อภิตฺถเรถ กลฺยาเณ ปาปา จิตฺตํ นิวารเย
ทนฺธํ หิ กรโต ปุญฺญ ปาปสฺมึ รมตี มโน ฯ ขุ. ธ. ๒๕/๑๙/๓๐
พึงรีบทำความดี.....ห้ามจิตจากความชั่ว
เพราะเมื่อทำบุญช้าไป.....ใจย่อมยินดีในบาป
บุญคุณงามความดีเริ่มที่จิต.....หากเกิดคิดจะทำอย่าหวั่นไหว
รีบขวนขวายขณะนั้นในทันใด.....ก่อนจิตใจเดียดฉันท์เปลี่ยนผันแปร
เมื่อทำบุญล่วงกาลเนิ่นนานนัก.....จิตก็จักตกต่ำเดี๋ยวย่ำแย่
ยินดีในบาปเชียวเลิกเหลียวแล.....ยากจะแก้กลับลำมาทำดี ฯ
ภายในใจของมนุษย์เป็นประหนึ่งสนามชิงชัยระหว่างกุศลจิตกับอกุศลจิต...ซึ่งสู้รบกันอยู่เสมอ
ทว่าชัยชนะมักตกเป็นของฝ่ายอกุศลจิตมากกว่าฝ่ายกุศลจิต
ทั้งนี้ เพราะจิตมนุษย์โน้มเอียงไปในทางอกุศลได้ง่าย (คิดร้ายมากกว่าคิดดี)
โดยเฉพาะคนที่สั่งสมบาปอกุศลไว้มาก ยากที่กุศลจิตจะเกิดขึ้น...แม้เรื่องดีก็คิดเป็นเรื่องร้าย เมื่อมองในแง่ลบ
จะเป็นใครก็ตามขณะที่จิตเกิดกุศลหรือกอปรด้วยกุศลต้องถือเป็น “โอกาสทอง” ที่ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ
เมื่อโอกาสทองมาถึงก็อย่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อน หยุด “ดื่มชาเย็น” รีบขวนขวายทำคุณงามความดีทันที
มิฉะนั้นอกุศลจิตจะได้ช่องแทรกเข้าขัดขวาง เหนี่ยวรั้ง เกิดความลังเล ศรัทธาแรงกล้าก็ค่อยๆ ลดความแรงลง
เดิมทีที่คิดจะทำมากก็คิดทำน้อยและที่คิดจะทำน้อยก็ไม่ทำเลย ซ้ำร้ายกลับคิดไปในทางอกุศล
น้ำขึ้นไม่รีบตัก มาตักขณะน้ำงวดลงแล้ว คงได้แต่น้ำขุ่น มิได้น้ำใส
ยิ่งแย่กว่านั้นคือได้“โคลนตม” กลับบ้านไป
[ บทความ : "พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์" ]












