ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )
|
ความคิดเห็น
#1
|
|
|
ข้ออนุญาต ซักถาม เรื่องการปฎิบัติ ครับ
ผมใช้กสิณสี ทำสมถะกรรมฐานนะครับ เรียนตามตรงว่าไม่ค่อยมีความรู้เรื่องวิชาธรรมกายสักเท่าไรเลย รู้แค่ผิวเผินเปลือกๆ แล้วก็ไม่เคยฝึกสิณกอะไรเป็นพิเศษด้วย แต่ที่ใช้กสิณเพราะถูกจริต ผมแทบไม่ต้องมานั่งจ้องดวงสีกระดาษเลยครับ พอปฏิบัติก็แทบจะนึกอุคคหนิมิตสีได้เลย รู้สึกว่ามันง่ายกว่ากรรมฐานแบบอื่นๆ แต่วันนี้ ผมใช้กสิณสีแดง ทำปฏิภาคนิมิต วิ่งไปมา หน้าหลัง บนล่าง 8 ทิศ ขยายขนาดเล่นจนจิตสบายใจแล้ว ดวงกสิณก็กลับมาอยู่ที่บริเวณหน้าอก จากนั้น พอมีสมาธิ อยู่กับ ปีติสุข สักพัก แล้วก็รู้สึกว่าดวงกสิณวูบลง จากนั้น ดวงกสิณ และ ลมหายใจหายไป แต่มีความรู้สึกตื่นตัว(ไม่เคลิ้มเลย)อยู่เต็มกาย อยู่ข้างในสว่างๆ เหมือนมีอีกกายหนึ่งอยู่(ไม่รู้ว่าผมเวอร์ คิดไปเองรึปล่าวนะครับ) ส่วยกายหยาบมีความรู้สึกนิดๆหน่อยๆเหมือนมีอะไรเคลื่อนที่ สั่นๆไปเบาๆไม่เป็นระเบียบ เป็นแบบนี้ สัก 10-15 นาทีน่าจะได้ ผมก็จะออกมาให้เจอกายจริงๆ จิตออกมาแป๊บเดียวแล้ว ก็เข้าไปสู่สภาวะที่ลืมบริกรรมลืมลมหายใจอีก แต่ความตื่นตัวสว่างเหมือนอยู่ในกายสว่างนั้นอีก เป็นแบบนี้อีก 2 รอบ ถึงจะออกมา ออกมาแล้วสบายใจไม่รู้สึกว่าโดนนิวรณ์รบกวน เมื่อวานผมก็เจอแบบนี้ แต่เมื่อวานผมนั่งเกือบ ชม.แล้วท่านั่งเริ่มไม่สวยไม่เป็นระเบียบแต่รู้สึกว่ากายสว่างๆนี้นั่งเป็นระเบียบกว่ากายจริง ส่วนวันนี้กายสว่างๆเขาสวดมนต์ด้วย พี่ๆช่วยวิจารณ์ และแนะนำด้วยครับผม โดยเฉพาะมันมีอีกกายที่ สว่างๆอยู่ข้างในรึปล่าวครับ 2/7/2010 16:36 |
|
ความคิดเห็น
#2
|
|
|
สาธุ ค่ะ คุณเจ้าของกระท้มาถูกทางแล้วค่ะ
เมื่อนั่งสมาธิแล้ว จะเห็นทั้งหมด 18 กาย อยากร้ลองศึกษาวิธีการนั่งสมาธิตามวิชาธรรมกายดูค่ะ แล้วคุณจะพบคำตอบที่คุณสงสัยค่ะ แต่ขอยืนยันค่ะ คุณนั่งสมาธิได้ถูกทางแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยวิธีใด ลมหายใจเข้าออก หรือ ยุบหนอพองหนอ แต่จุดหมายปลายทางที่มีเหมือนกัน web dmc มีคำตอบ ให้คุณเสมอ ลองศึกษาค้นหาได้น่ะค่ะ อนุโมทนาบุญค่ะ สาธุ กายข้างในสว่างกว่ากายข้างนอกค่ะ และ ยิ่งทิ้งดิ่งเข้ากลางกายในกายไปเรื่อย ๆ จนเป็นหนึ่งเดียวกันคุณจะพบกับความมหัศจรรย์ที่หาคำบรรยายไม่ได้ว่า วิเศษ ที่สุด 2/7/2010 18:34 |
|
ความคิดเห็น
#3
|
|
|
ลองหาความรู้ และอ่านจากหนังสือเล่มนี้ดูนะคะ
http://www.kalyanamitra.org/book/pdf/69KAN.pdf ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ 2/7/2010 21:49-------------------- ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51) ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ |
|
ความคิดเห็น
#4
|
|
|
สาธุ ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับส่วนผมยังไม่ได้เข้าถึงอะไรเลย
2/7/2010 21:49 |
|
ความคิดเห็น
#5
|
|
|
สาธุครับ
ใครมีลิงค์ให้โหลดหนังสือ คู่มือสมภาร ที่วัดเราพิมพ์แจก ช่วยนำมาลงให้ จขกท ด้วยนะครับ สาธุครับ 2/7/2010 23:26-------------------- ![]() ละธรรมดำ ยังธรรมขาวให้เจริญ ธัมมะกาโย อะหัง อิติปิ เราตถาคต คือธรรมกาย |
|
ความคิดเห็น
#6
|
|
|
สังเกตุนะครับ คุยกับคนที่นั่งจริงๆ ไม่ว่าจะนั่งแบบใหนตามคัมภีร์มาตราฐานเป็นรู้เรื่อง
จขกท จะลองอ่านคู่มือสมภารตามที่สมาชิกแนะนำก็ดีนะครับ ถ้าหาไม่เจอ pm บอกผมก็ได้ครับ จะส่งให้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 3/7/2010 0:55 |
|
ความคิดเห็น
#7
|
|
|
ขอให้จขกทได้ดวงตาเห็นธรรมะสว่างไสวนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ ลองเข้าไปดูตามlinkนี้นะคะ บอกได้คำเดียวว่ามีค่ายิ่งกว่าเพชรใด ๆ ใลกนี้ http://www.dmc.tv/pages/phramongkolthepmoni/dhammabook.html 3/7/2010 1:47 |
|
ความคิดเห็น
#8
|
|
|
QUOTE กายมนุษย์ละเอียดหรือกายอื่นๆ แตกต่างจากกายหยาบของเราอย่างไร http://dmc.tv/index.php?module=meddetail&a...e=26&no=218หมวด คำถามปกิณกะ กาย มนุษย์ละเอียดมีหน้าตาเหมือนกับตัวเรา เหมือนเลย แต่ว่าสดใสกว่า บริสุทธิ์ กว่า นุ่มนวลกว่า เห็นแล้วชอบใจมากกว่า มีความคิดกว้างขวางกว่ากายหยาบ ไม่ คับแคบเหมือนกายหยาบ มีความคิดที่กว้างขวาง กว้างไกล ลึกซึ้ง เห็นว่า กายหยาบนี้แค่เป็นเครื่องอาศัย ของที่อยู่กับกายหยาบเป็นอุปกรณ์ในการใช้ สร้างบารมี จะเป็นทรัพย์สินเงินทองของนอกกายนั้น เป็นแค่อุปกรณ์ในการสร้าง บารมีเท่านั้น กายมนุษย์ละเอียด เห็นได้กว้างขนาดนั้นทีเดียว และเห็นว่า ทุก ๆ ชีวิตนั้นน่ะ มีความเกี่ยวพันกันไป เป็นเหมือนญาติ เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายเหมือนกัน เป็นเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน จะเห็นได้ชัดเจนเลย เมื่อเข้าถึงกายละเอียด แล้วก็จะเข้าถึงกายทิพย์ กายพรหม อรูปพรหม ที่มี ลักษณะสวยงามแตกต่างกันขึ้นไปเรื่อย ๆ ทั้งความบริสุทธิ์ ความใส ขนาดใหญ่ โตกว่ากัน ความสุข ความบริสุทธิ์อะไรต่างก็ รวมทั้งความนึกคิดดวงปัญญาแตก ต่างกันขึ้นไปเรื่อย ๆ กระทั่งเข้าถึงกายธรรม แต่ละกายนั้นก็จะคั่นด้วยดวง ธรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นเครื่องกลั่นใจให้ใส กลั่นแล้วกลั่นอีก กายก็จะถอดออก เป็นชั้น ๆ ๆ นี่แหละมีอยู่ในตัวของพวกเราทุก ๆ คนแต่เราไม่เคยเฉลียวใจเลย ว่ามันมีอยู่ ไม่เคยมีความรู้สึกแม้แต่นิดเดียวนะ ว่าในตัวเรามีสิ่งเหล่า นี้อยู่ เพราะมัวไปทำมาหากิน มัวเพลิดเพลินกันอยู่ในโลกการทำมาหากิน มี ปัญหาต้องแข่งขันกัน ต้องแก้ปัญหากัน เวลาถูกใช้ไปอย่างนั้น ได้ทรัพย์มา แล้วก็เอาไปใช้จ่ายเพลิดเพลิน โดยคิดว่านั่นคือการผ่อนคลาย คือการพักผ่อน เพื่อจะเผชิญปัญหาในวันต่อไป แต่จริง ๆ นั้นก็คือชีวิตที่สูญเปล่า เพราะ ฉะนั้นพอมาถึง ณ จุดตรงนี้แล้ว เราจะแจ่มแจ้งทีเดียว อาจลองศึกษาเพิ่มเติมจาก บทความในหมวดสมาธิก็ได้นะคะ อาจจะเจอคำตอบอื่นที่ต้องการก็ได้ http://dmc.tv/index.php?module=meddetail&a...e=12&no=105 3/7/2010 3:02-------------------- ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51) ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ |
|
ความคิดเห็น
#9
|
|
|
ขออนุโมทนาบุญกับ คุณ.usr35193 ด้วย ค่ะ ขอให้คุณนิ่งๆไปเรื่อยๆเถิด ค่ะ จะยิ่งสว่างมากกว่าที่คุณได้พบอีก ค่ะ จะเห็นทั้งลืมตาและหลับตา
ค่ะ เพราะได้พบมาแล้วกับตัวของดิฉันเอง จนมาถึงทุกๆวันนี้ ค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ 3/7/2010 12:11 |
|
ความคิดเห็น
#10
|
|
|
สาธุครับ นั่งได้จังหวะถูกส่วนพอดีเลยคับ ดีมากเลยคับ
ขอให้นิ่งกว่านี้จะดีมักๆ เลยครับ ใจกำลังเคลื่อนจากสภาวะหยาบไปสู่สภาวะละเอียดภายในแล้ว ใจได้ทิ้งสิ่งนำทางของใจเพื่อให้ใจหยุดนิ่ง นั่นคือ ดวงกสินภายนอก(ที่เรานึกจำลองเป็นที่ยึดที่เกาะของใจชั่วคราวเพื่อไม่ให้ใจไปเกาะกับเรื่องอื่นๆ) เข้าไปหาสภาวธรรมภายใน สิ่งที่ต้องทำคือ ใจเย็น ให้ได้มากกว่านี้ นิ่งมากกว่านี้จะดีครับ ดื่มด่ำกับปีติสุขให้ได้นานๆ แช่อิ่มกับความสุขที่เราได้เข้าถึง พึงพอใจกับความสุขกับสภาวะธรรมที่เราเข้าถึง จะเป็นความสว่างก็ดี แช่อิ่มมันเข้าไปคับ นิ่งเข้า ไม่นานใจเย็นพอ ใจก็จะเคลื่อนเข้าไปสู่สภาวะที่ละเอียดยิ่งๆกว่านี้ ใจจะละเอียดมาก ละเอียดแล้วละเอียดเล่าเฝ้าแต่ละเอียดคับ จะเข้าใจด้วยตัวของตัวเองว่า นี่แหละ ถูกต้องแล้ว... (เพราะนิวรณ์5 วิจิกิจฉาได้ถูกกำจัดเสียสิ้นด้วยกำลังแห่งความเพียรของเราเอง) นั่งดีครับ ขอให้รักษาความดีนี้ต่อไป ไม่เวอร์หรอกคับ นั่งดีแล้ว ขอให้ขยันๆนั่งยิ่งๆขึ้นไป (สิ่งที่ยากคือ ทำให้ต่อเนื่อง ให้สภาวะที่เกิดกับเรานี้ เกิดขึ้นอีกบ่อยๆ ถี่ๆ จนสามารถทำได้อย่างคล่องแคล่วเชี่ยวชาญ) อนุโมทนาบุญด้วยครับ ------------ QUOTE จากแก้วนำทาง ไปสู้แก้วต้นทาง และไปสู้แก้วกลางกาย 3/7/2010 22:13 |
|
ความคิดเห็น
#11
|
|
|
ขอบคุณพี่ๆ ทุกท่านที่ให้ความเห็นครับ
อันที่จริงผมเข้ามาตอบช้าไปหน่อย เพราะหลังจากโพสต์ในบอร์ด เวบบอร์ด DMC มาดูอีกทีแล้วไม่เห็น ผมก็นึกว่ากระทู้ของผมอาจจะมาไม่ถูกทาง เป็นแค่การปรุงแต่งขึ้นเอง ทางคณะผู้รับผิดชอบคงจะเอาออกไป แต่มาวันนี้ ไม่รู้นึกยังไงเข้ามาดูอีกครั้ง เห็นความเห็นของพวกพี่ๆ ผมก็ปีติและขอบคุณอีกครั้งครับ ขอเรียนถามอีกสักข้อนะครับ แต่ก่อนผมจะทรงภาพกสิณสีแดงไว้เนืองๆ แต่ปัจจุบันผมทรง ดวงกสิณได้ใสๆ มีประกาย หลับตาลืมตา เห็นเหมือนกัน ขยายขนาด หรือเปลี่ยนทิศทางได้ตามต้องการ เรียนถามว่า ถ้ากรณีที่เราไปเจออีกกายหนึ่งที่มี เรียกว่ายังไงดีครับ มีธรรมที่สูงกว่า มั้งครับ? คือ ผมรู้สึกว่ากายสว่างนี้ท่านมีภูมิธรรมที่จะต่อสู้กับกิเลสได้แบบรู้ทันกิเลสว่าเข้ามาแล้ว รู้ว่าถ้ากิเลสลากไปลากมามันไม่ดี แต่ผมแวบๆว่าเจออีกกายที่รู้สึกว่ามีความกรุณา&เมตตากว่าต่อสรรพสิ่งรอบตัวมากยิ่งกว่า (เห็นแวบๆนะครับ) เราก็เอาดวงกสิณใสนี้ไปวางในกายนั้น ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถูกต้องไหมครับ? 4/7/2010 17:16 |
|
ความคิดเห็น
#12
|
|
|
ให้ไปโหลดหนังสือคู่มือสมภารแล้วศึกษาดูนะครับ จะได้เข้าหลักวิชชา ถูกหลักวิชชา ไม่งั้นก็ตรึกนึกเองไปเรื่อยๆ
และทุกขั้นตอนของวิชชาธรรมกายก็กลั่นกรองออกมาจากพระไตรปิฎกนั่นแหละครับ จึงมั่นใจได้เลย ไม่ต้องกังวลใจไปครับ คุณ innerpeace หาลิงค์มาไว้ให้แล้วครับ http://www.dmc.tv/pages/phramongkolthepmoni/dhammabook.html ................................................................. QUOTE ขอเรียนถามอีกสักข้อนะครับ แต่ก่อนผมจะทรงภาพกสิณสีแดงไว้เนืองๆ แต่ปัจจุบันผมทรง ดวงกสิณได้ใสๆ มีประกาย หลับตาลืมตา เห็นเหมือนกัน ขยายขนาด หรือเปลี่ยนทิศทางได้ตามต้องการ คัมภีร์วิสุทธิมรรคแสดงไว้ว่า อาโลกกสิณ คือกสิณแสงสว่าง เป็นกสิณกลาง ไม่ว่าเราจะเจริญกสิณหรือสมถะกองใดสุดท้ายก็จะเห็นเป็นแสงสว่าง ใสสว่าง ครับ ดังนั้นคุณเข้ากลางของกลางจุดเล็กสว่างกลางดวงกสิณสีแดงนั้น แล้วจะสามารถเห็นเป็นอาโลกกสิณแสงสว่างได้ครับ พระของขวัญของหลวงปู่สดวัดปากน้ำก็มีกล่าวไว้ ว่าใครนำมาเป็นนิมิตตจนเห็นติดตา จะเห็นองค์พระสำแดงแสงสว่างได้ 6 สี เสมือนฉัพพันรังสีนะครับ แต่สุดท้ายท่านให้เข้ากลาง แล้วหยุดตรงจุดเล็กใสสว่าง ก็จะเห็นดวงปฐมมรรค ใสสว่าง อาโลกกสิณ ก็คือ อาโลกสัญญา ตามพระพุทธพจน์นั่นเองครับ QUOTE เรียนถามว่า ถ้ากรณีที่เราไปเจออีกกายหนึ่งที่มี เรียกว่ายังไงดีครับ มีธรรมที่สูงกว่า มั้งครับ? คือ ผมรู้สึกว่ากายสว่างนี้ท่านมีภูมิธรรมที่จะต่อสู้กับกิเลสได้แบบรู้ทันกิเลสว่าเข้ามาแล้ว รู้ว่าถ้ากิเลสลากไปลากมามันไม่ดี แต่ผมแวบๆว่าเจออีกกายที่รู้สึกว่ามีความกรุณา&เมตตากว่าต่อสรรพสิ่งรอบตัวมากยิ่งกว่า (เห็นแวบๆนะครับ) เราก็เอาดวงกสิณใสนี้ไปวางในกายนั้น ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถูกต้องไหมครับ? การนึก การตรึก ไปเรื่อยๆ แบบนี้ ไม่ค่อยถูกนะครับ เริ่มตั้งไข่ที่ 072 ดีกว่า หรือน้อมดวงกสิณนั้นมาไว้ที่ 072 เป็นพื้นฐานก่อนดีกว่าครับ แต่ว่าการเห็นของคุณนั้นใช้ได้ครับ ใกล้เคียงมาก ทำดีแล้วครับ QUOTE เราก็เอาดวงกสิณใสนี้ไปวางในกายนั้น ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถูกต้องไหมครับ? เอางี้นะครับ แสดงว่าคุณสามารถเห็นกสิณสีแดงได้อย่างชัดเจนดีแล้ว แต่ว่าอยู่ที่จุดอื่นๆเช่นที่หน้า บนสรีษะ ก็ให้น้อมเอาดวงกสิณนั้นมาไว้ที่ 072 ให้เราเอาใจหยุด ณ 072 ตรงจุดเล็กใสสว่างเท่านั้น แล้วดวงธรรมก็ดี กายในกายก็ดี จะปรากฎขึ้นมาเอง เป็นดวงปฐมมรรคแล้วครับ ไม่ใช่นิมิตต ต่อจากนี้ก็จะปรากฎขึ้นเองเท่านั้น ผุดปรากฏขึ้นมาเอง โดยไม่มีการนึกเอง หรือน้อมเอาอะไรไปใส่ไว้ตรงไหนอีกแล้วครับ ................................... หยุด ปล่อยวาง แล้วจะละได้ จิตที่หยาบจะตกศูนย์ จิตที่ละเอียดก็จะปรากฎดวงธรรมและกายที่ละเอียดๆต่อไปนะครับ ยิ่งเข้าถึงดวงและกายในกายมากยิ่งขึ้น ก็ให้ครบทั้ง 18 กาย ครบทุกภูมิธรรมแล้วก็เจริญวิปัสสนาสืบต่อไป กิเลศก็จะลดละ ชำระจิตใจจากกิเลศไปเรื่อยๆนะครับ อันนี้กล่าวถึงแต่หลักกว้างๆก่อนนะครับ วิชชาธรรมกายทั้งรู้ทั้งเห็น เน้นสมถะเบื้องต้น วิปัสสนาควบคู่ (ไม่ใช่วิปัสสนึกแบบสายอื่นๆบางสาย) ตามแนวสติปัฏฐาน 4 ทุกขั้นตอน ไปจนถึงกระทำนิพพานให้แจ้งนะครับ ................................................. ย้ำอีกที ไปอ่านหนังสือคู่มือสมภารไปอ่านก่อนเบื้องต้น แล้วค่อยมาเสวนากันอีกทีนะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวก็ไปตรึกนึกเองไปเรื่อยๆ แล้วก็เข้ามาโพสต์ถามไม่สิ้นสุด ไม่เข้าหลักวิชชาซะทีนะครับ แต่อย่างไรก็ สาธุๆๆๆ เยี่ยมมากครับ 4/7/2010 18:28-------------------- ![]() ละธรรมดำ ยังธรรมขาวให้เจริญ ธัมมะกาโย อะหัง อิติปิ เราตถาคต คือธรรมกาย |
|
ความคิดเห็น
#13
|
|
|
ขอบคุณมากครับ พี่
4/7/2010 19:24 |
|
ความคิดเห็น
#14
|
|
|
QUOTE เราก็เอาดวงกสิณใสนี้ไปวางในกายนั้น ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถูกต้องไหมครับ อันนี้ดีครับ ถูกต้องแล้วครับ แต่ขอให้ทำตรงตำแหน่งที่สบายที่สุดครับ อย่าไปฝืนความสบายซึ่งเป็นพื้่นฐานของการปฏิบัติธรรม QUOTE ถ้ากรณีที่เราไปเจออีกกายหนึ่งที่มี เรียกว่ายังไงดีครับ มีธรรมที่สูงกว่า มั้งครับ? คือ ผมรู้สึกว่ากายสว่างนี้ท่านมีภูมิธรรมที่จะต่อสู้กับกิเลสได้แบบรู้ทันกิเลสว่าเข้ามาแล้ว รู้ว่าถ้ากิเลสลากไปลากมามันไม่ดี แต่ผมแวบๆว่าเจออีกกายที่รู้สึกว่ามีความกรุณา&เมตตากว่าต่อสรรพสิ่งรอบตัวมากยิ่งกว่า (เห็นแวบๆนะครับ) ส่วนกายที่เห็น หรือภาพที่เห็นจะเป็นอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ต้องไปสงสัยหรอกคับว่า จริงไม่จริง ใช่ไม่ใช่ ถูกไม่ถูก สิ่งที่ต้องทำคือ รักษาความสบายให้ต่อเนื่อง รักษาภาพให้ต่อเนื่อง มีอะไรให้ดูก็ดูไป ดูไปด้วยใจที่สบาย นิ่งๆ นานๆ นานๆๆ ใจเย็นให้มากๆ สุดท้ายจะรู้ว่า ไม่ต้องทำอะไรเลย คือสิ่งที่ใช่อย่างเดียว 100% อนุโมทนาบุญนะคับ --------------------------------------------- QUOTE เย็นให้พอ รอให้ได้ ง่ายนิดเดียว 4/7/2010 20:43 |
|
ความคิดเห็น
#15
|
|
|
แนะนำอีกวิธีในการคลายข้อสงสัยนะคะ ...คือ
ถ้าวันอาทิตย์ ได้ไปที่สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย ให้ลองเรียนถามกับพระอาจารย์ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ(บางทีเรียกว่าบูทต่างๆ) โดยเฉพาะพระอาจารย์ที่สอนหรือนำนั่งสมาธิในโครงการปฏิบัติธรรม สามารถไปหาท่านได้ที่เสา N7 หรือ o7(โอ7) (จำได้ไม่ชัวร์ ให้ลองมองหาป้าย "โครงการปฏิบัติธรรม" หรือป้ายที่มีคำว่า "พนาวัฒน์" หรือ "สวนป่าหิมวันต์" อยู่) พระอาจารย์ท่านมีธรรมะที่ละเอียดลุ่มลึกมากกว่าพวกเรา(ชาวเว็บบอร์ด) ก็อยากแนะนำให้ลองสอบถามจากท่าน last edit 6/7/53 0:39 4/7/2010 23:16-------------------- ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51) ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ |
|
ความคิดเห็น
#16
|
|
|
ครับผม ขอบคุณพี่จีวร และพี่ณ. 072 เป็นอย่างยิ่งครับ
กรณีเราไปวัดพระธรรมกาย วันอาทิตย์ 1. ควรไปกี่ โมง ดี 2. แต่งกายยังไงครับ ต้องขาวล้วนไหม หรือแต่งตามสบาย 3. ต้องเตรียมตัวอะไรบ้างไหมครับ เช่นเตรียมข้าว ปลา อาหารไปใส่บาตร ขอบคุณอีกครั้งครับผม 5/7/2010 9:51 |
|
ความคิดเห็น
#17
|
|
|
1. ไปแต่เช้าได้ก็จะดีครับ 8.00โมงเลย หุหุ
2.ขาวล้วนก็ดีครับ (เคยแต่งสีๆไปวัด ตัวเราเองกลายเป็นตัวประหลาดซะงั้น) 3.เตรียมใจไปก็พอครับ แล้วก็สงสัยอะไรถาม จนท. ในวัดได้ตามสะดวก (หรือคนอื่นๆก็ได้ครับ) ส่วนอาหารตักบาตรไม่แน่ใจว่า วันนั้นๆจะมีการตักบาตรหรือเปล่าหน่ะครับ แต่อาหารสำหรับรับประทานนั้น มีที่วัดแจกตามจุดบริการครับ ขอเตือนอย่างนึงครับ อย่าทานอาหารที่วัดมากนะครับ เดี๋ยวนั่งสมาธิแล้วจะหลับ (เพราะอาหารวัด อร่อยเกินห้ามใจจริงๆ ไปใหม่ๆก็ให้คนที่นั่งข้างๆเขาแนะนำอะไรต่างๆให้ก็ได้นะครับ 5/7/2010 20:22 |
|
ความคิดเห็น
#18
|
|
|
อนุโมทนา การปฏิบัติธรรมเจ้าของกระทู้ และคำตอบของกัลยาณมิตร ทุกท่านด้วยครับ
สาธุ 5/7/2010 20:35-------------------- ใจหยุดที่สุดแห่งบุญ มุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม |
|
ความคิดเห็น
#19
|
|
|
สาธุ สาธุ สาธุ ด้วยค่ะ
ส่งข้อความ pm ไปเสวนาแล้วนะค่ะ 5/7/2010 21:10 |
|
ความคิดเห็น
#20
|
|
|
ขอบคุณพี่ๆทั้ง 3 ท่าน
คือ พี่ตะวันกลางกาย พี่Dd2683 พี่ปันความสุข เป็นอย่างยิ่งครับ 6/7/2010 6:14 |
|
ความคิดเห็น
#21
|
|
|
ทำไมมีบุญเยอะจังเลยเนอะ
โมทนาบุญนะครับ สาธุๆๆ 18/7/2010 22:40-------------------- พุทธบุตรสายโลหิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราพันธุ์ดีสุดขั้ว ชั่วลืมไปหมดแล้ว,จิตใจสูงส่งเหลือเกิน,มีปัญญา,มีมงคล,ทำที่ท่านได้ที่เรา |
|
ความคิดเห็น
#22
|
|
|
อนุโมทนาบุญด้วยครับ
29/7/2010 0:33-------------------- "สัพพะทุกขะนิสสะระณะ นิพพานะ สัจฉิกะระณัตถายะ อิมัง กาสาวัง คะเหตวา ปัพพาเชถะ มัง ภันเต อะนุกัมปัง อุปาทายะ" |
|
ความคิดเห็น
#23
|
|
|
สาธุครับ
19/8/2010 12:12 |
![]() ![]() |


ตอบกระทู้
ตั้งกระทู้ใหม่
พิมพ์กระทู้
ส่งให้เพื่อน
2/7/2010 16:36


