ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )
|
ความคิดเห็น
#1
|
|
|
พาราเซตามอล ที่เรียกกันง่ายๆว่า พาราบ้าง พาราเซตบ้าง เป็นยาประจำบ้านสำหรับลดไข้แก้ปว
ดที่รู้จักกันดี และใช้กันอย่างแพร่หลาย ที่มาแห่งความนิยม จากการศึกษาวิจัยพบว่าพาราเซตามอลเป็นยาที่มีผลเสียน้อย ปลอดภัยในการใช้ จนให้มีการซื้อใช้ ได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ แต่ยาตัวนี้มีคุณสมบัติเพียงแค่ลดไข้บรรเทาปวดเท่านั้น ไม่มี คุณสมบัติด้านอื่นๆเมื่อเทียบกับแอสไพริน แต่หลายคนเข้าใจว่าพาราเซตามอลสามารถบำบัดรักษาอา การเจ็บป่วยได้สารพัด ไม่สบายเป็นอะไรก็หาพาราเซตามอลมากินไว้ก่อน คนเราส่วนใหญ่ที่ไม่ สบายก็เป็นแค่ปวดหัวตัวร้อนหรือไข้หวัดธรรมดาๆ เมื่อได้พาราเซตามอลก็ทุเลาขึ้น พารา เซตามอลเลยกลายเป็นยาประจำบ้านที่ขายดิบขายดีกินกันเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะปวดหัว ไข้หวัด ปวด เมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง เลยเถิดไปถึงปวดท้อง เวียนศีรษะ ซึ่งอันที่จริงคงช่วยแก้อะไรไม่ได้ แต่ก็ทำให้สบายใจว่าได้กินยาแล้ว ทว่าใครจะรู้บ้างว่าอันที่จริงพาราเซตามอลไม่ใช่ยาเทวดาที่รักษ าได้สารพัดโรค นอกจากนั้นถ้ากินมากเกินขนาดยังอาจะเป็นผลร้ายต่อร่างกายเสียด้วยซ้ำ ภัยที่คาดไม่ถึง ในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีการควบคุมการใช้ยาอย่างรัดกุม ได้ศึกษาพบว่า พาราเซตามอล ยาที่คิดกัน ว่าไม่มีพิษมีภัยหากไม่กินเกินขนาดและยาวนานติดต่อกันนั้น แท้จริงแล้วมีอันตรายที่ต้องพึงระวังอีก หลายอย่าง อันตรายที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆคือเป็นพิษต่อตับ จากการสำรวจพบว่าพาราเซตามอลเป็น ตัวการทำให้ตับวายได้บ่อยกว่ายาแก้โรคเบาหวานที่ชื่อ เรซูลิน ที่ถูกประกาศห้ามใช้ไปแล้วด้วยซ้ำ นอกจากนี้ในประเทศอังกฤษยังมีผู้พยายามฆ่าตัวตายโดยใช้พาราเซตามอลมีอัตราสูงจนน่าตกใจ จน ต้องจำกัดการซื้อยาตัวนี้แต่ละครั้งมิให้มากเกินจำนวนที่กำหนด เสี่ยงตายโดยไม่ตั้งใจ การใช้พาราเซตามอลเกินขนาดจนถึงขีดอันตราย ส่วนมากเกิดโดยไม่ตั้งใจ เมื่อแรกออกสู่ตลาด พาราเซตามอลชนิดเม็ดมี 2 ขนาด คือ 325 มก. และ 500 มก. ผู้ใช้คิดว่าต้องกินครั้งละ 2 เม็ด ถ้าเป็นครั้งละ 325 มก. ก็ไม่เท่าไร แต่ถ้าเป็นขนาด 500 มก. กินเป็นครั้งคราววันละไม่ เกิน 8 เม็ด เพียง 1-2 วันก็พอไหว แต่ถ้ากินเป็นเวลายาวนานก็จะเกิดอันตรายต่อร่างกายโดยเ ฉพาะตับ สาเหตุที่ทำให้ได้ยาเกินขนาดอีกอย่างเกิดขึ้นเนื่องจากพาราเซตามอลเป็นตัวยาหนึ่งที่ถูกผสมลงในยา หลายชนิด เล่น ยาแก้หวัดและยาคลายกล้ามเนื้อ ฉะนั้นใครที่กินยาจำพวกนี้แล้วกินพาราเซตามอล เพิ่มเข้าไปอีก จึงได้รับยาเกินขนาดโดยไม่รู้ตัว การเอาพาราเซตามอลต่างชนิดผสมกันก็อาจเกิดอันตรายได้ พาราเซตามอลมีหลายรูปแบบ ความ เข้มข้นของยาก็ต่างกันไป เรื่องที่ควรระวังอีกเรื่องคือ การกินพาราเซตามอลควบคู่กับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น ไวน์หรือ เหล้าผสม เพราะมันจะอันตรายต่อตับรุนแรงยิ่งขึ้น ถึงขนาดบางรายต้องเปลี่ยนตับกันมาแล้ว ผู้ปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหลายรายต้องการให้ติดป้ายเตือนถึงเรื่องพิษของพาราเซตามอล ต่อตับให้เห็นได้ชัดเจน พวกเขามีความเห็นว่าผู้บริโภคส่วนมากไม่ค่อยคำนึงว่าการกินยาตัวนี้เกินขน าดเป็นไปได้โดยง่ายจากความพลั้งเผลอ บางคนกินติดต่อกันนานวันเกินไป บ้างก็กินยาขณะท้องว่าง หรือซื้อมาเพิ่มเสริมฤทธิ์ยาอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนบางคนมีความไวต่อยาสูง กินเพียงไม่มากก็มี ผลร้ายต่อตับได้ ยาทุกชนิดเปรียบเหมือนมีดสองคม มีคุณอนันต์แต่ก็อาจมีโทษมหันต์ถ้าใช้ผิดวิธีหรือไม่ระวังรอบคอบใน การใช้ ข้อมูล...นิตยสารใกล้หมอ 3/3/2008 16:07 |
|
ความคิดเห็น
#2
|
|
|
สาธุจ้ะ ขอบคุณมากสำหรับบทความดีๆมาแบ่งเป็นธรรมทาน ขอบคุณมากจ้ะ
4/3/2008 15:00 |
|
ความคิดเห็น
#3
|
|
|
ขอบคุณมากสำหรับบทความดีๆมาแบ่งเป็นธรรมทาน
5/3/2008 0:03-------------------- พระพุทธเจ้ารู้ และท่านก็ตรัสสรุป ว่าทางเดียวที่จะรู้ตามท่าน ตลอดจนหยุดตามท่าน คือการมองเข้าข้างใน และการหยั่งรู้สรรพสิ่งออกมาจากภายใน คือสัญลักษณ์สำคัญของพุทธแท้ พุทธแท้จะรู้ว่าการพยายามมองออกข้างนอก เป็นวิธีที่ไม่ทำให้รู้จักประโยชน์สูงสุด อันพึงมีพึงได้จากความเป็นมนุษย์ |
|
ความคิดเห็น
#4
|
|
|
อนุโมทนาสาธุค่ะ
5/3/2008 11:47 |
![]() ![]() |
มี 1 คน กำลังอ่านกระทู้นี้ (ผู้มาเยือน 1 คน และ 0 อุ๊บอิ๊บ)
สมาชิก 0 คน คือ


ตอบกระทู้
ตั้งกระทู้ใหม่
พิมพ์กระทู้
ส่งให้เพื่อน
3/3/2008 16:07

