ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

ลิ้นบอกสุขภาพ


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 7 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2477 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 20 March 2006 - 04:33 AM

โดย วิภัช

ท่านเคยสังเกตลิ้นของตัวเองบ้างไหม? บางวันอ้าปากเห็นลิ้นสีชมพู บางวันแดง บางวันอาจจะมีคราบขาวบ้าง
เหลืองบ้างบนแผ่นลิ้น บางครั้งอาจรู้สึกลิ้นหนาขึ้น
ร่างกายของมนุษย์ว่าไปแล้วเป็นสิ่งประดิษฐ์จากธรรมชาติที่เหมาะเจาะลงตัวเป็นที่สุด
จะหาประดิษฐ์กรรมชิ้นไหนที่มีความสมบูรณ์ทั้งภายในและภายนอก
รวมทั้งหน้าที่ของส่วนต่างๆ เสมอเหมือนร่างกายมนุษย์เป็นไม่มี

ธรรมชาตินั้นมีความเมตตาต่อมนุษย์ ในสมัยก่อนเมื่อวิทยาศาสตร์ยังไม่ก้าวหน้า
มนุษย์ยังไม่มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่จะทำให้รู้ถึงความผิดปกติภายในร่างกาย
แต่ธรรมชาติก็ได้ให้สัญญาณบอกเหตุซึ่งสามารถรู้ถึงความผิดปกติภายในร่างกายจากลักษณะอาการสิบประการของคนไข้

หมอแผนโบราณจะใช้สัมผัสทั้งห้า คือ ตาดู หูฟัง จมูกดมกลิ่น ลิ้นชิมรส มือสัมผัส
เพื่อดูชีพจร ผิวหนัง รูปลักษณะ เสียง ฟัน เล็บ นัยน์ตา อุจจาระ ปัสสาวะ และลิ้น
รวมทั้งการสอบถามอาการและประวัติ เพื่อตรวจสอบสมมุติฐานของโรค


ลิ้นบอกสุขภาพ
การดูลิ้นเพื่อบอกสุขภาพเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่ใช้ในการพยากรณ์โรค แพทย์โบราณจะดูขนาด สีของลิ้น
สีของฝ้าบนลิ้น (ขาว เหลือง เขียว ดำ) ลักษณะฝ้าบนลิ้น (หนา บาง แห้ง ชื้น) และตุ่มบนลิ้น
ลักษณะของลิ้นที่แตกต่างจากลิ้นปกติ จะบอกถึงสุขภาพของเจ้าของลิ้น


ลิ้นของคนมีสุขภาพดี เป็นลิ้นที่มีชีวิตชีวา มีประกาย (เมื่อใช้ไฟฉายส่อง จะเห็นประกายบนลิ้น)
มีสีแดงอมชมพู มีขนาดพอดีไม่คับปาก

ลิ้นของคนที่มีสุขภาพไม่ดี ดูไม่มีชีวิตชีวา ลิ้นจะเหี่ยวแห้ง เมื่ออ้าปากแลบลิ้น ลิ้นจะแดงเล็กลง
สีหมองคล้ำ ไม่มีประกาย การเคลื่อนไหวของลิ้นไม่คล่อง พูดไม่เต็มคำ ไม่ชัด

สีของลิ้นบอกอะไรได้บ้าง?

ลิ้นสีชมพู มีความชุ่มชื้นพอเหมาะ ไม่มีฝ้าขาวเหลืองบนลิ้น บ่งบอกว่าเลือดลมดี สุขภาพดี เลือดในกายดี


ลิ้นสีขาวซีด บ่งบอกว่ามีเลือดน้อย หรือร่างกายอ่อนแอ

ลิ้นแดง ไม่มีฝ้าจับ บอกถึงมีความร้อนในตัวสูง ร่างกายสูญเสียน้ำในตัวออกไปมาก

ลิ้นสีแดงจัด มีฝ้าขาว แสดงว่าภายในร่างกายร้อน (อาจเป็นไข้) แต่เป็นภาวะที่เลือดเป็นพิษ
หรือมีพิษในกระแส เลือด หรือติดเชื้อระยะท้าย (ระยะรุนแรง) หรือเป็นมะเร็ง ตับแข็ง วัณโรค
คนที่ป่วยด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ภายในช่องปากจะมีฝ้าขาวซึ่งเกิดจากเชื้อราจับอยู่ภายในกระพุ้งแก้ม และบนลิ้น


ลิ้นสีแดงม่วง แห้งมาก แสดงภาวะความร้อนภายใน และเกิดการอุดกั้นของระบบไหลเวียนของเลือด เช่น
เป็นโรคความดันโลหิตสูงจัด เส้นเลือดหัวใจตีบ หรือเป็นโรคหัวใจรูมาติกส์ หรือปอดผิดปกติเนื่องจากขาดออกซิเจน


ลิ้นสีเขียว บ่งบอกว่ามีการอุดกั้นการไหลเวียนของเลือด เป็นโรคหัวใจล้มเหลว ตับแข็งเพราะดื่มเหล้า มะเร็ง
หรือหลอดเลือดแดงส่วนปลายอักเสบ


ขนาดของลิ้น
ลิ้นโตใหญ่ (แลบลิ้น จะโตคับปาก) เกิดจากภาวะโลหิตจาง บวมน้ำ ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย และขาดสารอาหาร

ลิ้นบวมโตในปาก แลบลิ้นออกมาได้ แต่ดึงลิ้นกลับไม่ได้ แสดงว่าเป็นโรคติดเชื้อนาน ทำให้มีไข้ จึงทำให้ลิ้นอักเสบ
หรือเพราะพิษของยา หรือเพราะพิษจากสุรา ทำให้ลิ้น และอวัยวะภายในบวม


ลิ้นที่เป็นตุ่มหนา ตุ่มจะนูนอักเสบ เนื่องจากไข้สูง หรือปอดอักเสบรุนแรง หรือเป็นไข้กลุ่มอีดำอีแดง

ลิ้นบวมโต ที่ขอบลิ้นหยัก เกิดจากอาการบวมน้ำ โลหิตจาง ไตอักเสบ หรือขาดวิตามินบี

คัมภีร์มุขโรคของแพทย์แผนไทย ได้มีการอธิบายลักษณะของลิ้นที่ไม่ปกติ มีอาการต่างๆ กัน เช่น
ใต้ลิ้นมีตุ่มงอกยาวออกมาเหมือนเดือยไก่ ตุ่มรับรสบนต้นลิ้นและกลางลิ้นหนาขึ้นเหมือนหนามขนุน
มีตุ่มงอกยาวออกมาที่ข้างลิ้นทั้งสองข้างเหมือนงาช้าง ในลิ้นมีตุ่มงอกออกมาเหมือนหน้าวัว
ลิ้นโตใหญ่ ลิ้นบวม บนลิ้นมีเม็ดสีเขียวเหมือนเมล็ดข้าวใหม่ อาการที่ผิดปกติเช่นนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากโลหิตผิดปกติ
ซึ่งท่านก็มีตำรับยาไว้แก้ไข จะขอยกออกมาเป็นตัวอย่างหนึ่งตำรับคือ


โกฐทั้งห้า เทียนทั้งห้า ลูกจันทน์ กานพลู การบูร พิษนาศน์ เจตพังคี รากปลาไหลเผือก รากไคร้เครือ
โหระพา แมงลักป่า ชาดหรคุณ ใบกระวาน รากกระวาน เกลือสินเธาว์ พริกไทย ขิง ดีปลี ลูกสมอเทศ
สมอไทย ลูกมะขามป้อม ทั้งหมดนี้ชั่งน้ำหนักเท่ากันในแต่ละตัวยา ตำเป็นผง แล้วบดปั้นเป็นแท่งไว้อม


คำว่า โกฐทั้งห้า หรือเทียนทั้งห้า หมายถึง โกฐห้าชนิด มี โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา

เทียนทั้งห้า คือ เทียนห้าชนิด มี เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว (เม็ดยี่หร่า) เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน

ชาดหรคุณ เป็นแร่ชนิดหนึ่งเป็นก้อนแข็งสีแดงอมเหลือง หรือ สีแดงอมน้ำตาล

เกลือสินเธาว์ ไม่ใช่เกลือที่มาจากดินเค็มอย่างที่ขายในท้องตลาด แต่หมายถึงเกลือทะเล
ที่ผ่านการคั่วหรือสตุแล้วจำนวนสองส่วน นำมาเคี่ยวรวมกับนมโคสดหนึ่งส่วน
เคี่ยวจนแห้งจะได้เกลือป่นรสเค็มมันสีเทา เรียกว่าเกลือสินเธาว์

ใบกระวานที่แม่ครัวจะใช้ใส่ในแกงมัสมั่น ที่จริงคือใบของต้นเทพทาโร หรือข่าต้น หรือตะไคร้ต้น หรือจวง
ซึ่งเป็นไม้เนื้อหอม ไม่ใช่ใบของต้นกระวาน เนื้อไม้ของต้นเทพทาโรนิยมนำมาสลักเป็นรูปบูชาเพราะมีกลิ่นหอม
ใบเทพทาโรจะคล้ายกับใบต้นอบเชย

…..

รูปภาพแนบ

  • 171_20041112094718.jpg


#2 BOG-BOG

BOG-BOG
  • Members
  • 293 โพสต์

โพสต์เมื่อ 20 April 2006 - 10:36 PM

ต้องลองสังเกตลิ้นตัวเองดูบ้างแล้วล่ะว่าเป็นอย่างไร ขอบคุณ คุณdangdee ที่สรรหาสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนมาให้อ่าน





คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว คนชั่วชอบทำลาย คนมักง่ายชอบทิ้ง คนจริงชอบทำ คนระยำชอบติ !!!!

#3 ดวงตะวัน

ดวงตะวัน
  • Members
  • 14 โพสต์

โพสต์เมื่อ 09 August 2009 - 10:44 PM

อยากทราบ ลิ้นออกสีน้ำตาล แล้วลิ้นแตก เกิดจากสาเหตุใดคะ ขอบคุณค่ะ

#4 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2477 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 10 August 2009 - 06:56 PM

QUOTE
อยากทราบ ลิ้นออกสีน้ำตาล แล้วลิ้นแตก เกิดจากสาเหตุใดคะ

แนะให้พบแพทย์นะครับ
จะได้ตรวจสภาพลิ้น และแก้ไขตรงตามสภาพจริง ๆ


จากความรู้ ข้อมูลที่พอค้นได้บ้าง
เชิญศึกษาดูนะครับ

ลิ้นสีน้ำตาลอ่อน
คราบสีน้ำตาลอ่นอที่เกาะอยู่ที่ลิ้น ปกติจะมาจากคราบอาหารหลังจากรับประทาน จะมีคราบติดอยู่บนลิ้น
ดังนั้นคุณควรแปรงลิ้นหลังรับประทานอาหาร
และควรดื่มน้ำเยอะ เพราะน้ำช่วยให้มีน้ำลาย
ซึ่งจะช่วยรักษาความสะอาดในปากได้

ลิ้นสีดำหรือน้ำตาลเข้ม
เป็นอาการที่พบได้น้อยมาก จะมีลักษณะมีคราบขุยสีดำจับอยู่
ซึ่งเชื่อว่าเป้นคราบสกปรกที่ไม่ยอมหลุดออกไป คุณควรจะแปรงลิ้นเป็นประจำ
ถ้าจำเป็นก็ควรใช้ช้อนหรือที่ขูดลิ้น ขูดเอาคราบออกบ้าง
และควรลดชา กาแฟ และบุหรี่
เพราะทั้ง 3 อย่างนี้ทำให้ลิ้นเป็นคราบมากยิ่งขึ้น

http://www.vcharkarn.com/vblog/40610

โรคลิ้นแตก
อาจเป็นปัญหามาจากการขาดสารอาหารบางอย่างทำให้ลิ้นอักเสบ
ที่พบกันมากก็คือ
กินแป้งมากเกินไป และขาดวิตามินบีหนึ่ง

วิธีแก้ก็หาซื้อวิตามินบีหนึ่งมากิน ขนาดเม็ดละ 100 มิลลิกรัม
ทานวันละ 3 ครั้งๆละ 1 เม็ดหลังอาหาร ทานดูสัก 2 สัปดาห์
ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ซื้อยาทาชื่อเคนาลอก (Kenalog in Orabase)
ชนิดที่ใช้ทาในปาก (ตามร้านขายยา) หลอดละ 5 กรัม

http://www.doctor.or.th/node/4306

อีกอย่างระวังเรื่องการทานอาหารรสจัดมาก ๆ ด้วยนะครับ
ใจหยุดที่สุดแห่งบุญ มุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม

#5 ดวงตะวัน

ดวงตะวัน
  • Members
  • 14 โพสต์

โพสต์เมื่อ 11 August 2009 - 11:18 PM

ขอบคุณค่ะ ในการให้คำแนะนำ

#6 *ผู้มาเยือน*

*ผู้มาเยือน*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 30 March 2011 - 12:12 PM

ลิ้นผมตรงปลายลิ้นเหมือนว่าไม่มีฝ้าจับอยุ่เลยเป็นสีแดง อยากทราบว่าผมเป็นอะไรคับ


#7 สาหร่าย

สาหร่าย
  • Members
  • 123 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 10 April 2011 - 06:50 PM

QUOTE
ลิ้นแดง ไม่มีฝ้าจับ บอกถึงมีความร้อนในตัวสูง ร่างกายสูญเสียน้ำในตัวออกไปมาก


QUOTE
ลิ้นแดง ไม่มีฝ้าจับ บอกถึงมีความร้อนในตัวสูง ร่างกายสูญเสียน้ำในตัวออกไปมาก


#8 *ผู้มาเยือน*

*ผู้มาเยือน*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 13 October 2011 - 10:15 PM

ยายหนูลิ้นแห้งเกิดจากสาเหตุอะไรหรอคะ
แล้วจะมีวิธีแก้หรือป่าวคะ แกกังวลมาเลย
อายุประมาณ80คะเป็นแค่โรคปวดขาอย่างเดียวและกินยาพวกเกี่ยวกับแก้ปวดอยู่ค่ะ