ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

*~*:สื่อรักออนไลน์:*~*


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 22 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 Nibbuta

Nibbuta
  • Members
  • 30 โพสต์

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 04:03 PM

คงเคยได้ยินกันมาบ้างเกี่ยวกับ "สื่อรักออนไลน์" ที่หลายๆ คู่ที่ลงเอยกันเพราะคุยกันทางเน็ต แต่ก็ไม่ใช่น้อยที่ต้อง "อกหักรักคุด" เสียผู้เสียคนก็เพราะเน็ตอีกเหมือนกัน เราลองมาดูกันว่ามันน่าจะมีเหตุ-ปัจจัย อะไรบ้างที่ทำให้การคุยกันผ่านเน็ตมีอิทธิพลอย่างมากมายต่อผู้ใช้ แบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ

1. บุพเพสันนิวาส
หมายถึง เขาและเธอ เคยอยู่ร่วมหรือเป็นคู่กันมา (อาจหมายถึงคู่บุญคู่บารมี ก็น่าจะได้) จึงไม่แปลกที่ทั้งคู่จะโคจรมาพบกันอีก เพียงแต่อาศัย "อินเตอร์เน็ต" เป็นช่องทางที่ทำให้ทั้งคู่ได้มาพบกัน ซึ่งกรณีนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการเจอกันโดยบังเอิญตามสถานการณ์หรือสถานที่ต่างๆ หากแต่เมื่อเทียบกับคนส่วนมากในโลกใบนี้แล้ว คุณอาจมองว่าเป็นเรื่องแปลกและไม่น่าเป็นไปได้ จนบางคู่ที่พบกันด้วยวิธีนี้รู้สึกอายที่จะตอบคำถามคนอื่นว่าพวกเขารู้จักกันได้อย่างไร แต่คุณต้องไม่ลืมว่า "ไม่มีอะไรใหม่ในวัฏฏะ" เรื่องของกฎแห่งกรรมเป็นรอยนำทางเหตุการณ์ต่างๆ ที่ยากจะอธิบายได้ทั้งปวง

2. บุพเพอาละวาด
หมายถึง เขาและเธอ เคยจองเวรหรือมีกรรมร่วมกันมา (อันนี้น่าจะหมายถึง คู่กัด หรือคู่กรรมคู่เวร) หรืออีกนัยหนึ่ง อาจเป็นกรรมใหม่ของเขา และ/หรือ เธอ ก็ได้ หรือเรียกง่ายๆ ว่า "คิดไปเอง" "หลงไปเอง" และ "หลอกตัวเอง"

การเกิดบุพเพอาละวาดนี้ไม่เลือกเวลาและสถานที่ คือที่ใด เวลาใดที่มีเน็ตและโปรแกรมแชททั้งหลายไปถึง ที่นั่นถือเป็นพื้นที่เสี่ยงได้ทั้งหมด

กระบวนการ "ปิ๊ง" ผ่านเน็ต อาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆ คน แต่กับบางคนก็ดูเซ็นส์ซิทีฟมาก เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงคนเรามักยึดถือและเชื่อมั่นในสิ่งที่จับต้อง มองเห็นและพิสูจน์ได้ แต่สำหรับอินเตอร์เน็ตนั้น มีเพียง "ตัวอักษร" ถ้าดีขึ้นมาหน่อยก็มีเสียงประกอบ หรือถ้าไฮเทคโนโลยีจัด ก็จะมีภาพด้วย แต่ทั้งหมดนี้ก็อยู่ในโลกไซเบอร์ทั้งสิ้น มิได้เป็นการติดต่อสื่อสารแบบเผชิญหน้า จนมีหลายคนให้คำนิยามของการพูดคุยกันผ่านเน็ตว่าเป็น "โลกแห่งความฝันและจินตนาการ"

ต่อไปเรามาทำความเข้าใจกันว่า การคุยกันผ่านตัวอักษรนั้น มีฤทธิ์มอมเมาเราได้อย่างไร โดยจะอาศัยงานเขียนของคุณดังตฤณ จากหนังสือเตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เป็นพื้นฐานนำมาเล่าสู่กันฟังในแบบฉบับของตัวเอง ดังนี้

1. ไม่มีอะไรสะเทือนอารมณ์ได้แรงกว่าจินตนาการของเราเอง
การที่เราได้รู้จักใครสักคนแบบไม่รู้จักหน้าค่าตา แต่รู้ความคิด การมองโลกและชีวิต ตลอดจนทัศนคติของเขา (ไม่ว่าสิ่งที่รู้มานั้นจะจริงหรือเท็จ) นั่นทำให้คุณก้าวข้ามการตัดสินกันอย่างผิวเผินด้วยตาเปล่าไปแล้ว ยิ่งถ้าคุณพอใจกับสิ่งเหล่านั้น มันก็จะไปกระตุ้นให้เกิดการรับรู้เกี่ยวกับตัวเขาซึ่งจะมีผลต่อจินตนาการของคุณเองเกี่ยวกับเขา ซึ่งสิ่งนี้เองจะมีแรงผลักดันมากพอที่จะทำให้คุณติดใจที่จะคุยกับเขาต่อไปอีกเรื่อยๆ

2. คนเราชอบการค้นพบ ชอบความตื่นเต้น เร้าใจ
การสื่อสารผ่านเน็ตมีเรื่องให้ลุ้นให้ตื่นเต้นมากมาย เช่น ตัวตนที่แท้จริงของเขาจะเหมือนกับตัวอักษรที่เขาถ่ายทอดให้เราได้รับรู้หรือไม่ หน้าตาจะเข้าท่าเหมือนความคิดไหม น้ำเสียงจะเป็นอย่างไร แล้วเขาคิดอย่างไรกับเรา หรือแม้แต่วันนี้เราจะได้คุยกับเขาไหม เป็นต้น การลุ้นนี่เองที่ทำให้คุณมีจิตใจจดจ่ออยู่กับเขาเรื่อยๆ (ดังนั้นเราควรเชื่อที่คุณครูไม่ใหญ่สอนว่า อย่าลุ้น เร่ง เพ่ง จ้อง) ตราบใดที่ยังต้องการหาที่สุดของคำตอบต่างๆ อยู่ ยิ่งได้พูดคุยกันแบบไม่พบเจอตัวจริงกันนานเท่าไร ความผูกพันบนรากฐานของการรอคอยเพื่อค้นพบขั้นสุดท้ายก็ยิ่งหยั่งรากลงลึกเท่านั้น คุณอาจรู้สึกเหมือนกำลังรอคอยพบตัวจริงของเจ้าชายหรือเจ้าหญิงที่คุณพบในความฝันก็ว่าได้

3. ความบางเบาของกำแพงทิฐิต่ำ
ผู้ที่คุยกันผ่านเน็ตจะรู้สึกสบายใจและเป็นตัวของตัวเองมากกว่าการคุยกันแบบเผชิญหน้า เพราะมีความรู้สึกว่าไม่ต้องระวังตัวมากนัก อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามก็ไม่สามารถเห็นแววตา สีหน้า ท่าทางของเราได้ (ยกเว้นคุณจะมีทั้งไมค์ หูฟัง และกล้อง) ความรู้สึกผ่อนคลายและการไม่รู้จักกันมาก่อนนี่เอง ทำให้คุยกันได้ทุกเรื่อง คุณจึงรู้สึกสบายใจ และไม่ต้องคิดมากกับรูปแบบของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีข้อผูกมัดอะไรนอกจากตัวอักษร

สรุปแล้ว ความรู้สึกดีๆ จากการพูดคุยกันผ่านเน็ตไม่จำเป็นต้องเกิดจากบุพเพสันนิวาสเสมอไป ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าคุณเจอตัวจริงแล้วไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเหมือนที่เคยรู้สึกเมื่อยามสนทนากันผ่านเน็ต ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีหลักประกันว่าเมื่อมาคบหากันแบบปกติแล้วจะยังคงรักษาความรู้สึกดีๆ ให้เหมือนกับครั้งยังคุยกันทางเน็ตไว้ได้หรือไม่ เพราะเมื่อถึงเวลานั้น โลกแห่งความจริงจะปะทะกับโลกแห่งจินตนาการของตัวคุณเอง อะไรที่แตกต่าง แปลกแยกจากความรู้สึกนึกคิดที่คุณเคยมีก็จะกลั่นตัวเป็นแรงผลักดันให้คุณกำหนดทิศทางแห่งความสัมพันธ์นั้นต่อไป

มิตรภาพนั้นเกิดขึ้นยาก รักษายาก แต่กร่อนสลายง่าย เมื่อใดก็ตามที่เราพบมิตรที่ถูกใจแล้ว
ไม่ว่าเรากับเขาจะรู้จักกันด้วยวิธีใดก็ตาม เราก็ควรรักษามิตรภาพนั้นไว้ให้ดีที่สุด


วิสฺสาสา ปรมา ญาติ : ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง



http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare054.htm


#2 ยิ้ม

ยิ้ม
  • Members
  • 87 โพสต์

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 06:02 PM

คิดว่าคนแถวเวบ DMC นี้เข้ามาเพื่อคุยธรรมะกันเป็นส่วนมากน่ะค่ะ มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันในการสร้างบารมี

แล้วพวกเราหลายคนก็มุ่งหวังที่จะได้อยู่ในชุดสุดท้ายกันในภพชาติต่อๆ ไป ไม่คิดว่าจะมีใครสนใจมาหาคู่อะไรกันแถวนี้ค่ะ ^-^


#3 LoveMeditation

LoveMeditation
  • Members
  • 27 โพสต์

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 06:21 PM

แล้วแต่ จิตแต่ละคนครับ
สาธุกับทุกท่าน

#4 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 06:27 PM

เรื่องนี้สำหรับตัวผมแล้ว ขอตอบว่า "ต้องชักสะพานสถานเดียว"

#5 ฟ้ายังฟ้าอยู่

ฟ้ายังฟ้าอยู่
  • Members
  • 2511 โพสต์

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 06:28 PM

ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ว่าจะบอกอะไร จะบอกเรื่องการหาคู่ของมนุษย์เหรอคะ เว็บบอร์ดนี้มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการถามตอบปัญหาธรรมะเท่านั้นค่ะ

ดิฉันคิดว่า ของทุกๆอย่าง ย่อมมีสองด้าน ด้านมืด และด้านสว่าง เทคโนโลยีแชท ก็เหมือนกัน วัตถุประสงค์แต่แรกเริ่ม ก็ไม่ได้มีไว้สำหรับการหาคู่นี่คะ เค้าเอาไว้ส่งไฟล์หากันในกลุ่มของทีมงานเดียวกันเท่านั้น แต่คนเราย่อมนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในทางไม่ดีด้วย เหมือนตอนนี้ ทำให้เกิดอาชญากรรมผ่านห้องแชทรูมทั้งหลาย โดยเอาเรื่องความรักมาอ้าง เพื่อเป็นสิ่งล่อลวงให้เหยื่อติดกับ อันที่จริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาของผู้ที่แสวงหารักแท้ แล้วก็ทำมิดีมิร้าย ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา ซึ่งอาชญากรรมในโลกไซเบอร์นั้น ก็มีร้ายแรงพอๆ กับ โลกจริงๆ น่ะแหล่ะค่ะ

มันก็เหมือนๆ กับทฤษฎี การชนกันของอะตอม ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อเป็นพลังงานทดแทน พลังงานอื่นๆ ที่ถูกคนเลวๆ บ้าอำนาจ เอาไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างเพื่อนมนุษย์ ที่เรียกกันว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ทำให้อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ดังจนถึงทุกวันนี้ไงคะ

สรุปแล้วก็คือ เราควรรู้เท่าทันเทคโนโลยี อย่าหลงใหลเพลิดเพลินกับมันในอันที่เป็นหนทางนำไปสู่ความเสื่อม ทำร้ายตัวเอง และบุคคลอื่น ควรใช้ปัญญาพิจารณาหรือไตร่ตรองให้ดี มีบุตรหลาน ก็ต้องสอนให้เค้ารู้จักคิดเองให้เป็นค่ะ และอย่าลืมเอา DMC.tv ให้เค้าดู เพราะนี่คือเทคโนโลยีสีขาว ที่จะมาทำลายระบบโลกไซเบอร์สีดำๆ มัวๆ ให้หมดสิ้นไปค่ะ

"เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำไม
อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย.."
พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)


#6 Nibbuta

Nibbuta
  • Members
  • 30 โพสต์

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 06:29 PM

ขอขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ ก็แล้วแต่มุมมองของคนนะจะตีความไปในทางใด แต่ผู้เขียนเองไม่ได้มีเจตนาหรือชี้แนะไปในทางนั้น เพียงแต่เห็นว่าเป็นงานเขียนที่ดีและเปิดมุมมองแบบใหม่ซึ่งไม่เคยเห็นใครเขียนถึงเลยอยากนำมาแบ่งบันกันอ่านโดยใส่มุมมองและภาษาของตัวเองลงไปด้วยก็เท่านั้น ถ้างานเขียนดังกล่าวชี้แนะหรือสื่อไปในทางมิดีมิชอบ ผู้เขียนเองต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

#7 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 06:40 PM

ครับ..คนย่อมเห็นเนื้อด้วยปัญญาครับ..(A person can understand the meaning <of Dhamma> because of his wisdom) ปัญญานั่นแหละครับ ก็เป็นแสงสว่างในโลกเช่นกัน (Wisdom is the brightest light in the world) ไม่สำคัญว่าจะคุยกันทางใหนครับ เช่นทางอินเตอร์เน็ต หรือ ยืนคุยกัน นั่งคุยกัน สัมมนาร่วมกัน ประชุมร่วมกัน ปฎิบัติธรรมร่วมกัน หลากหลายช่องทางของการที่จะได้เป็นช่องทางแห่งการพูดคุยกัน..
ก็ล้วนเป็นไปด้วยการใช้ปัญญาเป็นตัวกำกับครับ..เพราะ กรรม (การกระทำ)เป็นเครื่องบอกเจตนาครับ..ก็ค่อยๆคุยกัน ก็รู้เจตนาแล้วครับไม่ยาก เรียนกันมาทุกคน เรื่องจิตวิทยาเบื้องต้น..แต่จะดีที่สุดคือคุยกันแต่เรื่องบุญครับ...เพราะ..บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้าครับ..(Merit provides a sheltering-place in the hereafter.
........
คุยกันด้วยปิยวาจา นะครับ...

ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#8 LuckySmile™

LuckySmile™

    LUCKYSMILE™

  • Members
  • 15 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:กองอินเตอร์เน็ต

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 06:46 PM

น้องวรรณเอ๋ย.. ตั้งกระทู้ครั้งแรกก็โดนซะและ! ผมได้คุยกับเจ้าตัวแล้วครับ เจตนาดี ไม่ได้มีอะไรแอบแฝง และก็ได้ตรวจสอบเว็บไซต์ที่มาของข้อมูลด้วย ก็เป็นเจตนาดีๆ ที่จะเผยแผ่ธรรมมะ ถึงแม้จะถูกบ้างผิดบ้าง แต่ก็ Ok นะครับ ก็ค่อยๆ พูดๆ ค่อยๆ จา แสดงความเห็นกันได้ครับ เราคนรักบุญกลัวบาปเหมือนกัน

ยิ้มกันเถอะนะจ๊ะ!

#9 Streamdhamma

Streamdhamma

    หยุด นิ่ง เฉย ได้ไหม

  • Members
  • 528 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 07:11 PM

อืมค่ะ ก็มีบ้างในโลกอินเตอร์เน็ต
แต่ในเมื่อไม่ใช่เรา หรือคนที่เรารู้จัก ก็แล้วไปค่ะ ถึงเป็นคนที่รู้จักควรช่วยเตือนกันใช่ไม๊ค่ะ มาสร้างบารมีกันดีกว่าค่ะ
"เมื่อดวงอาทิตย์อุทัยอยู่
ย่อมมีแสงอรุณขึ้นก่อน
เป็นบุพนิมิตฉันใด
ความเป็นกัลยาณมิตรก็เป็นตัวนำ
เป็นบุพนิมิตแห่งการเกิดขึ้น
ของหนทางพระนิพพาน ฉันนั้น"



#10 ปาลินารี

ปาลินารี
  • Members
  • 258 โพสต์

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 09:02 PM

อย่าซีเรียสน่า

เดี๋ยวสมาชิกใหม่จะแหยงที่จะตั้งกระทู้

#11 ยิ้ม

ยิ้ม
  • Members
  • 87 โพสต์

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 10:22 PM

ขอโทษเจ้าของกระทู้ด้วยนะคะ แหะๆ ดุไปหน่อย

ต่อไปจะพยายามใจดีขึ้นอีกนิด tongue.gif


#12 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 19 January 2006 - 10:34 PM

ผมว่า..เวปบอร์ที่นี่ ดีที่สุดในโลกที่ผมเจอมานะครับ..เต็มไปด้วยความปราถนาดีต่อกัน
การยิ้มทักทายให้โอกาศกัน...มีอุดมการณ์เดียวกันคือพยายามไปถึงที่สุดแห่งธรรม อยู่เขตวงบุญเดียวกัน..มีครูบาอาจารย์ที่ดีที่สุด....มีอะไรก็ให้นึกถึงคำสอนยายไว้ครับ
....................................
พูดดีๆ อย่าไปด่า อย่าไปว่าเขา
คุณยายสอนให้พูดกับน้องๆ ที่มาช่วย งานวัดว่า "พวกเราต้องรู้จักพูด พูดกับเขาดีๆ อย่า ไปด่า อย่าไปว่าเขา ค่อยๆ พูด ค่อยๆ ตักเตือน เขาจะฟังเรา จะเคารพและเกรงใจเรา จะมา ช่วยเราตลอดไป แต่ถ้าเราพูดกับเขาไม่ดี ไป ด่าไปว่าเขา เขาก็จะกลัว และ ไม่กล้ามาช่วย งานอีก งานเราก็เสีย เขาก็ไม่ได้บุญ เพราะฉะนั้น เราต้องพูดดีๆ ไม่ด่า ไม่ว่า เขา ค่อยๆ ตักเตือน เขาจะฟังเรา แล้วเขาจะ คิดได้ งานเราก็สำเร็จ เขาก็ได้บุญ"
( ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ )
......................................................

ลืมไป...มีข้อคิดเล็กๆๆ พอติดแข้งติดขาไป ไม่ต้องใส่บ่าแบกหามให้หนัก
(ยืมคำสอนครูไม่ใหญ่มาน่ะครับ)
..........................................
จงรู้ให้เท่าทันเทคโนโลยี...แต่อย่าให้เทคโนโลยี...เข้าครอบงำ ครับ.....
......อนุโมทนาบุญครับ....

ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#13 extra

extra
  • Members
  • 409 โพสต์

โพสต์เมื่อ 20 January 2006 - 06:58 AM

อนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยค่ะ
คุณ Nibbuta ปรารถนาที่จะนำงานเขียนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมาให้เพื่อนๆ ได้อ่าน
คุณยิ้ม มองว่า ไม่มีใครหรอกจะคิดใช้ website นี้เพื่อหาคู่ (ซึ่งจริงๆ อาจมีก็ได้)
ก็บอกความรู้สึกออกไป เลยดูเหมือนดุ
แต่อ่านแล้ว สัมผัสถึงความหวังดีของทุกท่านค่ะ สาธุ happy.gif


#14 xlmen

xlmen
  • Members
  • 978 โพสต์

โพสต์เมื่อ 20 January 2006 - 02:24 PM

“สื่อรักออนไลน์” เหตุมาจากกิเลสมารตัวราคะเข้ามาเกาะกุมใจของสัตว์โลก เป็นธรรมชาติเพื่อการผูกสัตว์ทั้งหลายให้ยินดีในการเกิด ยินดีในการก่อภพชาติ ให้ทุกข์ไปอีกยาวนานไม่จบไม่สิ้น ไม่เข็ด แม้จะผิดหวังจากความรักออนไลน์มามากเท่าใดก็ไม่เข็ดเพราะกิเลสมารครอบงำจิตใจได้เสียแล้ว

บุพเพสันนิวาส คือ การระลึกนึกถึงความรู้สึกที่ดีๆ หรือความรักที่เคยเกิดขึ้นกับคนๆ นั้นในอดีตมาส่งผล หรือที่เรียกว่า "รักแรกพบ" ไม่มีเหตุผล อยู่ดีๆ ก็ไปคิดรักเพียงแค่เจอหน้า เป็นเพราะอำนาจของกามราคะที่ติดอยู่ในขันธสันดานสะสมมาข้ามภพข้ามชาติมาส่งผล จะดีก็ตรงที่ทำให้วาบหวามหัวใจชั่วครู่ ชั่วยามครับ แต่จะส่งผลเป็นความทุกข์ระทม ขมขื่น เมื่อต้องจากรัก หรือรักไม่สมหวัง จัดเป็นสุขน้อย ทุกข์มาก

บุพเพอาละวาด เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยพุทธกาล เช่นกรณีของเทวทัต ที่จองเวรพระพุทธเจ้ามาหลายภพหลายชาติ ในชาติที่เกิดเป็นเทวทัตมีฐานันดรเป็นถึงเจ้าชายพี่ชายพระนางพิมพา ว่าง่ายๆ ก็คือพี่เมีย ของเจ้าชายสิทธัตถะ ความพยาบาทของเทวทัตเกิดขึ้นด้วยอำนาจของกิเลสมารตัวพยาบาท จองเวร มาในอดีตชาติมาส่งผล
บางคู่รักกันมากปานจะกลืนกิน ต่อมาเกิดผิดใจกันด้วยเหตุนอกใจกัน จนกลายมาเป็นคู่รักคู่อาฆาต คู่พยาบาทจองเวรข้ามภพข้ามชาติกันมาก็เยอะ เพราะเหตุคือตัวรักแท้ ๆ สุขน้อยทุกข์มากและทุกข์ยาวนานจริงๆ

++ไม่มีอะไรสะเทือนอารมณ์ได้แรงกว่าจินตนาการของเราเอง ++
เมื่อคิดจะรักหรือคิดที่จะปล่อยให้กิเลสมารคือความรักเข้าครอบงำ ความคาดหวังก็จะบังเกิดขึ้น ธรรมชาติของราคะ มักชอบของงาม ของสวย ของน่าพอใจ ครั้งมาเจอสิ่งที่ไม่เป็นดังคาดหวังไว้ เจ้าตัวราคะก็จะตกใจ สะดุดใจ หวั่นใจว่าเอจะรักดีไหมหนอ?? หรือเขาคนนั้นจะไม่หล่อ? ถ้าจิตคิดได้ดังนี้แสดงว่าปัญญาเริ่มเจริญขึ้นมาแล้วส่วนหนึ่ง ให้พิจารณาด้วยจินตนาการของเราต่อไปว่า หนุ่มคนนี้ในหน้าหล่อๆ นี้เต็มไปด้วยสมอง ไขมัน เลือด กระดูก ตับ ไต ไส้ พุง ขี้ เยี่ยว น้ำลาย ขี้ฟัน เราอยากจะจินตนาการจูบชายคนนั้นไหม? ถ้าอยากก็ให้จินตนาการถึงโครงหน้าสุดหล่อที่เต็มไปด้วยเลือดและน้ำเหลืองให้มากๆ ครับ เพราะจินตนาการนี้จะทำให้กิเลสมารคือกามราคะสะเทือนทันทีครับ

++คุณอาจรู้สึกเหมือนกำลังรอคอยพบตัวจริงของเจ้าชายหรือเจ้าหญิงที่คุณพบในความฝันก็ว่าได้++
แท้จริงเจ้าชายหรือเจ้าหญิงก็คือผีดิบเดินได้ดีๆ นี่เอง เธองามเธอสวยทุกครั้งที่ขี้เยี่ยวออกมา เธอหอมหวนทุกครั้งที่ผายลมออกมา ฉันจะกอดจูบเธอแสดงความรักนิรันดร์แม้เมื่อยามรถสิบล้อลากเธอไปนับกิโลเมตรใบหน้าเละครึ่งหนึ่งก็ตาม ฝึกมองบ่อยๆ ครับเพราะศัตรูของราคะคือความไม่งาม เมื่อความไม่งามปรากฎราคะจะสะดุดครับ

++มิตรภาพนั้นเกิดขึ้นยาก รักษายาก แต่กร่อนสลายง่าย เมื่อใดก็ตามที่เราพบมิตรที่ถูกใจแล้ว
ไม่ว่าเรากับเขาจะรู้จักกันด้วยวิธีใดก็ตาม เราก็ควรรักษามิตรภาพนั้นไว้ให้ดีที่สุด++


มิตรภาพสำหรับบัณฑิตเกิดขึ้นง่าย สลายยาก ไม่กัดกร่อนด้วยบาปอกุศลโดยง่าย เมื่อใดที่เราพบบัณฑิตที่เป็นคนดีแต่ขัดใจ (ไม่ตามใจกิเลส) แล้ว เราก็ควรรักษามิตรภาพนั้นไว้ให้ดีที่สุด

โมทนาสาธุการกับกระทู้ดีๆ ที่เจ้าของกระทู้จุดขึ้นครับสาธุ

#15 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 21 January 2006 - 10:06 AM

ข้อดีของความรัก

เมื่อมีรัก....โลกก้อสดใส

เมื่อมีรัก....เราก้อมีกำลังใจ

เมื่อมีรัก....เราก้อมีคนห่วงใย

เมื่อมีรัก....เราก้อมีความสุข

เมื่อมีรัก....เราก้อจาชอบวันวาเลนไทน์

เมื่อมีรัก....เราก้อจานอนหลับฝันดี

เมื่อมีรัก....เราก้อมองอารายในแง่ดี

เมื่อมีรัก....เราก้อลืมเรื่องเศร้าได้

แต่ ถ้าความรักหมดไปล่ะ อารายจาเกิดขึ้น

เมื่อหมดรัก....โลกนี้ช่างมืดมน

เมื่อหมดรัก....เราต้องนั่งร้องไห้

เมื่อหมดรัก....เราต้องนอนช้ำใจ

เมื่อหมดรัก....ทุกอย่างรอบตัวก้อดูไม่ดี

เมื่อหมดรัก....อารายก้อไม่อยากทำ

เมื่อหมดรัก....วันวาเลนไทน์ คือ ฝันร้าย

เมื่อหมดรัก....เราก้อเหมือนตกอยู่ในความทุกข์

เมื่อหมดรัก....เราก้อม่ะอยากจาอยู่

ความรักมีทั้งด้านลบ ด้านบวก มีหลายด้าน ๆ

ที่เราอาจเจอ และ ยังไม่เคยเจอ

ความรัก มีข้อดีและข้อเสียอยู่มาก แต่คนเรากลับเต็มใจที่จะรัก

........................................................................
เดินตาม..มรรค มีองค์แปด ดีที่สุดครับ..ชัวร์ที่สุด...คร๊าบ..
1. ปัญญาอันเห็นชอบ
2. ความดำริชอบ
3. วาจาชอบ
4. กระทำชอบ
5. เลี้ยงชีวิตชอบ
6. ความเพียรชอบ
7. ระลึกชอบ
8. ตั้งใจมั่นชอบ
.................................................................
ภูเขาลูกนั้นมีไฟ
เพราะมันมีควัน
ทุกสิ่งที่มีควัน ย่อมมีไฟ เช่น ห้องครัว
และทุกสิ่งที่ไม่มีไฟ ย่อมไม่มีควัน เช่น ทะเลสาบ

This hill is fiery
Because it has smoke
All that has smoke is fiery like a kitchen,
and whatever is not fiery has nosmoke,
like a lake.
(ดู A History of Indian Logic;
Satish Chandra Vidyabhusana, p.290)



ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#16 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 21 January 2006 - 10:17 AM

QUOTE
nosmoke

ไม่ใช่ nonsmoke เหรอครับ?

#17 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 21 January 2006 - 11:17 AM

ขอบคุณครับ nonsmoke ครับ..
.......................
อนุโมทนาบุญครับ...

ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#18 Nibbuta

Nibbuta
  • Members
  • 30 โพสต์

โพสต์เมื่อ 23 January 2006 - 08:46 AM

อนุโมทนาบุญกับทุกความคิดเห็น และทุกข้อธรรมะที่นำมาแบ่งปันร่วมกันนะ.. สาธุ

#19 LiL' Faery

LiL' Faery
  • Members
  • 1160 โพสต์
  • Location:@ Time : Europe
  • Interests:Basic and Advance Meditation;วิชชา ธรรมกาย<br />Birth Day : 19 January

โพสต์เมื่อ 25 January 2006 - 11:35 AM

happy to be in the DMC forum.....totally off track but oh well.....
as you were saying :

" มิตรภาพนั้นเกิดขึ้นยาก รักษายาก แต่กร่อนสลายง่าย เมื่อใดก็ตามที่เราพบมิตรที่ถูกใจแล้ว
ไม่ว่าเรากับเขาจะรู้จักกันด้วยวิธีใดก็ตาม เราก็ควรรักษามิตรภาพนั้นไว้ให้ดีที่สุด "

" วิสฺสาสา ปรมา ญาตา : ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง"
คุณครูไม่ใหญ่ บอกว่า :
1. อดีตที่ผิดพลาด ลืมให้หมด 2. บาปทุกชนิดไม่ทำเพิ่มเด็ดขาด 3. หมั่นนึกถึงบุญอย่างสม่ำเสมอ
4. บุญทุกบุญทำให้เข้มข้นทับทวี 5. ปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย

ขออนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ _/|\_ สาธุ สาธุ สาธุ ^_^ ด้วยรักจากใจ ด้วยห่วงใย จากใจจริง

#20 Nibbuta

Nibbuta
  • Members
  • 30 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 January 2006 - 02:49 PM

ขอบคุณมากทุกคน ขอให้มิตรภาพของกัลยาณมิตรทุกท่านยั่งยืนต่อไปจนถึงปลายทาง

#21 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 28 January 2006 - 01:06 AM

เช่นเดียวกันครับ คุณ Nibbuta

#22 บุญรักษา

บุญรักษา
  • Members
  • 189 โพสต์
  • Interests:ขอชีวิตงดงามตามที่ฝัน ขอทุกวันเป็นวันอันสดใส ขอทุกก้าวคือก้าวที่มั่นใจ ขอวันใหม่ก้าวไกลไปกว่าเดิม

โพสต์เมื่อ 17 April 2006 - 03:31 PM

จ้า





ไม่มีสิ่งใดจะมอบให้ นอกจาก....ความจริงใจที่เต็มปรี่ เริ่มต้นผูกพันกันวันนี้ เพื่อมิตรไมตรีที่ดี..ตลอดไป เราต่างก็...มีไฟฝัน พร้อมจะสร้างสรรค์..เพื่อวันใหม่ ขอให้เรา....ต่างเป็นกำลังใจ เพื่อไปสู่จุดหมายที่...ยังรอ

#23 แก้วประเสริฐ

แก้วประเสริฐ
  • Members
  • 513 โพสต์

โพสต์เมื่อ 19 April 2006 - 12:55 PM

เอามาให้อ่านก็ได้ความรู้ดีๆ เพราะไม่รู้ว่าเขาหาคู่กันอย่างไร
เพราะตัวเองเข้าแต่ web DMC จริงๆ