การให้ทักษิณาทานเพื่อผู้ล่วงลับ: พุทธพจน์เตือนใจ
ค้นพบความหมายของการให้ทักษิณาทานแก่ผู้ล่วงลับในแง่ของพุทธพจน์ พร้อมข้อคิดจากติโรกุฑฑสูตร ที่จะช่วยให้ญาติและผู้ที่เศร้าโศกสามารถหาทางออกและความสงบในใจได้
การร้องไห้ ความเศร้าโศก หรือการคร่ำครวญ
ไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับเลย
ญาติทั้งหลายก็ทำได้เพียงอยู่กับความเศร้านั้น
แต่ทักษิณาทานที่ถวายไว้ดีแล้วในพระสงฆ์
ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับได้ตลอดกาลนาน
เพจ พุทธพจน์เตือนใจ
ธรรมะเพื่อประชาชน
ติโรกุฑฑสูตร
อรุณสว่างยามเช้า กับ พุทธพจน์เตือนใจ ตอนที่ 3,785
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ติโรกุฑฑสูตร ว่า
“การร้องไห้ ความเศร้าโศก หรือการคร่ำครวญ ไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับเลย ญาติทั้งหลายก็ทำได้เพียงอยู่กับความเศร้านั้น แต่ทักษิณาทานที่ถวายไว้ดีแล้วในพระสงฆ์ ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับได้ตลอดกาลนาน”
คำสอนนี้ทำให้เห็นว่า เรื่องชีวิตหลังความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรศึกษาให้เข้าใจอย่างถูกต้อง เพราะเมื่อวันหนึ่งความตายมาถึงคนที่เรารัก เราจะได้ตั้งสติได้ ไม่จมอยู่กับความเศร้า ไม่ร้องไห้คร่ำครวญจนขาดสติ
เพราะความเศร้าหมองของผู้ที่ยังอยู่ อาจยิ่งทำให้ผู้ล่วงลับเกิดความกังวลและผูกพัน ส่วนใจที่ผ่องใส สงบ และตั้งอยู่ในบุญกุศล ย่อมส่งผลเกื้อกูลต่อกันได้
สิ่งสำคัญในเวลานั้น จึงไม่ใช่การจมอยู่กับความทุกข์ แต่คือการคิดว่า “จะทำอย่างไรให้ผู้ล่วงลับไปแล้วมีสุคติเป็นที่ไป”
พระพุทธศาสนาสอนให้เร่งสร้างบุญ สั่งสมความดี รักษาศีล เจริญภาวนา และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ เพื่อเป็นเหตุแห่งสุคติ ไม่พลัดไปสู่อบายภูมิ
ในพระไตรปิฎกยังกล่าวเตือนไว้อีกว่า ผู้ที่จากโลกมนุษย์แล้วกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกมีน้อยมาก ส่วนผู้ที่พลัดไปสู่อบายภูมิ 4 ได้แก่ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน มีจำนวนมาก เปรียบเหมือนฝุ่นทั้งแผ่นดิน ส่วนผู้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์มีเพียงเท่าฝุ่นปลายเล็บ
จึงเป็นเหตุให้ผู้มีปัญญาไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต แต่รีบสั่งสมบุญและฝึกใจให้ผ่องใสตั้งแต่วันนี้ เพราะไม่รู้ว่าความตายจะมาถึงเมื่อใด และภพภูมิหลังความตายย่อมเป็นไปตามกรรมที่ตนได้ทำไว้
"จากส่วนหนึ่ง ของรายการธรรมะเพื่อประชาชน โดย หลวงพ่อธัมมชโย"
#เพจพุทธพจน์เตือนใจ
Facebook|https://www.facebook.com/Ven.Apirak/