วัฏฏกาชาดกว่าด้วยอำนาจแห่งการตั้งสัตยาธิษฐาน

วัฏฏกาชาดก เป็นเรื่องของการอธิษฐาน อธิษฐานจิตอย่างไรให้ถูกต้องและเป็นจริงได้ หลักการอธิษฐานขึ้นอยู่กับคุณภาพของจิต เราควรยังจิตนึกถึงคุณของพระรัตนตรัย ทบทวนศีล 5 ให้บริสุทธิ์ จำเป็นหรือไม่?!! http://dmc.tv/a12040

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 29 ส.ค. 2554 ] - [ ผู้อ่าน : 17384 ]

ชาดก 500 ชาติ

วัฏฏกาชาดก-ว่าด้วยอำนาจแห่งการตั้งสัตยาธิษฐาน

วัฏฏกาชาดก เป็นเรื่องของการอธิษฐานจิต ด้วยใจที่เป็นสมาธิ(Meditation)ระลึกนึกถึงบุญที่เคยกระทำมาในทุกๆ บุญ
ลูกนกคุ่มผู้ซึ่งรอดชีวิตจากไฟป่าด้วยการตั้งสัตยาธิษฐาน
 
ลูกนกคุ่มผู้ซึ่งรอดชีวิตจากไฟป่าด้วยการตั้งสัตยาธิษฐาน
 
    ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาลพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังชนบทแห่งหนึ่งในแคว้นมคธ พระพุทธองค์ทรงนำหมู่ภิกษุสงฆ์ไปในป่าลึกเพื่อแสวงหาที่สงบ กระทำรุกขมูล เจริญภาวนาสู่วิถีแห่งวิโมกขธรรมดังเคยปฏิบัติแต่นานมา ขณะนั้นบริเวณป่าที่หมู่สงฆ์เจริญภาวนาอยู่นั้นได้เกิดไฟไหม้ลุกลามขึ้นจากแนวไฟเล็กน้อยเพิ่มบริเวณเป็นมหันตภัยเป็นบริเวณกว้าง
 
พระภิกษุสงฆ์สาวกแห่งองค์พระศาสดา ได้เจริญภาวนา ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งในแคว้นมคธ
 
พระภิกษุสงฆ์สาวกแห่งองค์พระศาสดาได้เจริญภาวนา ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งในแคว้นมคธ
 
    และในเวลาไม่ช้าไฟป่าก็โหมเข้าล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและภิกษุทั้งหลายไว้โดยรอบ มิเห็นช่องทางจะออกมาได้เลย ภิกษุรอบนอกได้กลิ่นควันและรู้สึกร้อนจึงพากันหยุดภาวนา “ท่าน..ได้กลิ่นเหม็นบ้างหรือเปล่า” “ใช่ๆๆ กลิ่นเหม็นใกล้เข้ามาทุกที” “ผิวกายนี่ร้อนผ่าวเหมือนยืนหน้าเตาไฟ เอ๊ะ!...หรือว่าไฟไหม้ป่า”
 
ไฟป่าลุกไหม้โหมล้อมพระศาสดาและหมู่พระภิกษุสงฆ์
 
ไฟป่าลุกไหม้โหมล้อมพระศาสดาและหมู่พระภิกษุสงฆ์
 
    “นั่นไงท่าน ไฟลุกไหม้อยู่ทางโน้นจริงๆ ด้วย เร็วๆ เข้าหนีไปทางโน้นกันเถอะ” “นั่นเสียงใครดังอยู่ข้างนอก เอะอะโวยวายอะไรกัน” “นั่นไฟไหม้นี่ แย่แล้ว ไฟมันลามเข้ามาทางนี้ด้วย หนีกันเถอะ” “โอ๊ะ.. แย่แล้วไฟไหม้หนีเร็ว” ในไม่ช้าพระสงฆ์ทุกรูปก็หนีมารวมกลุ่มกันกลางวงล้อมของไฟ ทุกรูปหวาดกลัวและมองหาทางหลบหนี
 
พระภิกษุที่อยู่บริเวณรอบนอกเริ่มได้กลิ่นควันไฟ ฟุ้งตลบไปทั่วบริเวณป่า
 
พระภิกษุที่อยู่บริเวณรอบนอกเริ่มได้กลิ่นควันไฟฟุ้งตลบไปทั่วบริเวณป่า
 
    “ไฟป่าช่างน่ากลัวเกิน แล้วนี่พวกเราจะหนีไปทางใดละนี่” “โอ้..ร้อนจริงๆ เลย เหม็นกลิ่นควันด้วย” “โห้..ท่านมองทางนั้นซิ ไฟลุกลามไหม้ต้นไม้ใหญ่แล้ว” “ทำยังไงดีละพวกเรา ไฟป่าลามเข้าจะถึงตัวเราแล้ว” “ใครก็ได้ช่วยหยุดไฟป่าพวกนี้ที” “เราช่วยกันหาอะไรมาขวางกันไว้ดีไหม๊ อย่างน้อยไฟจะไหม้มาทางเราช้าลง”
 
ภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งได้ร้องบอกเพื่อนภิกษุทั้งหลาย ว่าไฟป่ากำลังลุกไหม้บริเวณรอบนอก
 
ภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งได้ร้องบอกเพื่อนภิกษุทั้งหลายว่าไฟป่ากำลังลุกไหม้บริเวณรอบนอก
 
    “หยุดมันได้จริงหรือท่าน เรานะกลัวว่ามันจะยิ่งลามเข้ามานะซิ” “ดีกว่าอยู่เฉยๆ หรือจะเอาไฟไปจุดเพื่อให้ไฟกับไฟปะทะกันก็น่าจะพอหยุดยั้งได้บ้างนะ” “ช้าก่อนเถิดพวกเราต้องไม่ลืมว่ากำลังตามเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มากยิ่งในพระบารมีอยู่” “นั่นซิน่ะ พระองค์ต้องช่วยเราได้แน่ๆ” “ถูกแล้วเราจึงไม่ควรทำสิ่งใดโดยพละการดังเหมือนไม่เคารพในพระองค์
 
เหล่าภิกษุทั้งหลายต่างพากันตื่นตกใจกับไฟป่าที่เกิดขึ้น,Jataka
 
เหล่าภิกษุทั้งหลายต่างพากันตื่นตกใจกับไฟป่าที่เกิดขึ้น
 
    ซึ่งอุปมาว่าอยู่ภายใต้พระจันทร์และพระอาทิตย์ แต่มองไม่เห็นแสงสว่างเช่นนี้” “แล้วท่านจะให้เราทำเช่นไร ไฟลุกไหม้เข้ามาทุกทีแล้ว หากเราไม่ทำการแก้ไข ไฟอาจจะลุกไหม้ถึงพระองค์ได้” “ไม่หรอกน่าท่าน เราควรไปเฝ้าพระบรมศาสดา ขอพระบารมีมาดับทุกข์ร้อนครั้งนี้กันดีกว่า” “อือ..งั้นเรารีบไปเข้าเฝ้าพระศาสดากันเถิด”
 
ภิกษุทั้งหลายต่างตกอยู่ในวงล้อมของไฟป่า ที่ลุกลามใกล้เข้ามา
 
ภิกษุทั้งหลายต่างตกอยู่ในวงล้อมของไฟป่าที่ลุกลามใกล้เข้ามา
 
    ภิกษุทั้งหลายเมื่อได้สติ ก็พากันทำสมาธิไว้มิให้ตกใจตื่นกลัว จากนั้นก็พากันไปเฝ้าพระพุทธองค์ซึ่งประทับอยู่ ณ กึ่งกลางวงล้อมไฟป่าเช่นกัน ในตอนนั้นเปลวไฟไหม้โหมหนักขึ้นเพราะแรงลมจัด แต่เมื่อไฟโชนเข้าไปใกล้ที่พระพุทธองค์ประทับ ทันใดนั้นไฟอันประทุโชติช่วงกลับหยุดสนิทดับสิ้นดุจคบเพลิงที่จุ่มลงน้ำแล้วดับวูบลง
 
ภิกษุทั้งหลายพากันทำสมาธิ เพื่อไม่ให้ตื่นตกใจกับไฟป่าที่เกิดขึ้น
 
ภิกษุทั้งหลายพากันทำสมาธิเพื่อไม่ให้ตื่นตกใจกับไฟป่าที่เกิดขึ้น
 
    แผ่กว้างเป็นรัศมีรายรอบประมาณ 5 เซนติเมตร พระภิกษุทั้งหลายเห็นพระพุทธบารมีเช่นนั้นก็พากันสรรเสริญโดยเคารพ “ทรงมีอานุภาพนัก แม้ไฟป่าซึ่งเป็นธรรมชาติก็ไม่อาจไหม้มาถึงที่ประทับได้เลย” “ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ สาธุพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อได้สดับถ้อยคำดังนั้น จึงทรงระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ เมื่อครั้งเคยผจญอัคคีในป่าใหญ่แห่งนี้ขึ้น
 
ไฟป่าโหมลุกไหม้ ใกล้องค์พระศาสดาเข้ามาทุกที,วัฏฏกาชาดก
 
ไฟป่าโหมลุกไหม้ใกล้องค์พระศาสดาเข้ามาทุกที
 
    “ดูก่อนภิกษุทั้งหลายการที่ไฟไหม้เข้ามาถึงบริเวณนี้แล้วดับลงเองนั้น มิใช่เป็นเพราะอานุภาพของตถาคตในบัดนี้ แต่เป็นเพราะอำนาจแห่งสัตยาธิษฐานของตถาคตในชาติก่อนโน้น และนับแต่ชาตินั้นมาที่บริเวณนี้ ไฟจักไม่ไหม้เป็นอันขาด และจะเป็นเช่นนี้ตลอดกัป” อดีตกาล ณ ผืนป่าใหญ่ในมคธรัฐแห่งนี้
 
ไฟป่าดับลงทันทีเมื่อลุกไหม้เข้ามา ใกล้ที่ประทับขององค์พระศาสดา
 
ไฟป่าดับลงทันทีเมื่อลุกไหม้เข้ามาใกล้ที่ประทับขององค์พระศาสดา
  
    ยังมีนกคุ่มคู่หนึ่งสร้างรังอยู่กลางพื้นโดยมีผืนป่าโอบล้อมไว้รายรอบ “อยู่ในนี้นะจ๊ะลูก แม่จะฟักเจ้าให้เติบโตเป็นนกที่แข็งแรง” พ่อนกเมื่อกลับมาจากหาอาหาร ก็มาเฝ้าดูแม่นกกกไข่ทุกวัน “แม่จ๋า พ่อกลับมาแล้ว วันนี้ลูกเป็นยังไงบ้างละจ๊ะแม่” “จวนจะออกมาจากไข่แล้วละจ๊ะพ่อ” “ฮ้า.ดีใจจังเลย เราจะได้เห็นหน้าลูกของเราแล้วนะจ๊ะแม่” “ใช่จ๊ะพ่อ”
 
พระศาสดาทรงตรัสเล่า วัฏฏกาชาดก ซึ่งเป็นเหตุ ในอดีตที่ทำให้ไฟมอดดับลงอย่างน่าอัศจรรย์
 
พระศาสดาทรงตรัสเล่า วัฏฏกาชาดก ซึ่งเป็นเหตุในอดีตที่ทำให้ไฟมอดดับลงอย่างน่าอัศจรรย์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม วัฏฏกาชาดก ว่าด้วยการตั้งสัตยาธิษฐาน
    พ่อนกและแม่นกต่างก็ตื่นเต้น ใจจดใจจ่อรอดูหน้าลูก แต่แล้วชะตาร้ายก็มาเยือน เมื่อวันหนึ่งมีไฟไหม้ป่า ในวันเดียวกันนี้เอง ลูกนกคุ่มตัวน้อยก็ฟักออกจากไข่ “อึบ..อ้า..ออกมาได้แล้ว พ่อจ๋าแม่จ๋าลูกออกมาแล้ว” น่าสลดใจยิ่งนักพ่อนกและแม่นกได้ทิ้งลูกน้อยบินหนีไฟไปเสียแล้ว พ่อนกแม่นกมิรู้เลยว่าลูกน้อยที่เค้าทั้งสองเฝ้าคอยชื่นชมนั้นได้ออกมาจากไข่แล้ว
 
นกคุ่มสามีภรรยาพร้อมลูกน้อยที่ยังไม่ออกจากไข่ อาศัยอยู่ในรังอย่างมีความสุข
 
นกคุ่มสามีภรรยาพร้อมลูกน้อยที่ยังไม่ออกจากไข่อาศัยอยู่ในรังอย่างมีความสุข
 
    “หนีก่อนเถอะแม่ เราน่ะ เอาลูกไปด้วยไม่ได้หรอก ลูกยังไม่ออกจากไข่เลย” “ลูกแม่ แม่ขอโทษนะลูก ฮือๆๆ” ลูกนกคุ่มช่างน่าสงสารเพิ่งออกจากไข่แท้ๆ ขนก็ยังขึ้นไม่เต็มตัว ปีกยังไม่กล้า ขายังไม่แข็ง แต่ต้องเผชิญหน้ากับไฟป่าเช่นนี้ ดังถูกทิ้งให้รอความตาย “ฮือๆๆ พ่อจ๋า แม่จ๋า ฮือๆ นี่ถ้าปีกเรามีขนพอจะบินได้ เราก็คงจะบินหนีไป
 
เกิดไฟไหม้ลุกลามเข้ามาใกล้บริเวณรัง ของนกคุ่มซึ่งลูกนกกำลังออกมาจากไข่
 
เกิดไฟไหม้ลุกลามเข้ามาใกล้บริเวณรังของนกคุ่มซึ่งลูกนกกำลังออกมาจากไข่
 
    ถ้าเท้าและขามีแรงพอก็จะเดินหนีไปไม่รอความตายอยู่เช่นนี้” ลูกนกคุ่มอนาจกับชะตาชีวิตของตนมองดูร่างอันกระจ้อยร้อย ไม่มีขน ไม่มีแรงจะบิน และเดินหนีกองไฟอันมหึมาได้ “ฮือๆๆ ดูเอาเถิด แม้แต่พ่อแม่ของเรา ยังทิ้งเราเพื่อเอาชีวิตรอด ฮือๆ เราไม่มีที่พึ่งใดๆ อีกแล้ว ฮือๆๆ”
 
นกคุ่มบินหนีจากรังเพราะเกิดไฟป่าลุกไหม้ลามบริเวณรังที่อาศัยของตน,ชาดก500ชาติ
 
นกคุ่มบินหนีจากรังเพราะเกิดไฟป่าลุกไหม้ลามบริเวณรังที่อาศัยของตน
 
    ด้วยอานิสงส์แห่งความดีที่ได้ตั้งใจทำมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ทำให้ลูกนกคุ่มคุมสติได้โดยดี ซ้ำยังระลึกถึงศีลและสัจจะได้ว่ามีอยู่จริง มีอยู่คู่โลกตลอดมา “เมื่อไม่มีใครช่วยก็คงต้องช่วยตัวเอง” ลูกนกคุ่มระลึกถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีต  คุณของพระธรรม คุณแห่งศีลที่มีอยู่ในโลกขึ้นทำสัตยาธิษฐาน
 
ลูกนกคุ่มถูกทิ้งอยู่ในรังไม่สามารถบินหนีไฟได้ เพราะเพิ่งออกจากไข่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้
 
ลูกนกคุ่มถูกทิ้งอยู่ในรังไม่สามารถบินหนีไฟได้เพราะเพิ่งออกจากไข่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้
 
    “ปีกของเรามีอยู่ แต่บินไม่ได้ เท้าทั้งสองมีอยู่ก็เดินไม่ได้ พ่อแม่เรามีอยู่แต่บินหนีไป ด้วยสัจจะวาจานี้ไฟเอ๋ยจงถอยกลับไปเสียเถิด อย่าได้ทำอันตรายแก่เราและสัตว์ทั้งหลายเลย” ด้วยบุญบารมีที่ลูกนกคุ่มเคยบำเพ็ญมานับภพนับชาติไม่ถ้วน และด้วยแรงอธิษฐานนี้
 
ลูกนกคุ่มนึกถึงบุญบารมีที่เคยกระทำมา แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้ไฟมอดดับลง
 
ลูกนกคุ่มนึกถึงบุญบารมีที่เคยกระทำมาแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้ไฟมอดดับลง
 
ลูกนกคุ่มทำใจให้ใสบริสุทธิ์ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ระลึกถึงบุญบารมี คุณแห่งศีลและสัจจะของตนที่เคยกระทำมา ก่อนที่จะทำสัตยาธิษฐาน
    เปลวไฟที่ลุกไล่เข้ามาจึงดับสนิทลงทันทีทันใด และด้วยแรงอธิษฐานนั้นป่าในรัศมีห้าเส้นจากรังนกคุ่มบริเวณนี้ จึงมิเคยมีอันตรายจากไฟป่าแม่แต่สักครั้ง สืบมาจนถึงพุทธกาลสมัย เมื่อจบพระธรรมเทศนาแล้ว พระพุทธองค์ทรงแสดงอริยะสัจ 4_โดยเอนกปริยาย
 
ด้วยแรงอธิษฐานของลูกนกคุ่มทำให้ไฟป่ามอดดับลงอย่างอัศจรรย์
 
ด้วยแรงอธิษฐานของลูกนกคุ่มทำให้ไฟป่ามอดดับลงอย่างอัศจรรย์
  
    ภิกษุในที่นั้นบังเกิดความปรีดาปราโมทย์ต่อการสดับพระธรรมนั้น เข้าถึงกายธรรมอันลุ่มลึกโดยทั่วถ้วน
 
 
ในสมัยพุทธกาลพ่อแม่ของลูกนกคุ่ม กำเนิดเป็น
พระเจ้าสุทโธธนะและพระนางสิริมหามายาพระพุทธบิดาพระพุทธมารดา
ลูกนกคุ่ม เสวยพระชาติเป็น พระพุทธเจ้า
 
 
 

http://goo.gl/U7EXx


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      อกาลราวิชาดก ชาดกว่าด้วยไก่ขันไม่ถูกเวลา
      วีณาถูณชาดก ชาดกว่าด้วยเรื่องรักคนผิด
      กาฬยมุฏฐิชาดก ชาดกว่าด้วยโลภมาก
      ปุณณปาติกชาดก ชาดกว่าด้วยความฉลาดทันคน
      อุทยชาดก ชาดกว่าด้วยบารมี 10 ทัศ
      วินีลกชาดก ชาดกว่าด้วยการเลือกทำเลผิด
      วรุณชาดก ชาดกว่าด้วยการทำไม่ถูกขั้นตอน
      กามชาดก ชาดกว่าด้วยกามและโทษของกาม
      สูกรชาดก ชาดกว่าด้วยสุกรท้าสู้ราชสีห์
      มณิโจรชาดก ชาดกว่าด้วยพระเจ้าอธรรมิกราช
      สุวรรณกักกฏชาดก ชาดกว่าด้วยปูทองผู้ฉลาด
      ขันติวัณณชาดก ชาดกว่าด้วยต้องอดใจในคนที่หาคุณธรรมยาก
      มตกภัตตชาดก ชาดกว่าด้วยสัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์