ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

แนะนำหนังสือใหม่: ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 8 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 n00m

n00m
  • Moderators
  • 637 โพสต์
  • Location:Patumthanee

โพสต์เมื่อ 10 July 2007 - 09:38 AM

เร็วๆ นี้ผมได้มีโอกาสแวะไปร้านหนังสือ ซึ่งก็บังเอิญไปเตะตากับหนังสือเล่มนึง ชื่อว่า "ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น" พออ่านดูก็พบว่ามีสาระความรู้ที่น่าสนใจ ซึ่งถ้าไม่คิดก็ไม่แปลก แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลก (ขออนุญาตใช้คำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ)

หลายส่วนในหนังสือเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ผนวกกับสิ่งที่เราๆ ท่านๆ อาจเคยได้ยินมาว่าไอน์สไตน์ได้เคยกล่าวถึงพุทธศาสนาไว้อย่างน่าฟัง ผมจะขอยกบางส่วนในหนังสือมาเกริ่นให้ฟัง ถ้าเผื่อมีใครสนใจอยากติดตาม ก็จะค่อยๆ นำมาลงให้อ่านกันนะครับ

"สิ่งที่สำคัญที่สุด การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ของไอน์สไตน์ดูเหมือนจะสอดคล้องกับการค้นหาของพระพุทธองค์ ทฤษฎีของไอน์สไตน์ได้พิสูจน์หลักคำสอนของพุทธศาสนา ซึ่งบางส่วนสามารถยืนยันด้วยการคำนวณทางวิทยาศาสตร์"

"???ถือว่าพระเจ้าคือผู้ทรงให้รางวัลและลงโทษ แท้จริงแล้วมนุษย์ตกอยู่ในวิถีที่น่าสังเวช หากต้องถูกจำกัดตัดตอนด้วยความกลัวการลงโทษและความหวังที่จะได้รับรางวัลหลังความตาย ด้วยเหตุนี้จึงเห็นได้ง่ายไ ว่า ทำไม???จึงได้ต่อสู้กับวิทยาศาสตร์และตามจองล้างจองผลาญผู้อุทิศตนทางวิทยาศาสตร์เสมอมา เส้นทางสู่ความเป็นศาสนาอย่างแท้จริงไม่ได้วางอยู่บนพื้นฐานของการกลัวชีวิต หลัวความตาย หรือศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ด้วยความพากเพียรตามความรู้ที่มีเหตุผล ในอีกมุมมองหนึ่ง ข้าพเจ้าเห็นว่าความรู้จากศาสนาแห่งจักรวาล (cosmic religion - เป็นคำที่ไอน์สไตน์ใช้แทนพุทธศาสนา) เป็นแรงจูงใจที่แข็งแกร่งและสง่างามที่สุดในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์"

"The religion of the future will be a cosmic religion. The religion which is based on experience, which refuses dogmatism. If there is any religion that would cope with the scientific needs it will be Buddhism."

"Why does this applied science, which saves work and make life easier, bring us so little of happiness?"


เอาเป็นน้ำจิ้มแค่นี้ก่อนนะครับ ใคนสนใจก็ทิ้งข้อความไว้เลย ถ้ายังงไผมจะทยอยเอามาให้อ่านกันเพลินๆ อนุโมทนาบุญกับทุกท่านครับผม



#2 คนข้างวัด

คนข้างวัด
  • Members
  • 33 โพสต์

โพสต์เมื่อ 10 July 2007 - 09:46 AM

เคยได้ยินเหมือนกันครับ เอามาวางที่สหกรณ์เมืองแก้วสิครับ เดี่ยวอุดหนุน 1 เล่ม
ทุกๆอย่างจะลงตัว ถ้าเอาใจใว้ในตัว แล้วลงมือทำ :: www.whitemedia.org

#3 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1766 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 10 July 2007 - 10:14 AM

เมื่อตะกี้ เพิ่งดูหนังDVDเรื่อง The TriAngle (สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า) หนังไตรภาคเกี่ยวกับความลึกลับซับซ้อนของกาลเวลาที่ทับเหลื่อมกัน ทำให้นึกถึงวิชชาธรรมกาย คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัพรรณยุตญาณของท่านคงพิสุจน์เรื่องง่ายๆเหล่านี้ได้สบายๆเลย




#4 Noob

Noob
  • Members
  • 59 โพสต์

โพสต์เมื่อ 11 July 2007 - 11:15 AM

ไอสไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพันธภาพ ทำให้เรามีมือถือใช้ มีรถ เครื่องบินนั่ง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำให้เกิดความสะดวกสบายต่างๆ ซึ่งผู้เขียนกล่าวว่าถ้าเขาพบพระพุทธศาสนาก่อนหน้านี้และยังมีชีวิตอยู่เราอาจเหาะเหินเดินอากาศได้ ได้นั่งรถเหาะ เพราะตามทฤษฎีแรงทั้ง4ในจักวาลสามารถรวมกันได้กรณีเดียวเท่านั้นคือจุดเริ่มต้นของกาลเวลา ถ้าเราหยุดเวลาได้เมื่อนั้นจะพบคำตอบ เวลาจะหยุดได้เมื่อความเร็วเท่ากับแสง เพราะแสงก่อให้เกิดเวลา (มีแสงทำให้เกิดความเสื่อม มีความเสื่อมจึงมีเวลา) ซึ่งทางกายภาพทำไม่ได้ แต่พระพุทธองค์ค้นพบการหยั่งรู้โดยจิตหยุดเวลาได้ด้วยวิปัสนากรรมฐาน เรื่องการยืดหดได้ของเวลาพระพุทธองค์ทรงกล่าวไว้แล้วกว่า2พันปีแต่ไอสไตน์คิดเป็นสูตรมายืนยันซึ่งถ้าไอสไตน์ได้นั่งวิปัสนาป่านนี้เราอาจ....

และที่ทึ่งมาก ไอสไตน์กล่าวว่า "มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่หาจุดสิ้นสุดไม่ได้คือ จักรวาลกับความโง่ของมนุษย์ แต่ข้าพเจ้าไม่คอยมั่นใจนักกับสิ่งแรก" ผมลองนึกวิเคราะห์ดูเล่นๆว่า จักวาลมีเกิดดับตลอดเวลาแม้ขณะนี้ก็อาจมีจักวาลอื่นเกิดและดับอยู่แต่ไอสไตน์ก็ไม่แน่ใจว่าอาจมีคนหรือสิ่งใดก็ได้หยุดการเกิดดับ ทำให้จักวาลคงอยู่เป็นนิรันดรน์ได้ แต่สิ่งหลังซิ "ความโง่ของมนุษย์" วิเคราะห์ต่อว่าความโง่คือ อวิชชา แล้วใครละอยู่ฉากหลังของอวิชชา สิ่งนั้นแหละที่อาจหาจุดสิ้นสุดไม่ได้......
เพิ่งอ่านจบแค่ 2 บทแรกและคัดมาเพียงบางส่วน ยังสนุกขนาดนี้แล้วบทต่อไปหละ....พวกเราคนเข้าวัดอ่านแล้วโยงกับความรู้ที่ได้จากการเข้าวัดทำให้โยงใยกันและเข้าใจได้ง่าย มีน้องที่ทำงานเคยบอกว่าอ่านสนุกแต่บางอย่างเขาไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้พระพุทธศาสนา(ภพหลังความตาย)ลึกเท่าพวกเรา ลองไปหาอ่านดูนะครับ ซื้อมาถวายหลวงพี่ที่ทำหน้าที่เผยแผ่ก็ดี ท่านจะได้มีเรื่องเทศน์ที่น่าสนุกชวนขนลุกให้สาธุชนต่อไป.....noob


#5 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1766 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 11 July 2007 - 11:33 AM


ดูรายละเอียดของหนังสือได้ที่นี่

http://www.naiin.com...K_9789749985854




#6 กนิษกะ

กนิษกะ
  • Members
  • 2 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 12 July 2007 - 12:52 PM

หนังสือเล่มนี้ไอเดียดีครับ แต่อย่าไปจริงจังกับเนื้อหานัก

เช่น เรื่ององคุลีมาล ในหนังสือบอกว่า เมื่อพระพุทธองค์ตรัสว่า เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด องคุลีมาลบรรลุอรหันต์ทันที อันนี้ไม่ตรงกับหลักฐานในพรไตรปิฎกครับ กว่าองคุลีมาลจะบรรลุได้ก็ต้องบวชแล้วโดนชาวบ้านทำร้ายเสียแทบแย่

เรื่องวิทยาศาสตร์ หนังสือบอกว่า ไอน์สไตน์พบว่าเวลาไม่มีอยู่จริง ก็ไม่ใช่ครับ ไอน์สไตน์พบว่าเวลาเป็นสิ่งสัมพัทธ์ คือ ในแต่ละที่ของจักรวาลเวลาจะไม่เท่ากันครับ ขึ้นอยู่กับความเร็วของการเคลื่อนที่ ณ ตำแหน่งนั้น (ในโลกแห่งสสารทุกคน ทุกที่ ในจักรวาล ไม่มีที่ใดที่หยุดนิ่ง)

อ่านเอาไอเดียได้ครับ อ่านเอาเรื่องคงไม่ค่อยได้ครับ



ที่จริงมีหนังสืออีกเล่มที่วางจำหน่ายตอนนี้ครับ ใกล้เคียงกับเรื่องนี้ คือเปรียบเทียบในเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาสามารถอธิบายได้ในทางหลักเหตุผล เรื่องนั้นเขียนได้แน่นมาก

แต่ขอไม่บอกแล้วกันครับว่าเรื่องอะไร เพราะดูจะเป็นการเปรียบเทียบกันไป เผลอๆ คิดว่าผมเป็นคนเขียนอีก

#7 Noob

Noob
  • Members
  • 59 โพสต์

โพสต์เมื่อ 13 July 2007 - 03:43 PM

ในระหว่างหน้ายังมีเนื้อหาคำสอนที่ยกมาจากพระไตรปิฎกมาอธิบายเพิ่ม เนื้อหาหลักโดยรวมแล้วพูดว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญามีเหตุมีผล ล้ำหน้ากว่าวิทยาศาสตร์และในบางเรื่องสามารถอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์
ถ้าอ่านโดยใช้วิจารณญาณคิดตามผมว่าได้อะไรเยอะ ถ้าอ่านแบบจับผิดผ่านๆก็คงไม่ได้อะไรหรอก ได้เท่าที่เคยรู้มาเท่านั้น


ปล.ไม่ได้มาขายของ ไม่มีส่วนได้เสียกับสำนักพิมพ์ ไม่ได้ยกย่องคนเขียน แต่เห็นว่าอ่านแล้วประเทืองปัญญา มีความรู้เพิ่มขึ้นอีกด้าน อ่านแล้วปลง อยากปฏิบัติธรรมเพิ่ม จึงแนะนำครับ อ่านโดยใช้วิจารณญาณนะครับ

#8 น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

    เราคือ นักรบกล้าอาสาสมัคร กองทัพธรรม

  • Members
  • 1961 โพสต์
  • Gender:Female
  • Interests:ช่วยงานบุญที่วัด ให้ถึงที่สุดกำลัง ตราบวันที่ชีวิตจะสิ้นลมหายใจ

โพสต์เมื่อ 14 July 2007 - 06:36 AM

เพื่อนเอามาให้อ่านแล้วค่ะ เจอที่ห้องสมุดพอดีเนื้อหาดีมากเลยค่ะ
"ด้วยใจกล้าอาสา พัฒนาไม่หยุดยั้ง"

น้ำฝนลูกพระธัมฯ

#9 *ผู้มาเยือน*

*ผู้มาเยือน*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 05 August 2011 - 03:08 AM

สำหรับผม มองว่า ผู้เขียน ตั้งใจเขียนดีครับ เนื้อหาดี เปรียบเทียบดี แต่...รู้ไม่จริง จริงๆครับ เสียดายครับ อย่าง หน้า 111 ที่บอกว่าผู้หญิงไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้ ต้องไปเกิดเป็นชายก่อน ผู้เขียน กำลัง จะตัดบุญผู้ปฏิบัติธรรมที่เป็นหญิง ในพุทธกาล มีมากมายที่ผู้หญิง บรรลุมรรคผลนิพพาน ในปัจจุบัน ก็ยังมีแม่ชีมากมายที่กระดูกเป็นพระธาตุ...ผู้อ่านทั่วไปถ้าไม่สังเกตุ อ่านเผินๆจดูดี แต่ หนังสือเล่มนี้เหล่า พระสงฆ์ที่เป็นครูบาอาจารย์ ต่างส่ายหน้าเป็นแถวครับ ถือว่า อันตรายมาก...แต่ถ้า คิดว่าเขียนเล่นๆไม่จริงจัง ผมว่า จัดอยูในหนังสือประเภทอื่นดีกว่า...