ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
* * * * * 1 คะแนน

คนที่สามารถปรากฏตัวสองแห่งได้ในเวลาเดียวกัน


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 17 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 13 October 2006 - 01:14 PM

เป็นการหลอกลวงหรือเป็นพรสวรรค์อันผิดธรรมดาของมนุษย์?

ขณะที่หลุยส์ รอดเยอร์ส นั่งอยู่ภายในห้องที่มีคนคอยเฝ้า ผู้สอบสวนโทรศัพท์มารายงานว่า เห็นเขากำลังไปเดินป๋ออยู่ในถนนของอีกเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลกันมาก และเมื่อ “ร่างที่สอง” โทรศัพท์มาบอกคำรหัสได้ถูกต้องตรงกัน จึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่สุดในประวัติสาสตร์ของการศึกษาทดลองเกี่ยวแก่ภูตผีปีศาจ

เมื่อ ดร. มาร์ติน สเปนเซอร์ ได้ยินเรื่องคนที่สามารถปรากฏตัวได้สองแห่งในขณะเดียวกันเป็นครั้งแรก เขารู้สึกว่าน่าจะเป็นเรื่องที่พูดกันเล่นๆในระหว่างเลี้ยงอาหารมากกว่า และไม่มีค่าควรแก่การสอบสวนหาความจริงเลย ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันวิคตอเรียเพื่อการวิจัยเกี่ยวแก่ภูตผีปีศาจแห่งออสเตรเลีย เขาเคยได้ยินได้ฟังเรื่องพรรค์นี้มามาก แต่จะมีก็เพียงสักหนึ่งในร้อยเรื่องที่มีค่าควรแก่การเสียเวลา เพื่อที่จะขจัดผู้ที่หลอกลวงนักวิจัยเกี่ยวแก่ภูตผีปีศาจออกไป ดร.สเปนเซอร์มีสัญชาติญาณในการดมกลิ่นการหลอกลวงมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ครั้นเมื่อเรื่องนี้โจษจันกันหนาหู เขากลับตัดสินใจที่จะสอบสวนดูให้รู้แน่ เขาเคยทำงานผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อในฤดุใบไม้ผลิแห่ง ค.ศ. 1937 ข่าวที่ว่าหลุยส์ รอดเยอร์ส สามารถปรากฏตัวได้สองแห่งในเวลาเดียวกันห่างกันตั้ง 500 ไมล์ อันเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อแต่กลายเป็นข่าว

พาดหัวแพร่ไปทั่วโลก เขาจึงรู้สึกว่าไม่ควรนิ่งนอนใจ
นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยเกี่ยวแก่ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ,แพทย์ และแม้กระทั่งตำรวจ ต่างก็พากันถือว่า รอดเยอร์สเป็นบุคคลซึ่งจะต้องสอบสวนกันอย่างละเอียดลออถี่ถ้วน คนเหล่านั้นจึงได้ติดตามเขาเฝ้าสังเกตพฤติการณ์ของเขาทุกย่างก้าว และตลอดจนเก็บตัวเขาไว้ภายในสถานที่อันมิดชิด

แม้กระนั้นก็ตาม ขณะที่เขานั่งอยู่ภายในห้องที่มีคนเฝ้าในนครเมล์เบิร์น ผู้สอบสวนก้โทรศัพท์รายงานมาว่า “ร่างที่สอง” ของเขากำลังเดินป๋ออยู่บนถนนในนครซิดนีย์ซึ่งอยู่ห่างไกลกันตั้งมากมาย เป็นเหตุให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญพากันงุนงง และยังฉงนสนเท่ห์กันอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ ถ้าหากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหลอกลวง ก็นับว่าเป็นเรื่องหลอกลวงที่ช่ำชองและแนบเนียนที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งการสอบสวนเกี่ยวแก่ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ

หลุยส์ รอดเยอร์ส ออกจากอังกฤษมาพำนักอยู่ในออสเตรเลียตั่งแต่ ค.ศ.1931 ขณะนี้มีอายุ 30 ได้มาตั้งตนเป็นคนทรงและนั่งทางในอยู่ในนครเมลเบิร์น เนื่องจากเขาเป็นผู้ที่มีบุคลิกลักษณะดีและรูปหล่อ ในไม่ช้าเขาก็ทำเงินได้มากพอใช้ด้วยการติดต่อกับบรรดาสุภาพสตรีสูงอายุที่ต้องการติดต่อกับคนรักของตนซึ่งล่วงลับไปแล้ว แม้เพียงสัปดาห์ละครั้งในตอนบ่าย ทั้งนี้ด้วยค่าบริการที่สมเหตุสมผล ซึ่งบริการเช่นนี้รอดเยอร์สดูเหมือนจะปฏิบัติได้โดยไม่ลำบากลำบนเลย ไม่มีใครทราบถึงความเป็นมาของเขามากนัก เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างลึกลับ และเขาก็สงวนทีท่านี้ไว้เป็นอย่างดี

“ฉันไม่ยักทราบว่า มร.รอดเยอร์ส ย้ายไปอยู่ที่ซิดนี่ย์แล้ว” สุภาพสตรีผู้หนึ่งพูด “ก็เมื่อบ่ายวันพฤหัสที่แล้วเขาอยู่ที่บ้านฉันนี่นา เขายังเรียกสามีของฉันที่ล่วงลับไปแล้วมาหาฉันเลย ”

ข่าวลือเกี่ยวแก่เรื่องนี้ระบือไป ที่ว่างในสมุดนัดหมายการงานของรอดเยอร์สจึงน้อยลงและหายากเข้าทุกที บุคคลผู้นี้กลายเป็นสัญลักษ์ที่มีชีวิตของการดำรงอยู่ในพิภพอื่นไปแล้ว เมื่อไรก็ตามที่ลูกค้าสามารถพบปะกับเขาได้เพื่อไต่ถามถึงขาวลือเหล่านั้น รอดเยอร์สก็เพียงแต่เสยผมดำของเขาแล้วก็ยิ้มอย่างอมภูมิ

การปรากฏตัวของ “บุคคลที่สอง” ของรอดเยอร์สมีบ่อยครั้งขึ้น มีประจักษ์พยานพบเห็นและรายงานมาให้ทราบเสมอ ในที่สุดก็มีเป็นประจำและเรียกความสนใจมาก จนนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันของดร.สเปนเซอร์ดำเนินแผนอย่างลับๆ เขาไปเยี่ยมรอดเยอร์สในห้องต้อนรับลูกค้าซึ่งมีม่านห้อย หลังจากพูดจาอ้อมค้อมอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดก็เอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาเกรงกลัวอะไรหรือ รอดเยอร์สก็ตอบว่าเขาเป็นคนที่ลูกค้านับถือและให้ความไว้วางใจมาก และเขาไม่มีความตั้งใจที่จะยอมให้มีการตั้งทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ซึ่งจะมาเป็นพิษเป็นภัยแก่งานอาชีพของเขา

ดร.สเปนเซอร์ไม่ละความพยายาม ในที่สุดความพยายามของเขาก็ประสบความสำเร็จ ทั้งๆที่รอดเยอร์สได้แสดงความไม่เต็มใจมาแต่ต้น การทสอบของ ดร.สเปนเซอร์เริ่มต้นเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ.1937 รอดเยอร์ส ตกลงยอมที่จะไม่เดินทางออกจากนครเมลเบิร์นตลอดสามสัปดาห์ และยอมให้ผู้ค้นคว้าหาความจริง “ติดตาม” เขาไปทุกหนทุกแห่งจากบ้านของเขา

ครั้นแล้ว ในวันที่ 8 เมษายน –สามวันหลังจากการสอบสวนเริ่มต้น –ผู้สอบสวนคนหนึ่งในนครซิดนี่ย์ก็รายงานมาว่า มีชายคนหนึ่งชื่อหลุยส์ รอดเยอร์ส เข้าลงชื่อพักที่โรงแรมแห่งนั้น และเคาะประตูเรียกที่ห้องซึ่งเขาพักอยู่ ผู้ที่เปิดประตูออกมาพบเป็นชายรูปร่างสูง รูปหล่อ ผมดำยาว

“ผมคือหลุยส์ รอดเยอร์ส เพิ่งมาจากเมลเบิร์น ” ชายผู้นั้นตอบเมื่อถูกถาม
ผู้สอบสวนจึงโทรมาถึง ดร.สเปนเซอร์ด้วยความงุนงง

“เขาอยู่ที่นี่ครับ” คำพูดของผู้สอบสวนดังพรั่งพรูมาทางโทรศัพท์

“ไม่จริงเลย!” ดร.สเปนเซอร์แย้ง “ก็ผมกำลังกินอาหารกลางวันอยู่กับเขานี้นี่นา”

แม้กระนั้น ดร.สเปนเซอร์ก็ยังไม่จำนนง่ายๆ เขาตระหนักดีว่าผู้ที่รายงานมาย่อมจะมีเหตุผลของเขาอยู่เหมือนกัน จึงจะต้องขุดหาความจริงต่อไปให้จงได้ เขาบอกแก่รอดเยอร์สตามนั้น

“ผมเบื่อเต็มทนแล้วนะ” คนทรงกล่าว “เอาอย่างงี้ก็แล้วกัน ในวันที่12 เมษายนผมจะพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งหนึ่ง และเป็นครั้งสุดท้าย ว่าผมมีอำนาจพิเศษนอกเหนือธรรมชาติจริง แล้วต่อจากนั้นคณอย่ามายุ่งเกี่ยว ก่อความรำคาญให้ผมอีกต่อไปนะ”

ดังนั้นในวันเสาร์ที่ 12 เมษายน รอดเยอร์สก็ถูกนำตัวไปยังที่ทำงานของดร.สเปนเซอร์ และถูกเก็บตัวไว้ที่นั่นต่อหน้าประจักษ์พยานหลายคน เขาถามถึงคำรหัสซึ่งจะใช้ติดต่อกัน ดร.สเปนเซอร์ไม่ได้เตรียมตัว นึกขึ้นได้คำหนึ่งก็ตอบโพล่งออกไปทันที “ไลแลค”

รอดเยอร์สนั่งอยู่ที่นั่นราวหนึ่งชั่วโมง ครั้นแล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผู้ที่มาพูดคือตัวแทนในนครซิดนีย์รายงานมาให้ทราบว่า ได้แลเห็นชายคนหนึ่งซึ่งเหมือนหลุยส์ รอดเยอร์ส กำลังเดินอยู่ในถนนที่มีคนแน่นขนัด เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปตัวแทนผู้นั้นจะรายงานมาให้ทราบ
ภายในห้องเคร่งเครียดขึ้นทันที รอดเยอร์สเมินหน้าไปทางหน้าต่างอย่างไม่สนใจใยดี ครั้นแล้วในเวลา 17 น. –หนึ่งชั่วโมงหลังจากการเรียกมาครั้งหลังสุด –โทรศัพท์ก็ตังขึ้นอีกครั้ง ดร.สเปนเซอร์รีบคว้าหูโทรศัพท์ เปิดสวิตซ์เครื่องอัดเทป

“ที่นี่ซิดนีย์ค่ะ” พนักงานโทรศัพท์พูด “มีโทรศัพท์ถึงคุณค่ะ ดร.สเปนเซอร์”
เสียงตามสายที่ดังมาเข้าหู ดร.สเปนเซอร์เป็นเสียงที่เขาจำได้ไม่ผิด

“นี่หลุยส์ รอดเยอร์สพูด คำรหัสคือไลแลค…

หลุยส์ รอดเยอร์สถึงแก่กรรมเมื่อ ค.ศ. 1942 เขารับใช้ประเทศชาติด้วยการเป็น#####อยู่ในกองทัพบกออสเตรเลียนในยุโรปและเสียชีวิตในการรบที่นั่น ความลับก็ได้ตายไปพร้อมกับตัวเขา ไม่มีผู้ใดทราบหรือสามารถอธิบายได้ว่าปรากฏการณ์อันประหลาดมหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยประสบมา คือคนที่สามารถปรากฏตัวได้สองแห่งในเวลาเดียวกันนั้น เป็นการหลอกลวงหรือเป็นพรสวรรค์อันผิดธรรมดาของหลุยส์ รอดเยอร์ส

ที่มา:จากมิติพิศวง สันตสิริ



#2 MIHARU

MIHARU
  • Members
  • 620 โพสต์
  • Interests:พระพุทธศาสนา<br />วิทยาศาสตร์

โพสต์เมื่อ 13 October 2006 - 02:24 PM

อืม..สนุกดีนะคะ
แต่ทำไมไม่ปรากฏตัวใกล้ๆกัน เอาให้เห็นๆไปเลยว่ามีสองคนจริงๆ ไปปรากฏร่างที่สองอยู่ไกลๆ มันไม่เคลียร์happy.gif
Relax & Alert

#3 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 13 October 2006 - 03:39 PM

dont_tell_anyone_smile.gif นั่นซิคะ สงสัยคู่แฝด

#4 บุญเย็น

บุญเย็น
  • Members
  • 812 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:thailand

โพสต์เมื่อ 13 October 2006 - 07:18 PM

ไม่ใช้ธรรมดา หามาอีกครับ คุณสายน้ำทิพย์รักบุญโต
(พระที่ทำได้เช่นนี้มีมาก)
สาธุ
นำมอ ตี่ จ่าง อ้วง ผู่ สัก

#5 toy072

toy072
  • Members
  • 78 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:นครศรีธรรมราช

โพสต์เมื่อ 13 October 2006 - 07:21 PM

เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้นะคะ

#6 จริยคุณกุลภัทร์

จริยคุณกุลภัทร์
  • Members
  • 368 โพสต์

โพสต์เมื่อ 14 October 2006 - 11:59 AM

อัศจรรย์ๆๆๆๆ

#7 นักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยว
  • Members
  • 2378 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:รู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้อยู่กะที่อ่ะ มาดูอารายกานอ่ะ
  • Interests:มาสร้างบารมีตามติดหมู่คณะดีกว่า

โพสต์เมื่อ 14 October 2006 - 11:41 PM

ยังไม่เคยลองเลยอ่ะ
กายธรรมควรเทิดไว้ ในใจ
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ


เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี

#8 ฉันจะติดตามเธอ

ฉันจะติดตามเธอ
  • Members
  • 135 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:วัดครับ
  • Interests:การฝึกตัวครับผม เรื่องน่ารู้ก็น่าสนใจนะ

โพสต์เมื่อ 16 October 2006 - 09:00 AM

แปลดีนะครับ เอาไว้ถ้าเห็นกับตาค่อยเชื่อกันดีกว่า
เราก็เหมือนเด็กคนหนึ่ง ที่เพิ่งคลาน

#9 เราคือใคร

เราคือใคร
  • Members
  • 137 โพสต์

โพสต์เมื่อ 16 October 2006 - 10:28 PM

หลวงปู่ก็ทำได้นี่ครับ อย่างที่ท่านไปส่งคุณแขกอินเดีย ที่เข้าถึงธรรมถึงเครื่องบินน่ะครับ

#10 feyhong

feyhong
  • Members
  • 119 โพสต์
  • Location:13 หมู่ 1 ต.ท่าคล้อ อ.ก่งคอย จ.สระบุรี
  • Interests:computer,multimedai,wushu,miditation,the king

โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 07:51 PM

ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ถ้าใจอยากให้เป็น ถ้ามัวแต่ทำจะหยุดไม่ได้ ถ้าหยุดได้เมื่อไหร่ก็ทำได้

#11 ฟ้ายังฟ้าอยู่

ฟ้ายังฟ้าอยู่
  • Members
  • 2511 โพสต์

โพสต์เมื่อ 18 October 2006 - 08:57 PM

กายปาฎิหาริย์ เหรอคะ
"เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำไม
อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย.."
พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)


#12 konohamaru

konohamaru
  • Members
  • 10 โพสต์

โพสต์เมื่อ 20 October 2006 - 01:04 PM

กายทิพย์...

#13 LiL' Faery

LiL' Faery
  • Members
  • 1160 โพสต์
  • Location:@ Time : Europe
  • Interests:Basic and Advance Meditation;วิชชา ธรรมกาย<br />Birth Day : 19 January

โพสต์เมื่อ 24 October 2006 - 06:48 AM

it-s not strange...... those who know how...... can
คุณครูไม่ใหญ่ บอกว่า :
1. อดีตที่ผิดพลาด ลืมให้หมด 2. บาปทุกชนิดไม่ทำเพิ่มเด็ดขาด 3. หมั่นนึกถึงบุญอย่างสม่ำเสมอ
4. บุญทุกบุญทำให้เข้มข้นทับทวี 5. ปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย

ขออนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ _/|\_ สาธุ สาธุ สาธุ ^_^ ด้วยรักจากใจ ด้วยห่วงใย จากใจจริง

#14 diew_ake

diew_ake
  • Members
  • 14 โพสต์

โพสต์เมื่อ 02 November 2006 - 08:26 PM

แจ่มครับ สนุกดีผมชอบมีอีกป่ะ


#15 Defilement Destroyer

Defilement Destroyer
  • Members
  • 274 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 03 November 2006 - 10:49 PM

สิ่งที่คุณไม่เคยเห็น ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มี happy.gif
ภูเขาศิลาล้วนย่อมตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวเพราะแรงลมฉันใด
ผู้ที่ทำนิพพานให้แจ้งแล้ว ก็ย่อมมีจิตตั้งมั่น
ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งหลายฉันนั้น
(พุทธพจน์)

#16 นัจจะ

นัจจะ
  • Members
  • 30 โพสต์
  • Location:สงขลา
  • Interests:รักหลวงพ่อ

โพสต์เมื่อ 15 December 2006 - 01:44 AM

เชื่อค่ะ สาธุ


#17 suriya1503

suriya1503
  • Members
  • 23 โพสต์

โพสต์เมื่อ 09 September 2007 - 07:52 PM

ในอดีตพระจุลบัลฑกก็สามารถทำกายได้มากมาย คุณยายอาจารย์อยู่ในโรงงานทำวิชชาก็มีผู้เห็นว่าท่านและหมู่คณะขึ้นไปปัดระเบิด
เราาเริ่มต้นกันที่ หยุดแรกกันเถอะ หยุดต่อๆไปไม่ยากแล้ว

#18 usr19882

usr19882
  • Members
  • 6 โพสต์

โพสต์เมื่อ 01 January 2008 - 05:01 PM

the problem is how did he know "how"