็น “ กุลธิดาสุดสวยผู้รักในการแสวงหาคำตอบของชีวิต ” อยู่ในครอบครัวที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม...ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับเมืองหลวงของแคว้นพระราชา (องค์ที่จะออกบวช)
 
 
      โดยอัธยาศัยของตัวลูก (ในพุทธันดรที่ผ่านมา) ตัวลูกจะเป็นคนที่ขยันขันแข็ง...ชอบช่วยเหลือการงานต่างๆ ภายในบ้านเป็นอย่างดี อีกทั้ง...ตัวลูกยังเป็นเด็กสาวที่เฉลียวฉลาด น่ารักนิสัยดี เรียบร้อยและช่างพูดช่างเจรจาอีกด้วย และด้วยอุปนิสัยที่ดีงามดังกล่าวนี้เอง...จึงทำให้ตัวลูกกลายเป็นที่รักของเพื่อนๆ และทุกคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก
 
      นอกจากนี้...ตัวลูกยังมีความสนใจในเรื่องของธรรมะ และชอบแสวงหาคำตอบของชีวิตว่า...คนเราเกิดมาทำไม  อะไรคือเป้าหมายของชีวิต  แล้วชีวิตหลังความตายมีจริงหรือไม่  และถ้าหากมีจริง...คนเราตายแล้วจะไปไหน  เป็นต้น
 

      และด้วยความสงสัยใคร่รู้ดังกล่าวนี่เอง ตัวลูกจึงชอบที่จะไปหาหนังสือ...หรือตำรับตำราที่เกี่ยวกับชีวิตหลังความตายมาอ่านอยู่เสมอๆ แต่ถึงกระนั้น!!!...ตัวลูกก็ยังไม่ค่อยจะได้คำตอบที่ชัดเจนแจ่มแจ้งหรือที่โช๊ะ!!!...โดนใจ จากตำรับตำราเหล่านั้นเลย   เรียกได้ว่า...ตำรับตำราเหล่านั้นยังไม่สามารถที่จะทลายกำแพงแห่งความสงสัยใคร่รู้ในเรื่องราวความจริงของชีวิต ที่มีอยู่ภายในใจของตัวลูกได้เลยนั่นเอง
 

      นอกจากตัวลูกจะฝักใฝ่และสนใจในเรื่องของธรรมะแล้ว ตัวลูกยังมีความใฝ่ฝันอยากที่จะเป็นทหารหญิงของพระราชา (องค์ที่จะออกบวช) อีกด้วย!!!  ที่ตัวลูกมีความใฝ่ฝันเช่นนี้ทั้งนี้ก็เป็นเพราะตัวลูกชอบฟังเรื่องราวต่างๆ รวมถึงกิตติศัพท์อันงดงามของพระราชา (ผู้เป็นที่รักยิ่งของมหาชนทั้งหลาย) จากผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัวลูกเสมอๆ  และเมื่อตัวลูกได้ยินได้ฟังเรื่องราวอันงดงามของพระองค์มากเข้า...มากเข้า ตัวลูกก็เลยเกิดแรงบันดาลใจอยากที่จะเป็นทหารหญิงของพระองค์นั่นเอง
 
      และเมื่อตัวลูกเติบใหญ่ขึ้น...ตัวลูกก็ได้ขออนุญาตบิดามารดาไปสมัครเป็นทหารหญิงของพระราชาตามที่ตัวลูกตั้งใจเอาไว้ ซึ่งท่านทั้งสองก็ได้อนุมัติและอนุญาตให้ตัวลูกได้ทำความฝันนั้นให้เป็นจริง!!!  ตัวลูกจึงเข้าสมัครทหารรับการฝึกจนผ่านเกณฑ์ ได้รับเข้าเป็นทหารหญิงในที่สุด
 
 
      ในเวลาต่อมา...เมื่อตัวลูกได้เป็นทหารหญิงสมดังที่ตั้งใจเอาไว้แล้ว ตัวลูกก็ได้รับมอบหมายจากส่วนกลาง...ให้ทำหน้าที่ประสานงาน  รวบรวมข้อมูลข่าวสาร  และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น...กับหน่วยงานทหารที่อยู่ตามหัวเมืองต่างๆ ภายในแคว้นของพระราชา (องค์ที่จะออกบวช) มาให้ทางส่วนกลางได้รับทราบ   และด้วยภารกิจหน้าที่ดังกล่าวนี้เอง...จึงทำให้ตัวลูก (ในพุทธันดรที่ผ่านมา) จำเป็นต้องเดินทางไปตามหัวเมืองต่างๆ อยู่เป็นประจำ      
 
      แม้ว่าตัวลูกจะได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารหญิงของพระราชาสมดังที่ตัวลูกได้ตั้งใจเอาไว้แล้วก็ตาม!!!   แต่ภายในใจลึกๆ ของตัวลูกกลับยังรู้สึกว่า ชีวิตของลูกมันขาดอะไรไปบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ...ใจของตัวลูกยังวนเวียนอยู่กับคำถามที่ว่า...คนเราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต  แล้วชีวิตหลังความตายมีจริงหรือไม่  และถ้าหากมีจริง...คนเราตายแล้วจะไปไหน  เป็นต้น  ซึ่งตัวลูกก็ได้แสวงหาคำตอบนี้...ควบคู่ไปกับการปฏิบัติภารกิจหน้าที่การงานของตัวลูกอยู่เสมอ
 
 
       และในระหว่างที่ตัวลูกกำลังค้นหาคำตอบดังกล่าวนี่เอง!!! ตัวลูกก็ได้ไปพบรักกับนายทหารหนุ่มท่านหนึ่ง ที่มีอัธยาศัยดี  ไม่เที่ยวเตร่และไม่เจ้าชู้เลย ซึ่งตัวลูกกับตัวเขาก็รักกันมาก

      แม้ว่าตัวลูกกับนายทหารหนุ่มท่านนั้น จะเป็นคู่รักที่รักกันมากแค่ไหนก็ตาม แต่ความรักดังกล่าวนั้น...มันก็ยังไม่ใช่คำตอบของการเกิดมาเป็นมนุษย์ และยังไม่ใช่เป้าหมายของชีวิตที่ตัวลูกกำลังแสวงหาอยู่เลย!!!
 

     จนกระทั่งในเวลาต่อมา ก็ได้เกิดมหาสงครามขึ้นระหว่างแคว้นของพระราชา (องค์ที่จะออกบวช) กับแคว้นกันชนฝั่งทิศใต้ (หรือแคว้นของพระราชาผู้เกะกะเกเร) ซึ่ง ณ ช่วงภาวะสงครามนี้...นายทหารหนุ่ม (หรือคู่รักของตัวลูกในพุทธันดรที่ผ่านมา) ก็ได้ไปร่วมออกรบกับกองทัพของพระราชาด้วย
 
      ส่วนตัวลูกเอง...ก็ได้รับมอบหมายจากส่วนกลางให้มาประจำการอยู่ภายในตัวเมืองหลวง เพื่อคอยช่วยประสานงานกับนายทหารตามหน่วยงานต่างๆ อีกทั้ง...ตัวลูกยังต้องคอยทำหน้าที่รับสมัครทหารกองหนุน...ที่จะไปเป็นกำลังเสริมให้กับทางกองทัพอีกด้วย
 

      และในช่วงระหว่างที่ตัวลูกกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในตัวเมืองหลวงนั้น ด้วยความรักและเป็นห่วงนายทหารหนุ่มคู่รักของตัวลูก ตัวลูกจึงได้คอยสืบข่าวจากทางกองทัพอยู่ตลอดเวลาว่า...ณ ตอนนี้...คู่รักของลูกเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้างหรือ...เขาได้รับบาดเจ็บจากการออกรบบ้างไหม  เป็นต้น  

      ซึ่งทุกครั้งที่มีข่าวการสูญเสียไพร่พลและกำลังทหาร ตัวลูกก็จะรู้สึกกระวนกระวายและเป็นทุกข์ใจอย่างมากมาย ยิ่งตัวลูกได้เห็นผู้คนต่างๆ ที่ตัวลูกรู้จักคุ้นเคย...ต้องล้มหายตายจากไปในระหว่างการรบ!!!   ตัวลูกก็ยิ่งรู้สึกหดหู่และเสียใจเป็นอย่างมาก และจากเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงมหาสงครามนี้เอง จึงทำให้ตัวลูกได้คิดสอนตนเองขึ้นมาว่า...สักวันหนึ่ง ตัวลูกเองก็คงจะต้องพลัดพรากจากคน  สัตว์  และสิ่งของที่ตัวลูกรักไปอย่างแน่นอน!!!   
 

      ในเวลาต่อมา...เมื่อมหาสงครามระหว่างแคว้นของพระราชา (องค์ที่จะออกบวช) กับแคว้นกันชนฝั่งทิศใต้ (หรือแคว้นของพระราชาผู้เกะกะเกเร) ได้ยุติลง นายทหารหนุ่มคู่รักของลูกก็ได้กลับมาพบกับตัวลูกอย่างปลอดภัย ทันทีที่ตัวลูก (ในพุทธันดรที่ผ่านมา) ได้พบกับเขา...ตัวลูกก็เกิดความรู้สึกที่โล่งใจขึ้นมาในทันที  
 
       แต่ถึงกระนั้น!!!...ภาพแห่งการพลัดพรากและบาดเจ็บล้มตายของผู้คนจำนวนมากในช่วงสงคราม...ก็ยังคงฝังแน่นและค้างคาอยู่ภายในใจตัวลูกตลอดเวลา ซึ่งเป็นผลทำให้...ตัวลูกรู้สึกทุกข์ใจทุกครั้งที่หวนไปนึกถึงภาพต่างๆ เหล่านั้น
 
 
      จวบจนกระทั่ง...เมื่อพระราชา (ผู้เป็นที่รักยิ่งของมหาชนทั้งหลาย) ได้เสด็จออกผนวช!!!   ตัวลูก (ในพุทธันดรที่ผ่านมา) ก็อยากที่จะไปกราบและไปฟังธรรมกับพระเถระ (อดีตพระราชาองค์ที่ออกบวช) เป็นอย่างมาก แต่ด้วยภารกิจที่มีอยู่มากมายจึงทำให้ตัวลูกไม่สามารถที่จะเดินทางไปทำบุญหรือไปฟังธรรมได้เลย
 
      ต่อมา...เมื่อตัวลูกว่างเว้นจากภารกิจหน้าที่การงานในเมืองหลวงแล้ว ตัวลูกก็ไม่รอช้าได้เดินทางไปสั่งสมบุญกับพระเถระในทันที!!!
 

      และเมื่อตัวลูกได้มีโอกาสฟังธรรมที่พระเถระได้เมตตานำมาแสดงแล้ว ไม่ว่าจะเป็น...เรื่องเป้าหมายที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์,  เรื่องกฎแห่งกรรม  หรือ...เรื่องภพภูมิ  นรก-สวรรค์ เป็นต้น ตัวลูกก็เกิดความรู้สึกที่ประทับใจอย่างสุดๆ   
 
    ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ..ทุกเรื่องทุกหัวข้อเทศน์ที่พระเถระได้เมตตานำมาแสดงและถ่ายทอดนั้น...ล้วนเป็นเรื่องที่ตัวลูกแสวงหาและสงสัยใคร่รู้มาตั้งแต่ยังเยาว์วั อีกทั้ง...พระเถระยังเทศน์สอนและถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ให้เข้าใจได้อย่างง่ายๆ เห็นภาพชัดเจน  และมีเหตุมีผล...ชนิดที่โดนใจและถูกใจตัวลูกแบบสุดๆ  ซึ่งเป็นผลทำให้...ตัวลูกหายสงสัยและเกิดแรงบันดาลใจอยากที่จะมาเข้าวัดเพื่อฟังธรรมอีกบ่อยๆ   
 
 
      และยิ่งตัวลูกได้มีโอกาสนั่งสมาธิพร้อมกับสาธุชนผู้มีบุญ...ตามเสียงของพระเถระ (อดีตพระราชาองค์ที่ออกบวช) ด้วยแล้ว แค่เพียงไม่นาน...ใจของลูกก็สามารถหยุดนิ่งจนเข้าถึงดวงธรรมภายในที่มาพร้อมกับความสุขและความสว่างอย่างไม่มีประมาณ ซึ่ง ณ เวลานี้...ตัวลูกรู้สึกมีความสุข อิ่มอกอิ่มใจ  และเบิกบานใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต!!!
 
      เมื่อตัวลูกได้สัมผัสกับความสุขจากการประพฤติปฏิบัติธรรมเช่นนี้ตัวลูกจึงทราบเหตุผลด้วยตัวของลูกเองในทันทีว่า...ทำไมพระราชา (ผู้เพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง) จึงได้ตัดสินพระทัยสละราชสมบัติอันยิ่งใหญ่เสด็จออกผนวช!!! ไม่เพียงแค่นั้น...การแสวงหาเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตที่ตัวลูกค้นหามาโดยตลอด...ยังได้มาถึงจุดสิ้นสุดลงที่การฟังธรรมและการปฏิบัติธรรมกับพระเถระอีกด้วย!!!  และนี่แหละ!!!  คือ...สิ่งที่ตัวลูกต้องการและโหยหามาตลอด
 

      และนับจากนั้นเป็นต้นมา...ตัวลูกก็ได้หันมาเข้าวัด เพื่อสั่งสมบุญ ฟังธรรมและปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะการปฏิบัติธรรมนั้น ตัวลูกจะชอบมากและทำแบบไม่ขาดเลยแม้แต่เพียงวันเดียว อีกทั้ง...ใจของลูกยังจดจ่ออยู่กับธรรมะภายในตลอดเวลาอีกด้วย
 
    ต่อมา...เมื่อตัวลูกได้มีโอกาสฟังธรรมมากเข้า...มากเข้า  ตัวลูกจึงทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง!!!...ที่ทำให้มนุษย์เราต้องเกิดมาเป็นชายเป็นหญิง ซึ่งเกิดจากการผิดศีลข้อ 3 หรือผิดศีลกาเมฯ นั่นเอง และเมื่อตัวลูกได้ทราบความจริงแท้ของชีวิตเช่นนั้น...ตัวลูกจึงเกิดความรู้สึกอยากที่จะออกบวชและเบื่อหน่ายในเรื่องของความรักเป็นอย่างมาก ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ...แม้ว่าตัวลูกจะมีคู่รักที่ดีแสนดีแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าหากต้องแต่งงานกันไป...มันก็ต้องมีห่วงกังวลต่างๆ นานาอยู่ดี
 
 
      และไม่ว่าตัวลูกกับคู่รัก (หรือนายทหารหนุ่มท่านนั้น) จะรักกันสักแค่ไหนก็ตาม สักวันหนึ่ง...ไม่ตัวลูกหรือตัวเขาก็ต้องจากกันไปอยู่ดี   
 
     ดังนั้น...เมื่อตัวลูกคิดสอนตัวเองได้เช่นนี้ ตัวลูกจึงได้ตัดสินใจบอกเลิกเป็นแฟนกับคนรัก...พร้อมกับหันหน้าเข้าวัดประพฤติพรหมจรรย์ โดยมาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครช่วยงานพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายในทันที!!!...ซึ่งตัวลูกก็ได้ตั้งใจทำหน้าที่ช่วยงานเผยแผ่ของหมู่คณะไปตามหัวเมืองต่างๆ ควบคู่ไปกับการประพฤติปฏิบัติธรรมได้เป็นอย่างดี
 

     ไม่เพียงแค่นั้น... ด้วยความทุ่มเทเอาใจใส่และจดจ่ออยู่กับภารกิจหน้าที่งานบุญนี่เอง  จึงทำให้...ไม่ว่าหมู่คณะจะมอบหมายภารกิจหน้าที่อะไรให้กับตัวลูกก็ตาม ตัวลูกก็จะสามารถทำให้สำเร็จลุล่วงได้เป็นอย่างดีอยู่เสมอๆ เมื่อเป็นเช่นนี้...ตัวลูกจึงกลายเป็นที่รักของหมู่คณะเป็นอย่างมาก
 
       นอกจากนี้...ตัวลูกยังชอบที่จะถ่ายทอดและตอบปัญหาธรรมะให้แก่สาธุชน...ที่เดินทางมาสั่งสมบุญที่วัดของพระเถระอยู่เป็นประจำอีกด้วย ซึ่งตัวลูกเองก็มีความสุขกับการทำหน้าที่ช่วยงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายอย่างสุดๆ  

      และทุกครั้งที่สั่งสมบุญ...ตัวลูกก็จะชอบอธิษฐานจิตอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอว่า...ในภพชาติต่อๆ ไป  ขอให้ตัวลูกได้เกิดเป็นชายและได้ออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ และที่สำคัญที่สุดก็คือ...ขอให้ตัวลูกอย่าได้มีความรักแบบชายหญิงเลย!!!  
 
 
      สำหรับผลการปฏิบัติธรรมของตัวลูก (ในพุทธันดรที่ผ่านมานั้น)  ในช่วงบั้นปลายของชีวิต...ตัวลูกก็มีผลการปฏิบัติธรรมที่ดี  คือ...สามารถหยุดใจจนเข้าถึงพระธรรมกายภายในที่ชัดใสสว่างได้!!!...
 
      เมื่อตัวลูกหมดอายุขัยและละจากโลกไปแล้ว ตัวลูกก็ได้เดินทางกลับไปสู่ดุสิตบุรีวงบุญพิเศษเขตบรมโพธิสัตว์...ได้อย่างสมภาคภูมิแห่งนักรบกล้ากองทัพธรรม!!!...
 
      แม้ว่า...ตัวลูกจะตั้งใจสั่งสมบุญสร้างบารมีและอธิษฐานจิตอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอว่า...ในภพชาติต่อๆ ไป  ขอให้ตัวลูกได้เกิดเป็นชายและได้ออกบวชประพฤติพรหมจรรย์แล้วก็ตาม แต่ด้วยวิบากกรรมกาเมฯ ที่ตัวลูกได้เคยแอบไปมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับสาวๆ หลายๆ คนเอาไว้ในหลายๆ ภพชาติก่อนๆ ซึ่งยังคงมีกำลังแรงอยู่ จึงส่งผลทำให้ในภพชาติปัจจุบันนี้...ตัวลูกต้องมาเกิดเป็นผู้หญิงเหมือนอย่างที่เป็นอยู่นี้นั่นเอง 
 
 
      จากเรื่องราว Case Study ที่เราได้ศึกษาเรียนรู้กันมานี้...ก็สอนให้เราได้รู้ว่า... “ ทุกๆ ชีวิตล้วนตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมซึ่งเป็นกฎสากลที่มวลมนุษยชาติทุกคนบนโลกใบนี้จะต้องเจอทั้งสิ้น!!! เพราะฉะนั้น...เราจึงจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องศึกษาเรียนรู้เรื่องกฎแห่งกรรมให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเพราะมันเกี่ยวกับตัวเราเอง เพื่อที่เราจะได้ดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องและดีงามด้วยความไม่ประมาท  จะได้ปิดอบาย  ไปสวรรค์  และมีความสุขในปัจจุบัน   อีกทั้ง...ยังดับทุกข์ได้อีกด้วย ซึ่งความรู้นี้มีสอนเฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น!!!...
 
       ดังนั้น...เราจะต้องตั้งใจสั่งสมบุญสร้างบารมี ประพฤติดีปฏิบัติชอบตามหลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เช่น...ทำทาน รักษาศีล และเจริญสมาธิภาวนา เป็นต้น ซึ่งถ้าหากเราทำได้เช่นนี้...ชีวิตการสร้างบารมีของเราจะได้อยู่รอดปลอดภัย   และมีชัยชนะในเส้นทางการสร้างบารมีไปตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม ”

      สำหรับเรื่องราว Case Study ของ คุณแม่ชื้น ก็คงจะต้องจบลงพอสังเขปเพียงเท่านี้ เอวํ ก็มีด้วยประการละฉะนี้ 


กรณีศึกษากฎแห่งกรรมจากชีวิตจริง (Case study in real life)

บุคคลที่ปรากฏในเรื่องราวต่อไปนี้ มีตัวตนจริงในปัจจุบัน ประสบชะตากรรมขึ้นลงตามกระแสของวัฏฏะและกฎแห่งกรรม (ชมตัวอย่างบทสัมภาษณ์จากรายการชีวิตในสังสารวัฏ) ผู้อ่าน-ผู้ชมก็อย่าเพิ่งเชื่อหรือปฏิเสธในทันที ควรศึกษาหลักธรรมในพระพุทธศาสนา แล้วค่อยนำไปเป็นอุทธาหรณ์ในการดำเนินชีวิตต่อไป

"วิชชาธรรมกาย" เป็นความรู้ดั้งเดิมในพระพุทธศาสนา เมื่อปฏิบัติแล้วสามารถไปรู้ไปเห็นเรื่องราวกฎแห่งกรรม การเวียนว่ายในภพภูมิต่างๆ ตรงตามพระธรรมคำสอนในพระไตรปิฎก วิชชาธรรมกายจึงเป็นหลักฐานยืนยันการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทันสมัยตลอดกาล (อกาลิโก)



พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      Case Study โรคปอดติดเชื้อ (คุณพ่อกิตติ)
      Case Study โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (คุณพ่อวิศิษฎ์)
      Case Study โรคมะเร็งท่อไต (โยมแม่นุชชดา)
      ราชองครักษ์ชาตินักรบ ตอนที่ 16 (ตอนจบ)
      Case Study วิบากกรรมใดทำให้ไปเป็นสัมภะเวสี (คุณพ่อหัน)
      วิบากกรรม "คนหาปลา" ตอนจบ
      Case Study โรคมะเร็งลำไส้ (อุบาสกปองสิชฌ์) ตอนที่ 2 (ตอนจบ)
      Case Study โรคมะเร็งลำไส้ (อุบาสกปองสิชฌ์) ตอนที่ 1
      Case Study โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (พระจุมพล)
      วิบากกรรมน้ำท่วมปอด (คุณแม่พยอม)
      Case Study โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (โยมพ่อเกษมศักดิ์) ตอนที่ 3 (ตอนจบ)
      Case Study โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (โยมพ่อเกษมศักดิ์) ตอนที่ 2