
วิธีเป็นตัวของตัวเอง
.....เวลาที่เราต้องตามใจคนอื่นมากๆ เรามักบ่นว่า “ ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเลย ”
มนุษย์ทั่วไปต้องการความเป็นตัวของตัวเอง ปรารถนาทำอะไรก็ได้ดังใจปรารถนา ไม่อยากให้ใคร
มาบังคับบัญชาเจ้ากี้เจ้าการชีวิต อยากเป็นอิสระ ไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องห่วงใคร ไม่ต้องแคร์
สายตาใคร ฯลฯ …แต่ทราบไหมว่า ในความเป็นจริงแล้ว เพียงเท่านี้ยังไม่ได้ชื่อว่า
มี “ความเป็นตัวของตัวเอง” อย่างแท้จริง
.....หากเราได้ศึกษาพระพุทธศาสนาจะทราบว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเรื่อง
อุปกิเลส ที่ร้อยรัดดวงใจของเรานานัปการ และเจ้า “ กิเลส ” ตัวนี้เอง ที่ทำให้เราต้องเป็นบ่าวเป็นทาส
ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ หากทำให้ดวงใจดวงนี้ให้บริสุทธิ์ผ่องใส ปราศจากกิเลสได้แล้วละก็
จึงจะเรียกว่าเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง เพราะจะทำให้เราสามารถบังคับบัญชาตัวเราได้
หูเราจะมีอานุภาพ ตาเราจะมีอานุภาพ ใจเราจะมีอานุภาพ หรือที่เรียกว่า มีฤทธิ์ทางใจ
ไปไหนต่อไหนได้ดังใจปรารถนา ดังมีตัวอย่างมาแล้วในอดีตกาล
.....ดังนั้น การเป็นอิสระจากกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวงจึงเป็นสิ่งสุดยอดแห่งความปรารถนาของ
ผู้รู้ ของบัณฑิต นักปราชญ์ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากเราอยากเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง
เราควรหมั่นสร้างความดีมาชำระกาย วาจาใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ ด้วย ทาน ศีล ภาวนา
ให้เป็นกิจสำคัญของชีวิตที่พึงกระทำ เพราะคนเราตายไปแล้วเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ นอกจากบุญ
กับบาป หากใจเราสั่งสมแต่กิเลสความขุ่นมัวของใจ ก็จะทำให้เราต้องรับโทษทัณฑ์ตามกฏแห่งกรรม
ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นไปกว่าเดิม แล้วเราจะโทษใครได้ ว่าเป็นเพราะคนอื่น
ที่ทำให้เราไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วเราคนเดียวเท่านั้นในโลกนี้ที่สามารถ“ลิขิต”
ชีวิตตนเองได้
....รู้อย่างนี้แล้ว มาเถิด ตัวของเราเองอย่าปล่อยให้ใครเข้ามาบังคับบัญชา แม้ตอนนี้เรายังทำ
ไม่ได้มากเท่าพระอรหันต์ก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยต้องหมั่นฝึกใจอย่าได้ประมาท น้ำหยดที่ละหยาด
ยังเต็มได้ ฉันใด เมื่อเราเป็นคนก็ต้องหมั่นฝึกฝนอบรมตนเอง อย่ายอมแพ้ต่ออำนาจกิเลสที่รุมเร้า
การชำระจิตให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ ด้วยการเจริญสมาธิภาวนา จึงเป็นวิธีการที่ถูกต้องของการ
เป็นตัวของตัวเองที่แท้จริง เพราะจะทำให้ใจมีพลัง รู้จักยับยั้งชั่งใจจากสิ่งเย้ายวนทั้งหลายได้มากขึ้น
…มาค้นหาความเป็นตัวของตัวเองกันเถอะครับ !
ม้าอาชาไนย












