คือว่าผมชอบนั่งสมาธิอะครับหลวงพ่ออยากทราบว่า -มโนมยิทธิคืออะไรหรอครับ- ผมอายุยังน้อยครับ 19 เอง เลยไม่เคยทราบเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย อธิบายไปถึงเรื่อง กสิน ก็ดีนะครับ ขอบคุณครับ {คือเรื่องของเรื่องผมชอบเรื่องสมาธิเวทย์มนต์คาถาอะครับ}

การฝึกมโนมยิทธิ
เริ่มโดย -อภัยทานคือทานอันสูงสุด-, Dec 10 2007 03:25 AM
มี 5 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้
#1
โพสต์เมื่อ 10 December 2007 - 03:25 AM
#2
โพสต์เมื่อ 10 December 2007 - 06:27 AM

#3
โพสต์เมื่อ 10 December 2007 - 09:52 AM
วิชชา ความรู้แจ้ง, ความรู้วิเศษ;
วิชชา ๓ คือ
๑. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ความรู้ที่ได้ระลึกชาติได้
๒. จุตูปปาตญาณ ความรู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย
๓. อาสวักขยญาณ ความรู้ที่ทำอาสวะให้สิ้น;
วิชชา ๘ คือ
๑. วิปัสสนาญาณ ญาณในวิปัสสนา
๒. มโนมยิทธิ ฤทธิ์ทางใจ
๓. อิทธิวิธิ แสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ
๔. ทิพพโสต หูทิพย์
๕. เจโตปริยญาณ รู้จักกำหนดใจผู้อื่นได้
๖. ปุพเพนิวาสานุสติ
๗. ทิพพจักขุ ตาทิพย์ (=จุตูปปาตญาณ)
๘. อาสวักขยญาณ
ปริกรรมนิมิต นิมิตแห่งบริกรรม, นิมิตขั้นตะเตรียมหรือเริ่มเจริญสมถกรรมฐาน
ได้แก่ สิ่งที่กำหนดเป็นอารมณ์ เช่น ดวงกสิณที่เพ่งดู หรือพุทธคุณที่นึกว่าอยู่ในใจเป็นต้น
(ข้อ ๑ ในนิมิต ๓)
กัมมัฏฐาน ๔๐ คือ
กสิณ ๑๐
อสุภะ ๑๐
อนุสสติ ๑๐
พรหมวิหาร ๔
อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑
จตุธาตุววัตถาน ๑
อรูป ๔
กสิณ วัตถุอันจูงใจ คือ จูงใจให้เข้าไปผูกอยู่ เป็นชื่อของกัมมัฏฐานที่ใช้วัตถุสำหรับเพ่งเพื่อจูงจิตให้เป็นสมาธิ
มี ๑๐ อย่าง คือ
ภูตกสิณ ๔ :
๑. ปฐวี ดิน ๒. อาโป น้ำ ๓. เตโช ไฟ ๔. วาโย ลม
วรรณกสิณ ๔ :
๕. นีลํ สีเขียว ๖. ปีตํ สีเหลือง ๗. โลหิตํ สีแดง ๘. โอทาตํ สีขาว
และ ๙. อาโลโก แสงสว่าง ๑๐. อากาโส ที่ว่าง
อาโลกกสิณ กสิณคือแสงสว่าง, การเจริญสมถกรรมฐานตั้งใจเพ่งแสงสว่างเป็นอารมณ์
(ข้อ ๙ ในกสิณ ๑๐)
วิชชา ๓ คือ
๑. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ความรู้ที่ได้ระลึกชาติได้
๒. จุตูปปาตญาณ ความรู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย
๓. อาสวักขยญาณ ความรู้ที่ทำอาสวะให้สิ้น;
วิชชา ๘ คือ
๑. วิปัสสนาญาณ ญาณในวิปัสสนา
๒. มโนมยิทธิ ฤทธิ์ทางใจ
๓. อิทธิวิธิ แสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ
๔. ทิพพโสต หูทิพย์
๕. เจโตปริยญาณ รู้จักกำหนดใจผู้อื่นได้
๖. ปุพเพนิวาสานุสติ
๗. ทิพพจักขุ ตาทิพย์ (=จุตูปปาตญาณ)
๘. อาสวักขยญาณ
ปริกรรมนิมิต นิมิตแห่งบริกรรม, นิมิตขั้นตะเตรียมหรือเริ่มเจริญสมถกรรมฐาน
ได้แก่ สิ่งที่กำหนดเป็นอารมณ์ เช่น ดวงกสิณที่เพ่งดู หรือพุทธคุณที่นึกว่าอยู่ในใจเป็นต้น
(ข้อ ๑ ในนิมิต ๓)
กัมมัฏฐาน ๔๐ คือ
กสิณ ๑๐
อสุภะ ๑๐
อนุสสติ ๑๐
พรหมวิหาร ๔
อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑
จตุธาตุววัตถาน ๑
อรูป ๔
กสิณ วัตถุอันจูงใจ คือ จูงใจให้เข้าไปผูกอยู่ เป็นชื่อของกัมมัฏฐานที่ใช้วัตถุสำหรับเพ่งเพื่อจูงจิตให้เป็นสมาธิ
มี ๑๐ อย่าง คือ
ภูตกสิณ ๔ :
๑. ปฐวี ดิน ๒. อาโป น้ำ ๓. เตโช ไฟ ๔. วาโย ลม
วรรณกสิณ ๔ :
๕. นีลํ สีเขียว ๖. ปีตํ สีเหลือง ๗. โลหิตํ สีแดง ๘. โอทาตํ สีขาว
และ ๙. อาโลโก แสงสว่าง ๑๐. อากาโส ที่ว่าง
อาโลกกสิณ กสิณคือแสงสว่าง, การเจริญสมถกรรมฐานตั้งใจเพ่งแสงสว่างเป็นอารมณ์
(ข้อ ๙ ในกสิณ ๑๐)



#4
โพสต์เมื่อ 10 December 2007 - 03:19 PM
อันนี้ไม่เกี่ยวกับคำถาม แต่เห็นชื่อเจ้าของหระทู้แล้วอยากตอบ
ทานที่สูงกว่าอภัยทาน คือธรรมทาน
เพราะการให้ธรรมมะสามารถนำบุคคลนั้นให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวงได้
ทานที่สูงกว่าอภัยทาน คือธรรมทาน
เพราะการให้ธรรมมะสามารถนำบุคคลนั้นให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวงได้
#5
โพสต์เมื่อ 11 December 2007 - 10:09 AM
เห็นถามมานานแล้ว แต่ไม่มีคนตอบชัดเจนก็เลยขอตอบให้ครับ
มโนมยิทธิ แปลว่า ฤทธิ์ที่สำเร็จได้ด้วยใจ มี2ความหมายที่ผู้ปฏิบัติธรรมเข้าใจกันคือ
ความหมายที่1คือ มโนมยิทธิ เป็นฤทธิ์ประเภทหนึ่ง เป็นหนึ่งในคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติธรรมสมาธิจนบรรลุคุณวิเศษจัดอยู่ในวิชชา8ประการ และอภิญญา6 ดังที่คุณ noomania ได้กล่าวไว้ พระอริยะเจ้าผู้สำเร็จมโนมยิทธิชั้นสูงสามารถใช้ฤทธิ์ข้อนี้ทำการต่างๆได้ดังใจตนปราถนา เช่นเหาะเหินเดินอากาศไปภพสวรรค์นรกเปรต ฯลฯ จนถึงสามารถตัดกิเลศไปนิพพานได้ในที่สุด
ควาหมายที่2คือ มโนมยิทธิ เป็นวิธีการเป็นแนวทางการฝึกฝนจิตให้เกิดสมาธิ ด้วยวิธิการทำใจให้จรดจดจ่อกับสิ่งๆหนึ่งที่ใจเรานึกให้สำเร็จในมโนของเรา แล้วใช้นิมิตหรือมโนนั้นจรดจดจ่อจนเกิดสมาธิ ตั้งแต่ขั้นเบื้องต้นจนถึงขั้นสูง พระผู้สำเร็จการฝึกมโนมยิทธินี้บางท่านก็สามารถฝึกให้สำเร็จใด้ดังความหมายที่1ก็มี
การฝึกมโนมยิทธิในขั้นต้นผู้ฝึกอาจจะนึกนิมิตรเป็นองค์พระหรือนึกถึงพระสงครูบาอาจารย์บางท่าน จนเกิดสมาธิชัดใสแจ่มเรียกว่าปฏิภาคนิมิต จนบังเกิดฌาณสมาบัติชั้นสูง ในขั้นแรกสมาธิอาจเกิดภายนอกตัวแต่ในผลเบื้องปลายชั้นสูงแล้วก็ต้องนำสมาธินั้นมาเจริญวิปัสนาให้รู้เห็นความเป็นไปของชีวิต สังสารวัฏจนเกิดนิพพิทาญาณความเบื่อหน่ายในภพ และในที่สุดใจก็คลายมาหยุดนิ่งในกายของตน จนบรรลุเข้าถึงธรรมะที่มีอยู่ในตน บรรลุธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในที่สุด
เพราะฉนั้นไม่ว่าจะฝึกสมาธิแบบใดแนวใด ในที่สุดแล้วก็ต้องนำใจมาใว้ภายในกายเรา เข้าถึงธรรมมะที่มีอยู่แล้วในตัวเราอยู่นั่นเอง การฝึกสมาธิแนววิชชาธรรมกาย ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านค้นพบและนำมาสอนพวกเรา จึงเป็นวิธีการที่ตรง ลัด สั้น ง่าย ที่สุดแล้ว ไม่ต้องไปเสียเวลานำใจไปฝึกให้เสียเวลาไว้ที่อื่นอีกต่อไป
มโนมยิทธิ แปลว่า ฤทธิ์ที่สำเร็จได้ด้วยใจ มี2ความหมายที่ผู้ปฏิบัติธรรมเข้าใจกันคือ
ความหมายที่1คือ มโนมยิทธิ เป็นฤทธิ์ประเภทหนึ่ง เป็นหนึ่งในคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติธรรมสมาธิจนบรรลุคุณวิเศษจัดอยู่ในวิชชา8ประการ และอภิญญา6 ดังที่คุณ noomania ได้กล่าวไว้ พระอริยะเจ้าผู้สำเร็จมโนมยิทธิชั้นสูงสามารถใช้ฤทธิ์ข้อนี้ทำการต่างๆได้ดังใจตนปราถนา เช่นเหาะเหินเดินอากาศไปภพสวรรค์นรกเปรต ฯลฯ จนถึงสามารถตัดกิเลศไปนิพพานได้ในที่สุด
ควาหมายที่2คือ มโนมยิทธิ เป็นวิธีการเป็นแนวทางการฝึกฝนจิตให้เกิดสมาธิ ด้วยวิธิการทำใจให้จรดจดจ่อกับสิ่งๆหนึ่งที่ใจเรานึกให้สำเร็จในมโนของเรา แล้วใช้นิมิตหรือมโนนั้นจรดจดจ่อจนเกิดสมาธิ ตั้งแต่ขั้นเบื้องต้นจนถึงขั้นสูง พระผู้สำเร็จการฝึกมโนมยิทธินี้บางท่านก็สามารถฝึกให้สำเร็จใด้ดังความหมายที่1ก็มี
การฝึกมโนมยิทธิในขั้นต้นผู้ฝึกอาจจะนึกนิมิตรเป็นองค์พระหรือนึกถึงพระสงครูบาอาจารย์บางท่าน จนเกิดสมาธิชัดใสแจ่มเรียกว่าปฏิภาคนิมิต จนบังเกิดฌาณสมาบัติชั้นสูง ในขั้นแรกสมาธิอาจเกิดภายนอกตัวแต่ในผลเบื้องปลายชั้นสูงแล้วก็ต้องนำสมาธินั้นมาเจริญวิปัสนาให้รู้เห็นความเป็นไปของชีวิต สังสารวัฏจนเกิดนิพพิทาญาณความเบื่อหน่ายในภพ และในที่สุดใจก็คลายมาหยุดนิ่งในกายของตน จนบรรลุเข้าถึงธรรมะที่มีอยู่ในตน บรรลุธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในที่สุด
เพราะฉนั้นไม่ว่าจะฝึกสมาธิแบบใดแนวใด ในที่สุดแล้วก็ต้องนำใจมาใว้ภายในกายเรา เข้าถึงธรรมมะที่มีอยู่แล้วในตัวเราอยู่นั่นเอง การฝึกสมาธิแนววิชชาธรรมกาย ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านค้นพบและนำมาสอนพวกเรา จึงเป็นวิธีการที่ตรง ลัด สั้น ง่าย ที่สุดแล้ว ไม่ต้องไปเสียเวลานำใจไปฝึกให้เสียเวลาไว้ที่อื่นอีกต่อไป
#6
โพสต์เมื่อ 11 December 2007 - 01:57 PM
น้องเขาคงหมายถึง วิธีการนั่งสมาธิ แบบของหลวงพ่อฤาษีีลิงดำ วัดท่าซุงมั๊งครับ