ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

พระเล่นเอ็มผิดศีลไหมค่ะ


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 25 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

    เราคือ นักรบกล้าอาสาสมัคร กองทัพธรรม

  • Members
  • 1961 โพสต์
  • Gender:Female
  • Interests:ช่วยงานบุญที่วัด ให้ถึงที่สุดกำลัง ตราบวันที่ชีวิตจะสิ้นลมหายใจ

โพสต์เมื่อ 07 April 2006 - 06:13 PM

พระที่เล่นเอ็มหรือคุยกับสิกาถือว่าผิดศีลหรือเปล่าค่ะ dry.gif
"ด้วยใจกล้าอาสา พัฒนาไม่หยุดยั้ง"

น้ำฝนลูกพระธัมฯ

#2 xlmen

xlmen
  • Members
  • 978 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 April 2006 - 08:37 PM

คงต้องพิจารณาเอาเองครับ

สิกขาบทวิภังค์

[๖๔๕] คำว่า อนึ่งสถานหาเป็นอาสนะกำบังไม่เลยทีเดียว อธิบายว่า อาสนะเป็นที่เปิดเผย คือ เป็นสถานที่มิได้กำบังด้วยฝา บานประตู เสื่อลำแพน ม่านบัง ต้นไม้ เสาหรือฉาง อย่างใดอย่างหนึ่ง

บทว่า หาเป็นที่พอจะทำการได้ไม่ คือ ไม่อาจเสพเมถุนธรรมได้
คำว่า แต่เป็นที่พอจะพูดเคาะมาตุคาม ด้วยวาจาชั่วหยาบได้อยู่ คือ อาจจะพูดเคาะมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบได้

[๖๔๖] บทว่า แล ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด มีการงานอย่างใด มีชาติอย่างใดมีชื่ออย่างใด มีโคตรอย่างใด มีปกติอย่างใด มีธรรมเครื่องอยู่อย่างใด มีอารมณ์อย่างใด เป็นเถระก็ตาม เป็นนวกะก็ตาม เป็นมัชฌิมะก็ตามนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า แล ... ใด

บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้ขอ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า ประพฤติภิกขาจริยวัตร ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า ทรงผืนผ้าที่ถูกทำลายแล้ว ชื่อว่าภิกษุ โดยสมญา ชื่อว่า ภิกษุ โดยปฏิญญา ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นเอหิภิกษุ ชื่อว่าภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้อุปสมบทแล้วด้วยไตรสรณคมน์ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้เจริญ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่ามีสารธรรม ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นพระเสขะ ชื่อว่าภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นพระอเสขะ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้อันสงฆ์พร้อมเพรียงกันอุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุที่สงฆ์
พร้อมเพรียงกันอุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะนี้ ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้
บทว่า ในอาสนะมีรูปอย่างนั้น คือ ในอาสนะเห็นปานนั้น
ที่ชื่อว่า มาตุคาม ได้แก่หญิงมนุษย์ ไม่ใช่หญิงยักษ์ ไม่ใช่หญิงเปรต ไม่ใช่สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย เป็นสตรีผู้รู้เดียงสา สามารถซาบซึ้งถึงถ้อยคำ เป็นสุภาษิต ทุรภาษิต วาจาชั่วหยาบและสุภาพ
บทว่า กับ คือ ร่วมกัน
คำว่า รูปเดียว ... ผู้เดียว ได้แก่ ภิกษุ ๑ มาตุคาม ๑
***ที่ชื่อว่า ในที่ลับ ได้แก่ ที่ลับตา ๑ ที่ลับหู ๑
ที่ลับตา ได้แก่สถานที่ซึ่งเมื่อภิกษุ หรือมาตุคาม ขยิบตา ยักคิ้ว หรือชูศีรษะไม่มีใครสามารถจะแลเห็นได้
ที่ลับหู ได้แก่ สถานที่ซึ่งไม่มีใครสามารถได้ยินถ้อยคำที่พูดตามปกติได้

คำว่า สำเร็จการนั่ง หมายความว่า เมื่อมาตุคามนั่งแล้ว ภิกษุนั่งใกล้ หรือนอนใกล้ก็ดี เมื่อภิกษุนั่งแล้ว มาตุคามนั่งใกล้ หรือนอนใกล้ก็ดี นั่งทั้งสองคน หรือนอนทั้งสองคนก็ดี
[๖๔๗] อุบาสิกาที่ชื่อว่า มีวาจาที่เชื่อได้ คือ เป็นสตรีผู้บรรลุผล ผู้ตรัสรู้ธรรม ผู้เข้าใจศาสนาดี
ที่ชื่อว่า อุบาสิกา ได้แก่ สตรีผู้ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ผู้ถึงพระธรรมเป็นสรณะ ผู้ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ
บทว่า เห็น คือพบ
[๖๔๘] อุบาสิกามีวาจาที่เชื่อได้เช่นนั้น พึงพูดขึ้นด้วยธรรม ๒ ประการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือด้วยสังฆาทิเสสก็ดี ด้วยปาจิตตีย์ก็ดี ภิกษุปฏิญาณซึ่งการนั่งพึงถูกปรับด้วยธรรม ๒ ประการ อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ด้วยสังฆาทิเสสบ้าง ด้วยปาจิตตีย์บ้าง อีกประการหนึ่งอุบาสิกามีวาจาที่เชื่อได้นั้น กล่าวด้วยธรรมใด ภิกษุนั้นพึงถูกปรับด้วยธรรมนั้น.

ที่มา : http://84000.org/tip...484&pagebreak=0

บทภาชนีย์
ติกะปาจิตตีย์

[๕๔๑] มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่ามาตุคาม สำเร็จการนั่งในที่ลับ คือในอาสนะกำบังต้องอาบัติปาจิตตีย์.
มาตุคาม ภิกษุสงสัย สำเร็จการนั่งในที่ลับ คือ ในอาสนะกำบัง ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่าไม่ใช่มาตุคาม สำเร็จการนั่งในที่ลับ คือ ในอาสนะกำบังต้องอาบัติปาจิตตีย์.
ติกะทุกกฏ
ภิกษุสำเร็จการนั่งในที่ลับ คือ ในอาสนะกำบังกับหญิงยักษ์ หญิงเปรต บัณเฑาะก์หรือสัตว์ดิรัจฉานตัวเมียมีกายดังมนุษย์ ต้องอาบัติทุกกฏ.
ไม่ใช่มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่ามาตุคาม ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
ไม่ใช่มาตุคาม ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
ไม่ต้องอาบัติ
ไม่ใช่มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่าไม่ใช่มาตุคาม ... ไม่ต้องอาบัติ.
อนาปัตติวาร
[๕๔๒] ภิกษุมีบุรุษผู้รู้เดียงสาคนใดคนหนึ่งอยู่เป็นเพื่อน ๑ ภิกษุยืนมิได้นั่ง ๑ ภิกษุ มิได้มุ่งที่ลับ ๑ ภิกษุนั่งส่งใจไปในอารมณ์อื่น ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.

ที่มา : http://84000.org/tip...A=11363&Z=11422

๕. กุลุปกสูตรที่ ๑
[๒๒๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการนี้ มีอยู่ในภิกษุผู้เข้าสู่สกุล๕ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุผู้เข้าไปสู่สกุลย่อมต้องอาบัติเพราะเที่ยวไปโดยไม่บอกลา ๑ ย่อมต้องอาบัติเพราะนั่งในที่ลับหูกับมาตุคาม ๑ ย่อมต้องอาบัติเพราะนั่งในที่ลับตากับมาตุคาม ๑ เมื่อแสดงธรรมแก่มาตุคามเกินกว่า ๕-๖ คำย่อมต้องอาบัติ ๑ ย่อมมากด้วยความดำริในกามอยู่ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการนี้แล มีอยู่ในภิกษุผู้เข้าไปสู่สกุล ฯ
จบสูตรที่ ๕

ที่มา : http://84000.org/tip...2&A=6062&Z=6069

[๒๕๐] ภิกษุพูดเคาะมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบ ต้องอาบัติ ๓ คือ พูดชมก็ดี พูดติก็ดี พาดพิงวัจจมรรค ปัสสาวมรรค ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ พูดชมก็ดี พูดติก็ดี พาดพิงอวัยวะใต้รากขวัญลงมา เหนือหัวเข่าขึ้นไป เว้นวัจจมรรค ปัสสาวมรรค ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ พูดชมก็ดี พูดติก็ดี พาดพิงของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.
[๒๕๑] ภิกษุกล่าวคุณแห่งการบำเรอตนด้วยกาม ต้องอาบัติ ๓ คือ กล่าวคุณแห่งการบำเรอตนด้วยกาม ในสำนักมาตุคาม ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ กล่าวคุณแห่งการบำเรอตนด้วยกาม ในสำนักบัณเฑาะก์ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ กล่าวคุณแห่งการบำเรอตนด้วยกาม ในสำนักดิรัจฉาน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.

ที่มา : http://84000.org/tip...8&A=2541&Z=2587

**********************************
สรุปคือ การที่พระภิกษุพูดจากับมาตุคามนั้น ถือเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังมากสำหรับพระภิกษุ เพราะจะเห็นว่า แม้เพียงแค่แสดงธรรมแก่มาตุคามเกินกว่า ๕-๖ คำย่อมต้องอาบัติ ๑ และหากมีจิตดำริในกามหรือยินดีในการได้ยินเสียงมาตุคามหรือยินดีในการเสวนากับมาตุคาม ย่อมเข้าข่ายอาบัติไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่งแน่ครับ

แม้กรณีที่ภิกษุพูดชมก็ดี พูดติก็ดี พาดพิงของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ยกตัวอย่างเช่น สีกาหน้าตาผ่องใสดีนะ สีกาหน้าตาขี้เหร่จัง หรือโยมมีบุญวาสนาจริงๆ ที่สรีระงดงาม เพียงเท่านี้ก็ต้องอาบัติทุกกฎแล้วครับ

อาบัติทุกกฎ หมายถึง อาบัติไม่ดีไม่งาม ถึงแม้ว่าอาบัติข้อนี้จะไม่ร้ายแรง แต่ขึ้นชื่อว่าผิดศีลผิดวินัยยิ่งแม้รู้ด้วยแล้วก็ยิ่งไม่ควรกระทำครับ เพราะการผิดสัจจต่อพระพุทธเจ้านั้นผลย่อมไม่เบาเลยครับ
เพราะพระภิกษุก่อนบวชได้ขอรับศีลกับพระพุทธเจ้านั่นก็คือการขอรับสัจจะกับพระพุทธเจ้า แต่ภิกษุทำผิดไปเนื่องด้วยไม่รู้ไม่เจตนาก็สามารถปลงอาบัติได้ครับ แต่ไม่ควรกลับมากระทำอีก

ถ้าเป็นปาจิตตีย์จะแปลว่า จิตเป็นบาป เพราะเปิดช่องให้เกิดความยินดีในการเสวนาธรรมกับสตรีได้ครับ ยกเว้นถ้าไม่มีจิตยินดีในกามคุณก็ไม่ต้องอาบัติครับ
แต่ถ้าให้ดีสำหรับชีวิตสมณะแล้วผมว่าเลี่ยงการพูด การคุย การเสวนา ในที่ลับหู ที่ลับตา ที่คนอื่นไม่ได้ยิน ไม่ได้เห็นก็จะเป็นการดีที่สุดครับ

#3 JOYSA

JOYSA
  • Members
  • 234 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 April 2006 - 09:04 PM

ขอถามเพิ่มค่ะแล้วถ้าเรา block คนใน MSN และลบออกไปเลย จะผิดศีลไหมค่ะ เพราะไม่ทราบว่าเค้าแอดเรามาทำไม แอดมาก็ไม่คุยก็เลยทั้ง block และลบทิ้งไปเลยค่ะ




#4 KATCH

KATCH
  • Members
  • 105 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 April 2006 - 09:10 PM

คุยงาน ก็น่าจะพอได้

#5 MiraclE...DrEaM

MiraclE...DrEaM
  • Members
  • 1368 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 April 2006 - 10:26 PM

ก่อนอื่นต้องจับประเด็นก่อนว่า เอมเอสเอนถือว่าเป็นการสื่อสารประเภทหนึ่งในโลกยุคปัจจุบัน ก็เหมือนกับอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ เช่นโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับว่า ท่านใช้เอมเอสเอนเพื่ออะไร ถ้าเพื่อติดต่อสื่อสารพูดคุย เล่าธรรมะ ก็ไม่น่าจะผิด แต่ถ้าเอาไปคุยเล่น โดยเฉพาะกับผู้หญิงก็คงไม่เหมาะสม ซึ่งจะว่าไปก็เหมือนการเอาโทรศัพท์มาพูดคุยเล่นกับผู้หญิงซึ่งไม่เหมาะสมครับ ยิ่งถ้าท่านพูดทำนองจีบ ฉันท์ชู้สาวก็ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ถือว่า เป็นอาบัติหนัก รองลงมาจาก ปาราชิก เลยนะครับ
ดังนั้นอุปกรณ์สื่อสารไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ขึ้นอยู่กับคนใช้มากกว่า เหมือนทีวีกับดาวธรรมไงครับ ถ้าเอาทีวีไปเปิดสิ่งที่ไม่ดี ทีวีก็ไม่ดี แต่ถ้าเอาไปเปิดดาวธรรม ทีวีก็มีประโยชน์มากครับ
สิ่งอัศจรรย์ ปรากฏ บนผืนหล้า
มหาวิหาร จรัสฟ้า ค่ายิ่งใหญ่
รูปทอง ผ่องผุด ดุจยองใย
สะท้อนถึง ห้วงดวงใจ สุดบูชา

*********************

รักษ์ร่างพอสร่างร้าย ..... รอดตน
ยอดเยี่ยม "ธรรมกาย" ผล ..... ผ่องแผ้ว

เลอเลิศล่วงกุศล ..... ใดอื่น
เชิญท่านถือเอาแก้ว ..... ก่องหล้าเรืองสกล


คำสอนของเดชพระคุณหลวงพ่อ
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย

#6 xlmen

xlmen
  • Members
  • 978 โพสต์

โพสต์เมื่อ 08 April 2006 - 12:19 AM

QUOTE
ขอถามเพิ่มค่ะแล้วถ้าเรา block คนใน MSN และลบออกไปเลย จะผิดศีลไหมค่ะ เพราะไม่ทราบว่าเค้าแอดเรามาทำไม แอดมาก็ไม่คุยก็เลยทั้ง block และลบทิ้งไปเลยค่ะ

นานาจิตตังครับ ความจริงถ้าหากว่าไม่ได้มีเรื่องขัดใจกันมาก่อนเพียงแค่ลบชื่อออกจาก list ก็พอครับ การ block น่าจะใช้เฉพาะกรณีที่รู้สึกไปกันไม่ได้กับคู่สนทนาหรือพูดกันไม่รู้เรื่อง เช่น ฝรั่งเข้ามาพยายามคุยกับผมๆ ก็เผ่นเลยเหมือนกันครับ ขั้นแรกก็ลบก่อน ถ้าเขาพยายามเข้ามาอีกผมก็จะค่อย block ในภายหลังครับ 5555

เจตนาหาใช่รังเกียจครับแต่ภาษาต่างชาติผมไม่แข็งแรงครับ กลัวคนอ่านฝากโน้นจะงงหนะครับ 555+

กรณีของน้องจอยซ่าส์ถ้าจะลบก็ไม่ผิดศีลหรือบาปแต่อย่างใดหรอกครับ เพราะถ้า list name ยาวมากๆ แต่ไม่ค่อยได้คุยก็ดูจะว่างเปล่ามีก็เหมือนไม่มีครับ ผมเองถ้าไม่ค่อยได้คุยก็กะจะลบออกเก็บไว้เฉพาะคนที่เราเสวนาธรรมบ่อยๆ ท่าจะดีกว่าเหมือนกันครับ แต่อย่าเพิ่งถึงกับ block กันเลยครับ


หยุดเหมือนรถเบรค นิ่งเหมือนน้ำในโอ่งที่ปราศจากลม แน่นเหมือนหลักที่ปักลงในเลน
ไม่สั่นคลอน ใสเหมือนน้ำที่ปราศจากตะกอน

#7 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 08 April 2006 - 12:38 PM

ตอบคุณ Joysa ก็ดังที่คุณ xlmen Post มาน่ะครับ ผมสรุปสั้นๆ อีกทีว่า บ้านของเรา ถ้าใครจะพยายามเข้ามาในบ้านของเรา โดยที่เราไม่อนุญาต ถ้าเขาพยายามจะเข้าให้ได้ เราเลยปิดประตูไม่ให้เข้า การกระทำเช่นนี้ ไม่ถือว่าเป็นบาปกรรมอันใดครับ
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#8 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 08 April 2006 - 10:22 PM

จะอาบัติหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับเจตนาของท่านอีกนั่นแหละครับ อย่างกรณีเล่นเอ็มนี่ เขาเรียกว่า "ไม่ลับตา แต่ลับหู" นะครับ แล้วถ้าหากว่าเกิดพลาดพลั้งไปพูดจาเกี้ยวสตรีด้วยคำพูดชั่วหยาบนี่ ต้องคุรุกาบัติสังฆาทิเสสเลยนะครับ เมื่อมรณภาพแล้วต้องไปเสวยวิบากกรรมในมหาตาปนมหานรกขุมที่ ๗ เลยนะครับ อย่าทำเป็นเล่นนะ เรื่องนี้ผมต้องขอเตือนและขอย้ำกับทุกท่านว่า
"เรื่องกามนั้น เป็นของร้อน ต้องชักสะพานเสีย ตราบใดที่เรายังไม่บรรลุธรรมเป็นพระอนาคามี อย่าพึ่งนึกว่าตัวเรานี่เก่งกล้าอาจหาญที่จะกระทำการดับเพลิงกองนี้ ให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษได้ด้วยตัวของเราเองนะครับ"

ปล. แค่ต้องอาบัติทุกกฏ แล้วไม่ปลงอาบัติให้ตนเองกลับบริสุทธิ์ ก็มีสิทธิ์ได้ลงไปท่องในสัญชีวมหานรกแล้ว


#9 แจ่ม

แจ่ม
  • Members
  • 196 โพสต์

โพสต์เมื่อ 09 April 2006 - 03:22 PM

ถ้าใช้ให้ถูกก็เป็นแค่อุปกรณ์สื่อสารอีกอย่างหนึ่งไว้พูดคุยธุระจำเป็น ยิ่งถ้าจำเป็นต้องติดต่อกับคนอยู่คนละประเทศกัน ก็ประหยัดค่าโทรศัพท์ไปได้มาก แต่ถ้าเอาไปใช้คุยเล่นเรื่องเพ้อเจ้อก็จะเสียเวลา ไม่ว่าจะเป็นพระหรือเป็นคนธรรมดาก็ต้องระวัง ใช้ให้เป็น ส่วนตัวคิดว่าคุยเล่นทางเอ็มหรือทางโปรแกรมแช็ทอื่นๆมากๆแล้วส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

#10 tor

tor
  • Members
  • 356 โพสต์
  • Location:BKK
  • Interests:meditation

โพสต์เมื่อ 09 April 2006 - 10:06 PM

ถ้าเล่นเอ็มร้อยก็แย่หน่อยครับ
อัตตาหิ อัตตโนนาโถ = กายเป็นที่พึ่งแห่งกาย

#11 Miss M@ry 072

Miss M@ry 072
  • Members
  • 84 โพสต์
  • Location:บ้านสีขาว
  • Interests:สนใจแต่ศูนย์กลางกายของเราค่ะ

โพสต์เมื่อ 09 April 2006 - 10:58 PM

555

#12 CEO

CEO
  • Members
  • 577 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย

โพสต์เมื่อ 10 April 2006 - 01:36 AM

กฏแห่งกรรมช่างน่ากลัวแท้หนอ
สร้างบารมีทุกวินาที
แม้ชีวิตนี้ก็ให้ได้

#13 Streamdhamma

Streamdhamma

    หยุด นิ่ง เฉย ได้ไหม

  • Members
  • 528 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 10 April 2006 - 03:47 AM

เท่าที่เห็นก็มีหลวงพี่ หรือ พระ หลายรูป นะค่ะ ที่เล่น ท่านแอดแต่ก็มิได้คุยอะไรมากมายค่ะ(เราเองก็ไม่กล้าคุยไปด้วย)
"เมื่อดวงอาทิตย์อุทัยอยู่
ย่อมมีแสงอรุณขึ้นก่อน
เป็นบุพนิมิตฉันใด
ความเป็นกัลยาณมิตรก็เป็นตัวนำ
เป็นบุพนิมิตแห่งการเกิดขึ้น
ของหนทางพระนิพพาน ฉันนั้น"



#14 แก้วประเสริฐ

แก้วประเสริฐ
  • Members
  • 513 โพสต์

โพสต์เมื่อ 10 April 2006 - 04:00 PM

แล้วแต่เจตนา ว่านำไปใช้ประโชน์อะไร
เล่นเอ็มดีก้มีประโยชน์ เล่นไม่ดีก็โทษมหันต์เช่นกัน

#15 มองอย่างแมว

มองอย่างแมว
  • Members
  • 722 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:NYC

โพสต์เมื่อ 10 April 2006 - 10:56 PM

ปกติ MSN ที่ศูนย์ต่างประเทศใช้กันเป็นปกติครับ
ทั้งเจ้าหน้าที่และหลวงพี่จะใช้ติดต่อกันระหว่างศูนย์ สะดวกและง่ายกว่าคุยโทรศัพท์ครับ
"ฉุดมันเอาไว้ หยุดมันเอาไว้ ไม่ให้มันรวนเร ต้องหยุดนิ่งสุดใจ หยุดมันเอาไว้ ฉุดมันเอาไว้ ไม่ให้มันซวนเซ ต้องฉุดให้ใจหยุด"
- ไมโคร (เพลง หยุดมันเอาไว้)
"แค่หลับตา... (ลบเลือนทุกสิ่ง เหลือเพียงหนึ่งเดียว) เธอจะเห็นยามเธอหลับตา... (ใช้ใจสัมผัสและมองสิ่งนั้น) เธอจะเห็นตัวฉันเป็นอย่างที่เป็น"
- อุ๊ หฤทัย (เพลง แค่หลับตา)

#16 เราคือใคร

เราคือใคร
  • Members
  • 137 โพสต์

โพสต์เมื่อ 11 April 2006 - 09:10 PM

เอ็มเอสเอ็น อาจอนุโลมได้ว่าเป็นอุปกรณ์สื่อสารชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวกับบาปหรือไม่บาป
แต่การจะเป็นบาป หรือไม่บาปหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ "สาร"ที่เราสื่อออกไปมากกว่าครับ

เช่น ถ้าเอ็มเอสเอ็นด่ากัน ก็เป็นบาป
เอ็มเอสเอ็น บอกบุญ ก็ได้บุญ เป็นต้น

#17 นิ่งๆ นุ่มๆ

นิ่งๆ นุ่มๆ
  • Members
  • 618 โพสต์

โพสต์เมื่อ 13 April 2006 - 01:58 AM

แล้วก็ประหยัดด้วยคะ
อย่าทำตัวเหมือนเรือ ที่เก็บขยะในมหาสมุทร ใครเขาจะพูดอะไร จะว่าอะไรเราให้ใจขุ่น ก็อย่าไปสนใจ ปากก็ของเขา ความคิดก็ของเขา อย่าเอามาแบกไว้ เพราะสุดท้ายเรือจะล่มอยู่กลางมหาสมุทร ไปไม่รอด
น้าจี้

#18 Cuddly

Cuddly
  • Members
  • 21 โพสต์

โพสต์เมื่อ 18 April 2006 - 09:13 PM

แล้วแต่นะคะ ว่าใช้ในทางที่ดีรึป่าว
ถ้าใช้ในทางที่ดี เช่น ชวนทำความดี ฯลฯ ก็ดีคะ
ประหยัดเวลาด้วย ชวนได้หลายคน อิอิ

#19 สุขสันต์ หรรษา

สุขสันต์ หรรษา
  • Members
  • 14 โพสต์
  • Location:Thailand
  • Interests:DMC เรื่องราวธรรมต่างๆ กฏแห่งกรรม

โพสต์เมื่อ 19 April 2006 - 04:59 PM

แต่เราว่าน่ะ มันขึ้นอยู่กับเจตนาของท่านพระภิกษุ มากกว่าน่ะค่ะ
บางทีเพื่อเป็นการติดต่องาน แล้วไม่ได้พูดในเชิงที่เป็นการกระทำผิดศีล ที่พระถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดไว้แล้ว ก็ถือว่า เล่น msn ได้ค่ะ
เป็นกัลยาณมิตรที่ดี ให้แก่กันน่ะค่ะ

ยิ้ม ใส ปิ๊ง จ๊า...

#20 real

real
  • Members
  • 33 โพสต์
  • Location:yeah
  • Interests:yeah

โพสต์เมื่อ 19 April 2006 - 08:48 PM

ไม่ผิดแน่นอน ครับ และมีประโยชน์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุกข์ใจอะไรก็สามารถปรึกษาท่านได้ ส่วนตัว สะดวก
แต่ ถ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านยังคงมีชีวิตอยู่ คุณคิดว่า ท่านจะอนุญาติให้พระเล่นเอ็มกับสีกา ไหมล่ะ ??? happy.gif

#21 ลูกพระธัมฯ Merry Ma

ลูกพระธัมฯ Merry Ma

    The STRONGEST is the GENTLEST!!!

  • Members
  • 891 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:Bangkok, Thailand

โพสต์เมื่อ 21 April 2006 - 12:14 AM

เห็นด้วยว่า ต้องคุยกันเฉพาะสิ่งที่เป็นเรื่องงานบุญ หรือธรรมะค่ะ
ไม่ควรคุยสนุกสนานเกินไป ผู้หญิงควรสำรวมเป็นพิเศษ
เพิ่อไปไม่ให้เป็นเรื่องส่วนตัวค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกลับเครียดมากไป

และอยู่ที่ ถ้าเรารู้จักกับท่าน ประสานงานเกี่ยวกับงานบุญกันเป็นประจำ
ก็อาจจะไต่ถามสารทุกข์สุกดิบบ้าง ความสะดวกในการทำงานบ้าง
แง่มุมวิธีการต่างๆ การจัดตารางเวลา อันเป็นสาระที่จะประสานงานได้มากขึ้น
นั้นก็ไม่ถือว่าผิด เพราะว่าไม่เจตนาไปในเรื่องชู้สาวเลยค่ะ


The Strongest is The Gentlest!

ผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งที่สุด ย่อมเป็นผู้ที่สุภาพนุ่มนวลที่สุด

#22 BOG-BOG

BOG-BOG
  • Members
  • 293 โพสต์

โพสต์เมื่อ 24 April 2006 - 03:48 PM

พระห้ามคุยกับ สีกา ในที่ลับหูและลับตาไม่ใช่หรอ
เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี ใหม่ๆ มีเข้ามามาก
ไม่ว่าจะทางโทรศัพท์ ยืนคุยในที่ลับหู ลับตา
ได้ด้วยน่ะสิ โดยหลักเราต้องยึดถืออยู่เหมือนเดิม
แต่วิธีการอาจต้องเปลี่ยนไปนะ ดูความเหมาะสมจ๊ะ


ลองโทรสอบถามที่สำนักงานพระพุทธํศาสนาแห่งชาติ แล้วได้คำตอบมาคือ

ไม่ใช่กิจของสงฆ์ คำเดียวสั้นๆ จ๊ะ

ถ้าสงสัยอะไรลองติดต่อไปที่นี่


หรือผ่านตู้ ปณ. ๔๔๔ ตามลิงค์ด้านล่าง

http://www.onab.go.th/news/444.pdf

#23 sage_072

sage_072
  • Members
  • 271 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:นครราชสีมา
  • Interests:ต้องการเรียนรู้กฏแห่งกรรม และสนทนาธรรมกับเพื่อนกัลยาณมิตร

โพสต์เมื่อ 11 June 2006 - 10:15 PM

ใช้ทำอะไร
ใช้ไปทำไม
เพื่อประโยชน์อะไร
เกิดประโยชน์แบบใด
ถูกต้องหรือไม่


พิจราณาตามหลักการนะคะ
thamma_072.p

#24 glouy.

glouy.
  • Members
  • 605 โพสต์

โพสต์เมื่อ 23 June 2006 - 04:29 PM

เห็นด้วยว่า ต้องคุยกันเฉพาะสิ่งที่เป็นเรื่องงานบุญ หรือธรรมะ
ต้องดูตามความพอเหมะพอดี ครับ

ลูกพระธรรม

#25 Sareochris

Sareochris
  • Members
  • 207 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:-
  • Interests:-

โพสต์เมื่อ 10 August 2006 - 03:21 PM

ท่านคงมาใช้สารสนเทศน์ ให้เป็นประโยชน์น่ะครับ เพราะสะดวกและประหยัด

พระภิกษุในWebนี้ สุปฏิปัณโณ นะครับ สูงทั้งภูมิรู้ภูมิธรรม IQก็สูง EQก็สูง MQก็สูง

IQ=Intelligent Quotent ความฉลาดทางปัญญา
EQ=Emotional Quotent ความฉลาดทางอารมณ์
MQ=Moral Quotent ความฉลาดทางคุณธรรม

กลิ่นแห่งศีล หอมติดตัวอักษร smile.gif

ท่านนำพระสัทธรรมมาสู่โลกอินเตอร์เนต แต่ไม่ยอมให้ข้อความในอินเตอร์เนตบิดเบือนพระสัทธรรม

#26 Song Seung-Heon

Song Seung-Heon
  • Members
  • 10 โพสต์
  • Location:อยู่ในใจคุณของคุณเท่านั้น
  • Interests:ความสุขที่แท้จริง

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 04:16 PM

แล้วแต่เจตนา cool.gif
[size=3]สมัยนี้มันยุคเทคโนโลยี แล้ว เป็นพระเรื่องแค่นี้ท่านคงคิดเองได้[/size] wink.gif