http://www.dmc.tv/fo...showtopic=21421
และธรรมพิเศษ วันมอบวุฒิบัตรพระธรรมทายาท รุ่นกองพลสถาปนา โดยพระภาวนาวิริยคุณ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2552
http://www.dmc.tv/fo...showtopic=21416
นั้น วันนี้ขอนำธรรมะ อีกหัวข้อหนึ่ง มาฝากผุ้มีบุญ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ทุกๆๆท่าน รวมทั้ง เพื่อนๆธรรมทายาทรุ่นกองพลฯ ที่ยังบำเพ็ญสมณะ หรือที่ได้ลาสิกขาไปแล้ว จักได้เป็นการทบทวนธรรมะทีได้เรียนรุ้กันมา
พิธีขอขมาต่อคณะสงฆ์ ณ สภาธรรมกายสากล โดยพระภาวนาวิริยคุณ 28 สิงหาคม 2552
หลวงพ่อขออนุโมทนาบุญทุกท่าน ที่ตั้งแต่เข้ามาอบรม กฏระเบียบมีอะไรก็ปฏิบัตินั้น และการที่มีคนหลักหมื่น และอยุ่ในวัดนั้น การที่จะสงบ และสำรวมได้ขนาดนี้ และการที่เห็นต่อพระธรรม พระวินัย และการเป็นพระแท้ นั้น หลวงพ่อ ก็ขออนุโมทนาบุญทุกๆๆคน โดยเฉพาะการที่ปู่ยาตทวด กล่าวว่า
ของ2 สิ่งอยู่ในที่เดียวกัน ย่อมต้องกระทบกันเหมือนอะไร ๆ เช่น ลิ้นกับฟัน เราก็รัก และถนอมกัน เพื่อใช้มัน วันดีคืนดี มันก็กระทบกัน ก็ไม่รุ้ว่า จะไปโทษใครกันดี อีกอย่าง เท้าของเรา ข้างเดียว ก็ยืนไม่ได้ บางทีเดินๆก็ขัดกัน ก็เซกัน บางทีก็ล้มเลย
มันเป็นธรรมชาติ ที่ของ 2 สิ่งจะกระทบกัน ขาเราบางทีล้มลงก็ เข้าโรงพยาบาล นี่คนเดียว ไม่ต้องพูดที่พวกเราอยุ่เป็นหมื่นกว่า โอกาสกระทบกันมีอยู่ ขาเรายังมีสะดุดกัน แต่ว่าอาศัย ความรัก ความเคารพ ในพระรัตนตรัย อาศัยความอดทน ที่จะมาอบรมกัน จนมาถึงวันนี้ ที่พร้อมจะบวช
ในบ้านเรา มีไม่กี่คน หรือที่ทำงานมีหัวหน้า และลูกน้อง และวันนี้เราอยู่เป็นหมื่น ที่เราจะรอให้บุญใหญ่เกิดกัน เมื่อก่อนอยุ่เป็นสิบ เป็นร้อย มีการกระทบกัน การที่เรามาอยู่เป็นหมื่น เพราะเป้าหมายที่จะมาอยู่ การมาที่นี่ เพื่อจะเป็นพระแท้ เราจะสร้างบุญบารมี นี เพือ
1.ติดตามตัวเราไปข้าพภพข้ามชาติ
2. บุญนี้จะได้ทดแทนพระคุณผุ้มีพระคุณของเราคือ พ่อแม่ ผู้ให้กำเนิดเราและยังมีลุงป้าน้าอา ที่ช่วยไกวเปลให้ นอกจากนั้น ครูอาจารย์ เพื่อนบ้าน รวมทั้งผู้มีพระคุณข้างนอก หรือในวัด ไม่รุ้จะเอาบุญ อะไร ก็เอาบุญนี้มาทดแทนท่าน
3. นอกจากนี้ เราจะเอาบุญนี้มาดับร้อนประเทศชาติ รวมทั้งโลกนี้ให้มันร่มเย็น
นี้เป็นเส้นทางเดินของพวกเรา ถึงอดทนแม้มีกระทบกระทั่งกัน แต่เราจะเอาบุญใหญ่กัน
พรุ่งนี้ เราจะบวชกัน ก็เป็นอริยะประเพณีนี้ ก็จะมีการขอขมาต่อหลวงพ่อ พระอาจารย์ และพระพี่เลี้ยง ยิ่งกว่านั้น เรายังได้ขอขมาต่อพ่อแม่ หรือผู้ที่ล่วงเกินท่านแม้แต่เด็ก ก็ต้องขอขมา เพื่อจะได้ไม่มีอะไรมาค้างใจ นั่งสมาธิ ก็สบายใจ ไม่มีหน้าตาลอยไปให้สะดุดใจ นี่เป็นอริยะประเพณี
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ให้ความรุ้แก่เรา คือ มนุษย์ทั้งโลก ทันทีที่เกิดมา ที่คลอดจากครรภ์มารดา มีสิ่งที่ต้องรุ้ ไม่คิดก็ไม่แปลก เพื่อให้เกิดความระมัดระวังตัว เพื่อทุ่มเทการฝึกตัว ให้ได้บุญมากๆทันทีที่เกิดมีกฏ4 กฏ ครอบมนุษย์เราอยุ่ โดยที่เรามักไม่รู้ตัวคือ
1. กฏหมาย ไม่ว่าเราจะรุ้หรือไม่ว่ามีกฏหมายหรือไม่ กฏหมายข้อนั้นก็จะมี ใครผิดพลาดก็ลงโทษ เราจะเคยเรียนกฏหมายหรือไม่กฏหมายมีการประกาศแล้ว แม้จะรุ้หรือไม่ก็ถือว่ารู้เอาไว้แล้ว
2. กฏจาริตประเพณี เป็นข้อประพฤติกันอย่าไปพลาด ถ้าพลาดไปก็เป็นคนไม่ดี เช่น ลูกต้องเคารพพ่อแม่ ศิษย์ต่ออาจารย์ แม้ศานาอื่น ก็มีกว่า อาหารบางอย่างทานได้และไม่ได้ พรุ่งนี้เราจะบวช พระเณร ก็เป็นจารึตประเพณี เมื่อเข้ามาแล้ว ก็ต้องทำให้ถูกต้อง เพระ สังคมยอมรัยว่าดีงาม
ทั้งกฏหมายและกฏจารึตประเพณี ล้วนเกิดจากมนุษย์กำหนดขึ้น
3. กฏแห่งกรรม มีหลักว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว กฏนี้มีมาพร้อมกับโลกเกิดขึ้น แต่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไร แต่ถ้าทำไม่ดีมา ก็จะอึดอัดขัดข้อง ถ้าทำดีมาก็จะชื่นใจ แต่มีกฏเกณฑ์ยังไงก็ไม่รู้ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดขึ้นมา พระองค์ นั่งสมาธิ เป็นเดิมพัน ทำให้เห็นกฏแห่งกรรมของพระองค์ เห็นอริยสัจจ์ 4 จึงนำมาบอกชาวโลก ในเรื่องกฏแห่งกรรม สรุปสั้นๆทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำดีได้ไปสวรรค์ ถ้าดีมากๆก็หมดกิเลสได้ ตรงข้าม ถ้าทำชั่วมาก ก็ไม่สบายใจ ถ้าชั่วมากๆ ก็อาจติดไปหลายชาติ เมื่อพระสัมมาฯรู้ก็มาบอกพวกเรา ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของแต่คน อย่างพวกเรา เคยเรียนและได้ทำดีได้ดีฯ นั้นเราก็งง หรือทำชั่วแล้วไปนรกนะ ถ้าทันนะ ก็คงไม่ไปกินเหล้า บุหรี่ ถ้าทันก็ไม่ไปกินจน ปอดดำ และตับแข็ง หรอก
กฏแก่งกรรมนี้มีฤทธิมากๆขนาดกฏหมายและจารีตประเพณี ก็ยังอยู่ในนี้ ไม่ว่า จะเป็นทนาย อัยการ ถ้าทำผิดกฏแห่งกรรม ก็ตกนรกได้เช่นกัน
ในเมื่อกฏแห่งกรรม ถามว่า นั่งในนี้ถ้ารู้ว่าผิดมาก แค่ไหน เช่น เวลาโกรธใคร แล้วไม่ทำ เค้าก ก็ชั่ว โกรธเค้าแล้วไปทุกเค้าก็บาป หรือหมู หมา กาไก่ ถ้ามันโกรธ กัน มันขวิกัน กัดกัน ก็เป็นบาปเช่นกัน
พวกเรานะ คุณแม่เราๆก็ต้องรัก เคารพ แต่ตอนเด็กๆ เราดื้อ เราซน ตอนแบเบาะ หรือคลาน แม่ให้นมไม่ถูกใจ ผิดเวลา ก็ทั้งผมแม่ๆก็โอ๊ย นี้ก็เป็นบาป แล้วไง แม่โกรธมั้ย "ลูกเรารู้หรือเปล่า " แม่ก็ให้อภัย แม้โตมา ว่าเตือน ลูกจะเตะโครม เขวี้ยงโน่น นั่น นี
ลูกเอ๊ย บาปทั้งนั้น นึกเมื่อไหร่ ก็จะกินแหนงแคลงใจ ถ้าใจใส เมื่อไหร่ เหมือนเราเข้าโรงถ่าน ตอนกลางคืน หลับสบาย พอตอนเช้าเห็นเข้า เราก็ต้องรีบไปอาบน้ำให้สะอาด เมื่อบวช นั่งสมาธิใจใส ก็นึกโน่น ก็ผิด นี่ก็ผิด ถึงได้จับมาบวช แล้วจะแก้ยังไงหละ ก่อนบวช ก็เลยขอขมากัน ก่อน ต่อพระพี่เลี้ยง หลวงพ่อ
เพื่อให้หมดความกังวลใจ พระสัมมาฯ ก็เลยสอนว่า การรู้ตัว การสำนึกไม่มีทิฐิมานะ จึงทำให้มีพิธีขอขมากัน นัยแต่เข้ามาวัดไม่ว่จะไถกใจใคร กะพระพี่เลี้ยง ก็จะได้ไม่กินใจกัน และและพรุ่งนี้ก็จะได้ขอขมาพ่อแม่และเขตเสมา เพือสบายใจ
4. กฏไตรลักษณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรค้ำฟ้าได้ ทุกชีวิตก้าวสู่ความตาย ทุกสิ่งก้าวสู่ความเสื่อมสลาย มีทางเดียว คือทำดีเรื่อยไป เหมือนเกลือใส่ในแก้วน้ำ นั้นกินไม่ได้ เอาแก้วน้ำนั้น ใส่คูลเลอร์ น้ำนั้นกร่อย เหลือแก้วเดียวกัน ใส่แทงค์ น้ำนั้นก็กินได้ บวชครั้งนี้ ทำดีๆกแล้วจะได้บุญมากๆๆ
คืนนี้ไปนึกซะแล้วไปขอขมากันในวันพรุ่งนี้













