ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

สู้​โว้ย​!! ​มะ​เร็ง​ไม่​ร้ายอย่างที่คิด​


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
ไม่มีการตอบกลับในกระทู้นี้

#1 kuna

kuna
  • Members
  • 780 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 31 August 2008 - 03:57 PM

มะ​เร็งอาจ​เป็น​เพชฌฆาตร้ายอันดับหนึ่ง​ ​ที่คร่าชีวิต​ผู้​คน​ทั่ว​โลกอย่าง​ไม่​มี​เยื่อใย​ ​แต่​ใช่​ว่าคน​เป็น​มะ​เร็ง​จะ​ต้อง​นอนรอ​ความ​ตายสถานเดียว​ ​ยัง​มีคนอีก​ไม่​น้อยที่​โชคดีรอด​จาก​การ​เป็น​เหยื่อมัจจุราช​ได้​อย่างอัศจรรย์​ ​พวก​เขา​มีคาถาอะ​ไรดี​ใน​การพิชิตมะ​เร็ง​ ​และ​มะ​เร็งทำ​ให้​ชีวิตของพวก​เขา​เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง​ ​ทีมข่าวสตรี​ไทยรัฐตาม​ค้น​หาคำ​ตอบ​ ​เพื่อจุดประกาย​ความ​หวัง​ให้​ผู้​ป่วยมะ​เร็ง​ได้​มีกำ​ลังใจต่อสู้​ ​กับ​โรคร้ายต่อไป

“​อ​.​เผ่าทอง​ ​ทองเจือ​” อดีตคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ ​ตรวจพบว่า​เป็น​มะ​เร็งต่อมน้ำ​เหลืองขั้นที่​ 4 ​เมื่อ​ 14 ​ปีก่อน​ ​และ​จะ​มีชีวิต​อยู่​ได้​เพียง​ 3 ​เดือน​ ​วินาที​แรกที่รู้ตัวว่า​เป็น​มะ​เร็ง​ ​โลก​ทั้ง​โลกแทบดับลงตรงหน้า​ ​เขา​นอนซมหมดกำ​ลังใจ​อยู่​หลายวัน​ ​จนกระทั่งนึก​ถึง​คำ​พูดของแม่​ ​ทำ​ให้​มีสติฮึดสู้อีกครั้ง​

“​เมื่อ​ 14 ​ปีก่อน​ ​ผมคลำ​เจอก้อนเนื้อขนาด​เท่า​เม็ดถั่วลิสง​ ​ที่ราวนมด้านขวา​ ​ตอน​นั้น​ไปทำ​วิจัยด้านโบราณคดีที่ประ​เทศอังกฤษ​ 3 ​เดือน​ ​เป็น​เรื่องบังเอิญมาก​ ​เพราะ​ปกติชอบอาบน้ำ​จาก​ ​ตุ่ม​ ​ไม่​ใช้​ฝักบัวเลย​ ​แต่พอไป​อยู่​อังกฤษ​ต้อง​อาบฝักบัว​ ​ทำ​ให้​คลำ​พบ​ความ​ผิดปกติ​ ​ตอน​นั้น​คิดว่า​ไม่​เป็น​อะ​ไร​ ​เพราะ​กด​ยัง​ไงก็​ไม่​เจ็บ​ ​เพียงแต่สังเกตว่าขนาดก้อนเนื้อโตขึ้นเรื่อยๆ​จน​ใหญ่​เท่า​ไข่​เป็ด​!! ​พอกลับเมืองไทย​ต้อง​ขึ้นเหนือไปทำ​ธุระที่มหาวิทยาลัยเชียง​ใหม่​ ​เลยแวะ​ไปหา​เพื่อนที่​ ​เป็น​หมอประจำ​โรงพยาบาลสวนดอก​ ​เล่าอาการ​ให้​ฟัง​ ​และ​วินิจฉัยตัวเองว่าคง​ไม่​เป็น​อะ​ไร​ ​เพราะ​กด​ยัง​ไงก็​ไม่​เจ็บ​!! ​ปรากฏว่า​เพื่อนหน้า​เสียเลย​ ​รีบเรียกหมอเฉพาะทางมาตรวจ​ ​ถ้า​ถึง​ขั้นกดแรงๆ​ยัง​ไม่​เจ็บ​ ​แสดงว่าอาการหนัก​!! ​ตอน​นั้น​คุณหมอ​ (พญ​. ​บุญสม​ ​ชัยมงคล) ​สั่ง​ให้​เข้า​ห้องผ่าตัดทันที​ ​เพื่อตัดก้อนเนื้อออกมาตรวจ​ ​เข้า​ไปตั้งแต่บ่ายโมง​ ​จน​ถึง​ 6 ​โมงเย็น​

...​คุณหมอ​ ​บอกว่า​ ​คุณ​ต้อง​ทำ​ใจนะ​ ​เพราะ​เป็น​มะ​เร็งต่อมน้ำ​เหลือง​ ​ขั้นที่​ 4 ​คงมีชีวิต​อยู่​ได้​แค่​ 3 ​เดือน​!! ​ตอน​นั้น​ปล่อยโฮเลย​ ​เหมือนถูกพิพากษา​ ​ไม่​มี​เรี่ยวแรงขยับตัว​ ​คิดแต่ว่า​ ​ยัง​ไม่​อยากตาย​ ​และ​ไม่​เชื่อว่าตัวเอง​เป็น​มะ​เร็ง​ ​เราอายุ​แค่​ 37 ​กำ​ลังมีหน้าที่การงานรุ่งโรจน์​ ​จะ​มาตายตอนนี้​ไม่​ได้​ ​แล้ว​แม่​จะ​อยู่​ ​ยัง​ไง​ ​มีลูกแค่คนเดียว​ ​แม่​เคยพูดตลอดว่า​ ​ความ​ทุกข์ที่สุดของแม่​ ​คือเห็นลูกตายก่อนแม่​ ​นึก​ถึง​คำ​พูดนี้​แล้ว​ ​ทำ​ให้​ฮึดสู้​ ​คิดว่า​เรา​ต้อง​มีชีวิต​อยู่​เพื่อแม่​ ​เรา​จะ​ตายก่อนแม่​ไม่​ได้​!!

...​ถ้า​ไม่​อยากตายก็​ต้อง​มารักษา​กัน​ ​คุณหมอกระตุ้น​ให้​สู้​!! ​แล้ว​บอก​ให้​ลองรักษา​ด้วย​การ​ให้​คี​โมดับเบิลโดส​ ​โดย​หมอ​จะ​อัด​เข้า​ไปที่​เส้นเลือด​โดย​ตรง​ ​ถ้า​รอดก็รอดไปเลย​ ​เราอยากรอดเพื่อแม่​ ​เลยตอบตกลง​ ​แต่​ยัง​ไม่​กล้าบอกแม่ว่า​เป็น​มะ​เร็ง​ ​เพราะ​ยัง​ทำ​ใจ​ไม่​ได้​!! ​ปรากฏว่าพอหมอฉีดยาดับเบิลโดส​ ​ร่างกายเราทน​ไม่​ไหว​ ​หัวใจหยุดเต้น​และ​ไม่​รู้สึกตัว​ ​ปั๊มหัวใจ​ยัง​ไงก็​ไม่​ขึ้น​ ​จนทางโรงพยาบาลเข็นร่างไป​ไว้​ที่ห้องซีซียู​ ​มีคนไข้นอนตาย​อยู่​แล้ว​ 1 ​คน​ ​ตอน​นั้น​สลบไป​ 7 ​วัน​ ​จนวันสุดท้ายคุณหมอลอง​ใช้​ไฟฟ้าช็อต​ ​ทำ​ให้​ฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์​ ​แต่​ยัง​ลืมตา​ไม่​ขึ้น​ ​จำ​ได้​แม่นเลยว่า​ ​มีนักศึกษา​แพทย์​เข้า​มาดู​ ​และ​ได้​ยินเสียงพูดว่าศพนี้ซวยมากเลย​ ​เป็น​ทั้ง​โรคหัวใจ​และ​มะ​เร็งต่อมน้ำ​เหลือง​ ​ผมตะ​โกนเถียงสุดแรงว่า​ ​ไม่​ซวยๆ​ๆ

...​หลังรอด​จาก​การ​ให้​คี​โมดับเบิลโดสมา​ได้​ ​หมอก็​เริ่ม​ให้​คี​โมปกติ​ ​ให้​ไป​ทั้ง​หมด​ 40 ​เข็ม​ ​ต้อง​นอนโรงพยาบาล​อยู่​ 40 ​อาทิตย์​ ​ทรมานมาก​ ​ทั้ง​อา​เจียน​, ​ไข้ขึ้น​ ​เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวสลับ​กัน​ทุก​ 3 ​ชม​. ​หมอบอกว่า​ ​ให้​คี​โม​แล้ว​ผม​จะ​ร่วง​ ​พอเข็มแรกผ่านไป​ ​ก็ร่วงจริงๆ​ ​เรียกว่า​ไม่​มีขนเหลือสักเส้นบนร่างกาย​ ​ช่วง​นั้น​เริ่มมีข่าวลือว่า​ “​เผ่าทอง​” ​เป็น​เอดส์​!! ​แต่คุณแม่ก็​ให้​กำ​ลังใจ​ ​บอกว่า​ ​ขอ​ให้​ลูกหาย​เร็วๆ​นะ​ ​ตั้งใจรักษาตามหมอ​ ​แม่​อยู่​ ​กรุงเทพฯคนเดียว​ได้​ ​ไม่​ต้อง​ห่วง​ ​ระหว่างที่นอนรักษาตัวที่​โรงพยาบาล​ ​วันไหนที่ทน​ไม่​ไหว​ ​รู้สึกท้อแท้​ ​ก็​จะ​โทรศัพท์หา​แม่​ ​แต่​จะ​พยายามทำ​เสียงเข้มแข็ง​ ​บอกแม่ว่าลูกสบายดี​”

แม้การรักษา​ใน​ช่วงปี​แรก​จะ​ได้​ผลเกินคาด​ ​แต่มะ​เร็งร้ายกลับลุกลามไป​ยัง​ส่วน​อื่นๆ​ ​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ที่รักแร้​, ​ต้นคอ​ทั้ง​สองข้าง​, ​ตับ​, ​ขาหนีบ​ ​และ​ต่อมลูกหมาก​ ​ทำ​ให้​ “​อ​.​เผ่าทอง​” ​ต้อง​ทนทุกข์ทรมาน​กับ​การ​ให้​คี​โมอย่าง​ ​ต่อ​เนื่อง​ถึง​ 6 ​ปี​เต็ม​ ​พร้อม​กับ​การผ่าตัด​ 9 ​ครั้ง​!! ​กว่า​จะ​มายืนยิ้ม​ได้​ ​อย่างทุกวันนี้​ ​นอก​จาก​กำ​ลังใจที่ดี​แล้ว​ ​การปรับเปลี่ยนรูปแบบการ​ใช้​ชีวิต​ ​ก็​เป็น​กุญแจสำ​คัญ​ใน​การพิชิตมะ​เร็ง

“​กูตายมึงก็ตาย​!! ​จะ​ตะ​โกนขู่มะ​เร็งทุก​เช้า​ ​เพื่อปลุกใจตัวเอง​ ​และ​คิดตลอดว่า​ ​เรา​ต้อง​อยู่​เพื่อแม่​!! ​ถึง​แม้ท่าน​จะ​เสียชีวิตไป​ได้​ ​หลายปี​แล้ว​ ​ตั้งแต่​เป็น​มะ​เร็ง​ได้​ปรับเปลี่ยนชีวิตการกิน​อยู่​ทุกอย่าง​ ​เพราะ​ค้น​พบว่า​ ​การกินมีผลต่อโรคภัยไข้​เจ็บมาก​ ​เวลา​เป็น​อะ​ไร​ต้อง​แก้​ด้วย​อาหาร​ ​อย่า​ไปพึ่งยา​ ​คุณหมอแนะนำ​ให้​ทานอาหารย่อยง่ายๆ​ ​ไม่​เผ็ด​ไม่​มัน​ ​เลิกทานไก่​และ​หมู​ ​เพราะ​มีฮอร์​โมนกระตุ้นมะ​เร็ง​ ​ควรทานเนื้อวัวเสริมโปรตีน​ ​แต่​เรา​ไม่​ทานตั้งแต่​เด็ก​ ​เลยเปลี่ยนมาทานปลาย่างปลาลวกแทน​ ​และ​เน้นทานผักผลไม้​เยอะๆ​ ​หลัง​จาก​เป็น​ ​มะ​เร็ง​ยัง​ค้น​พบสัจธรรมหลายอย่าง​ ​รู้สึกว่าชีวิตคนเรา​ไม่​แน่นอน​ ​เริ่มมี​ความ​พอเพียงมากขึ้น​ ​ไม่​โลภมากอยากมีอยาก​ได้​แบบสมัยก่อน​ ​ทุกวันนี้คิดแต่ว่า​ ​เรา​โชคดี​ได้​เกิด​ใหม่​อีกครั้ง​ ​ต้อง​ทำ​ตัว​ให้​เป็น​ประ​โยชน์ต่อสังคม​”

อีกหนึ่งคนดังที่​เป็น​ตัวอย่างของคนสู้มะ​เร็ง​ ​ยัง​รวม​ถึง “​คุณหญิงพญ​.​พรทิพย์​ ​โรจนสุนันท์​” ผอ​.​สถาบันนิติวิทยาศาสตร์​ ​ซึ่ง​ถูกคุกคาม​ด้วย​มะ​เร็ง​ถึง​ 2 ​ครั้ง​ ​เริ่ม​จาก​มะ​เร็งที่​ไทรอยด์​ ​ลามไป​ถึง​ลำ​ไส้​ใหญ่​

“​หมอเจอมะ​เร็งที่​แรกบริ​เวณไทรอยด์​ ​ใน​ปี​ 2542 ​ตอนอายุ​ 41 ​ย่าง​ 42 ​ปี​ ​จู่ๆ​ยืน​แล้ว​เหมือนโลกหมุนติ้ว​ ​เลยกังวลว่า​ ​ตัวเอง​จะ​เป็น​มะ​เร็ง​หรือ​เปล่า​ ​เพราะ​คุณแม่ก็​เป็น​มะ​เร็งที่​ไทรอยด์​และ​ปอด​ ​เลยไปตรวจเช็กแต่​ไม่​พบอะ​ไร​ ​จนกระทั่งขอตรวจที่ต่อมน้ำ​เหลือง​ ​แล้ว​ใช้​เครื่องมือตรวจเผื่อไปที่​ ​ไทรอยด์​ ​เจอติ่งเนื้อขนาด​ 0.6 ​ซม​. ​ที่ส่อเค้า​เป็น​เนื้อร้าย​ ​แต่​ยัง​เป็น​อาการเริ่มต้น​ ​เลยผ่าตัดออก​ ​ไม่​ถึง​ขั้น​ต้อง​ให้​คี​โม

...​ช่วงปลายปี​เดียว​กัน​ก็​เกิดอาการปวดท้องอย่างแรง​ ​มีอาการหน่วงๆ​ ​ปวดท้องแต่​ไม่​ถ่าย​ ​ไม่​รู้ว่า​เป็น​อะ​ไร​ ​เรา​เป็น​หมอ​อยู่​แล้ว​ ​เลยตรวจตัวเองซะ​เลย​ ​โดย​คลำ​ทางทวารหนักจนเจอติ่งเนื้อ​ ​ซึ่ง​ถ้า​เป็น​เนื้อลำ​ไส้​จะ​เป็น​พื้นเรียบ​ ​แต่ตรวจคลำ​แล้ว​มีลักษณะคล้ายพรม​ ​จึง​ไปหาหมอตรวจอย่างละ​เอียด​ ​ที​แรกคุณหมอตรวจ​ไม่​เห็น​ ​แต่ก็ยืนยัน​กับ​คุณหมอว่า​เป็น​มะ​เร็ง​!! ​จึง​ตรวจ​ซ้ำ​จนพบว่า​ ​ตอนแรกที่​ไม่​เจอ​เพราะ​มันลอยสูง​ ​บริ​เวณลำ​ไส้ที่​เจอ​ ​ก้อนเนื้อมีขนาด​ถึง​ 7 ​ซม​. ​ต้อง​ตัดลำ​ไส้ทิ้งไปฟุตกว่า​ ​แต่มะ​เร็งลำ​ไส้ของเราต่าง​ ​จาก​คน​อื่น​ ​เพราะ​เรา​เป็น​นักกินผักตัวยง​ ​และ​เป็น​คนดู​แลตัวเองมาก​ ​เลยสันนิษฐานว่า​ ​น่า​จะ​เป็น​เพราะ​กรรมพันธุ์​ ​ผ่าตัดมะ​เร็ง​ทั้ง​ 2 ​ที่ห่าง​กัน​แค่ปี​เดียว​”

ถึง​แม้​จะ​เป็น​หมอมี​ความ​รู้มาก​ ​แต่​เมื่อป่วย​เป็น​มะ​เร็ง​ ​ก็​ต้อง​อาศัยธรรมะ​เข้า​ช่วย​เพื่อต่อสู้​กับ​โรคร้าย​ ​และ​เตือนสติตัวเอง

“​ตอน​นั้น​ใจเสียเหมือน​กัน​ ​แต่พยายาม​ใช้​ธรรมะ​เข้า​ข่ม​ ​บอกตัวเองว่า​ ​มะ​เร็ง​อยู่​กับ​ตัวเรา​ ​ต้อง​มองไปข้างหน้า​ ​พยายามคิดมุมบวก​ ​บอกตัวเองว่า​ ​เรา​ต้อง​ใช้​ชีวิตที่​เหลือสร้าง​ความ​ดี​ให้​มากขึ้น​ ​ใครทำ​ร้ายมาก็พยายาม​ไม่​พยาบาท​ ​โชคดีที่​เป็น​หมอผ่าศพ​ ​ได้​เห็น​ได้​ปลงมนุษย์มา​เยอะ​ ​หมอเชื่อว่าคนเรา​เกิดมา​เพราะ​ยัง​ไม่​หมดกรรม​ ​จะ​หลุด​จาก​วงจรเวียนว่ายตายเกิด​ได้​ ​ก็​ต้อง​รักษา​ความ​ดี​ ​หลีกเลี่ยงการทำ​ชั่ว​ ​เรื่องมะ​เร็ง​อยู่​ที่​ใจอย่างเดียว​ ​หมอยึดถือคุณแม่​เป็น​ตัวอย่าง​ ​ตอน​นั้น​ท่าน​เป็น​มะ​เร็งปอด​ ​แล้ว​ลุกลามไปที่สมอง​ด้วย​ ​ซึ่ง​ทรมานสุดๆ​ ​แต่ท่านก็ดู​แลตัวเองดีมาก​ ​หมออยาก​เป็น​คนไข้​แบบคุณแม่​ ​ท่าน​ไม่​ยอม​ให้​ใครเดือดร้อน​เพราะ​ท่าน

...​การดู​แลตัวเองเพื่อ​ไม่​ให้​มะ​เร็งกลับมา​เยือนอีก​ ​ก็​เป็น​เรื่องสำ​คัญมาก​ ​อย่างมะ​เร็งไทรอยด์​ ​ผ่าตัด​แล้ว​หายเลย​ ​เพราะ​หมอ​เป็น​ใน​ช่วงอายุ​ยัง​ไม่​มาก​ ​แต่มะ​เร็งลำ​ไส้​ ​ทิ้ง​ไม่​ได้​เลย​ ​หลัง​จาก​ผ่าตัด​แล้ว​ ​เว้นไป​ 4 ​ปี​ ​หมอกลับไปตรวจ​ซ้ำ​ก็พบว่ามะ​เร็งกลับมาอีก​ ​ทำ​ให้​ต้อง​ผ่าตัดครั้งที่​ 2 ​คนที่​เคย​เป็น​มะ​เร็ง​ต้อง​คอยตรวจร่างกายประจำ​ทุกปี​ ​ขณะ​เดียว​กัน​ ​ก็ควรระวังเรื่อง​ ​อาหารการกิน​ให้​มาก​ ​หมอ​ใช้​ชีวิตแบบชีวจิต​ ​หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์​ใหญ่​ ​ทั้ง​เนื้อวัว​, ​หมู​ ​และ​ไก่​ ​เน้นทานปลา​ ​หันมาออกกำ​ลังกาย​ ​และ​ตัดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง​ ​โดย​เฉพาะการสูบบุหรี่​และ​ดื่มเหล้า​ ​ส่วน​เรื่องจิตใจ​ ​ต้อง​พยายาม​ไม่​เครียด​ ​เพราะ​ถ้า​เครียดมะ​เร็ง​จะ​กลับมาง่าย​”

สำ​หรับ “​นงค์พงา​ ​เวียงสมุทร์​” อดีตแอร์​โฮสเตส​ ​สายการบินคา​เธ่ย์​ ​แปซิฟิก​ ​ต้อง​ต่อสู้​กับ​มะ​เร็ง​ใน​เม็ดเลือด​ ​หรือ​ลูคี​เมีย​ ​ระยะสุดท้าย​ ​เป็น​เวลา​ 3 ​ปี​ ​แม้​จะ​ต้อง​ขายทรัพย์สมบัติ​แทบหมดตัว​ ​แต่​เธอก็​ไม่​เคยยอมแพ้สักวินาที​เดียว​!!

“​รู้ว่า​เป็น​มะ​เร็งตอนปี​ 2540 ​คือมีอาการอา​เจียน​ ​นอน​ไม่​หลับ​ ​ทานข้าว​ไม่​ได้​ ​มี​เลือดออกทางจมูก​ ​ออกๆ​หยุดๆ​ ​น้ำ​หนักลดฮวบ​ ​เลยไปหาหมอหลายโรงพยาบาลมาก​ ​กว่า​จะ​เจอว่า​เป็น​มะ​เร็ง​ ​กินเวลา​เป็น​ปี​!! ​ไม่​เคยคิดว่า​จะ​เป็น​มะ​เร็ง​ ​เพราะ​ตรวจร่างกายทุก​ 6 ​เดือน​ ​และ​ครอบครัว​ไม่​มีประวัติ​เป็น​มะ​เร็งเลย​ ​จนกระทั่ง​ได้​ดูรายการทีวี​ ​ที่พูด​ถึง​โรคลูคี​เมีย​ ​อาการเหมือนเรา​เลย​ ​จึง​ขอ​ให้​คุณหมอตรวจดู​ความ​หนา​แน่นของเลือด​ ​ปรากฏว่ามี​แต่​เม็ดเลือดขาว​ ​แทบ​ไม่​มี​เม็ดเลือดแดงเลย​ ​พอคุณหมอบอกว่า​ ​คุณ​เป็น​มะ​เร็ง​ใน​เม็ดเลือดระยะสุดท้าย​ ​มี​เวลา​อยู่​ไม่​ถึง​ 1 ​ปี​ ​ก็ช็อกเลย​!! ​ตอน​นั้น​กำ​ลังมีปัญหาครอบครัว​ด้วย​ ​เหลือลูก​อยู่​คนเดียว​ ​คุณพ่อก็ป่วย​ ​ปัญหารุมเร้าทำ​ให้​เราสติ​แตก​ ​จู่ๆ​ก็หมดสติ​ไปเลย​ ​จำ​ใคร​ไม่​ได้​ ​แม้​แต่ลูกก็จำ​ไม่​ได้​ ​ต้อง​นอนโรงพยาบาลนาน​ 3 ​เดือน​ ​สติ​ถึง​ฟื้น​ ​จาก​นั้น​ก็​เริ่ม​ให้​คี​โมรักษามะ​เร็ง​อยู่​เป็น​ปี

...​ตอนหลังอาการ​ยัง​ไม่​ดีขึ้น​ ​จึง​ตัดสินใจเดินทางไปผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกไขสันหลังที่อเมริกา​ ​โดย​พักรักษาตัว​อยู่​นาน​ 3 ​เดือน​ ​เมื่อกลับมาก็มีปัญหาอีก​ ​เพราะ​ยีน​ไม่​เข้า​กัน​ ​เลย​ต้อง​กลับมารักษา​ด้วย​คี​โม​ ​ซึ่ง​ทรมานมาก​ ​โชคดีที่​ได้​สเต็มเซลล์​จาก​หลานแท้ๆ​ ​มา​ใช้​ผ่าตัดปรับเปลี่ยนไขกระดูกสันหลังอีกครั้งที่​เมืองไทย​ ​ครั้งนี้​ได้​ผลดีทำ​ให้​หาย​จาก​โรคร้าย​ ​หลัง​จาก​เข้าๆ​ออกๆ​โรงพยาบาลกว่า​ 3 ​ปี​ ​และ​ต้อง​หมดเงินไป​ถึง​ 10 ​ล้านบาท​”

แม้​จะ​หาย​จาก​มะ​เร็ง​ใน​เม็ดเลือด​ ​แต่​ “​นงค์พงา​” ​ก็​ยัง​เคร่งครัด​กับ​การดู​แลสุขภาพร่างกายมาก​ ​ไม่​แตกต่าง​จาก​เมื่อครั้งถูกคุมคาม​ด้วย​มะ​เร็ง​ ​เพราะ​ไม่​อยากกลับไปเผชิญ​กับ​ฝันร้ายอีก​แล้ว

“​ทุกวันนี้​ต้อง​ยืนหยัด​ด้วย​ตัวเอง​ ​อาศัยใจสู้​ ​และ​ดู​แลตัวเองดีๆ​ ​อย่างเรื่องอาหาร​ ​จะ​ทานผักผลไม้ที่ปลอดสารพิษจริงๆ​ ​ไม่​ซื้อของสดที่ตลาด​ ​ถ้า​ไม่​มีจริงๆ​ ​ต้อง​กินผัก​ใน​ตลาดก็​จะ​แช่น้ำ​เกลือ​ ​หรือ​ด่างทับทิม​ ​แล้ว​นำ​ไปลวกก่อนปรุง​ ​ส่วน​เนื้อหมู​, ​ไก่​, ​ปลาน้ำ​จืด​ ​ตัดทิ้งหมด​ ​จะ​ไม่​กินเลย​ ​เพราะ​มีสารเร่งโต​ ​แต่​จะ​กินเนื้อวัวแทน​ ​เพื่อ​ให้​โปรตีน​กับ​ร่างกาย​ ​เนื้อวัวที่กินก็​ต้อง​คัดแบบโคขุน​ ​โดย​นำ​มาปรุงง่ายๆ​ ​เอา​ไปย่าง​ใน​กระทะพอ​ให้​สุก​ ​และ​จิ้มน้ำ​ปลามะนาว​ ​อาหารหลักของตัวเองคือมื้อ​เช้า​ ​ส่วน​มื้อกลางวัน​และ​เย็น​ ​จะ​เน้นผักผลไม้​ ​หรือ​นมถั่วเหลือง​เท่า​นั้น​ ​การออกกำ​ลังกายก็​ช่วย​ให้​ฟื้นตัว​ได้​เร็ว​ ​ทุกวันนี้​จะ​ตื่นตี​ 4 ​ครึ่ง​ ​ทำ​บุญ​ใส่​บาตร​ ​แล้ว​ออกไปวิ่ง​ ​จนสายๆ​ค่อยกลับบ้านเพื่อทำ​กิจกรรมอย่าง​อื่น​ ​ส่วน​เรื่องทางใจ​ ​ต้อง​ไม่​เครียด​ ​ถ้า​เราสู้ซะอย่าง​ ​ก็​ต้อง​ผ่านพ้นไป​ได้​ ​เคยคิด​ใน​ใจพูด​กับ​โรคมะ​เร็งว่าอยาก​อยู่​กับ​ฉัน​ใช่​ไหม​ ​อยาก​อยู่​ก็​อยู่​ไป​ ​เรา​แบ่งๆ​กัน​อยู่​ ​แต่อย่า​เบียดเบียน​กัน​ ​แบ่งที่​ให้​ฉันบ้าง​แล้ว​กัน​ ​สุดท้ายก็​อยู่​ได้​มา​ถึง​ปัจจุบัน​”