ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

เกี่ยวพันกับคำคำเดียว : ความตาย


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 2 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 ลูกพระพุทธ

ลูกพระพุทธ
  • Members
  • 136 โพสต์

โพสต์เมื่อ 18 October 2008 - 10:58 PM

เรากลัวความตายเพราะมันเป็นพื้นที่ที่เราไม่เคยเข้าไป ทุกคนเดินทางสู่ดินแดนนั้นโดยใช้ตั๋วเที่ยวเดียว "ความตาย" ฟังดูน่ากลัวเพราะเราไม่รู้จักมัน ภาพความตายฝังหัวเราเสมอว่า เป็นประสบการณ์เลวร้าย เชื่อมแน่นกับคำว่า "โชคร้าย" หรือ "กรรม" ยิ่งเรารู้จักมันน้อยเท่าไร ก็ยิ่งกลัวมันเท่านั้น

แต่ไม่ว่าจะเรียกมันว่า โชคร้าย หรือ กรรม มันก็เป็นเพียงวงจรปกติของธรรมชาติ

คนเรามักโศกสลดกับความตายของผู้อื่น แต่เมื่อนึกดูดีดี บางครั้งการมีชีวิตอยู่กลับเป็นเรื่องยากเย็นกว่าการจากไป

ในปรัชญาตะวันออก ความตายก็คือการเกิด และการเกิดก็คือความตายชนิดหนึ่ง

ร่างกายของเรา "ตาย" ไปทุกวัน ทุก ๆ นาทีมีเซลล์ของเราตายจากไป และเซลล์ใหม่ ๆ ทดแทน แม้ระบบของตัวเรายังคงอยู่ แต่จะว่าไปแล้ว เราในวันนี้ย่อมไม่ใช่ "เรา" ในวันก่อน

เราเพียงแต่ตายไปทุก ๆ วันโดยที่เราไม่รู้ตัว

นอกเหนือจากกายภาพ อารมณ์ของเราก็เกิดและตายไปทุกขณะ ประเดี๋ยวรัก ประเดี๋ยวเกลียด อีกครู่โกรธ

"ความตาย" จึงเป็นความเปลี่ยนแปลงชนิดหนึ่ง

แต่ไม่ว่าเราจะใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายหรือฟุ้งเฟ้อ ท้ายที่สุดแล้ว "คลื่นลูกสุดท้าย" ก็จะมาเยือนเราโดยหนีไม่พ้น ข้อแตกต่างอยู่ที่ว่า ยิ่งใช้ชีวิตด้วยความฟุ้งเฟ้อมากเท่าไร ก็ยิ่งกลัวตายมากขึ้นเท่านั้น

ชีวิตมิใช่เรื่องโหดร้ายหรือน่ากลัว ไม่ใช่เรื่องโชคชะตาหรือพรหมลิขิต ชีวิตเป็นเช่นนี้เอง เมื่อมีมรณานุสติให้เราระลึกถึงความตาย จึงทำให้เราใช้ชีวิตของเราทุกขณะจิตอย่างดีที่สุด

คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ที่การใช้ชีวิตในโลกจริง ไม่ใช่ในโลกฝัน ไม่ใช่ในอดีตหรือในมิติเวลาที่ยังมาไม่ถึง

เพราะชีวิตนั้นเปราะบางเหลือเกิน และเพราะเราไม่รู้ว่าสายน้ำแห่งความตายจะมาถึงเมื่อไร

คำคม วินทร์ เลียววาริณ


#2 usr23299

usr23299
  • Members
  • 97 โพสต์

โพสต์เมื่อ 19 October 2008 - 02:22 PM

กลัวก็ตาย ไม่กลัวก็ตาย ไม่กลัวดีกว่า เพราะเราล้วนแต่เคยตายด้วยกันทั้งนั้นแต่ลืมไป หรือแม้ตายแล้วตัวจิตวิญญาณก็ยังอยู่ เป็นเพียงการเปลี่ยนสถานที่และยูนิฟอร์มใหม่ซึ่งเป็นการออกแบบชีวิตของเราเองด้วยบุญหรือบาปที่ตนได้เคยกระทำ
ความตายนั้นมีอยู่ทุกอนุวินาทีของชีวิต ทุกลมหายใจของเราคือความตายของทุกเซลล์ในร่างกาย เพราะฉะนั้นเรามา ''ตีสนิทกับความตาย''กันดีกว่า......เมื่อถึงเวลานั้นแล้วจะได้ไม่ตกใจ..พลอยใจตกกันไป เพราะใจหมองนั้นเป็นหนทางสู่ทุคติ .ใจใสๆดีกว่านะครับ หมั่นเอาใจไว้ที่ตั้งถาวรของใจ คือศูนย์กลางกาย หรือกลางท้องเหนือสะดือ2นิ้วมือ เพราะจะตายหรือเกิดก็มาอยู่รวมอยู่จุดนี้จุดเดียว ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น 072^_^

#3 ตำรวจรักบุญ

ตำรวจรักบุญ
  • Members
  • 985 โพสต์

โพสต์เมื่อ 19 October 2008 - 10:28 PM

ทุกอนุวินาทีที่ล่วงผ่าน

ล้วนคืบคลานใกล้วันตายไปเสมอ

ธารตะวันทุ่งนี้ยังรอเธอ

มานะเออ มาตักบาตรพระสิบพัน

หลังกฐินไม่นานเดือนธันวา

บักหุ่ง(มะละกอ)ดองเต้าหู้ยี้สมานฉันท์

วัดปากน้ำเณรรุ่นหนึ่งมารวมกัน

กลางทุ่งธารแสงตะวันลพบุรี

ลมหายใจเข้าออกบอกอายุ

ใกล้บรรลุถึงความตายตามวิถี

บุญทุกบุญทุ่มสุดใจสุดชีวี

สร้างบารมีขอตามติดไปดุสิตา

ตื่นแต่เช้าเปิดดวงตามาอีกครั้ง

นาฬิกาปฏิทินบนข้างฝา

บอกเราหนึ่งวันที่ผ่านมา

เสียเวลาในชีวิตไปอีกวัน

เหลือเวลาอีกเท่าใดไม่รู้แน่

อยู่จนแก่หลับแล้วตายคล้ายกับฝัน

หรือถนนเคยเดินอยู่ทุกวัน

รถสักคันอาจเสียหลักหักมาชน

กินข้างแกงกระดูกไก่ไหลลงคอ

ไปโลงหมอไม่ทันโกลาหล

ไม้จิ้มฟันแทงเหงือกเสือกวายชนว์

ชีวิตคนง่ายดายไปอยู่เมรุ

นั่งเย็บผ้าเข็มไหลเข้าในปอด

เกือบไม่รอดโชคดีมียอดเถร

คือหลวงปู่ที่ศรัทธาไม่โอนเอน

เข็มกระเด็นออกมาน่าอัศจรรย์

ชีวิตคนกว่าเกิดมาว่ายากนัก

ต้องฟูมฟักรักเอ็นดูอยู่เสมอ

กว่าจะโตมาได้กลายเป็นเธอ

พ่อแม่เจอความลำบากมามากมาย

บทจะตายช่างดายง่ายยิ่งนัก

มัจจุมารมาพรากก็จากหาย

พอหมดบุญหมดลมก็ล้มตาย

รีบขวนขวายเติมบุญกันเถะเรา