เปรียบเทียบการสร้างบารมีของพวกเรา ก็เหมือนกับการขับรถยนต์
ตลอดเส้นทางการสร้างบารมีบ้างก็ราบเรียบเหมือน มอร์เตอร์เวย์ บ้างก็ขรุขระยิ่งกว่าผิวพระจันทร์
ถ้าจะสร้างบารมีให้มีความสุข ก็ต้องปรับเกียร์ให้เข้ากับเส้นทาง ถ้าเส้นทางราบเรียบกว้างขวางเราก็ขึ้นเกียร์สูง ถ้าเส้นทางขรุขระก็ลดเกียร์ต่ำลง
ขับรถไปได้ดีต้องเข้าเกียร์ให้เหมาะสมกับเส้นทาง
ที่ผ่านมา พวกเราพบอุปสรรคมากมาย อาจทำให้เราวิ่งได้ช้าบ้าง บางครั้งต้องเหยียบเบรค และ ในหลายๆครั้งเราก็แล่นเกือบตกหน้าผา เพราะเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือเพราะไม่ชำนาญในเส้นทาง
แต่เป้าหมายของเราไม่เคยเบี่ยงเบน และ ต้องไปให้ถึงเป้าหมายของเราให้จงได้ ในที่สุด เราก็ชิตัง เม..... ถึงเป้าหมายเป็นระยะๆมาโดยตลอด
ถึงแม้ทางจะขรุขระคดเคี้ยว ต้องชลอ ใช้เกียร์ต่ำ แต่กลับทำให้เราเห็นอะไรในสองข้างทางได้ชัดเจนขึ้น วันนี้เราว่าเราทำดีแล้ว แต่พอได้ดูอีกทีก็ยังดีไม่พอ เราจึงต้องหันมาปรับปรุงให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก
ณ เวลานี้ การสร้างบารมีของพวกเรา ที่เร็วแรง ต้อง โฟร์วีลไดรพ์ !!!!
เพราะไม่ว่าเราจะเข้าเกียร์สูงหรือต่ำก็ได้ ถ้าเส้นทางขรุขระมากนัก ก็ขับเคลื่อนสี่ล้อเลย คล้ายๆ เมื่อเราไปทำหน้าที่ของผู้นำบุญ เมื่อไม่มีอุปสรรค เราก็ฉายเดี่ยวตะลุยไปเลย จะใส่เกียร์สูง หรือจะใช้ เกียร์ต่ำก็ดูจังหวะ
แต่ถ้าอุปสรรค มากมายคนเดียวรับไม่ไหว เราก็ขับเคลื่อนสี่ล้อ คือไปเป็นทีม ประชุมปรึกษาหารือ ลุยไปด้วยกัน แล้วช่วยกันรับ และ แก้ปัญหา งานบุญก็จะสำเร็จเป็นอัศจรรย์
ตัวอย่างของผู้นำบุญท่านหนึ่ง ที่จังหวัดสมุทรปราการ เธอบอกว่าช่วงแรกๆ เดินบอกบุญกับหมู่ญาติ ไม่สนุกเท่าไร แต่ตอนหลังพอได้รวมกลุ่มกันไปเป็นทีมกับเพื่อนๆ ผู้นำบุญรู้สึกว่าสนุกและมีรสชาติมากขึ้น และ ไม่รู้สึกเหนื่อยเพราะทุกคนต่างเป็นกำลังใจให้กันและกันได้
หรืออย่างผู้นำบุญจังหวัดระยองอีกท่าน เธอเล่าให้ฟังว่า ป้าไปกันเป็นทีมค่ะ แบ่งหน้าที่กันทำ คนนี้สารถีแก้ว คนนี้ช่วยกันยิ้ม คนนี้ช่วยกันพูด เบิกบานกันทุกคน เราไปสร้างความคุ้นเคยกับเขา ปัญหามีก็เหมือนไม่มี
การขับรถของเราบางครั้งเมื่อเจอทางตัน เจอหน้าผาหรือเจอไฟแดงเราก็ต้องเหยียบเบรค.....หยุด! อย่าไปทางนั้น รอนิ่งๆ เดี๋ยวก็เจอทางออก ไฟแดงได้ ก็เขียวได้ พูดภาษาชาวบ้าน เมื่อเจอทางตันก็อย่าดันทุรัง ทำใจนิ่งๆเฉยๆ ที่ศูนย์กลางกาย นึกอะไรไม่ออกบอกศูนย์กลางกาย ประเดี๋ยวทางก็สว่างโล่ง เตียน ช้าแล้วชัวร์ดีกว่า ถ้าเร็วไป แต่ใจไม่ใส ผลลัพท์ที่ได้ก็ไม่ดี
รถยนต์ทุกคันต้องมีแบตเตอร์รี่คอยเก็บพลังงาน และ กระจายพลังงานไปทุกระบบ ขับไปใช้ไปวันหนึ่งต้องหมดสภาพ ต้องชาร์ตไฟหรือเปลี่ยนใหม่
เราผู้นำบุญมีกำลังใจเป็นตัวขับเคลื่อน เราเติมพลังใจด้วยการเจริญสมาธิภาวนาที่บ้านทุกๆวัน ซึ่งทำไปใช้ไป เช่น ถ้าทำเช้า....ใช้สาย ทำสาย.....ใช้บ่าย วันหนึ่งอาจจะเสื่อมสภาพได้ อย่างน้อยต้องหาโอกาส สามวันบ้าง เจ็ดวันบ้าง ไปชาร์ตแบตเตอรี่อย่างเดียว เติมพลังอย่างเดียวด้วยการปฏิบัติธรรม
ตามคำแนะนำของผู้นำบุญท่านหนึ่งจากโคราช ผมนั่งสมาธิทุกวันไม่เคยขาด แต่เป็นการนั่งไปใช้ไป แต่ที่ผมขึ้นพนาวัฒน์ เจ็ดวันก็เพื่อจะชาร์ตแบตเตอรี่ให้เต็มอย่างเดียว แล้วผมก็กลับไปลุยงานอย่างเต็มกำลัง
ดังนั้นการปฏิบัติธรรมระยะยาวเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องหาโอกาสไป หลักสูตร สามวัน เจ็ดวัน ตามแต่สะดวก และสามารถติดต่อได้ที่ผู้ประสานงานภาคที่ท่านสังกัดอยู่
โปรดรักษากาย วาจา ใจ ของเราให้สะอาด บริสุทธ์ สำหรับรองรับบุญใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ คือบุญกฐินคุณยาย สถาปนาอาคารคุณยาย 100 ปี ที่เป็นฐานทัพในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ วิชชาธรรมกาย ไปทั่วโลก และ จักรวาล และ ยังเป็นการถวายเวลา แห่ง ความแข็งแรง ให้แด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ผู้เป็นหลักชัยในการสร้างบารมีของพวกเราทุกๆคน ให้ท่านได้ทำงานที่แท้จริง ที่ท่านปราถนามาอย่างยาวนาน และเป็นงานที่ไม่อาจมีใครทำแทนท่านได้
บุญกุศลใหญ่ก็จะเกิดขึ้นกับพวกเรา เป็นเสบียงติดตามตัวเราไป และ ให้โอกาสพวกเราในการตามติด ติดตาม พระเดชพระคุณหลวงพ่อ และหมู่คณะ ใกล้ชิด ไปทุกภพทุกชาติ กับรถด่วนขบวนสุดท้ายสายนี้ ที่มีจุดหมายปลายทางเพียงที่เดียว คือ ที่สุดแห่งธรรม
แผ่นดิน
18 กันยายน 2552
และในโอกาสนี้ แผ่นดิน ขออนุญาติไปชาร์ตแบตเตอรี่ โดยขึ้นไปปฏิบัติธรรมพิเศษ ที่Lake Arrowhead ,CA,USA 3วันก่อนนะครับ แล้วจะเอาบุญมาฝากทุกท่าน และจะกลับมาแบบ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ไม่ท้อ ปิดกองกฐินคุณยาย แน่นอน ครับ
ขออนุญาติ นำบทความ และ ปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วน จากหนังสือ วารสารตะวันธรรม เดือนมีนาคม 2543 โดยพี่เลี้ยงดอกไม้บาน มา ณ โอกาสนี้
ขอกราบอนุโมทนาบุญครับ














