ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

ควันธูปอันตรายมีสารก่อมะเร็ง


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 1 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 สาธุธรรม

สาธุธรรม
  • Members
  • 1124 โพสต์

โพสต์เมื่อ 31 July 2008 - 05:57 PM

พบควันธูปตัวก่อสารเกิดมะเร็ง!! นักวิจัยค้นพบธูปที่จุด 1 ดอก มีสารก่อมะเร็งไม่ต่างจากบุหรี่ 1 มวน

หากจุดแค่ 3 ดอก ในบ้านก่อมลพิษเท่าสี่แยกไฟแดงที่มีการจราจรคับคั่ง ไม่เว้นแม้แต่ธูปแบบไร้ควันและอโรมา เผยศาลเจ้าย่านเยาวราชเป็นแหล่งศูนย์รวมสารก่อมะเร็งที่ต้องเฝ้าระวัง

ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ศูนย์สื่อสาร วิทยาศาสตร์ไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีการนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “สารก่อมะเร็ง : ภัยเงียบที่มา กับควันธูป” โดย นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าไอซียู โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เปิดเผยว่า ตนและ ดร.พนิดา นวสัมฤทธิ์ นักวิจัยห้องปฏิบัติการพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้ทำการวิจัยเรื่องการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของคนทำงานในวัด จากการสูดดมควันธูปซึ่งมีสารก่อมะเร็ง เนื่องจากพบว่า ปัจจุบันโรคมะเร็งปอดเป็นโรคที่เป็นสาเหตุการตายอันดับต้น ๆ ของ โรคมะเร็ง โดยร้อยละ 80-90 มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่หรือได้รับมลพิษ แต่สถิติการรักษาผู้ป่วยมะเร็งปอดในเพศหญิงกลับพบว่าร้อยละ 50 ไม่ได้สูบบุหรี่ หรือใกล้ชิดกับผู้สูบบุหรี่ และไม่มีประวัติสัมผัสสารก่อมะเร็ง จึงน่าจะมีปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น ควันธูปที่รู้กันอยู่แล้วว่ามีสารก่อมะเร็ง แต่ไม่ทราบว่ามีมากในระดับใด

นพ.มนูญ กล่าวต่อว่า ทีมวิจัยได้ทำการตรวจหาปริมาณสารก่อมะเร็งในอากาศซึ่งมีการจุดธูปปริมาณมากจากวัด 3 แห่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ

พร้อมทั้งทำการตรวจเลือดและปัสสาวะของคนงานที่ปฏิบัติงานในวัดจำนวน 40 คน เปรียบเทียบกับคนงานในหน่วยงานที่ไม่มีการจุดธูปจำนวน 25 คน จากผลการวิจัยพบสารก่อมะเร็งในควันธูป 3 ชนิด คือ เบนซีน บิวทาไดอีน และเบนโซเอไพรีน สารก่อมะเร็งเหล่านี้เกิดจากการเผาไหม้กาวและน้ำหอมซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญในธูป ปริมาณสารก่อมะเร็งที่พบในวัดยังมีความเข้มข้นสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานมากอีกด้วย ซึ่งหากเปรียบเทียบง่าย ๆ จะพบว่า ธูป 1 ดอกที่ถูกจุด มีปริมาณสารก่อมะเร็งไม่ต่างจากบุหรี่ 1 มวนเลยทีเดียว

นอกจากนี้คนงานที่ได้รับควันธูปเป็นประจำพบมีการแตกหักของสารพันธุกรรมเพิ่มขึ้นและมีการซ่อมแซมลดลง

แม้ในทางการแพทย์จะไม่สามารถยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าควันธูป คือต้นเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง แต่การค้นพบสารก่อมะเร็งในควันธูปและศักยภาพในการซ่อมแซมความผิดปกติของสารพันธุกรรมที่ลดลงของผู้ที่ได้รับควันธูปเป็นประจำ นับเป็นกลไกส่วนหนึ่งในการเหนี่ยวนำให้เกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากสารก่อมะเร็งที่พบในควันธูปยังเต็มไปด้วยฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือน กระจกต้นเหตุการเกิดภาวะโลกร้อนแทบทั้งสิ้น โดยมีผู้ทำการวิจัยและรายงานไว้ว่าการจุดธูป 1 ดอกจะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเท่ากับ 1 ใน 3 ของน้ำหนักธูปทีเดียว

“ควันธูปในวัดส่งผลอันตรายต่อประชาชน โดยเฉพาะพระสงฆ์ คนงานที่ทำงานในวัด

แต่ ที่น่ากังวลมากที่สุด คือ บริเวณศาลเจ้า โดยเฉพาะย่านเยาวราช ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการจุดธูปตลอดทั้งวัน และอากาศไม่ค่อยถ่ายเท ประกอบกับยังมีควันพิษจากท่อไอเสีย ทำให้เป็นแหล่งรวมสารก่อมะเร็งที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุด การจุดธูปในบ้านก็เป็นปัญหามาก เพราะประเทศไทย มีความเชื่อเกี่ยวกับการจุดธูปว่า เพื่อเป็นการ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงทำให้มีการจุดธูปในบ้านมาก ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากธูป 3 ดอก สามารถปล่อยมลพิษและสารก่อมะเร็งได้เทียบเท่า สี่แยกไฟแดงที่มีการจราจรคับคั่ง” นพ.มนูญ กล่าวและว่า ธูปทุกชนิดล้วนมีสาร ก่อมะเร็งทั้งสิ้น ขณะที่ธูปไร้ควันและธูปอโรมา เคยมีงานวิจัยออกมาพบว่า มีการปล่อยสารเบนซีนมากกว่าธูปธรรมดาด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรมีการรณรงค์เรื่องนี้ เช่น การรณรงค์ดับธูปก่อนปักลงกระถางเพื่อลดควัน และในอนาคตภาคอุตสาหกรรมควรมีการผลิตธูปที่เมื่อจุดแล้วดับได้อย่างรวดเร็ว.


ขอขอบคุณ: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ไฟล์แนบ

  • แนบไฟล์  CRW_1278.jpg   130.31K   72 ดาวน์โหลด

หยุดนิ่งนั้นแหละไซร้ พรหมจรรย์
พระผุดผ่านทุกวัน สะอาดเกลี้ยง
นิวรณ์หมดสุขสันต์ สดชื่น
ชีพรื่นธรรมหล่อเลี้ยง ผ่องทั้งกายใจ

สุนทรพ่อ

#2 ณ ๐๗๒

ณ ๐๗๒
  • Members
  • 1340 โพสต์
  • Location:Ladkrabang

โพสต์เมื่อ 04 August 2008 - 02:13 PM

ที่ธูปในปัจจุบันมีโทษ มากกว่ามีประโยชน์ ก็คงเพราะ คนเรามิได้อนุรักษ์สิ่งดีๆ (หรือเห็นแก่รายได้จาการผลิต) ที่พ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ได้คิดประดิษฐ์ธูปขึ้นมา ไว้ใช้ในการสักการะบูชา ธูปสมัยก่อนนั้น จะหอมและและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ มิใช่ประกอบด้วยกาว และสารสังเคราะห์อย่างในปัจจุบัน

ทราบมาว่าวัดพระธรรมกายของเรา เคยมีการผลิตธูปด้วย ไม่ทราบว่าสมัยนี้ยังผลิตอยู่อีกหรือป่าว?

ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51)

ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี  ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ
แท้จริงแล้วความรักก็เปรียบดั่งเครื่องพันธนาการ  ที่มัดตรึงเหนียวแน่น ให้ลุ่มหลงอยู่ ย่อมจะต้องเวียนว่ายตายเกิดและจมอยู่ในกองทุกข์ร่ำไป