กัปต่อจากพระศรีอาริยเมตไตรยพุทธเจ้าแล้ว เป็นอย่างไรครับ
#1
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 01:13 AM
#2
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 02:14 PM
แต่ได้ยินมาจากไหน จำไม่ได้แล้วครับ เพราะได้ยินมานานหลายปีแล้ว
มหาวิหาร จรัสฟ้า ค่ายิ่งใหญ่
รูปทอง ผ่องผุด ดุจยองใย
สะท้อนถึง ห้วงดวงใจ สุดบูชา
*********************
ยอดเยี่ยม "ธรรมกาย" ผล ..... ผ่องแผ้ว
เลอเลิศล่วงกุศล ..... ใดอื่น
เชิญท่านถือเอาแก้ว ..... ก่องหล้าเรืองสกล
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
#3
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 02:43 PM
ท่านจึงสอนให้เราหมั่นอธิษฐานให้เป็นผู้บอกสอนตนเองได้
ให้ได้คบแต่บัณฑิต ไม่คบคนพาล เพราะถ้าพาลไปหาผิดแล้วละก็
ลงไปใช้กรรมยาวววววว
แม้พ้นสุญญกัปป์มาแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะพ้นวิบากมาเกิดเป็นมนุษย์ได้หรือเปล่า
แต่ทางที่ดีขอตามติด ติดตามหมู่คณะอย่าให้ตกให้หล่นเลยดีกว่าค่ะ
#4
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 02:49 PM
แล้วชีวิตในสุญญกัปป์จะเป็นอย่างไร จะไม่มีความเจริญทางจิตใจเลยหรือ
#5
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 03:17 PM
เมื่อนั้น...
ขอให้ข้าพเจ้า พึงได้ญาณเป็นเครื่องรู้ เฉพาะตน อันสูงสุดเทอญ
#6
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 03:23 PM
ชีวิตในสุญญกัปนั้นเต็มไปด้วยอันตราย เพราะจะมีนักคิดเกิดขึ้นมากมายว่าทำสิ่งนั้นได้บุญ ทำสิ่งนั้นได้บาป แต่สิ่งที่คิดนั้นจะเป็นบุญหรือบาปจริงหรือไม่ เราก็ไม่อาจรู้ได้ อาจจะเทียบเคียงกับกัปนี้ได้ลำบาก เพราะกัปนี้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเกิดถึง 4 พระองค์แล้ว มีความรู้ที่พอจะตกทอดมาบ้าง แต่สุญญกัปจริงๆ แล้วนั้น ไม่มีความรู้เรื่องบาปบุญคุณโทษตกทอดมาเลยแม้แต่นิดเดียว อ้อ แม้แต่พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระเจ้าจักรพรรดิก็ไม่บังเกิดขึ้นในสุญญกัปเหมือนกัน นับเป็นกัปที่ว่างปล่าวจากคุณความดีและมรรคผลนิพพานโดยแท้จริง
ส่วนที่ว่าทำไมต้องมีสุญญกัปมาคั่นนั้น ก็เพราะการบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์เป็นการยากมาก การที่มนุษย์คนหนึ่งจะสั่งสมบุญบารมีจนเต็มเปี่ยมแล้วตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท่านอุปมาว่า บุคคลใดที่ปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วบุคคลนั้นจะต้องมีน้ำใจกล้าหาญ ถ้าในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้เต็มไปด้วยทะเลเพลิงอันร้อนแรง บุคคลใดที่อาจหาญกล้าว่ายข้ามทะเลเพลิงจากขอบจักรวาลด้านหนึ่งไปจนถึงอีกด้านหนึ่งด้วยกำลังแขนของตัวเอง ผู้นั้นจึงจะมีสิทธิที่จะสั่งสมบุญจนได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ (แค่มีสิทธินะครับ เพราะการสั่งสมบุญให้เต็มเปี่ยมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ)
ดังนั้นในภพชาตินี้เราเกิดมาเจอพระพุทธศาสนาแล้ว นับว่าเป็นโชคลาภอย่างยิ่ง แม้จะเกิดไม่ทันยุคพุทธกาลแต่คำสอนของพระองค์ยังคงยังอยู่ เราควรที่จะตักตวงบุญบารมีให้เต็มที่ เพื่อจะได้มีบุญเชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนามากๆ แล้วเราจะได้มีโอกาสไปเกิดเจอพระพุทธศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ถัดไปครับ ถ้าเราไม่สั่งสมบุญในพระศาสนาแล้ว โอกาสที่เราจะเกิดมาเจอพระศาสนาก็จะค่อยๆ น้อยลง พลัดไปเกิดในสุญญกัปได้ง่ายๆ ครับ
มหาวิหาร จรัสฟ้า ค่ายิ่งใหญ่
รูปทอง ผ่องผุด ดุจยองใย
สะท้อนถึง ห้วงดวงใจ สุดบูชา
*********************
ยอดเยี่ยม "ธรรมกาย" ผล ..... ผ่องแผ้ว
เลอเลิศล่วงกุศล ..... ใดอื่น
เชิญท่านถือเอาแก้ว ..... ก่องหล้าเรืองสกล
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
#7
*ผู้มาเยือน*
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 04:15 PM
#8
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 05:23 PM
ใครมีบุญพอตัดใจไปนิพพานดีกว่า เหมือนอย่างผู้มาเยือนว่าแหละครับ
ไม่สั่นคลอน ใสเหมือนน้ำที่ปราศจากตะกอน
#9
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 05:39 PM
แต่อย่างนี้อยู่ในกัปที่มีพระพุทธเจ้าก็ยังอันตรายอยู่ดี ถ้าพลัดไปเกิดเป็นชาวเผ่าประหลาด ๆ ที่ยังมีความเข้าใจผิดหรือนับถือลัทธิเทวะนิยม หรือ ด้านนนน มีเวรมีกรรมไปมีเพื่อนที่เป็นคนพาล
น่าจะสรุปโดยใช้ภาษา investment ได้ว่า
สุญกัป = unlimited downside, no potential upside
กัปอื่น ๆ ถ้าไม่อธิษฐานดี ๆ = unlimited downside, high potential upside
กัปอื่น ๆ ถ้าอธิษฐานดีแล้ว = limited downside, high potential upside
อย่างนี้ใช่ไหมเอ่ย
#10
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 05:47 PM
สุญญกัปนี่ไม่มีพระปัจเจกเหรอคะ
แล้วกัปที่มีพระปัจเจกพุทธเจ้าเกิดขึ้นนี่เรียนว่าอะไรคะ
รอตั้งนานผู้ชาญศึกหายไปไหน
บอกจะพบกันครึ่งทางที่กลางใจ
อีกนานไหมจะให้พบช่วยบอกที
#11
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 06:03 PM
พระรามเจ้า
ภควา สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสเทศนาแก่พระสารีบุตรสืบต่อไปว่า ในกาลเมื่อพระพุทธศาสนา แห่งองค์สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยเสื่อมสูญสิ้นแล้ว อันว่าประทีปแก้ว คือพระสัทธรรมนั้น ก็สูญสิ้น ฝูงสัตว์ทั้งหลายก็มืดมัวไม่รู้จักบาปและบุญ คุณและโทษ ประโยชน์และไม่ประโยชน์ ประการใด จนถึงไฟประลัยโลกล้างวินาศฉิบหายสิ้นทั้งแสนโกฏิจักรวาล เพลิงประลัยกัลป์เกิดขึ้นไหม้แผ่นดินภัทรกัปอันนี้ฉิบหายหมดแล้ว สิ้นกาลช้านาน จึงบังเกิดแผ่นดินใหม่ขึ้นมา มีมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายบังเกิดมีมาสำหรับแผ่นดิน ก็มีมาเสียเปล่า กัปป์แผ่นดินที่มีมาในเบื้องหน้านั้นเป็นสุญญกัปนับได้อสงไขยแผ่นดิน จะได้มีสมเด็จพระพุทธเจ้า ปัจเจกพุทธเจ้า และพระยาจักรผู้ประเสริฐบังเกิดมีมานั้นหามิได้ จึงมีนามว่าสุญญกัปป์ เกิดมีแต่มนุษย์ทั้งหลายหาบุณหาวาสนาบารมีมิได้ฯ เมื่อแผ่นดินเกิดขึ้นมา สูญเสียจากท่านผู้ทรงพระคุณแล้ว ฉิบหายไปด้วยไฟ ด้วยน้ำ ด้วยลม แล้วเกิดขึ้นใหม่อีกเล่าจนถ้วนอสงไขย แผ่นดินล่วงลับไปนับด้วยอสงไขยแผ่นดินแล้วฯ
ในกาลนั้น บังเกิดแผ่นดินขึ้นมาใหม่เรียกชื่อว่ามัณฑกัปป์ พระพุทธเจ้าจักได้บังเกิด ๒ พระองค์ คือ
- พระรามโพธิสัตว์ ๑
- พระเจ้าปเสนทิโกศล ๑
แรกปฐมกัปป์เกิดก็มีอายุยืนได้อสงไขยหนึ่ง แล้วลดน้อยถอยลงมาอยู่เพียง ๙ หมื่นปีฯ ครั้งนั้นพระรามโพธิสัตว์ จะได้ตรัสเป็นพระพุทธเจ้าก่อนพระเจ้าปเสนทิโกศล พระองค์มีพระชนม์อายุได้ ๙หมื่นปี พระสรีรกายสูงประมาณ ๘๐ ศอก ไม้จันทร์เป็นไม้พระศรีมหาโพธิ มีพระรัศมีส่องสว่างไปในอากาศอยู่เป็นนิจจกาล ปรากฏงามเปรียบด้วยรัศมีของพระจันทร์สว่างทั่วโลกธาตุ ด้วยเดชะพระพุทธานุภาพนั้น โลกทั้งปวงบังเกิดมีไม้กัลปพฤกษ์ มหาชนได้อาศัยไม้ทิพย์นั้นประพฤติเลี้ยงชีวิต เป็นบรมสุขทุกเมื่อมิได้ขาด ครั้งเมื่อพระพุทธศาสนาพระรามโพธิสัตว์สัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ฝูงสัตว์ทั้งหลายได้บังเกิดในสวรรค์เป็นอันมาก
#12
โพสต์เมื่อ 08 March 2006 - 06:04 PM
1) สุญญกัป คือ กัปที่ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า รวมไปถึงพระเจ้าจักรพรรดิ
2) อสุญญกัป คือ กัปที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า รวมไปถึงพระเจ้าจักรพรรดิ แบ่งได้อีก 5 ประเภท ตามจำนวนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มาอุบัติ ตั้งแต่ 1 องค์ จนสูงสุด 5 องค์แบบกัปปัจจุบันที่เรามีชีวิตอยู่ครับ
#13
โพสต์เมื่อ 10 March 2006 - 07:10 AM
1. อดีตที่ผิดพลาด ลืมให้หมด 2. บาปทุกชนิดไม่ทำเพิ่มเด็ดขาด 3. หมั่นนึกถึงบุญอย่างสม่ำเสมอ
4. บุญทุกบุญทำให้เข้มข้นทับทวี 5. ปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย
ขออนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ _/|\_ สาธุ สาธุ สาธุ

#14
โพสต์เมื่อ 11 March 2006 - 05:51 AM
สุญญกัลป์ เป็นกัลป์แห่งการลงโทษและสั่งสอนมวลมนุษย์
#15
โพสต์เมื่อ 08 February 2007 - 04:03 PM
#16
โพสต์เมื่อ 06 June 2008 - 07:02 PM
แม้ไม่มี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บังเกิด ในสุญญกัลป์
แต่ถ้ามีพระโพธิสัตว์ มาบังเกิดขึ้น แล้วเราไปเกิดเป็นพวกพ้อง บริวารท่าน ก็นับว่า เป็นโชค แล้วครับ