ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

แบบนี้จะเป็นบุญไหม?


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 9 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 rattana_s

rattana_s
  • Members
  • 113 โพสต์

โพสต์เมื่อ 20 March 2009 - 04:25 PM

คือมีคนรู้จักคนนึงทำงานเป็นลูกจ้างแรงงานบริษัท เขากู้เงินโดยเสียดอกเบี้ยร้อยละ20ต่อเดือน
โดยผู้ให้กู้จะยึดATMใว้แล้วกดเงินส่วนของเขาใว้ที่เหลือก็ให้ลูกหนี้
..ผมทราบก็เลย บอกว่าเอาเงินผมไปจ่ายหนี้ให้หมดแล้วให้เขามาผ่อนใช้ผมแทนโดนผมคิดดอกร้อยละ10ถูกกว่ากันครึ่งนึง
ผมก็ยึดบัตรATMเขากดเงินดอกเบี้ยและส่วนที่ผ่อนจ่ายคืน ที่เหลือก็ให้ลูกหนี้ จนเขาผ่อนหมดไปแล้ว
.....จริงๆก็ไม่ได้อยากหากินแบบนี้และก็ทำแบบนี้ครั้งเดียว แต่ก็สงสัยว่าทำแบบนี้ได้ช่วยเขาเป็ญบุญหรือไม่เพราะคิดดอกเขาร้อยละ10โดยที่ไม่เคยศึกษาว่าโดนทั่วไปเขาคิดดอกเบี้ยกันอย่างไร..กลัวเป็นโรคไต-โรคเลือดครับ ยิ่งตอนนี้เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ด้วย

#2 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 20 March 2009 - 05:00 PM

ดอกเบี้ยสินเชื่อในปัจจุบัน ก็ร้อยละ 20 เหมือนกันครับ แต่เป็นร้อยละ 20 ต่อปี (ยกเว้นบางท่านมี Promotion พิเศษ อาจได้ดอกเบี้ยถูกกว่านี้) ทีนี้จากร้อยละ 20 ต่อปี มาคำนวณเป็นต่อเดือน ก็จะตกร้อยละ 1.7 บาทต่อเดือนเท่านั้นเองครับ

ส่วนคุณคิดดอกในอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน ถือว่า ดอกโหดไม่ใช่เล่นทีเดียว เพียงแต่คุณไม่รู้อัตราดอกเบี้ยสากล ซึ่งกรณีนี้ก็คล้าย ขับรถชนคน หรือ สัตว์เสียชีวิตโดยไม่เจตนา

ก็อาจจะมีกรรมบ้าง เพราะไม่เจตนาครับ แต่ก็จะเป็นกรรมไม่แรง ดัีงนั้น หากเร่งรีบสร้างบุญก็มีโอกาสที่บุญจะส่งผลชิงช่วงตัดรอนไม่ให้วิบากกรรมนี้ส่งผลได้อย่างมากทีเดียว
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#3 cheterk

cheterk
  • Members
  • 314 โพสต์
  • Interests:พระนิพพาน

โพสต์เมื่อ 20 March 2009 - 06:44 PM

เท่าที่ทราบ การปล่อยเงินกู้เป็นบาปนะครับ เป็นการเบียดเบียนกัน





#4 ดอกอุบล

ดอกอุบล
  • Members
  • 926 โพสต์

โพสต์เมื่อ 20 March 2009 - 07:23 PM

เป็นมิจฉาอาชีวะครับ บาปครับ

#5 somchet

somchet
  • Members
  • 900 โพสต์

โพสต์เมื่อ 20 March 2009 - 11:00 PM

ถ้าคิดดอกโหด เป็นการหากินบนความเดือดร้อนของคนอื่น มีวิบากกรรมเป็นโรคไต

แต่ถ้าคิดดอก พอๆกะธนาคารก็ไม่เป็นไร

#6 เอ็ดดี้

เอ็ดดี้
  • Members
  • 24 โพสต์

โพสต์เมื่อ 20 March 2009 - 11:33 PM

ผมว่า บาป นะครับ
แสดงความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ เพราะว่า ท่าจำไม่ผิด กฏหมายเค้าให้ คิดดอกเบี้ย ไม่เกิน ร้อยละ 15 ต่อ ปี ในการกู้ยืมเงิน ก็น่าจะตกดอกเบี้ยเดือนละ 1 บาทกว่าๆเองครับ
ศีลธรรม สูง กว่ากฎหมาย กฏหมายยังต่ำกว่าศีล อีกครับ ในเมื่อท่าน คิดแพงกว่า กฎหมายก็ น่าจะเข้าข่ายบาปครับ

แต่ผมว่า ก็น่าจะได้ บุญน้อยหนึ่งนะครับ...ที่ทำให้เค้าเบาภาระนิดนึงครับ และน่าจะดีกว่าที่สุดไม่น่าเอาดอกแม้แต่บาทเดียวเลยครับ อันนี้สุดยอด ได้บุญชัวร์ 100 %
ผิดพลาดประการใด ผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยครับ.... สาธุๆๆๆๆๆ

#7 วันใส

วันใส
  • Members
  • 93 โพสต์

โพสต์เมื่อ 20 March 2009 - 11:52 PM

หลวงพ่อเคยพูดในชั้นเรียนว่า การที่ผู้ปล่อยเงินให้เขากู้แล้วคิดดอกเบี้ยแพง ๆ ที่เรียกว่าดอกโหดนั้นทำให้เขาซึ่งเป็นลูกหนี้ต้องทำงานหนักหรือหาเงินหนักกว่าเดิมเพื่อส่วนหนึ่งนำมาจ่ายเฉพาะดอกให้กับเจ้าหนี้ (ซึ่งเป็นหนี้นอกระบบสามารถฟ้องร้องได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นใครฟ้องแฮะ นอกจากพอถูกเจ้าหนี้ทำร้ายร่างกายเพราะชำระไม่ตรงเวลานั่นแหละถึงได้เป็นข่าว) ลักษณะนี้เรียกว่าต้องฟอกเงินเพื่อมาใช้หนี้ผู้ให้กู้ด้วยดอกเบี้ยแพง ๆ เมื่อใดวิบากกรรมส่งผลผู้ปล่อยกู้ดอกโหดนั้นต้องป่วยเป็นโรคไต และต้องฟอกไต
ในกรณีของคุณจขกท.ปล่อยดอกร้อยละ 10 นั้นถือว่าโหด แต่เป็นการกระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เรียกว่าได้ทำผ่านและจบกันไปแล้ว ตามความคิดของวันใสนะ ในเมื่อการปล่อยให้เขากู้เพียงเพราะมีใจหวังช่วยเหลือเขาไม่อยากเห็นเขาต้องลำบากจากการกู้เงินดอกโหดมากขนาดนั้น เลยช่วยเขาซะเองแต่คิดดอกต่ำกว่าครึ่งหนึ่งก็เห็นว่าเป็นเจตนาที่ดีแต่ไม่ได้ศึกษาให้ละเอียดถึงหลักเกณฑ์โดยทั่วไปที่อยู่ในขอบเขตและกฎหมายรองรับ ในเมื่อคนรู้จักที่ว่าของคุณจขกท.ได้ชำระให้คุณหมดแล้วนั้น เป็นวันใสเมื่อรู้ว่าที่เราทำมันติดวิบากนะ และเราทำเพราะต้องการช่วยเหลือเขาในเวลานั้น การคิดดอกตอนนั้นก็แค่เป็นประกันว่าเขาต้องรับผิดชอบในเงินที่เราให้เขาไปและคืนให้หมด โดยไม่ชิ่งหนีเอาเงินเราไป เมื่อเขาชำระครบหมดแล้วพร้อมดอก ถึงเวลานี้เราก็คืนดอกทั้งหมดให้เขาไปเพราะว่าเราได้เงินเราคืนแล้วและได้ช่วยเหลือเขาแล้วอย่างแท้จริงไม่หวังผลตอบแทน แต่หากคิดว่าเงินที่ให้เขากู้ไปนั้นหากเอาไปทำอะไรที่มันสามารถงอกเงยได้ดีกว่าเอามาเสียเวลาเปล่า ๆ ผ่านไปไม่ได้อะไร คุณก็อาจคิดเขาได้ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารเขาใช้กันเอาเกณฑ์ของธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำสุด และส่วนเกินก็คืนเขาไป และเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แนะนำให้เขาเอาเงินก้อนนี้ไปทำบุญต่อซะ
นอกจากคุณจะรู้สึกดีไม่ติดค้างในใจและหลุดจากวงจรวิบากนี้แล้ว คุณก็ยังได้อานิสงในการบอกบุญอีกด้วยค่ะ


แม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิเข้าถึงธรรม

#8 rattana_s

rattana_s
  • Members
  • 113 โพสต์

โพสต์เมื่อ 21 March 2009 - 09:26 AM

ขอขอบคุณ คุณวันใสด้วยใจจริง
...เดี๋ยวถ้าเจอลูกหนี้คนนั้น ก็จะคืนดอกเบี้ยให้เขาไปนะครับ..เงินต้นแค่หมื่นกว่าเองไม่รู้ดอกเก็บมาเท่าไร
เหตุการณ์มันผ่านมา2-3ปีแล้วเนี่ย

อ่อ..22เมษานี้ ผมสร้างพระจารึกชื่อคุณยายอาจารย์ด้วย อยากได้บุญ2ชั้นน่ะครับ
ขอแบ่งบุญให้ทุกท่านที่มาอ่านกระทู้ด้วยครับ

#9 MIHARU

MIHARU
  • Members
  • 620 โพสต์
  • Interests:พระพุทธศาสนา<br />วิทยาศาสตร์

โพสต์เมื่อ 21 March 2009 - 02:24 PM

สิ่งผิดพลาดในอดีตลืมไปให้หมดนะคะ
แล้วเร่งสั่งสมแต่บุญบารมีอย่างเดียว
ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป
ทำใจใสใสดีกว่านะคะ happy.gif
Relax & Alert

#10 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3579 โพสต์

โพสต์เมื่อ 26 March 2009 - 03:16 PM

QUOTE
สงสัยว่าทำแบบนี้ได้ช่วยเขาเป็นบุญหรือไม่
- เจตนาดูดีครับ...ดอกเบี้ย10%อาจจะดูย่อมกว่า แต่...ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าลูกหนี้จะพึงพอใจ มีความสุข หรือให้ความรู้สึกที่ดีกับเจ้าหนี้
- หากจะช่วยและปรารถนาในบุญกุศลจริงๆ...ไม่ควรกินดอกครับแม้จะ 0.0001%ก็ตาม...เรื่องของทาน วัดกันที่การตัดใจเพื่อฆ่าความตระหนี่
- แบบพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯครับ ท่านให้...และกล่าวทำนอง...ทรัพย์นี้เรามอบโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของท่าน..เราไม่ได้เดือดร้อน...หากท่านประกอบกิจการรุ่งเรืองนึกถึงคุณของเราและปรารถนาจะนำมาคืนก็ยินดี...หากกิจที่ลงทุนล่มสลายไม่สามารถชดใช้ได้ก็ไม่มีพันธะ(หนี้สิน)ผูกพันธ์ต่อกัน
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC