Jump to content


Photo
* * * * * 3 votes

เชิญสนทนาว่าด้วยเรื่อง "มหากัป"


  • You cannot start a new topic
  • Please log in to reply
36 replies to this topic

#1 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 02 May 2008 - 06:53 PM

สืบเนื่องจากกระทู้ 20 อสงไขย กับอีก 100,000 มหากัป

http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=15886&hl=

มีการสนทนา และการคำนวณระยะเวลา ๑ มหากัป ออกมาเป็นจำนวนปีของมนุษย์


ผมรู้สึกทึ่ง นะครับ

อย่างไรก็ตาม โดยความเห็นส่วนตัวของผมนั้น คิดว่า
แม้ ๑ มหากัป จะมีระยะเวลากี่ปีมนุษย์ ตามที่แต่ละท่าน ให้สูตรคำนวณมาดีแล้วนั้น
ผมคิดว่า
ระยะเวลาของแต่ละมหากัป นั้น สั้นยาว หรือ มีจำนวนปีมนุษย์ ไม่เท่ากันหรอกครับ

เหตุเพราะว่า สมมุติฐานการคำนวณนั้น มีหลายวิธี

ดังนั้นจึงไปหาพระสูตรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาอ่าน มาศึกษา

และเนื่องจาก มีหลายพระสูตร และเนื้อหาค่อนข้างมาก จึงอ่านพอสมควร
แล้วไปหา จักรวาลวิทยา ของ DOU มาอ่าน

เสริมกับข้อมูลในกระทู้เก่า ของ www.dmc.tv
จึงพอเข้าใจความหมาย มหากัป และและความสัมพันธ์กันของ แต่ละมหากัป
ว่า ยาวนาน เท่ากัน ในทุก ๆ มหากัป หรือ ไม่
ถ้าไม่เท่ากัน เพราะอะไร

มาพอตั้งกระทู้ เปิดประเด็นสนทนา ได้ครับ


ป.ล. อ้างอิงพระสูตรและกระทู้เกี่ยวข้อง เช่น

อัคคัญญสูตร ฑีฆนิกาย ปาฏิกาวรรค , มก. เล่ม ๑๕ ข้อ ๕๑ - ๗๒ หน้า ๑๔๕ –๑๖๕

พรหมชาลสูตร พระไตรปิฏก เล่มที่ ๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

จักกวัตติสูตร ฑีฆนิกาย ปาฏิกาวรรค , มก. เล่ม ๑๕ ข้อ ๓๓ - ๕o หน้า ๙๙ - ๑๒๓

กัปปสูตร อังคุตตรนิกาย จตุกนิบาต มก. เล่ม ๓๕ ข้อ ๑๕๖ หน้า ๓๗๑ - ๓๗๒

สาสปสูตร สังยุตตรนิกาย นิทานวรรค , มก. เล่ม ๒๖ ข้อ ๔๓๒ หน้า ๕๑๕ - ๕๑๖

ปัพพตสูตร สังยุตตรนิกาย นิทานวรรค , มก. เล่ม ๒๖ ข้อ ๔๓o หน้า ๕๑๔

ความหมาย ของ อสงไขย , กัป , มหากัป
http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=7848&hl=

คำว่า กัป กับคำว่า มหากัป อย่างเดียวกันหรือไม่
http://www.dmc.tv/fo...wtopic=5717&hl=

=QUIZ= เรื่องพุทธวงศ์ในกัปปัจจุบัน
http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=7680&hl=

พระพุทธเจ้าต้นกัลป์และปลายกัลป์
http://www.dmc.tv/fo...wtopic=3442&hl=

ผมปรารถนาอยากพบพระพุทธเจ้าอีก, ผมจะต้องอยู่ในโลกใบนี้อีกนานเท่าใดครับ
http://www.dmc.tv/fo...wtopic=4920&hl=

อสงไขยสุญกัลป์, สร้างบารมีอย่างไร
http://www.dmc.tv/fo...wtopic=5850&hl=

ที่สุดแห่งธรรมกับพระศรีอารย์
http://www.dmc.tv/fo...wtopic=8349&hl=

และหนังสือ GL 101 จักวาลวิทยา ของ DOU

Attached Files



#2 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 02 May 2008 - 07:12 PM

จากกระทู้ 20 อสงไขย กับอีก 100 000 มหากัป http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=15886&hl

เริ่มมีการคำนวณระยะเวลายาวนาน ของ ๑ มหากัป ออกมาเป็นจำนวนปีมนุษย์

ด้วยสูตรคำนวณและจำนวนตัวเลข ที่แต่ละท่าน นำมาเสนอนั้น

สูตรที่ พี่ tnawut คคห. 15 : มหากัปป ก็ประมาณ 256 ( 2 x 10E279) ปี

และคุณ Bruce Wayne คคห.17 : 1 มหากัปน่าจะเป็น =256x2x100x(10^140) ปี

และ คุณ DJ96.25PM2-3 คคห. 23 : หนึ่งมหากัป = 512[100{(10e140)-10}] ปี
หรือ = 5.12(10e144)-5120

ผมคิดว่า ถ้าใช้สมมุติฐาน อ้างอิง กฎ 100 ปี อายุมนุษย์จะลดลง 1 ป
ในช่วงกัปไขลง และเพิ่มขึ้น ในช่วงกัปไขขึ้น

มาคำนวณตัวเลขของ ๑ มหากัป ออกมาเป็นจำนวนปีมนุษย์
ก็พอที่จะยอมรับและเข้าใจ ตรงตามกันได้ นะครับ

ส่วนประเด็นในกระทู้นี้ คือ

แล้วแต่ละมหากัป มีระยะเวลาเท่ากัน ทุก ๆ มหากัป หรือไม่ ?

เพราะถ้า ๑ มหากัป มีระยะเวลาเท่ากัน ทุก ๆ มหากัป
แบบนี้อาจคำนวณตัวเลข จำนวนปี ของระยะเวลาการสั่งสมบารมีของพระบรมโพธิสัตว์

อุคฆฏิตัญญูโพธิสัตว์ บำเพ็ญบารมีเพื่อตรัสรู้เป็น พระปัญญาธิกพุทธเจ้า
ที่ทรงบำเพ็ญบารมียาวนาน ๒o อสงไขย + ๑oo,ooo มหากัป

วิปจิตัญญูโพธิสัตว์ บำเพ็ญบารมีเพื่อตรัสรู้เป็น พระสัทธาธิกพุทธเจ้า
ที่ทรงบำเพ็ญบารมียาวนาน ๔o อสงไขย + ๑oo,ooo มหากัป

ไนยโพธิสัตว์ บำเพ็ญบารมีเพื่อตรัสรู้เป็น พระวิริยาธิกพุทธเจ้า
ที่ทรงบำเพ็ญบารมียาวนาน ๘o อสงไขย + ๑oo,ooo มหากัป

ได้นะครับ
Attached File  Vesak_Day_Lord_Buddha_Day7.jpg   66.68KB   26 downloads


ตามความเข้าใจเบื้องต้นของผม คือ

แต่ละมหากัป มีระยะเวลา ไม่เท่ากัน ทุก ๆ มหากัป

เพราะสมมุติฐานการคำนวณนั้น มีหลายวิธี คือ

๑. อ้างอิง กฎ 100 ปี อายุมนุษย์จะลดลง 1 ป ในช่วงกัปไขลง และเพิ่มขึ้น ในช่วงกัปไขขึ้น

๒.อ้างอิงกฎที่ว่าด้วย
๒.๑ การทำกุศลกรรมบถ และอกุศลกรรมบถ ทำให้อายุมนุษย์ สั้น ยาว ต่างกัน
๒.๒ สูญกัปและอสูญกัป คือ
มหากัปที่มีการอุบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมหากัปที่ไม่มีการอุบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นี้ก็ส่งผลให้ แต่ละมหากัป สั้น ยาวไม่เท่ากัน

๒.๓ การพินาศของมหากัป ช้า เร็วต่างกัน
เพราะ ความรุนแรงของ ราคะ โทสะ ของมนุษย์ในแต่ละมหากัป ต่างกัน

เพราะฉะนั้น หากใช้ สมมุติฐานการคำนวณ ต่างกัน ก็ย่อม มีผลลัพธ์ จำนวนปีมนุษย์ ไม่เท่ากันไปด้วย

Attached File  Y5610800_2.jpg   24.98KB   25 downloads

งั้นมาขยายความต่อนะครับว่า
มีสาเหตุ อะไรบ้าง ที่ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน

เท่าที่ผมนึกออกตอนนี้ คือ

. การทำกุศลกรรมบถ และอกุศลกรรมบถ ทำให้อายุมนุษย์ สั้น ยาว ต่างกัน

๒ สูญกัปและอสูญกัป คือ
มหากัปที่มีการอุบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมหากัปที่ไม่มีการอุบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นี้ก็ส่งผลให้ แต่ละมหากัป สั้น ยาวไม่เท่ากันได้ ครับ

. การพินาศของมหากัป ช้า เร็วต่างกัน

เพราะ ความรุนแรงของ ราคะ โทสะ ของมนุษย์ในแต่ละมหากัป ต่างกัน
คือ
มหากัปใดที่พินาศด้วย ไฟบรรลัยกัลป์
เพราะแรงโทสะของมนุษย์ในมหากัปนั้น ๆ
ก็ควรใช้เวลา ตัวเลขนึง

มหากัปใดที่พินาศด้วย น้ำบรรลัยกัลป์
เพราะแรงราคะของมนุษย์ในมหากัปนั้น ๆ
ก็ควรใช้เวลา ตัวเลขนึง

มหากัปใดที่พินาศด้วย ลมบรรลัยกัลป์
เพราะแรงโมหะของมนุษย์ในมหากัปนั้น ๆ
ก็ควรใช้เวลา ตัวเลขนึง

#3 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 02 May 2008 - 07:37 PM

ลองมาช่วยกันวิเคราะห์ดูนะครับ

สาเหตุที่ ๑ ที่ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน

คือ การทำกุศลกรรมบถ และอกุศลกรรมบถ นั้น
ทำให้อายุมนุษย์ สั้น ยาว ต่างกัน

เรื่องนี้ควรศึกษาใน จักกวัตติสูตร ฑีฆนิกาย ปาฏิกาวรรค , มก. เล่ม ๑๕ ข้อ ๓๓ ๕o หน้า ๙๙ ๑๒๓

คัดลอกมาบางตอน

ว่าด้วยปาณาติบาตทำให้อายุเสื่อม

[๔๒]ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังพรรณนามานี้ ………

……… เมื่อศัสตราถึงความแพร่หลาย ปาณาติบาตก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมื่อ

ปาณาติบาตถึงความแพร่ หลาย มุสาวาทก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมื่อมุสาวาทถึงความแพร่หลาย

แม้อายุ ของสัตว์เหล่านั้นก็เสื่อมถอย แม้วรรณะก็เสื่อมถอย เมื่อพวกเขาเสื่อมถอยจาก อายุบ้าง

เสื่อมถอยจากวรรณบ้าง บุตรของมนุษย์ที่มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี ก็มีอายุถอยลง เหลือ ๔๐,๐๐๐ ปี …….

ว่าด้วยอกุศลกรรมบถทำให้อายุเสื่อม

[๔๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังพรรณนามานี้

เมื่อพระมหา กษัตริย์ไม่พระราชทานทรัพย์ให้แก่คนที่ไม่มีทรัพย์ ความขัดสนก็ได้ถึงความแพร่ หลาย

เมื่อความขัดสนถึงความแพร่หลาย อทินนาทานก็ได้ถึงความแพร่หลาย

เมื่ออทินนาทานถึงความแพร่หลายกาเมสุมิจฉาจารก็ได้ถึงความแพร่หลาย

เมื่อ กาเมสุมิจฉาจารถึงความแพร่หลาย

แม้อายุของสัตว์ เหล่านั้นก็เสื่อมถอย

แม้ วรรณะก็เสื่อมถอย เมื่อพวกเขาเสื่อมถอยจากอายุบ้าง เสื่อมถอยจากวรรณะบ้าง

บุตรของมนุษย์ที่มีอายุ ๑๐,๐๐๐ ปี ก็มีอายุถอยลงเหลือ ๕,๐๐๐ ปี ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ….. เมื่อมุสาวาทถึงความแพร่หลายปิสุณาวาจาก็ได้ถึงความแพร่หลาย

เมื่อปิสุณาวาจาถึงความแพร่หลาย กาเมสุมิจฉาจารก็ได้ถึงความ แพร่หลาย

เมื่อกาเมสุมิจฉาจารถึงความแพร่หลาย ธรรม ๒ ประการคือ

ผรุสวาจาและสัมผัปปลาปะก็ได้ถึงความแพร่หลาย

เมื่อธรรม ๒ ประการถึงความแพร่หลาย อภิชฌาและพยาบาทก็ได้ถึงความแพร่หลาย

เมื่ออภิชฌาและพยาบาทถึงความ แพร่หลาย มิจฉาทิฐิก็ได้ถึงความแพร่หลาย

gมื่อมิจฉาทิฐิถึงความแพร่หลาย ธรรม ๓ ประการคือ อธรรมราคะ วิสมโลภมิจฉาธรรม ก็ได้ถึงความแพร่หลาย

... เมื่อธรรม ๓ ประการถึงความแพร่หลาย ธรรมเหล่านี้

คือ ความไม่ปฏิบัติชอบใน มารดา ความไม่ปฏิบัติชอบในบิดา ความไม่ปฏิบัติชอบในสมณะ

ความไม่ปฏิบัติ ชอบในพราหมณ์ ความไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล ก็ได้ถึงความแพร่หลาย

....เมื่อธรรมเหล่านี้ถึงความแพร่หลาย แม้อายุของสัตว์เหล่านั้นก็เสื่อมถอย

แม้ วรรณะก็เสื่อมถอย

เมื่อสัตว์เหล่านั้นเสื่อมถอยจากอายุบ้าง เสื่อมถอยจากวรรณะ บ้าง

บุตรของมนุษย์ที่มีอายุ ๒๕๐ ปี ก็มีอายุถอยลงเหลือ ๑๐๐ ปี ….
Attached File  Y6175965_15.jpg   93.35KB   27 downloads


ว่าด้วยความเสื่อมของกุศลอกุศล

[๔๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักมีสมัยที่มนุษย์เหล่านี้มีบุตรอายุ ๑๐ ปี ใน เมื่อมนุษย์มีอายุ

๑๐ ปี เด็กหญิงมีอายุ ๕ ปี จักสมควรมีสามีได้ …..

….. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้น สัตว์เหล่านั้น จักมีความคิดอย่างนี้ว่า

เรา ถึงความสิ้นญาติอย่างใหญ่เห็นปานนี้
หตุเพราะสมาทานธรรมที่เป็นอกุศล

อย่ากระนั้นเลยเราควรทำกุศล
ควรทำกุศลอะไร เราควรงดเว้นปาณาติบาต ควรสมาทาน กุศลธรรมนี้แล้วประพฤติ

เขาจักงดเว้นจากปาณาติบาต จักสมาทานกุศลธรรมนี้แล้วประพฤติ เพราะเหตุที่สมาทานกุศลธรรม

เขาจักเจริญด้วยอายุบ้าง จักเจริญด้วยวรรณะบ้าง เมื่อเขาเจริญด้วยอายุบ้าง

เจริญด้วยวรรณะบ้าง บุตรของมนุษย์ทั้งหลายที่มีอายุ ๑๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๒๐ ปี ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้นสัตว์เหล่านั้นจักมีความคิดอย่างนี้ว่า
เรา เจริญด้วยอายุบ้าง เจริญด้วยวรรณะบ้าง เพราะเหตุที่สมาทานกุศลธรรม



อย่า กระนั้นเลย เราควรทำกุศลยิ่งๆขึ้นไป

ควรทำกุศลอะไร เราควรงดเว้นจาก อทินนาทาน ควรงดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร

ควรงดเว้นจากปิสุณาวาจา ควรงดเว้น จากผรุสวาจา ควรงดเว้นจากสัมผัปปลาปะ ควรละอภิชฌา

ควรละพยาบาท ควรละมิจฉาทิฐิ ควรละธรรม ๓ ประการ คือ

อธรรมราคะ วิสมโลภ มิจฉาธรรม

อย่ากระนั้นเลยเราควรปฏิบัติชอบในมารดา ควรปฏิบัติชอบในบิดา ควรปฏิบัติชอบในสมณะ

ควรปฏิบัติชอบในพราหมณ์ ควรประพฤติอ่อนน้อมต่อท่านผู้ใหญ่ใน ตระกูล

ควรสมาทานกุศลธรรมนี้แล้วประพฤติ

เขาเหล่านั้นจักปฏิบัติชอบในมารดาปฏิบัติชอบในบิดา ปฏิบัติชอบในสมณะ ปฏิบัติชอบในพราหมณ์

ประพฤติ อ่อนน้อมต่อท่านผู้ใหญ่ในตระกูล จักสมาทานกุศลธรรมนี้แล้วประพฤติ

เพราะ เหตุที่สมาทานกุศลธรรมเหล่านั้น เขาเหล่านั้นจักเจริญด้วยอายุบ้าง จักเจริญด้วย วรรณะบ้าง

เมื่อเขาเหล่านั้นเจริญด้วยอายุบ้าง เจริญด้วยวรรณะบ้าง

บุตรของคน ผู้มีอายุ ๒๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๔๐ ปี

บุตรของคนผู้มีอายุ ๔๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๘๐ ปี

บุตรของคนผู้มีอายุ ๘๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๑๖๐ ปี

บุตรของคนผู้มีอายุ๑๖๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๓๒๐ ปี

บุตรของคนผู้มีอายุ ๓๒๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๖๔๐ ปี

บุตรของคนผู้มีอายุ ๖๔๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๒,๐๐๐ ปี

บุตรของคนผู้มีอายุ ๒,๐๐๐ ปีจักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๔,๐๐๐ ปี

บุตร ของคนผู้มีอายุ ๔,๐๐๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๘,๐๐๐ ปี

บุตรของคนมีอายุ ๘,๐๐๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๒๐,๐๐๐ ปี

บุตรของคนผู้มีอายุ ๒๐,๐๐๐ ปีจักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๔๐,๐๐๐ ปี
บุตรของคนผู้มีอายุ ๔๐,๐๐๐ ปี จักมีอายุเจริญ ขึ้นถึง ๘๐,๐๐๐ ปี ฯ


#4 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 02 May 2008 - 07:47 PM

จากการศึกษา จักกวัตติสูตร นี้จะเข้าใจได้ว่า

เรื่องทำกุศลกรรมบถ หรือ อกุศลกรรมบถ คือ ทำดี ทำชั่ว นั้น

เป็นหัวใจสำคัญ ที่มีผลกระทบต่อธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม อย่างมาก

อย่างที่เคยฟังพระเดชพระคุณ หลวงพ่อ ธมฺมชโย เทศน์ ( โดยความหมาย ) ว่า

ยุคใดสมัยใด มนุษย์ มีศีล มีธรรม สภาพดิน ฟ้า อากาศ ( ไม้ แหล่งน้ำ ) ก็จะดีตาม

เช่น ฝนตกตามฤดูกาล

แม้พืชพรรณ ธัญหาร ก็มีรสโอชา ( อุดมด้วยแร่ธาตุ สารอาหาร , วิตามิน ฯล )

ดูอย่างช่วง ต้นกัป

มนุษย์มี ข้าว เพียงอย่างเดียว ก็ดำรงชีพได้อย่างดี มีความสุข ซะด้วย

ถ้าขนาด เด็ดดอกไม้ ยังสะเทือนถึงดวงดาว

แน่นอนว่า ยุคใดสมัยใด จิตใจมนุษย์สะอาด มีศีล ประพฤติธรรม ปฏิบัติธรรม

ย่อมมีผลกระทบไปถึงจักรวาล โดยรวม

เรื่อยไปจนถึงกระทบ สะเทือนถึง อมนุษย์ คือ เทพ เทวดา ที่อยู่ร่วมในกามภพกับมนุษย์ด้วย

นอกจากนี้ เรื่องทำกุศลกรรมบถ หรือ อกุศลกรรมบถ คือ ทำดี ทำชั่ว นั้น

เป็นหัวใจสำคัญ ที่มีผลกระทบทั่งโดยตรงและโดยอ้อม ต่อชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริง

ทั้งในเรื่องสุขภาพกาย ( ผิวพรรณ วรรณะ )

โดยเฉพาะสุขภาพจิต คุณภาพใจ ว่า ใส หรือ หมอง

เพราะมีผลต่อชีวิตใหม่ในปรโลก ว่า จะมีสุขคติ หรือ ทุกคติ เป็นที่ไป อีกด้วย

พูดง่าย ๆ คือ ถ้า มหากัปไหน

มวลมนุษยชาติ งดทำอกุศลกรรมบถ แล้วทำแต่กุศลกรรมบถ

ระยะเวลาของ มหากัป ย่อม ยืดยาวตามไปด้วย

แต่สิ่งสำคัญ คือ
การที่มวลมนุษยชาติ จะงดทำอกุศลกรรมบถ แล้วทำแต่กุศลกรรมบถ ได้นั้น

จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องมี บัณฑิต เป็นกัลยาณมิตร มาช่วยชี้ ช่วย แนะ ช่วยนำ และทำดีให้ดูด้วย

และยอดของบัณฑิต คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่าย ๆ

ที่สำคัญ ไม่ได้มี พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุก มหากัป

ดังนั้นเราจึงต้องมา ศึกษา เรื่อง สุญญกัป และอสุญญกัป

ว่าจะมีผลกระทบให้ แต่ละมหากัป สั้น ยาวไม่เท่ากันได้ อย่างไร
ในตอนต่อไปครับ

#5 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 02 May 2008 - 08:03 PM

สาเหตุที่ ๒ ที่ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน

คือ สุญกัปและอสุญกัป

สุญกัป คือ มหากัปที่ไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเสด็จอุบัติแม้แต่พระองค์เดียว

อสุญญกัป คือ มหากัปที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเสด็จอุบัติ

คำถาม คือ มหากัปที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น มีกี่ชนิด ชื่อว่าอะไรบ้าง แตกต่างกันอย่างไร ?

ตอบว่า

มหากัปที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น มีอยู่ ๕ แบบ ดังนี้

๑. สารกัป มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติเพียง พระองค์
๒. มัณฑกัป มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติ พระองค์
๓. วรกัป มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติ พระองค์
๔. สารมัณฑกัป มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติ พระองค์
๕. ภัทรกัป มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติ พระองค์

Attached File  Y5402887_3.jpg   12.59KB   25 downloads


ถามว่า
ระหว่าง สุญกัป คือ มหากัปที่ไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเสด็จอุบัติแม้แต่พระองค์เดียว
และอสุญญกัป คือ มหากัปที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเสด็จอุบัติ
๑ พระองค์บ้าง , ๒ พระองค์บ้าง , ๓ พระองค์บ้าง , ๔ พระองค์ และ ๕ พระองค์

มีผลต่อระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน ด้วยหรือ

งั้นมาช่วยกันวิเคราะห์ดูนะครับ ว่า

สาเหตุที่ ๑ การทำกุศลกรรมบถ และอกุศลกรรมบถ
ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน
ได้หรือไม่ อย่างไร ?

สาเหตุที่ ๒ สุญกัปและอสุญกัป
ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน
ได้หรือไม่ อย่างไร ?

สาเหตุที่ ๓ การพินาศของมหากัป ด้วย ไฟบรลัยกัลป์ น้ำบรรลัยกัลป์ และลมบรรลัยกัลป์
ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน ได้หรือไม่ อย่างไร ?

ผมรอฟัง ความคิดเห็นท่านอื่น ๆ นะครับ

#6 tnawut

tnawut
  • Moderators
  • 2,398 posts
  • Gender:Male
  • Location:Laksi
  • Interests:Internet, Computer, Electronic, Security, Merit, Meditation, อินเตอร์เน็ต, คอมพิวเตอร์, ทำบุญ, ปล่อยปลา, บูชาเจดีย์, ฝันในฝัน, DOU, หมู่บ้านปฏิบัติธรรม, บวช, บรรพชา, Web, CU, Chula

Posted 02 May 2008 - 09:01 PM

ถ้าสมการเปลี่ยน ดังนี้

QUOTE
บุตรของคน ผู้มีอายุ ๒๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๔๐ ปี

บุตรของคนผู้มีอายุ ๔๐ ปี จักมีอายุเจริญขึ้นถึง ๘๐ ปี


ผลรวมระยะเวลาที่อายุไขยมนุษย์ 10 ปี เพิ่มเป็น อสงไขยปี = 2.3817 x 10E140
มีระยะเวลา 463 ช่วงอายุคน +++
!! ไม่รวมระยะเวลาที่ ทับซ้อนกัน ของบุตรและบิดา !!


QUOTE
แต่ถ้า 100 ปี อายุมนุษย์จะลดลง 1 ปี


เอาใส่สูตรก็คงคำนวณได้มากกว่านี้อีกมาก (ยังนึกสูตรที่จะมาเปรียบเทียบไม่ออก) แต่ลำพังอายุ อสงไขยปี (10E140) ก็นึกจินตนาการตามไม่ออกแล้ว "เหมือนแมลงวันอายุ 2 วัน จะไปรู้ได้อย่างไรว่ามนุษย์อายุ 75 ปี"

ผมเชื่อว่า ระยะเวลาไม่เท่ากัน แต่ถ้ามีตัวเลขก็นึกตามได้ง่ายขึ้นครับ

วันพรุ่งนี้มีถวายกองทุนศึกษาภาษาบาลี มาร่วมบุญกันนะครับ


#7 DJ.

DJ.
  • Members
  • 1,212 posts

Posted 02 May 2008 - 09:57 PM

แต่โจทย์เขียนว่า อายุ ๖๔๐ กระโดดไป ๒๐๐๐

๘๐๐๐ ไป ๒๐๐๐๐ มันไม่อนุกรม

๒.๓๘๑๗ กับ ๔๖๓ คำนวณอย่างไรครับ บอกด้วย ขอบคุณครับ

พรุ่งนี้ถวายกองทุนเหมือนกัน สาธุ

#8 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1,766 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

Posted 02 May 2008 - 09:57 PM

เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอาเรื่อง ทฤษฏีสัมพันธภาพของไอสไตน์มาเปรียบเทียบครับ วันนี้ง่วงแล้วขอตัวหลับก่อนครับ




#9 tnawut

tnawut
  • Moderators
  • 2,398 posts
  • Gender:Male
  • Location:Laksi
  • Interests:Internet, Computer, Electronic, Security, Merit, Meditation, อินเตอร์เน็ต, คอมพิวเตอร์, ทำบุญ, ปล่อยปลา, บูชาเจดีย์, ฝันในฝัน, DOU, หมู่บ้านปฏิบัติธรรม, บวช, บรรพชา, Web, CU, Chula

Posted 02 May 2008 - 10:46 PM

Excel ครับ

Xn = 2 * Xn-1

รออ่าน ทฤษฏ๊ สัมพันธภาพ ครับ

Attached Files



#10 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 02 May 2008 - 10:58 PM

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาสนทนา แบ่งปันความรู้ ความเข้าใจ ตั้งข้อสังเกต
รวมถึง มีตางรางคำนวณ หาค่า ๑ มหากัป มีกี่ปีมนุษย์
ของพี่ tnawut สาธุครับ

ส่วนข้อสังเกตของ happy.gif คุณน้า happy.gif DJ96.25PM2-3 happy.gif

Attached File  Image1.jpg   112.7KB   64 downloads

ก็จริงอย่างที่คุณน้า DJ96.25PM2-3

ตั้งข้อสังเกต มาครับ

ซึ่งเกินความเข้าใจของผมเหมือนกัน

ก็อาจมีอีกประเด็น ให้ท่านอื่นมาแสดงความคิดเห็นกัน

รออ่านทฤษฏี สัมพันธภาพของ ไอสไตน์ ที่คุณ สิริปโภ จะนำมาแบ่งปันเช่นกันครับ

#11 apisom

apisom
  • Members
  • 34 posts

Posted 03 May 2008 - 09:01 AM

เรื่องอจินไตยจริงหนอ

แล้วปีในแต่ละยุค มี 12 เดือน เท่ากันไหมเนี้ย บางยุคภพก็ใหญ่ โลกจะโคจร รอบดวงอาทิตย์ มีระยะเวลาเท่ากันไหมนะ

#12 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4,531 posts
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

Posted 03 May 2008 - 10:02 AM

อืม ไอ้เรามันก็แก่แล้ว เรื่องคำนวณลึกซึ้งนี่ขอบาย ไปก่อนดีกว่า บ๋ายบาย คร้าบ
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#13 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 03 May 2008 - 01:17 PM

เนื่องจากสัปดาห์หน้านี้ ผมไปต่างจังหวัด จึงหาข้อมูลมานำเสนอเพิ่ม

เพื่อความต่อเนื่องในการศึกษา สนทนาธรรม แลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ ของเพื่อนสมาชิก น่ะครับ


ในประเด็น
สาเหตุที่ ๑ การทำกุศลกรรมบถ และอกุศลกรรมบถ
ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน
ได้หรือไม่ อย่างไร ?

สาเหตุที่ สุญกัปและอสุญกัป
ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน
ได้หรือไม่ อย่างไร ?

สาเหตุที่ ๓ การพินาศของมหากัป ด้วย ไฟบรลัยกัลป์ น้ำบรรลัยกัลป์ และลมบรรลัยกัลป์
ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน
ได้หรือไม่ อย่างไร ?

ในสาเหตุที่ ๑ และ สาเหตุที่ ๒ ผมนำเสนอตัวอย่าง ให้เป็นแนวทางการวิเคราะห์บ้างแล้วใน คคห.ข้างบน

วันนี้มานำเสนอข้อมูล สาเหตุที่ ๓ การพินาศของมหากัป

ว่ามีส่วนทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน ได้หรือไม่ อย่างไร ?

ต่อนะครับ

เท่าที่หาข้อมูลมาได้ มีดังนี้ครับ

เมื่อใดกัปเสื่อมเพราะไฟ ถูกไฟไหม้ถึงในเบื้องล่างแห่งอาภัสสรา.

เมื่อใดกัปเสื่อมเพราะน้ำ ถูกน้ำท่วมละลายไปถึงเบื้องล่างแห่งสุภกิณหา.

เมื่อใดกัปเสื่อม เพราะลม ถูกลมพัดกระหน่ำถึงในเบื้องล่างแห่งเวหัปผลา


*** พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 1005


#14 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 03 May 2008 - 01:29 PM

ต่อมาเป็นส่วนขยายความ , และเนื่องจากเนื้อหายาว จึงขอย่นย่อพอสังเขป
ดังนั้นอาจมีข้อความสำคัญตกหล่นบ้าง ผมก็ขออภัยทาน ด้วยครับ

สมัยใดกัปพินาศเพราะไฟ.

มหาเมฆที่ยังกัปให้พินาศแต่ต้นตั้งขึ้น ยังฝนหาใหญ่อย่างหนึ่งให้ตกในแสนโกฏิจักรวาล.
มนุษย์ทั้งหลายพากันยินดี นำพืชทั้งปวงออกหว่าน.
ก็เมื่อข้าวกล้าเกิดพอโคเคี้ยวกินได้ มหาเมฆร้องเหมือนลาร้อง.
ฝนแม้หยาดหนึ่งก็ไม่ตก. เมื่อนั้นเป็นอันว่า ฝนขาดเม็ดเลยทีเดียว.
ในกาลนั้น โดยล่วงไปแสนปีจักสิ้นกัป.
ฉะนั้นกามาวจรเทพทั้งหลาย ชื่อว่า โลกพยูหะ เป็นชาวโลก ปล่อยศีรษะผมเผ้ารุงรัง
ร้องไห้ เอามือเช็ดน้ำตา นุ่งผ้าแดง
มีเพศผิดรูปยิ่งนักเที่ยวไปในทางของมนุษย์ พากันบอกกล่าวอย่างนี้ว่า

ผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย ล่วงไปแสนปีจากนี้จักสิ้นกัป โลกนี้จักพินาศ. แม้มหาสมุทรก็จักเหือดแห้ง.
และมหาปฐพีพระยาภูเขาสิเนรุจักถล่มทลายพังพินาศไป. โลกจักพินาศตลอดถึงพรหมโลก.
ผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย พวกท่านจงเจริญ เมตตากรุณา มุทิตา อุเบกขากันเถิด.
จงบำรุงมารดาบิดา จงเป็นผู้อ่อนน้อมต่อผู้เจริญในตระกูล ดังนี้.

พวกมนุษย์และภุมมเทวดาโดยมาก ครั้นสดับคำของกามาวจรเทพเหล่านั้น แล้วพากันเกิดสังเวช
มีจิตอ่อนต่อกันและกัน ทำบุญมีเมตตาเป็นต้น แล้วไปบังเกิดในเทวโลก.
ณ เทวโลกนั้น ทวยเทพบริโภคอาหารทิพย์ ทำบริกรรมในวาโยกสิณแล้วได้ฌาน.
ส่วนมนุษย์พวกอื่นบังเกิดในเทวโลก ด้วยอปราปริยเวทนียกรรม กรรมให้ผลในภพต่อ ๆ ไป.
แม้สัตว์เหล่านั้นก็ย่อมได้ฌานอย่างนั้นในภพนั้น.

สัตว์ทั้งปวงย่อมบังเกิดในพรหมโลก ด้วยอำนาจฌานที่ได้แล้วในเทวโลกอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้.

โดยกาลยาวนานขึ้นไปโดยการกำหนดปี พระอาทิตย์ดวงที่ ๒ ย่อมปรากฏ.
เมื่อพระอาทิตย์นั้นปรากฏการกำหนดคืนวันไม่ปรากฏ.พระอาทิตย์ดวงหนึ่งขึ้น. ดวงหนึ่งตก.
โลกไม่ขาดความร้อนจากดวงอาทิตย์.
ในพระอาทิตย์ที่ยังกัปให้พินาศไม่มีสุริยเทพบุตร. เหมือนในพระอาทิตย์ปกติ
เมื่อพระอาทิตย์ปกติยังเป็นไปอยู่วลาหกบ้าง เปลวไฟบ้าง ย่อมไปในอากาศ.
เมื่อพระอาทิตย์ยังกัปให้พินาศกำลังเป็นไปท้องฟ้าปราศจากควันและวลาหก ดุจบานกระจกไม่มีฝ้า ฉะนั้น.
น้ำในลำธารเป็นต้นแห้ง เว้นมหานทีทั้ง ๕

จากนั้นโดยล่วงกาลยาวนานพระอาทิตย์ดวงที่ ๓ ปรากฏ.
เพราะอาทิตย์ดวงที่ ๓ นั้น ปรากฏแม้มหานทีก็แห้ง.

จากนั้นโดยล่วงกาลยาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๔ปรากฏ.
เพราะพระอาทิตย์ดวงที่ ๔ ปรากฏ มหาสระ ๗ เหล่านี้ คือ
สีหปาตนะ ๑ หังสปาตนะ กัณณมุณฑกะ ๑ รถการทหะ ๑ อโน-ตัตตทหะ ๑
ฉัททันตทหะ ๑ กุณาลวาหะ ๑ แห้ง
เพราะเป็นแหล่งเกิดมหานทีในป่าหิมพานต์.

จากนั้นโดยล่วงกาลยาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๕ ปรากฏ.
เพราะพระอาทิตย์ดวงที่ ๕ นั้นปรากฏ น้ำแม้เพียงเปียกข้อนิ้วมือ ก็ไม่เหลืออยู่ในมหาสมุทรโดยลำดับ.

จากนั้นโดยล่วง กาลยาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๖ ปรากฏ.
เพราะพระอาทิตย์ดวงที่ ๖ นั้นปรากฏ จักรวาลทั้งสิ้นมีควันพวยพุ่งเป็นอันเดียวกัน ติดแน่นไปด้วยควัน.
แม้แสนโกฏิจักรวาลก็เหมือนอย่างจักรวาลนั้น.

จากนั้น โดยล่วงกาลยาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๗ ปรากฏ.
เพราะพระอาทิตย์ดวงที่ ๗ นั้นปรากฏ จักรวาลทั้งสิ้นพร้อมด้วยแสนโกฏิจักรวาล ก็มีเปลวไฟโชติช่วงเป็นอันเดียวกัน.

แม้ยอดภูเขาสิเนรุสูงประมาณ ๑๐๐โยชน์ ก็ทำลายหายไปในอากาศนั่นเอง.
เปลวไฟนั้นลุกโพงลงจดสวรรค์ชั้นจาตุมมหาราชิกา.
เปลวไฟเผากนกวิมาน รัตนวิมาน และมณีวิมาน จรดดาวดึงส์พิภพ.

*** พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ หน้าที่ 1015
Attached File  0061.jpg   26.66KB   24 downloads


เชิญศึกษาเรื่อง กัปพินาศด้วยน้ำ กันต่อครับ

อนึ่ง สมัยใดกัปพินาศไปด้วยน้ำ
มหาเมฆยังกัปให้พินาศแต่ต้นตั้งขึ้น พึงให้พิสดารโดยนัยดังกล่าวแล้ว ในตอนก่อนนั่นแหละ.
แต่ความแปลกกกันมีดังต่อไปนี้.
มหาเมฆมีน้ำกรดยังกัปให้พินาศ ตั้งขึ้นในที่นี้.
เหมือนพระอาทิตย์ดวงที่สองตั้งขึ้นในอากาศนั้น
ฉะนั้น.มหาเมฆนั้น เมื่อยังฝนละเอียดได้ตกแต่ต้น
ย่อมให้ตกเต็มแสนโกฏิจักรวาล ด้วยสายฝนใหญ่ตามลำดับ
แผ่นดินและภูเขาเป็นต้น ถูกน้ำกรด ถูกต้องแล้ว ๆ ย่อมละลาย น้ำถูกลมพัดไปโดยรอบ

น้ำท่วมตั้งแต่แผ่นดินถึงทุติยฌานภูมิ
น้ำนั้น ยังพรหมโลกแม้ ๓ ให้ย่อยยับไปในที่นั้น แล้วจดถึงสุภกิณหาตั้งอยู่.


น้ำนั้นยังไม่สงบตราบเท่าสังขารประมาณอณูยังมีอยู่.
สัตว์ทั้งหลายเคลื่อนจากสุภกิณหาแล้ว ย่อมเกิดในอาภัสสรพรหมเป็นต้น.

*** พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ หน้าที่ 1016
Attached File  0061.jpg   26.66KB   24 downloads


เชิญ ศึกษาเรื่อง กัปพินาศด้วยลม กันต่อครับ

อนึ่ง สมัยใด กัปพินาศไปด้วยลมนั้น.
มหาเมฆยังกัปให้พินาศไปแต่ต้นตั้งขึ้นแล้ว
พึงให้พิสดารตามนัยดังกล่าวแล้ว ในตอนก่อนนั่นแหละ.

แต่ความต่างกันมีดังต่อไปนี้.
ลมตั้งขึ้นเพื่อยังกัปให้พินาศในโลกนี้ เหมือนพระอาทิตย์ดวงที่สองในอากาศนั้น ฉะนั้น.
ลมนั้นยังธุลีหยาบให้ตั้งขึ้นก่อน.
แต่นั้นยังธุลีละเอียด ทรายละเอียด ทรายหยาบ ก้อนกรวดและหินเป็นต้น
ให้ตั้งขึ้นที่แผ่นหินประมาณเรือนยอดและที่ต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งขึ้นในที่ไม่เสมอ.
ธุลีเหล่านั้นไม่ตกจากแผ่นดินอีก เพราะจมอยู่ในท้องฟ้า.
ธุลีเหล่านั้นแหลกละเอียดไปในที่นั้น. ถึงความไม่มี.

ครั้นแล้ว ลมตั้งขึ้นที่ภายใต้แผ่นดินใหญ่ ตามลำดับ
แล้วพลิกแผ่นดินทำรากดินไว้เบื้องบน แล้วซัดไปในอากาศ.

ผินแผ่นดินมี ๑๐๐ โยชน์เป็นประมาณ แตกไปประมาณสองโยชน์ สามโยชน์สี่โยชน์ ห้าโยชน์
ถูกกำลังลมซัดไป แหลกละเอียดบนอากาศนั่นเองถึงความไม่มี.
ลมยกภูเขาจักรวาลบ้าง ภูเขาสิเนรุบ้าง ขึ้นแล้วซัดไป
ในอากาศ. ผินแผ่นดินเหล่านั้นกระทบกันและกัน แล้วแหลกละเอียดพินาศไป.

ด้วยอุบายนี้แหละ ลมยังภุมมัฏฐกวิมานและอากาสัฏฐกวิมานให้พินาศ
ยังกามาวจรเทวโลก ๖ ให้พินาศ
แล้วยังจักรวาลแสนโกฏิให้พินาศ.
จักรวาลกระทบกับจักรวาล.
หิมวันตะกระทบกับหิมวันตะ.สิเนรุกระทบกับสิเนรุ แล้วแหลกละเอียดพินาศไป.

ลมพัดตั้งแต่แผ่นดินจนถึงตติยฌานภูมิ.
ลมยังพรหมโลก ๓ ให้พินาศ จดถึงเวหัปผลาตั้งอยู่.



เพราะเหตุไร โลกจึงพินาศไปอย่างนี้.
เพราะอกุศลมูลเป็นเหตุ.
เพราะเมื่ออกุศลมูลหนาขึ้นแล้ว โลกจึงพินาศไปอย่างนี้.


*** พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 1017

อนึ่ง โลกนั้นแล เมื่อโทสะหนา โลกพินาศไปด้วยไฟ.

เมื่อราคะหนา พินาศไปด้วยน้ำ.

เมื่อโมหะหนา พินาศไปด้วยลม.

*** พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 1018

#15 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 03 May 2008 - 01:45 PM

จากข้อมูลบางส่วนที่นำเสนอมาให้ศึกษานี้

จักพอทราบว่า

เมื่อใดกัปเสื่อมเพราะไฟ ถูกไฟไหม้ถึงในเบื้องล่างแห่งอาภัสสรา.

เมื่อใดกัปเสื่อมเพราะน้ำ ถูกน้ำท่วมละลายไปถึงเบื้องล่างแห่งสุภกิณหา.

เมื่อใดกัปเสื่อม เพราะลม ถูกลมพัดกระหน่ำถึงในเบื้องล่างแห่งเวหัปผลา

*** พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 1005

เมื่อดูแผนภูมิจักรวาลวิทยา มี กามภพ รูปภพ อรูปภพ ด้านล่างนี้แล้ว

Attached File  P072.jpg   335.88KB   127 downloads

จึงเห็นได้ว่า

มหากัปที่พินาศด้วย ลม นั้นร้ายแรงที่สุด คือ ทำลายสูงกว่าสุภกิณหา เลยไปถึงเบื้องล่างแห่งเวหัปผลา

รองลงมา คือ มหากัปที่พินาศด้วย น้ำ คือ ทำลายสูงถึงเบื้องล่างแห่งสุภกิณหา.

ส่วนมหากัปที่พินาศด้วย ไฟ นั้น สร้างความเสียหายน้อยที่สุด

แต่ที่ว่า สร้างความเสียหายน้อยที่สุด
ก็ทำลายทั้งเทวโลก ของจามตุมหาราชกา ดาวดึงส์ ยา มา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมิตวสวัตตี
เลยไปถึงพรหมโลก ๓ ชั้น คือ ปริสัชชา ปโรหิตา มหาพรหมา


สรุปว่า

แค่ไฟบรรลัยกัลป์ จักรวาลก็พินาศ ยิ่งกว่าดาวหางพุ่งชนโลก
และยิ่งกว่าดวงอาทิตย์และหมู่นพเคราะห์พินาศ อีกครับ
เพราะสะเทือนถึง เทวดาและบรรดาพรหมด้วย

อย่างไรก็ตาม ในพระไตรปิฎก ( เท่าที่ผมค้นหาได้ )
ระบุแต่เพียงว่า การพินาศของมหากัป ด้วย ไฟบรลัยกัลป น้ำบรรลัยกัลป์ และลมบรรลัยกัลป์
แต่ละอย่างนั้น สร้างความเสียหาย ในกามภพ รูปภพ แค่ไหน

ไม่ได้ระบุว่า กัปพินาศด้วย ลม จะพินาศรวดเร็วกว่า กัปพินาศด้วย น้ำ และ ไฟ

#16 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 03 May 2008 - 01:52 PM

กลับมาที่ประเด็นคำถามว่า

สาเหตุที่ ๑ การทำกุศลกรรมบถ และอกุศลกรรมบถ
ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน
ได้หรือไม่ อย่างไร ?

สาเหตุที่ ๒ สุญกัปและอสุญกัป
ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน ได้หรือไม่ อย่างไร ?


สาเหตุที่ ๓ การพินาศของมหากัป ด้วย ไฟบรลัยกัลป์ น้ำบรรลัยกัลป์ และลมบรรลัยกัลป์
ทำให้ ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน ได้หรือไม่ อย่างไร ?

จากข้อมูลที่นำเสนอมา ท่านคิดเห็นกันอย่างไรครับ

เพราะเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวโยงถึง การไปถึงที่สุดแห่งธรรม ก็ได้นะครับ

ส่วนว่าอาจจะเกี่ยวกันได้หรือไม่ อย่างไร ?
คนละประเด็นกับกระทู้นี้

รอฟังความคิดเห็นจากทุกท่านเรื่อง
ระยะเวลาของแต่ละ ๑ มหากัป สั้น ยาว ไม่เท่ากัน ได้หรือไม่ อย่างไร ?
ก่อนนะครับ

#17 DJ.

DJ.
  • Members
  • 1,212 posts

Posted 03 May 2008 - 09:39 PM

55555 ขอบใจที่เรียกแค่น้าครับ (กลัวเรียกอาลุงจั๊ง)

{256x2x(2.3817x10e140)}-{(5.12x10e144)-5120}=10e144(4.99805696)

แตกต่่างกันมากๆ

"กัปร้อยเปลี่ยนหนึ่ง" จะยาวกว่า "กัปก้าวกระโดด" เพราะทำดี อายุก้าวกระโดดทำให้ถึงอสงไขยเร็วขึ้นมากๆ

ก็ยิ่งดี โดดข้ามมิคสัญญี ไปพระศรีอาริย์ อสงไขยโดดไปอสงไขย ไม่ต้องไขลงไขขึ้น

โดดข้ามบรรลัยกัลป์ ไม่เสียเวลาโลกก่อตัว ยิ่งดียิ่งโดด แป๊ปเดียวที่่สุดแห่งธรรม

#18 Bruce Wayne

Bruce Wayne
  • Members
  • 184 posts

Posted 03 May 2008 - 10:09 PM

ผมพอจะรู้บ้าง ไม่ยากนะ พอให้คำตอบได้ พรุ่งนี้เจอกัน

#19 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 04 May 2008 - 07:04 AM

วันนี้หลังจากไปวัดพระธรรมกาย ผมจะไปต่างจังหวัด ๑ สัปดาห์
วันอาทิตย์๑๑ จะมาอ่านคำตอบ คุณ Bruce Wayne , คุณ สิริปโภและท่านอื่น ๆ

คงได้รับความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่อง มหากัป มาต่อยอดจากความรู้ในกระทู้เก่า ๆ ที่แนะนำไว้

ความหมาย ของ อสงไขย , กัป , มหากัป
http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=7848&hl=

คำว่า กัป กับคำว่า มหากัป อย่างเดียวกันหรือไม่
http://www.dmc.tv/fo...wtopic=5717&hl=

=QUIZ= เรื่องพุทธวงศ์ในกัปปัจจุบัน
http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=7680&hl=

พระพุทธเจ้าต้นกัลป์และปลายกัลป์
http://www.dmc.tv/fo...wtopic=3442&hl=

ผมปรารถนาอยากพบพระพุทธเจ้าอีก, ผมจะต้องอยู่ในโลกใบนี้อีกนานเท่าใดครับ
http://www.dmc.tv/fo...wtopic=4920&hl=

อสงไขยสุญกัลป์, สร้างบารมีอย่างไร
http://www.dmc.tv/fo...wtopic=5850&hl=

ที่สุดแห่งธรรมกับพระศรีอารย์
http://www.dmc.tv/fo...wtopic=8349&hl=

ขออนุโมทนาบุญ คุณ Bruce Wayne ,คุณ สิริปโภ และทุก ๆ ท่านล่วงหน้านะครับ


ใจหยุดที่สุดแห่งบุญ มุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม

#20 tnawut

tnawut
  • Moderators
  • 2,398 posts
  • Gender:Male
  • Location:Laksi
  • Interests:Internet, Computer, Electronic, Security, Merit, Meditation, อินเตอร์เน็ต, คอมพิวเตอร์, ทำบุญ, ปล่อยปลา, บูชาเจดีย์, ฝันในฝัน, DOU, หมู่บ้านปฏิบัติธรรม, บวช, บรรพชา, Web, CU, Chula

Posted 04 May 2008 - 08:23 PM

กลับมาแล้วครับ วันนี้นั่งสมาธิยังแว๊บนึกถึงเวปบอร์ด๕๕๕

QUOTE
{256x2x(2.3817x10e140)}-{(5.12x10e144)-5120}=10e144(4.99805696)
พจน์นี้ติดลบครับ



เอาบุญมาฝากครับ

#21 Bruce Wayne

Bruce Wayne
  • Members
  • 184 posts

Posted 04 May 2008 - 09:33 PM

ข้อ 1
ให้ทุกๆคนลองสังเกตุดูนะในความเห็นของคุณ Dd2683 ในความคิดเห็นที่ 3 ที่ว่าเมื่อมนุษย์มีอายุขัย
80,000 ปี ลูกจะมีอายุขัย 40,000 ปี ที่ว่า ถ้าตรรกะนี้ถูกต้อง มนุษย์ยุค80,000 ปี ถ้าแต่งงานตอนอายุ 10,000 ปี แล้วมี
ลูกเลยในปีนั้น ลูกเขาจะแก่ตายตอนอายุ 40,000 ปี ในขณะที่ตัวพ่อกับแม่จะมีอายุในขณะที่ลูกตาย เพียง
อายุ50,000 ปี ลูกจะแก่ตายก่อนพ่อ ในขณะที่พ่อยังอยู่ในช่วงวัยกลางคน เหรอ... แปลกดีนะ เท่านั้นยังไม่พอนะครับ แล้วถ้าย้อนเหตการณ์กลับไป หากลูกคนนี้สมมุติว่าไปแต่งงานมีลูก ลูกของลูกคนนี้จะต้องมีอายุขัยลดลงฮวบฮาบอีก เหลือเพียง 20 ,000 ปี ลูกของลูกคนนี้ ก็จะแก่ตายก่อนพ่อแม่ และปููููู่่ย่า อีก ลองไปคำนวญดูนะครับ สูตรแบบนี้อายุขัยมนุษย์จะลดลงตามรุ่นตั้งแต่พ่อ ลูก หลาน ไปเรื่อยๆเป็นดังนี้
........80,000>40,000>20,000>10,000>5,000>2,500>1,000>500>250>100...
เหมือนกันเลยครับมันจะผิดปรกติไปหมดทั้งสายเลย พ่ออายุขัย1000ปี ลูกอายุขัย5000 หลานอายุขัย2500 เหลนอายุขัย1000 ถ้าทุกรุ่นมีลูกในช่วงวัยหนุุุ่มสาว เหลนจะแก่ตายก่อนหลาน หลานจะแก่ตายก่อนลูก
ลูกจะแก่ตายก่อนพ่อ โดยทุกรุ่นจะแก่ตายในช่วงที่อายุพ่อของแต่ละรุ่นของเขายังอยู่ในช่วงวัยกลางคนทั้งสิ้น
สูตรแบบนี้จึงใช้ไม่ได้ ไม่สามารถตอบข้อสงสัยใดๆได้เลย หากจะถามต่อว่าขณะมนุษย์มีอายุขัย100ปี คือ อยู่ในช่วง
พุทธกาล ลูกเขาจะมีอายุขัยเท่าไร มันจะเหลือแค่ 50 ปี ในขณะที่อายุขัยมนุษย์ปัจจุบันมันอยู่ที่ 75 มันผิดไปจากหลักความเป็นจริง หากจะถามต่อว่ามนุษย์ปัจจุบันอายุขัย 75 ลูกจะมีอายุขัยเท่าไร มันจะเหลือซักประมาณ 37.5 ปีเอง
ลูกของพวกเราจะอายุขัยสั้นขนาดนั้นเลยหรือ ...สูตรการคำนวญแบบนี้จึงไม่ควรนำมาใช้
ข้อมูลที่คุณ Dd ไปเอามา เป็นเรื่องราวที่ว่าด้วยการมาตรัสรู้ของพระศรีอารย์ เขาต้องการเพียงจะเล่าให้ฟังว่าอายุขัยขณะนั้นประมาณ 100 ปี ว่าเมื่อก่อนนี้รุ่นก่อนๆนี้เราเคยมีอายุมากกว่านี้แล้วลดลงเรื่อยๆ เขาเขียนลัดๆมา แล้วพออายุขัยขึ้น เขาก็เขียนลัดๆๆๆขึ้นไปว่าพระศรีอารย์จะมาตรัสรู้เมื่อไร เขาเขียนมาคร่าวๆ ไม่ได้ต้องการให้เราเอาไปคำนวญ
.... ดังนั้นสูตรนี้จบแล้วนะครับ ใช้ไม่ได้ .........


แล้วขอแถมอีกนิด เรื่องนี้ ให้ลองไปดูความคิดเห็นที่ 10 ของคุณ Dd ในกรอบสีดำบรรทัดสุดท้าย
ที่ว่าในยุคนั้นจะมีพระเจ้าจักพรรดิ์แล้วต่อมาเขาเขียนต่ออีกนะว่ายุคนั้นจะมีพระศรีอารย์มาตรัสรู้ พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ตอนกัปไขขึ้นหรือ ลองไปดูให้ดีครับ โดยหลักแล้วต้องมาตรัสรู้ตอนอายุขัยลดลง ครับ
คุณ Dd เอามาลงไม่หมด ใครมีเล่มนี่อยู่ลองไปดูแล้วจะเห็น
ที่ว่าทำกุศลและอกุศลจะทำให้อายุมหากัปสั้นยาวต่างกันไหม...
... 1มหากัปมี4อสงไขยกัป
1 สังวัฏฏอสงไขยกัป โลกำลังถูกทำลาย
2 สังวัฏฏฐายีอสงไขยกัป โลกถูกทำลายเสร็จแล้ว
3 วิวัฏฏอสงไขยกัป โลกกำลังจะเข้าสู่ภาวะปรกติ
4 วิวัฏฏฐายีอสงไขยกัป โลกเรียบร้อยเป็นปรกติ
ต้องเข้าใจว่าทั้ง 4 มีระยะเวลาเท่าๆกัน มนุษย์และสัตว์สามารถอยู่ได้ในอันที่ 4 เท่านั้นเพราะ 1-3 กำลังอยู่ในช่วงถูกทำลาย
แล้วการทำกุศลและอกุศลจะทำให้อายุของมหากัปสั้นลงหรือยาวขึ้น ก็คงไม่น่าจะเกี่ยวกัน เพราะอีก 3อสงไขยกัปที่เหลือที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ในแต่ละอสงไขยก็ยังมีความยาวเท่ากันพอดีกับ อสงไขยกัปที่มีมนุษย์ืและสัตว์อาศัยอยู่ ทำดีหรือทำชั่วอายุของมหากัปมันก็เท่าเดิม มันน่าจะเป็นวัฏสงสารที่มีวัฏจักรเกิดดับมีระยะเวลาที่แน่นอน
ก็คิดว่าไม่มีผลใดๆ อย่างที่เราทราบกันอยู่ เดิมอายุขัย1อสงไขยทุก100ปีลด1ปีจนเหลือ10 แล้วอายุขัยก็เพิ่มขึ้นอีกในอัตราเดียวกันกับตอนลดลงจนเป็นอสงไขยปี นั่นเป็นวงจรอายุขัยของมนุษย์ของมนุษย์ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกๆมหากัปซึ่งเท่ากันพอดีกับระยะเวลาในวิวัฏฏฐายีอสงไขยกัปคือมันสัมพันธ์กันอย่างเหมาะเจาะ
แต่มันไม่ได้แปลว่า ระยะเวลา 1 อสงไขยกัป จะไปแปรผันตามการทำกุศลหรืออกุศลของมนุษย์ ระยะเวลามันอยู่ของมันอยู่เท่านั้น วงจรอายุขัยแบบนี้ก็เป็นวงจรสังสารวัฏของมนุษย์ จริงๆแล้วมันเป็นวงจรการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ของทั้งแสนโกฎิจักรวาล ที่มีจักรวาล ของเราู่รวมอยู่ด้วย มันจะต้องเกิด และดับไปพร้อมๆกัน ต้องจับประเด็นตรงนี้ให้ได้ ไม่หลงประเด็น นะครับ






ข้อ2
การมาบังเกิดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือจะไม่มา ไม่ได้เป็นเหตุและปัจจัยที่จะทำให้อายุขัยของมหากัปสั้น หรือยาวขึ้นแต่อย่างใด ทั้งยังไม่พบทั้งในและนอกพระไตรปิฎกว่า การมาตรัสรู้จะทำให้มหากัป ยาวขึ้น สั้นลงแต่อย่างใด พระพุทธเจ้าจะมาตรัสรู้ในยุคที่มนุษย์มีอายุขัยไม่เกิน100000 ปี ไม่ต่ำ่กว่า100ปี แม้มนุษย์มีอายุขัยเพียงใด
พระพุทธเจ้าก็มีอายุขัยเพียงเท่านั้น ก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป ตามกฎไตรลักษณ์ เหมือนมนุษย์ทุกคน อย่างในมหากัปปัจจุบันมีพระพุทธเจ้ามาแล้ว 4พระองค์
ทำให้ระยะเวลาในมหากัปนี้ยาวขึ้นหรือสั้นลงกว่ามหากัปอื่นที่มีพระพุทธเจ้าน้อยกว่านี้หรือไม่มีเลยหรือไม่ เราก็จะตอบได้เลยว่าไม่มีผล







ข้อ3 ก่อนที่โลกจะถึงกาลพินาศด้วย น้ำ ไฟ ลม อย่างใดอย่างหนึ่งใน 3ประการจะต้องมีองค์ประกอบครบ 2ข้อ เกิดขึ้นก่อนตามตำราที่ระบุไว้
จะขาดข้อใดข้อหนึ่งไปไม่ได้ คือ
1เมื่อระยะเวลาอายุของโลกครบ 64อันตรกัปของ วิวัฏฏฐายีอสงไขยกัป(เป็นช่วงที่มนุษย์และสัตว์จะอาสัยอยู่บนโลกใด้)
2อายุขัยของมนุษย์ลดลงจาก1อสงไขยปีลงมาจนเหลืออายุขัย1000ปี
และเมื่อทั้ง2องค์ประกอบมาครบเมื่อไรก็จะมีพยุหเทวดามาเตือนว่าอีก100000ปี โลกจะถึงกาลพินาศด้วย น้ำ้ ลม ไฟ อย่างไดอย่างหนึ่ง
ซึ่งก็หมายความว่าโลกจะพินาศได้จะมีช่วงระยะเวลาที่มนุษย์ืและสัตว์สามารถอาสัยอยู่ใด้ทั้งสิ้น64.5 อันตรกัปคือ 64 อันตรกัปจาก
วิวัฏฏฐายีอสงไขยกัป รวมกับครึ่งอันตรกัปของอันตรกัปแรกในสังวัฏฏอสงไขยกัป คือเมื่อครบวิวัฏฏฐายีอสงไขยกัปแล้วหลังจากมีอายุครบ
อสงไขยปีในขณะนั้นโลกยังไม่พินาศเลย ต้องรอให้อายุขัยลดลงมาจากอสงไขยปี จนเหลือ1000ปี ีซึ่งจะเข้าไปในเขตของสังวัฏฏอสงไขยกัปเกือบครึ่งอันตรกัปก่อน จึงจะเริ่มมีพยุหเทวดามาเตือน ดังนั้น

การพินาศของมหากัป ด้วย ไฟ น้ำ้ ลม จะทำให้อายุของมหากัปยาวสั้นต่างกันหรือไม่ มันก็ไม่ต่างกัน
มันต่างกันเพียงรูปแบบและความเสียหาย แต่ไม่ต่างกันที่เวลา 1มหากัปมี4 อสงไขยกัป ระยะเวลาที่โลกพินาศเพราะเหตุ3อย่าง น้ำ้ ไฟ ลม ก็้จะใช้เวลาอยู่ในช่วงสังวัฏฏอสงไขยกัปเท่านั้นไม่เลยไปในช่วงอสงไขยกัปอื่น ช่วงที่เข้าสังวัฏฏฐายีอสงไขยกัป เป็นช่วงที่ น้ำ ไฟ ลม ดับสนิทแล้วเหลือเพียงอากาศว่างเปล่า ช่วงเข้าวิวัฏฏอสงไขยกัปจะเป็นช่วงเวลาที่แผ่นดินเริ่มก่อตัวจวบจนไปถึงจะเข้าสู่สภาวะปรกติ
ช่วงวิวัฏฏฐายีอสงไขยกัปจะเป็นช่วงเวลาที่โลกเป็นปรกติ มีมนุษย ์สัตว์ อาศัยอยู่ตามปรกติ

ทั้ง3ข้อนี้จึงไม่มีผลใดๆที่ทำให้มหากัปสั้นลงหรือยาวขึ้นแต่ประการใด


จบแล้ว the end

#22 DJ.

DJ.
  • Members
  • 1,212 posts

Posted 04 May 2008 - 10:10 PM

thank you very much khun tnawut.

#23 เด็กอนุบาลหน้าใสใจดี

เด็กอนุบาลหน้าใสใจดี
  • Members
  • 938 posts

Posted 04 May 2008 - 10:14 PM

แต่ละท่าน สุดยอดจริงๆเลย
ขอ Save ไว้อ่านนะคะ สาธุ สาธุ happy.gif
ชีวิตคือการเข้ากลาง..
ที่สุดแห่งธรรมนั้นเป็นเป้าหมาย..
โลกจะสุขสันต์เมื่อท่านเข้าถึงธรรมกาย..
สว่างไสวทั่วทุกธาตุธรรม..

#24 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3,279 posts
  • Gender:Male

Posted 05 May 2008 - 06:09 PM

ผมว่า เรากำลังเตลิดเปิดเปิงกันไปใหญ่แล้ว หรือเปล่าครับ

จะพูดยังไงดีล่ะ เหมือนกับกำลังมองดูโลกทั้งใบ ทั้งๆที่เรากำลังยืนอยู่บนโลกนะครับ

คำว่ากัป คำว่าอสงไขย และอีกหลายๆคำ ในพระพุทธศาสนาน่าจะเป็นแค่คำพูดเพื่อให้มองเห็นภาพ มากกว่าที่จะเป็นตัวเลขเฉพาะเจาะจง เหมือนเป็นคำสมมุติทั้งหลายที่เราสร้างกันขึ้นมา เพื่ออธิบายคำว่ามากกว่ามาก มากๆ

ตัวอย่างเช่น เรามีคำวัดระยะทางเป็นกิโลเมตร ถ้าถามว่า กาแลกซี่ทางช้างเผือกกว้างเท่าไหร่ ตอบว่าประมาณ 10,000,000,000,000,000,000 กิโลเมตร เราจะไม่รู้ คิดไม่ออก มองไม่เห็นภาพหรอกว่ามันกว้างเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า กว้างขนาดที่ว่า แสงที่ว่าเดินทางได้เร็วที่สุดแล้วนั้น ยังต้องใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งแสนปีทีเดียว เราก็จะพอ "มองภาพ" ออกว่าโอ้....มันไกล๊.....ไกล มันก็จบแค่นี้ เพราะสำหรับเรารู้แล้วว่าไกลมากๆๆๆ เราไม่ต้องการตัวเลขมาอ้างอิงเพื่อหาประโยชน์อันใดอีก

ในทำนองเดียวกัน เหมือนตอนที่เพื่อนผมเขาบอกว่าพระพุทธศาสนาโกหกเรื่องอณูนั่นแหละ บอกว่ามีขนาดเท่ากับ1 ส่วนของเส้นผมผ่า 16 ส่วน ผมต้องบอกว่า ในสมัยพุทธกาลนั้นถ้าคุณไปบอกว่า ส่วนที่เล็กที่สุดของธาตุนั้นมีขนาด 0.000...ไมครอน ถามว่าจะมีกี่คนที่พยักหน้ารู้เรื่อง ไม่มีหรอกครับเพราะมันเป็นเรื่องที่เกินการรับรู้ แต่ถ้าบอกว่า เล็กขนาดที่ว่า ดึงเอาเส้นผมมาหนึ่งเส้นซิ แล้วผ่าตามยาวออกมาเป็น 16 ส่วน นั่นแหละมันเล็กขนาดนั้น ทุกคนที่ฟังก็จะเข้าใจว่า อ้อ..มันเล็กจริงๆ ทุกคนรับรู้แล้วว่ามันเล็กมากๆ เข้าใจแม้จะไม่มีตัวเลขมายืนยัน ทุกคนก็จะละทิ้งสาระปลีกย่อยนี้ไปเพื่อฟังธรรมหรือศึกษาทำความเข้าใจกับเรื่องอื่นๆต่อไป

ไม่มาหมกมุ่นสงสัยอีกว่าจะนานเท่าไหร่ จะกว้างเท่าไหร่ ให้เสียเวลาฟังธรรมอีก

นั่นคือความมหัศจรรย์ของการอธิบายในสิ่งที่ไม่เห็นให้เห็นได้ของพระพุทธศาสนา

เพราะฉะนั้น อย่าพยายามเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายความมหัศจรรย์ของพระพุทธศาสนามากนักเลยครับ ไม่เกิดประโยชน์อันใดกับธรรมะที่จะได้รับหรอกครับ และไม่มีทางที่วิทยาศาสตร์จะตามทัน เพราะวิทยาศาสตร์มัวแต่มองหาทุกสิ่งที่ต้องรู้ต้องเข้าใจ เสียเวลาไปเป็นปีๆ เพื่อที่จะเรียนรู้ในวันนี้ว่าไม่จำเป็นเสียเวลาไปกับมันแม้แต่วินาทีเดียว !!!

ยังไงก็แล้วแต่ ขอชื่นชมและอนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่พยายามที่จะทำความเข้าใจกับพระพุทธศาสนา แต่อยากให้มองให้เห็นว่าจริงๆแล้วพุทธศาสนาต้องการให้เรามองเห็นอะไรมากกว่า

แอนุโมทนาบุญกับทุกท่านครับ
สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#25 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3,279 posts
  • Gender:Male

Posted 05 May 2008 - 06:14 PM

แว๊ก...ขอโทษครับ พิมพ์ผิด

เอาใหม่

อนุโมทนาบุญกับทุกท่านครับ

ปล.นี่เป็นตัวอย่างของความประมาท คิดว่าตัวเองพิมพ์ถูกแล้ว ไม่ใส่ใจที่จะทบทวน ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ นี่ยังดีว่ารู้ทันและคงไม่ส่งผลกระทบกับเรื่องใดๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ๆที่พลาดไม่ได้ คิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น น่ากลัวจัง ความประมาทเนี้ย

อนุโมทนาบุญอีกครั้งครับ
สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#26 DJ.

DJ.
  • Members
  • 1,212 posts

Posted 05 May 2008 - 11:02 PM

ขอบคุณคุณทัพพีในหม้อที่พูดถูกบางส่วน และขอบคุณที่ยกตัวอย่างอุปมาอุปมัยเรื่องเส้นผมผ่า๑๖

ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะในสมัยพุทธกาลอาจจะยังไม่ม่คำศัพท์"ไมครอน"

แต่สมัยนี้เด็กๆสายวิทย์ก็รู้จัก"ไมครอน"กันแล้ว

สำหรับเด็กวิทย์อย่างตัวผมเอง(ไม่ได้พาดพิงคนอื่นนะครับ) เมื่อพูดถึงอายุมหากัป

"ตัวเลข(5.12x10e144)ปี" นี้ทำให้ผมเห็นภาพความยาวนานของกาลเวลาได้ชัดเจนและซาบซึ้งกว่าคำว่า "อุปมาเอาผ้าบางราวควันไฟมาเช็ดศิลาแท่งทึบ................................................................................."

โอเคผมมีเพื่อนอักษรมากมาย ผมเข้าใจพวกเธอดี ถ้าจะพูดถึงมหากัป ก็ต้องอุปมาอุปมัย

เพราะถ้าแค่ให้เห็นแค่ตัวเลขยกกำลัง ก็ต้องแถมพาราให้อีก๒เม็ด

เพราะแกจะอาละวาดไม่หยุด (ผมเถียงไม่ทันพวกเธอ)

ส่วนเรื่อง๑แสนปีแสงนั้น ความจริงแค่๑๐ปีแสงก็ไกล๊..........ไกลแล้วครับ

แต่ถ้าจะ๑แสนปีแสงก็ต้อง "(ไกล๊)^5..........ไกล" ครับ มันถึงจะได้"sense"ของความแตกต่างครับผม

สรุป "แต่ละคนไม่เหมือนกัน"ครับ นานาจิตตัง ลางเนื้อชอบลางยา เทคนิคการสอนต้องมีหลากหลาย

อนึ่ง ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุด ปัญญาชนทั่วโลกจึงสนใจศาสนาพุทธ

เพราะไม่มีศาสนาใดทนต่อการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้เหมือนศาสนาพุทธ

ศาสนาพุทธจึงจะต้องเป็นศาสนาสากลในอนาคต

ซึ่งในอนาคต ถ้ามีปัญญาชนต่างชาติถามเราว่า หนึ่งมหากัปเท่ากับกี่ปี

เราก็จะตอบได้ทันทีว่า "5.12x10^144 years, Sir."

หรือจะตอบยาวๆว่า "อุปมาเอาผ้าบางราวควันไฟ..................................."ก็ได้ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

ขึ้นอยู่กับเวลาว่าเขาจะต้องรีบขึ้นเรือบินปิ๊กบ้านหรือเปล่า

เราจึงต้องเตรียมคำตอบไว้หลากหลายสำหรับทุกสถานการณ์ถ้าเราจะเป็นนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา

มีไว้แล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าถึงเวลาจำเป็นต้องใช้แล้วไม่มี นะครับ

อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณที่เป็นห่วงว่าจะหมกมุ่นจนเสียเวลาฟังธรรม

ไม่หมกมุ่นหรอกครับ แก้สมการแป๊ปเดียวก็เสร็จ แบบว่าฉลาด(ล้อเล่น,ทำมือหมุนๆแบบหลานผมทำ,น่ารักๆ)

ทุกวันนี้ผมก็อ่านชาดก ON AIR วิทยุของวัด FM. 96.25 Mz. 2-3 pm. Mon-Fri.

ก็เรียนเชิญมาเป็นแฟนชาดกDJเสียงแหบๆกันได้นะครับ พรุ่งนี้ก็ "โลกนาถทีปนี" เรื่องอธิษฐานบารมีครับ สาธุ

#27 เคยเข้าวัด

เคยเข้าวัด
  • Members
  • 1,296 posts
  • Interests:สร้างบุญบารมีอย่างยวดยิ่ง ตราบเท่าชีวีหมดอายุขัย

Posted 06 May 2008 - 10:20 AM

เหอๆ พยายามอ่านอย่างบรรจง อ่านอย่างระวัง ก็ยังสับสนอยู่นิดๆ พบข้อที่ขัดแย้งกันเองหลายจุด หลายท่านคิดหาวิธีคำนวนระยะเวลาของคำว่าอสงไขยและมหากัป ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเอามาคิดหาระยะเวลาที่แท้จริงได้

กระทู้นี้ผมไม่ขอคิดให้ปวดหัว แต่ขอบอกทุกท่านให้ทราบว่า อสงไขยที่ว่ากันว่าเท่ากับ10ยกกำลัง140นั้นเป็นเพียงตัวเลขที่คิดขึ้นมาโดยมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ไม่ใช่พระอรหันต์นะครับ เป็นเพียงค่าประมาณไว้เท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงอาจเยอะกว่านี้ก็ได้ เพราะคงไม่มีใครสามารถคำนวนหาจำนวนเม็ดฝนที่ตกอย่างหนักติดต่อกันไม่หยุดตลอด3ปีได้ว่ามันเยอะแค่ไหน

ดังนั้นผมขอยึดหลักคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดีกว่า เพราะพระองค์เป็นผู้รู้ที่แท้จริงดังนั้นสิ่งที่พระองค์ตรัสไว้คงไม่ผิดเป็นแน่แท้ ไปคิดทำไมให้ปวดหัวในเมื่อเรามีด๊อกเตอร์เฉพาะทางอุปมาเอาไว้เรียบร้อยแล้วจริงไหมครับ

ขนาดด๊อกเตอร์ผู้ให้กำเนิดพุทธศาสนาบอกได้เพียงแค่การอุปมา แล้วเราเป็นเพียงนักเรียนอนุบาลจะคิดได้ง่ายๆงั้นหรอจริงไหมครับ ^ ^
1) พระปัญญาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 20 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 4 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระสมณโคมสัมมาสัมพุทธเจ้า (อย่างน้อยที่สุด)
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย

#28 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3,279 posts
  • Gender:Male

Posted 06 May 2008 - 02:37 PM

omg_smile.gif omg_smile.gif omg_smile.gif omg_smile.gif omg_smile.gif omg_smile.gif
สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#29 Bruce Wayne

Bruce Wayne
  • Members
  • 184 posts

Posted 06 May 2008 - 06:48 PM

ต้องขอชี้แจงก่อนครับ สำหรับบางคนที่ยังมีข้อสงสัยที่ว่า อสงไขยเท่ากัย10 ยกกำลัง140 นั้นเอามาจากในหนังสือ
ของวัดพระธรรมกายเองครับ ชื่อว่าหนังสือ ศึกชิงภพ ของหลวงพ่อ เผด็จ ทัตตชีโว หน้า28-31 มีครับระบุไว้
ในหนังสือนี้แม้จะระบุว่า นำข้อความส่วนนี้มาจาก พระพรหมโมลี(วิลาส ญาณวโร ป.ธ.9)ซึ่งได้รจนา ไว้ในหนังสือ มุนีนาถทีปนี วึ่งท่านมรณะภาพไปเมื่อปี2544 เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดดอน และวัดยานนาวา
กรรมการมหาเถระสมาคม หัวหน้าคณะพระธรรมฑูตสาย 1 ท่านเขียนหนังสือหลายเล่ม เช่น ภูมิวิลาสินี
โลกนาถทีปนี เป็นพระเถระที่รอบรู้ทั้ง ปริยัติ และ ปฏิบัติ แม้ว่าในหนังสือของวัดจะนำข้อความของท่านมา แต่ทางวัดก็ต้องตรวจสอบความถูกต้องมาในระดับหนึ่งแล้วนะครับ
ขอเรียนชี้แจงให้เข้าใจตามนี้ครับ
และก็ไม่ได้หมกมุ่นครับ พระธรรมก็ศึกษาตลอด แล้วก็ปฏิบัติตามด้วย คือใน web board ใครมีอะไรก็เอามาคุยกันได้ สงสัยอะไร ตรงไหน ก็เอามาไต่ถามกัน ก็เป็นเรื่องในพระพุทธศาสนาทั้งนั้นครับ
เรื่องที่เราคุยกันอยู่นี้มันเป็นความรู้ต่อยอดครับ อาจจะไม่ใช่เรื่องที่บอกออกมาตรงๆ แต่ข้อมูลที่เราได้เรานำมาวิเคราะห์ มาพูดคุยกัน ก็รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม รู้ไว้ก็ดีกว่าไม่รู้ คนไม่รู้หรือไม่อยากรู้ก็ไม่เป็นไรครับ

#30 เคยเข้าวัด

เคยเข้าวัด
  • Members
  • 1,296 posts
  • Interests:สร้างบุญบารมีอย่างยวดยิ่ง ตราบเท่าชีวีหมดอายุขัย

Posted 06 May 2008 - 09:14 PM

ผมได้เคยฟังธรรมะเรื่องศึกชิงภพของหลวงพ่อทัตตะแล้ว ในซีดีหลวงพ่อท่านได้กล่าวไว้เช่นกัน แต่ท่านบอกว่าเป็นแค่ค่าประมาณครับ แถมยังเน้นยําว่ามีผู้ประมาณไว้ว่าเท่ากับครับ

พึ่งได้อ่าน3ก๊กมามะกี๊ ด้วยปัญญาอันน้อยนิดของผมจึงเกิดความสงสัย เลยเอามาบอกกล่าว เผื่อให้พี่ๆกัลยาณมิตรช่วยพิจารณา

คือในภาษาจีน คำว่า 1แสน คนจีนเรียกว่า สิบหมื่น ใช่ไหมครับ คนจีนเลขสูงสุดคือ10000หรือภาษาจีนกลางอ่านว่าอิหว่าน หากเป็น100000 จะอ่านเป็น สือหว่าน=สิบหมื่น(สือ=10 หว่าน=10000)

จะเป็นไปได้ไหมที่ว่า 20อสงไขย100000มหากัปนี้จะเป็นวิธีอ่านแบบตัวเลขภาษาจีนน่ะครับ เพราะถ้าหากผมจำไม่ผิด ในพระไตรปิฎกจำนวนนี้เขียนไว้ว่า 20อสงไขยแสนมหากัป คำว่ากับอีกหนึ่ง หน้าแสนมหากัปจะไม่มี

20อสงไขย100000 เป็นจำนวนตัวเลข ส่วนมหากัปหรือกัปเป็นหน่วย เพราะถ้าคิดแบบนี้ ทุกอย่างลงตัวเป๊ะเลยนะครับ 20*10ยกกำลัง140 แล้วเติม0ตามหลังไปอีก5ตัวเป็น20อสงไขยแสนกัป

อันนี้ผมคิดเองเล่นๆด้วยปัญญาอันน้อยนิดนะครับ เพราะตามที่ทุกท่านทราบ คำว่ากัปนั้นเป็นหน่วยที่เยอะที่สุดในบรรดาจำนวนนับ ซึ่งต่อจากกัปนั้นไม่มีอีกแล้ว แล้วจะเขียนตัวเลขที่เยอะกว่ากัปได้ยังไง ก็ต้องย้อนกลับไปหลักสิบเหมือนภาษาจีนเป็น10แสนมหากัปเรื่อยไปจนถึง20อสงไขยแสนกัป ดังนั้นอย่าซีเรียสอย่าเครียดนะครับ ^ ^"
1) พระปัญญาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 20 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 4 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระสมณโคมสัมมาสัมพุทธเจ้า (อย่างน้อยที่สุด)
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย