บังเอิญอ่านหนังสือ แล้วเจอ...... อ่านแล้ว kissy รู้สึกขยัน ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา โดยเฉพาะ ตัวที่ kissy ทำสีไว้
โดยธรรมชาติ ทุกชีวิตเมื่อยังไม่หมดกิเลสก็ต้องทนรับทุกข์กันไป มากบ้างน้อยบ้างตามแต่กรรมที่ตนทำไว้ เราเวียนเกิดเวียนตายกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วนแล้ว ถ้ามีใครสามารถเอากระดูกของเราทุกชาติมากองรวมกันเข้าก็จะสูงท่วมภูเขา ถ้าเอาน้ำตาของเราที่หลั่งไหลออกมาเพราะความทุกข์ ทุก ๆ ชาติมารวมกัน ก็จะมากกว่าน้ำในมหาสมุทรเสียอีก ใครสามารถเข้านิพพานได้ก่อนก็หมดทุกข์ก่อน ที่ยังอยู่ ก็ต้องเวียนเกิดเวียนตายในทะเลทุกข์แห่งวัฏฏสงสารต่อไป
แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ก็ต้องเวียนว่ายตายเกิด เช่นเดียวกับพวกเรา แต่พระองค์ตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ถูกต้อง คือตั้งเป้าไว้ว่าจะกำจัดกิเลสในตัวให้หมดโดยเร็ว แล้วนำตนเองและผู้อื่นเข้านิพพานด้วย จากนั้นก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียร ฝึกฝนตนเองอย่างเต็มที่มานับภพนับชาติไม่ถ้วน แม้มีอุปสรรคหนักหนาสาหัสเพียงไรก็ไม่ย่อท้อ สละได้แม้เลือดเนื้อและชีวิตเพื่อรักษาเป้าหมายที่จะเข้านิพพานไว้ไม่ให้คลอนแคลน ในที่สุดพระองค์ก็ตรัสรู้ธรรม เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สามารถกำจัดกิเลสได้หมด เข้านิพพานอันเป็นบรมสุข
ส่วนพวกเรามัวเที่ยวเถลไถล เกะ ๆ กะ ๆไม่เอาจริง ไม่ตั้งใจมุ่งมั่นในการทำความดี บ้างก็ยังไม่รู้เป้าหมายสูงสุดของชีวิตว่า คือการเข้านิพพาน บ้างก็รู้แล้ว แต่เกียจคร้านประพฤติย่อหย่อน ทำ ๆ หยุด ๆ จึงต้องมาเวียนเกิด เวียนตายรับทุกข์อยู่อย่างนี้
ฉะนั้น ถ้าใครฉลาดก็ต้องรีบแก้ไขตนเอง ตั้งเป้าหมายสูงสุดของชีวิตไว้ ให้มั่นคง ไม่ประมาทในการสร้างความดี หมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ชำระกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ เพื่อกำจัดกิเลสให้หมดจะได้พ้นทุกข์ เข้านิพพาน ได้รับความสุขอันเป็นอมตะตามอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบ้าง
ที่มา : มงคลชีวิต ฉบับ ทางก้าวหน้า เล่ม 1 หน้า 54 เรียบเรียงโดย พระสมชาย ฐานวุฑฺโฒ
เป้าหมายชีวิตขั้นสูงสุด
เริ่มโดย kissy, Sep 12 2009 11:03 AM
มี 3 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้
#1
โพสต์เมื่อ 12 September 2009 - 11:03 AM
#2
โพสต์เมื่อ 12 September 2009 - 11:16 AM
_/I\_....สาธุการกับธรรมทานครับ...._/I\_
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC
#3
โพสต์เมื่อ 12 September 2009 - 03:27 PM
เป็นเช่นนั้นแหละครับ บางทีเราไม่ทราบ เราก็เลยเข้าใจผิดมาตลอด
เช่น ทำไมการเป็นคนดี ถึงต้องถูกบังคับให้อยู่แต่ในกรอบ จะทำอะไร
ตามใจตัวเองก็ไม่ได้เลย จะเที่ยวเตร่เฮฮา สังสรรกับเพื่อนกับฝูงมาก
ก็ไม่ได้ ต้องอยู่คนเดียวตลอด เป็นคนดียากขนาดนี้ แล้วใครจะอยาก
เป็นคนดีกันเล่า
นี่แหละครับ ที่จะต้องมาเข้าใจความจริงแท้ ที่ซ่อนอยู่ในความจริงทั่วๆไป
การที่วัยรุ่นสมัยใหม่เข้าใจว่า การตามใจตัวเองนั้น นั่นคือ
การมุ่งไปสู่อิสระเสรี
แต่แท้ที่จริงมันคือ การตกเป็นทาสของกิเลสต่างหาก กิเลสจะคอยบังคับใจ
เราให้อยากได้โน่น อยากได้นี่อยู่ตลอดเวลา และจะคอยบังคับใจเราให้เกิด
ความทะยานอยาก เมื่อทนไม่ได้ ก็ต้องเที่ยวไปแสวงหาสิ่งที่ต้องการมาให้ได้
สมอยาก ครั้นพอสมอยากแล้ว กิเลสก็จะให้เราพักแค่ชั่วครู่เท่านั้น บัดเดี๋ยว
ก็เกิดความอยากใหม่ ที่หนักข้อมากกว่าเดิม
หากความอยากหนักข้อมากเข้ามากเข้า ก็จะเกิดการเบียดเบียนทรัพย์ผู้อื่น
แล้วก็ไปสร้างกรรม สุดท้ายก็เกิดผลของกรรมขึ้นนั่นเอง
การจะไปสู่อิสระเสรีอย่างแท้จริง และไม่ตกเป็นทาสของกิเลสนั้น จะต้อง
ขจัดกิเลสให้ออกจากใจเรา ดังที่คุณ kissy ได้นำคำของพระอาจารย์
ท่านมาอธิบายไว้นั่นเอง
เช่น ทำไมการเป็นคนดี ถึงต้องถูกบังคับให้อยู่แต่ในกรอบ จะทำอะไร
ตามใจตัวเองก็ไม่ได้เลย จะเที่ยวเตร่เฮฮา สังสรรกับเพื่อนกับฝูงมาก
ก็ไม่ได้ ต้องอยู่คนเดียวตลอด เป็นคนดียากขนาดนี้ แล้วใครจะอยาก
เป็นคนดีกันเล่า
นี่แหละครับ ที่จะต้องมาเข้าใจความจริงแท้ ที่ซ่อนอยู่ในความจริงทั่วๆไป
การที่วัยรุ่นสมัยใหม่เข้าใจว่า การตามใจตัวเองนั้น นั่นคือ
การมุ่งไปสู่อิสระเสรี
แต่แท้ที่จริงมันคือ การตกเป็นทาสของกิเลสต่างหาก กิเลสจะคอยบังคับใจ
เราให้อยากได้โน่น อยากได้นี่อยู่ตลอดเวลา และจะคอยบังคับใจเราให้เกิด
ความทะยานอยาก เมื่อทนไม่ได้ ก็ต้องเที่ยวไปแสวงหาสิ่งที่ต้องการมาให้ได้
สมอยาก ครั้นพอสมอยากแล้ว กิเลสก็จะให้เราพักแค่ชั่วครู่เท่านั้น บัดเดี๋ยว
ก็เกิดความอยากใหม่ ที่หนักข้อมากกว่าเดิม
หากความอยากหนักข้อมากเข้ามากเข้า ก็จะเกิดการเบียดเบียนทรัพย์ผู้อื่น
แล้วก็ไปสร้างกรรม สุดท้ายก็เกิดผลของกรรมขึ้นนั่นเอง
การจะไปสู่อิสระเสรีอย่างแท้จริง และไม่ตกเป็นทาสของกิเลสนั้น จะต้อง
ขจัดกิเลสให้ออกจากใจเรา ดังที่คุณ kissy ได้นำคำของพระอาจารย์
ท่านมาอธิบายไว้นั่นเอง
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร
#4
โพสต์เมื่อ 18 September 2009 - 06:42 PM
ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51)
ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ
แท้จริงแล้วความรักก็เปรียบดั่งเครื่องพันธนาการ ที่มัดตรึงเหนียวแน่น ให้ลุ่มหลงอยู่ ย่อมจะต้องเวียนว่ายตายเกิดและจมอยู่ในกองทุกข์ร่ำไป












