ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

การจับพุทธคุณพระเครื่องมีจริงมั้ยครับ


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 27 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1766 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 28 March 2006 - 08:30 PM

ตามหัวข้อเลย.......!! *-)

#2 เป็นหนึ่ง

เป็นหนึ่ง
  • Members
  • 354 โพสต์

โพสต์เมื่อ 28 March 2006 - 09:03 PM

ตามความเห็นผมนะครับ คนที่จับได้จริงๆก็น่าจะมี ไอ้ที่หลอกลวงก็น่าจะเยอะครับ แต่สิ่งที่น่าคิดก็คือ ไอ้ที่จับได้น่ะ มันใช่พุทธคุณแน่หรือ กลัวแต่ว่ามันจะเป็นแค่วิทยาธรคุณนี่น่ะสิ

ผมว่า พุทธคุณที่แท้จริง คือการปฏิบัติตาม พระธรรมคำสั่งสอน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนปรากฏผลตามพระองค์มากกว่า นั่นล่ะ ถึงจะรู้ถึงพุทธคุณ คือ คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างแท้จริง ว่าพระองค์มีคุณยิ่งใหญ่เพียงใด สามารถทำให้เราหมดกิเลส ไปนิพพานได้ ผมว่าเรามาจับพุทธคุณแบบนี้กันดีกว่า ที่จะมานั่งจับพระเครื่องนะครับ
I just gotta get out of this prison cell.
Someday I'm gonna be free.

#3 *ผู้มาเยือน*

*ผู้มาเยือน*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 28 March 2006 - 09:44 PM

นั่งสมาธิเยอะๆ ทำใจใสๆ ไว้เน้อ ใกล้วันบุญใหญ่แล้ว

อย่ากระเทือนอะไรกับขาป่วนเน้อข้างบนเน้อ สัพเพ สัตตา


#4 SmilingCat

SmilingCat
  • Members
  • 1209 โพสต์

โพสต์เมื่อ 28 March 2006 - 11:19 PM

ขึ้นอยู่กับหลักวิชชาที่ทำครับ
หยุดคือตัวสำเร็จ

#5 xlmen

xlmen
  • Members
  • 978 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 01:26 AM

การจับพุทธคุณ ผมขอใช้คำว่า การจับพลังงานที่แฝงในวัตถุจะดีกว่าครับ

เพราะอำนาจพระพุทธเจ้านั้นเกินกว่าที่มนุษย์ปุถุชนจะไปวัดเทียบหรือหยั่งรู้วิสัยพุทธะได้ครับ

เรื่องการจับพลังพระเครื่องนั้นมีจริงครับ แม้แต่คนในครอบครัวผมก็จับกันได้หลายคนเหมือนกันเรื่องนี้ผมเคยพิสูจน์มากับตัวแล้ว โดยการให้ผู้ที่จับพลังงานพระเครื่องได้ให้ทดลองจับพระเครื่องไว้ 2 องค์ มือซ้ายองค์ หนึ่งมือขวาองค์หนึ่งก็ปรากฎว่าท่าทางของ 2 มือนั้นเป็นไปในทิศทางที่แตกต่างกันมาก ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่อธิบายได้ยากอยู่มากในทางวิทยาศาสตร์ครับ ถ้าใครอยากทราบว่าการวัดพลังพระด้วยสองมือนั้นจะหลอกกันได้หรือไม่ให้ลองใช้มือขวาเขียนวงกลม และมือซ้ายเขียนรูปสี่เหลี่ยมดูจะทราบเองว่าการวัดพลังพระเครื่องนั้นอยู่ในวิสัยการคิดหรือเป็นวิสัยเกินกว่านั้นที่เรียกว่าสัมผัสพิเศษก็สุดแท้แต่ครับ

ดังนั้น การจับคลื่นพลังงานก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นพระเครื่องเสมอไป ผมเคยทดลองจับไม้ปิงปองที่มีการหยิบจับใช้งานบ่อยๆ จิตที่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แฝงอยู่ในวัตถุก็จะทำให้เกิดท่าทางไปได้เองอัตโนมัติเหมือนกันครับ

หยุดเหมือนรถเบรค นิ่งเหมือนน้ำในโอ่งที่ปราศจากลม แน่นเหมือนหลักที่ปักลงในเลน
ไม่สั่นคลอน ใสเหมือนน้ำที่ปราศจากตะกอน

#6 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 09:44 AM

เอ! ไม่รู้ว่าคำถามนี้มีผลสืบเนื่องมาจากรูปประจำตัวของผมหรือเปล่าหนอ? แต่สำหรับผมแล้วขอเสนอว่า การจับพระพุทธคุณของพระเครื่องนั้น ต้องจับด้วย "ใจ" ตามวิธีการที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ท่านได้สอนไว้ในเรื่องการบูชาพระของขวัญน่ะครับ

#7 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1766 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 10:58 AM

มีส่วนครับ คุณก้อง ผมเห็นพระของคุณก้อง ก็เลยนึกเล่นๆลองถามดู
ของคุณก้องเป็นรุ่น1ใช่มั้ย ของผมมีชายจีวรหลวงปู่ด้วยล่ะครับ คุณ.....ลูกหลานหลวงปู่ ใน จ.สุพรรณที่ผมอยู่ ท่านแบ่งให้ครับ




#8 ใสแจ๋ว

ใสแจ๋ว
  • Members
  • 49 โพสต์
  • Interests:ใสในใส ดับหยาบไปหาละเอียด

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 11:13 AM

หลวงปู่เคยกล่าวถึงความศักดิสิทธิ์ในพระเครื่องว่า ข้างนอกที่เห็นเป็นธาตุตายธรรมตาย เห็นเป็นพระผง พระปูน แต่ข้างในท่านเป็นธาตุเป็นธรรมเป็นนะ มีจักรพรรดิกายสิทธิ์อยู่ข้างในทุกองค์ คนเป็นธรรมกายดูได้ อย่างของวัดปากน้ำนี่ข้างในพระผงมีกายสิทธิ์อยู่ทั้งนั่น นั่นน่ะจึงเป็นของศักดิ์สิทธิ์

ผมว่าการจับพระก็อาจจะพยายามขอความศักดิ์สิทธิ์ในตัวพระเครื่องโดยมีจักรพรรดิกายสิทธิ์ข้างในมาช่วยอีกที แต่ต้องระวังอีกนะครับ เพราะเห็นว่าพระเครื่องทุกองค์มีกายสิทธิ์อยู่ แต่บางองค์กายสิทธิ์ข้างในขาวใส บางองค์สีดำ หรือสีอื่นๆ บ่งบอกถึงว่าเป็นพระเครื่องให้คุณหรือให้โทษ ให้โทษก็คือข้างในมีกายสิทธิ์สีดำเห็นคนเป็นธรรมกายวัดปากน้ำท่านชอบตรวจดูกายสิทธิ์ในพระเครื่องว่าเป็นธาตุธรรมภาคไหน อันนี้ก็แปลกอีกแบบนึงครับ

#9 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 11:17 AM

รุ่น ๓ ครับผม (เป็นรุ่นที่อยู่ในโรงงานทำวิชชาของพระเดชพระคุณฯ นานที่สุดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๙-๒๕o๕)

#10 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 11:27 AM

QUOTE
หลวงปู่เคยกล่าวถึงความศักดิสิทธิ์ในพระเครื่องว่า ข้างนอกที่เห็นเป็นธาตุตายธรรมตาย เห็นเป็นพระผง พระปูน แต่ข้างในท่านเป็นธาตุเป็นธรรมเป็นนะ มีจักรพรรดิกายสิทธิ์อยู่ข้างในทุกองค์ คนเป็นธรรมกายดูได้ อย่างของวัดปากน้ำนี่ข้างในพระผงมีกายสิทธิ์อยู่ทั้งนั่น นั่นน่ะจึงเป็นของศักดิ์สิทธิ์

ถูกต้องนะครับ
QUOTE
คนเป็นธรรมกายวัดปากน้ำท่านชอบตรวจดูกายสิทธิ์ในพระเครื่องว่าเป็นธาตุธรรมภาคไหน อันนี้ก็แปลกอีกแบบนึงครับ

พี่ใสแจ๋วช่วยบอกเกียรติก้องได้ไหมว่า ผู้ที่ชอบตรวจดูกายสิทธิ์ท่านชื่ออะไร? เพราะคนรุ่นเก่าๆ สมัยยุคของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ผมรู้จักแทบทุกคนครับ


#11 แก้วประเสริฐ

แก้วประเสริฐ
  • Members
  • 513 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 02:23 PM

ทำจิตให้บริสุทธ์ดีกว่า ตามดูจิตตัวเองให้ทันไม่วิ่งไปตามกระแสกิเลส หรือเปล่า ส่วนพุทธคุณในพระจะศักดิ์สิทธิ์หรือไม่อยู่ที่ความบริสุทธ์ของตัวเราเอง

#12 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 04:42 PM

ความจริงพุทธคุณ ไม่จำเป็นต้องมีจำกัดในพระเครื่องหรอกครับ พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดระลึกถึงพระพุทธคุณ (คุณของพระพุทธเจ้า) ด้วยจิตเลื่อมใส แม้พระพุทธองค์ยังทรงมีชีวิตอยู่ หรือ ปรินิพพานแล้ว ก็มีผลเท่ากัน (ไม่มีข้อแตกต่าง)

ดังนั้น ท่านใดจะไปยืนที่ต้นโพธิ์ ถือเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า แล้วระลึกถึงพระพุทธคุณ ด้วยจิตเลื่อมใสจริงๆ ย่อมได้อานิสงส์ เหมือนกับตอนที่พระพุทธเจ้าทรงมีชีวิตอยู่ครับ

นี่เองเป็นเหตุให้หลวงพ่อท่านกล่าวเชิญชวนให้พวกเราทุกคนมาบูชาเจดีย์กันทุกๆ วัน โดยมีทีมงานของชมรมปล่อยปลาบูชาเจดีย์ เป็นผู้นำกล่าว (หรือถ้าไม่สะดวก ก็บูชาผ่าน DMC)
เพราะการบูชาพระพุทธเจ้าแม้ปรินิพพานแล้ว ด้วยจิตเลื่อมใส ก็มีผลเท่ากับตอนที่พระองค์ยังมีชีวิต ซึ่งมหาธรรมกายเจดีย์ คือ ตัวแทนของพระพุทธเจ้านับพระองค์ไม่ถ้วนในอดีต ดังนั้น ใครที่บูชาด้วยจิตเลื่อมใสจริงๆ ก็เท่ากับบูชาพระพุทธเจ้านับพระองค์ไม่ถ้วนตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน แล้วพุทธคุณ จะมีมากมายขนาดไหน (สุดที่คาดคิดได้จริงๆ)

ผมปลื้มใจมาก ที่มีส่วนในการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ขึ้นมา


ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#13 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3579 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 04:44 PM

สำหรับนักสร้างบารมี มาจับพุทธคุณของตัวเราที่ 072 กันดีกว่า...นะ

#14 ใสแจ๋ว

ใสแจ๋ว
  • Members
  • 49 โพสต์
  • Interests:ใสในใส ดับหยาบไปหาละเอียด

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 06:48 PM

แม่ชีถนอม อาสไวย์ครับ เรื่องตรวจดูกายสิทธิ์ในพระผงหรือพระเครื่อง หรือของศักดิ์สิทธิ์เป็นความรู้อยู่ในตำราคู่มือสมภารของวัดปากน้ำครับ ในหนังสือท้ายเล่มภาคผู้เลี้ยง ดูได้ทุกคนที่เป็นธรรมกายนั่นแหละครับ หลวงพ่อวัดปากน้ำเคยถามตอนนั้นแม่ชีถนอม อาสไวย์ และคุณฉลวย สมบัติสุขนั่งอยู่ด้วยกันในโรงงานทำวิชชา หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านถามว่า ระหว่างจักรพรรดิกับพระพุทธเจ้าใครมีบารมีมากกว่ากัน แม่ชีถนอมตอบจักรพรรดิ คุณฉลวยตอบพระพุทธเจ้า แต่หลวงพ่อฯไม่ได้เฉลย ยังมีเรื่องต้นหว้ารักษาชมพูทวีป และศูนย์จักรพรรดิที่หลวงพ่อฯ ถาม ทำให้ท่านต้องเดินวิชชาตรวจเรื่องจักรพรรดิกายสิทธิ์นี่แหละ เรื่องนี้ไปถามคุณฉลวยได้เลย ตอนนี้คุณฉลวยยังมีชีวิตอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ครับ

#15 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1766 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 07:24 PM

เหอ ๆๆๆ คุณก้อง เรารู้กันสองคน (อิอิอิ)




#16 ใสแจ๋ว

ใสแจ๋ว
  • Members
  • 49 โพสต์
  • Interests:ใสในใส ดับหยาบไปหาละเอียด

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 07:31 PM

เอ๋...มีลับลมคมในเสียด้วย รู้กันสองคน รู้อะไรน้า...

#17 CEO

CEO
  • Members
  • 577 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 10:08 PM

ที่จริงก็มีมาก
ที่ไม่จริงก็มากมาย
เข้าถึงพระธรรมกายภายในกันดีกว่าครับ
สร้างบารมีทุกวินาที
แม้ชีวิตนี้ก็ให้ได้

#18 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 29 March 2006 - 10:15 PM

QUOTE
เอ๋...มีลับลมคมในเสียด้วย รู้กันสองคน รู้อะไรน้า...

ก็รู้อีกตามเคยน่ะสิครับว่า พี่ไปเอาข้อมูลดังกล่าวนี้มาจากหนังสือเล่มใด? และใครเป็นผู้แต่ง ไม่มีใครรู้จักตัวพี่ดีไปกว่าตัวของพี่เองนะครับ พี่ใสแจ๋ว


#19 ใสแจ๋ว

ใสแจ๋ว
  • Members
  • 49 โพสต์
  • Interests:ใสในใส ดับหยาบไปหาละเอียด

โพสต์เมื่อ 30 March 2006 - 08:47 AM

อืม...เอามาจากหนังสือหรือเปล่า อาจมีอยู่ในหนังสือแต่ผมไปถามมาด้วยตนเอง แล้วนะครับผมไม่เชื่อแค่ข้อมูลในหนังสือดอกครับ ผมไปพิสูจน์มาแล้ว คุณฉลวยนี่ไปเจอตัวจริงมาแล้วนะครับที่เชียงใหม่ครับ

ผมรู้จักตัวผมดี และไม่สำคัญว่าใครจะรู้จักผมหรือไม่ เพราะผมก็กำลังพยายามรู้จักคนอื่นๆ อยู่ ตอนนี้คุณรู้จักผม ผมก็พยามรู้จักคุณครับ ผมดีใจที่คุณรู้จักผมนะครับ ถ้าการรู้จักเป็นการผูกมิตรผมก็ยินดี อย่ามาถือสาหาความกับผมเลย ถึงเวลาเราก็ต้องเจอกันอย่างนี้แหละครับ มันเป็นวิถีทางครับ

เรื่องดูจักรพรรดิในพระเครื่องหรือในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ เพราะสิ่งที่เรานำมาบูชาท่านมีธาตุธรรมเป็นอยู้ข้างในคือมีชีวิตจิตใจ เราควรบูชาหรือไม่ควร ต้องเข้าไปตรวจสอบจักรพรรดิกายสิทธิ์ข้างในดู เรื่องนี้ผมได้พิสูจน์มาแล้ว และก็ไม่ได้เชื่อตามตำราอย่างเดียว พิสูจน์กันมาแล้วครับ เพียงแต่ว่าคนไม่เป็นธรรมกายเขาก็คงจะไม่เชื่อเพราะเขาไม่เห็น คนเห็นด้วยกันจึงจะเชื่อได้...ครับ

#20 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 30 March 2006 - 12:08 PM

QUOTE
อืม...เอามาจากหนังสือหรือเปล่า อาจมีอยู่ในหนังสือแต่ผมไปถามมาด้วยตนเอง แล้วนะครับผมไม่เชื่อแค่ข้อมูลในหนังสือดอกครับ ผมไปพิสูจน์มาแล้ว คุณฉลวยนี่ไปเจอตัวจริงมาแล้วนะครับที่เชียงใหม่ครับ

พูดกันตรงๆ มาเลยก็ได้ครับว่าข้อมูลนี้มาจากหนังสือ "ปราบมาร" ส่วนใครเป็นผู้แต่งไม่ต้องแล่งกันล่ะนิ ทำไมต้องใช้คำว่าอาจจะด้วยล่ะครับ แสดงว่าตัวพี่เองก็ยังไม่ชัวร์เหมือนกันใช่ไหมครับ? (จริงใจหน่อยสิพี่ชาย) อีกอย่างบทสนทนาระหว่างคุณยายอาจารย์ถนอมกับคุณยายอาจารย์ฉลวยนั้น ผมขอยืนยันว่าเรื่องนี้ตัวท่านมิได้เป็นผู้เล่าเอง แต่บุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้แต่งตำรานั่นต่างหากที่เป็นผู้เล่า แล้วผมขอบอกกับพี่เลยนะครับว่า คุณยายอาจารย์ฉลวยนั้น โดยปกติแล้วท่านจะเป็นคนที่ไม่พูดอะไรแบบมั่วๆ สุ่มสี่สุ่มห้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องวิชชาชั้นสูงนี่ ท่านแทบจะไม่พูดเลย ซึ่งท่านได้ให้เหตุผลกับผมว่า "หลวงพ่อฯ ท่านห้ามไม่ให้พูด (กับคนนอก)" และโดยปกติแล้วท่านจะเป็นคนนิ่งๆ พูดน้อย แต่ปฏิบัติหนักนะครับ



#21 ลูกพระธัมฯ Merry Ma

ลูกพระธัมฯ Merry Ma

    The STRONGEST is the GENTLEST!!!

  • Members
  • 891 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:Bangkok, Thailand

โพสต์เมื่อ 30 March 2006 - 01:24 PM

สำหรับพลังพุทธคุณในพระเครื่อง รู้ว่ามีจริงค่ะ

แต่ขอจับพลังพระพุทธคุณที่ไหลผ่านศูนย์กลางกายเราอยู่ตลอดเวลาดีกว่าค่ะ

สาธุ
The Strongest is The Gentlest!

ผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งที่สุด ย่อมเป็นผู้ที่สุภาพนุ่มนวลที่สุด

#22 ใสแจ๋ว

ใสแจ๋ว
  • Members
  • 49 โพสต์
  • Interests:ใสในใส ดับหยาบไปหาละเอียด

โพสต์เมื่อ 30 March 2006 - 08:18 PM

ต้องตอบอย่างท่เห็นนั่นแหละครับ เพราะผมไม่ได้คัดลอกมาจากหนังสือปราบมาร ในหนังสือปราบมารเล่ม 2 หรือ 3 มีข้อมูลนี้อยู่แต่ไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเสียทีเดียว ครับผมถามท่านผู้แต่งหนังสือเล่มนี้แล้ว คือฟังรายละเอียดมาจากท่านโดยตรงด้วย ส่วนการไปพบคุณฉลวยนี่ คุณพูดถูกเรื่องละเอียดนี่คุณฉลวยพูดน้อย แต่โดยส่วนตัวคุณฉลวยยืนยันว่ารู้จักเจ้าของหนังสือ แต่การที่เราจะมาบอกว่าใครแต่งขึ้นเองผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง เรื่องนี้ผมถือมาก เพราะผมศึกษาวิชชาธรรมกายจากประวัติศาสตร์ประวัติบุคคลด้วย ครับหนังสือบุคคลยุคต้นวิชชาผมก็มีอยู่ และคิดว่าผมมีตำราทุกเล่มที่เกี่ยวกับวิชชาธรรมกายทั้งเก่าและใหม่ และผมก็พยายามไปสืบสอบถามจากท่านอื่นๆ อยู่เหมือนกัน เรื่องของอาจารย์กับศิษย์ คือเรื่องที่ว่าแม่ชีถนอมกับท่านที่เขียนตำราปราบมารนี่ เป็นเรื่องของท่านทั้งสองคน ผมไม่เถียง แต่สิ่งหนึ่งที่เราพิสูจน์ได้ก็คือผลจากการปฏิบัติวิชชาธรรมกายครับ ผมไม่เชื่อใคร แต่พอฝึกตามตำราหลวงปู่วัดปากน้ำ ผลการฝึกก็ออกมาตรงกันกับข้อมูลที่ได้มา ก็เราพิสูจน์ถึงเพียงนี้แล้วจะไม่เชื่อได้ไง ผมพิสูจน์ได้ความชัดเจนหลายเรื่องแล้วครับ ตั้งแต่เรื่องหลวงปู่วัดปากน้ำอยู่ที่ไหน เรื่องจักรพรรดิกายสิทธิ์ เรื่องต้นธาตุ ฯลฯ ไม่ว่าใครจะมากล่าวหาด้วยเหตุผลใดกับใครก็แล้วแต่ ผมไม่สนเพราะผมไม่เคยศรัทธาใครอย่างสุดโต่ง แต่ผมใช้ปัญญานำ และผมพิสูจน์ความรู้ความจริงจากหลายสำนักมาแล้ว วัดปากน้ำ วัดหลวงพ่อสด วัดพระธรรมกาย และท่านที่เขียนตำราปราบมาร ผมไปศึกษามาทุกสำนัก ศึกษาจากตัวเจ้าสำนักเองเลย แล้วไม่ได้ไปคนเดียวด้วย ผมเข้าใจคุณ แต่คุณจะเข้าใจผมหรือเปล่า อันนี้ก็สุดแต่วาสนาบารมีครับ......

#23 gioia

gioia
  • Members
  • 593 โพสต์

โพสต์เมื่อ 31 March 2006 - 02:59 AM

พระพุทธคุณในพระทธรูปมีจริงค่ะ
เราควรตรึกระลึกถึงบ่อยๆค่ะ

#24 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 31 March 2006 - 03:17 AM

คุณยายอาจารย์ฉลวยท่านพร่ำสอนเกียรติก้องอยู่เสมอว่า "คนรู้ไม่พูด แต่คนพูดไม่รู้" ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมไปมากกว่านี้แล้วนะครับ

#25 เป็นหนึ่ง

เป็นหนึ่ง
  • Members
  • 354 โพสต์

โพสต์เมื่อ 31 March 2006 - 04:19 AM

พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านกล่าวไว้ว่า

"ช่างเถิดเขาติเตียนเรา ดีกว่าเราติเตียนเขา การที่เราถูกติเตียนนั้น เพราะทำงานก้าวหน้าไป"

จะสังเกตได้ว่า ตลอดชีวิตของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านไม่เคยกล่าวติเตืยนว่าร้ายใคร และเป็นที่น่าสังเกตว่า ครูบาอาจารย์ทุกๆ ท่าน ที่ท่านสอนวิชชาธรรมกายที่แท้จริงนั้น ก็มีลักษณะแบบเดียวกันกับพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ คือ ท่านไม่เคยติเตียนว่าร้ายใคร ดังนั้น ใครก็ตามที่ยังติเตียนว่าร้ายผู้อื่นอยู่ ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลสวยหรูอย่างไร ผมว่ายังไม่ใช่ของแท้ ยิ่งต่อหน้าทำเหมือนดูดี แต่ลับหลังแอบติเตียนว่าร้าย อย่างนี้ยิ่งใช้ไม่ได้ ก็ลองพิจารณาดูนะครับ ฝากคุณใสแจ๋ว (สมถะ) พิจารณาดูด้วยครับ
I just gotta get out of this prison cell.
Someday I'm gonna be free.

#26 ใสแจ๋ว

ใสแจ๋ว
  • Members
  • 49 โพสต์
  • Interests:ใสในใส ดับหยาบไปหาละเอียด

โพสต์เมื่อ 31 March 2006 - 01:02 PM

ขอบคุณนะครับ เอาเถิดครับ คุณอาจจะเคยได้ยินสิ่งที่ทำให้เสียความรู้สึก ผมว่าเป็นสิทธิของท่านที่จะแปลความหมายว่าคำพูดบางเรือง บางประโยคเป็นการติเตียนว่าร้ายกัน ผมเห็นใจนะครับ และก็พยายามเข้าใจหลายๆ ฝ่าย


ที่ผมไม่อยากจะกล่าวที่มาที่ไปชัดๆ ก็เพราะอย่างนี้แหละครับ เพราะเกรงว่าจะกระทบกระทั่งกันแล้วเอาเรื่องบุคคลอื่นมาอ้างแล้ววิจารณ์พาดพิงกันไป ผมมองว่ามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในยุคนั้นๆ ยากที่เราจะไปเห็นคล้อยตามหรือคัดค้าน เพราะเราไม่รู้ต้นสายปลายเหตุอะไร ผมเรียนวิชชาธรรมกายเพราะต้องการเข้าใจเนื้อวิชชา และพิสูจน์เกี่ยวกับเนื้อวิชชา ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เป็นเรื่องเล่าหรือการกระทบกระทั่งกันของคนในอดีตก็เป็นเรื่องของท่านเหล่านั้นกันไป เราแค่รู้ไว้ใช่ว่าครับ


ต้องบอกก่อนว่าผมเข้ามาที่นี่เพราะมีหลายท่านที่มาคุยกับผมอยากให้เข้ามา พอเข้ามาก็พยายามลองเชิงดูว่าจะคุยแบบไหนดี ครับผมใช้ชื่อสมถะในเว็ปบอร์ดอื่นๆ แต่ที่นี่ใช้ชื่อใสแจ๋ว และรับรองได้ว่ามีแค่ 2 ชื่อนะครับ ที่ต้องใช้ใสแจ๋วเพราะผมทราบว่าที่นี่รู้จักสมถะ เกรงว่าจะไม่สะดวกในช่วงเริ่มต้น แต่ผมก็โพสต์ข้อมูลและพยายามค่อยๆ ให้ทุกท่านรู้จักผม


เอาเถิดครับเรื่องความไม่เข้าใจกันหรืออาจจะเป็นอคติลึกๆ ต่อกันผมพอเข้าใจดี นะเวลานี้อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าใครผิดใครถูกเลย เราเป็นมิตรกันแล้วค่อยๆ หันหน้ามาจูนคลื่นเข้าหากันดีกว่าสร้างความแตกต่างจนแตกแยก มีอะไรที่ท่านไม่พอใจหรือไม่ชอบใจก็เปิดใจคุยกันได้นะครับ แต่ขอให้อยู่ในขอบข่ายของความรอมชอมกัน ค่อยๆ พูดคุยกันนะครับ


ช่วงนี้ผมค่อนข้างว่างเพราะเว็ปอื่นโดยเฉพาะที่พันธ์ทิพย์ ไม่ค่อยมีอะไรให้เป็นห่วง ผมเข้าไปทุกเว็ปที่มีการคุยเรื่องวิชชาธรรมกายนั่นแหละ แต่อีกหน่อยคงไม่ค่อยว่างสักเท่าไรแล้วล่ะ เพราะตอนนี้งานสอนวิชชาธรรมกายเข้ามามากเหลือเกิน ทั้งการฝึกวิปัสสนาจารย์และงานสอนตามสถาบันต่างๆ ก็เป็นการสร้างบารมีที่สนุกไปอีกแบบหนึ่งนะครับ ไปเหนือล่องใต้ บุกป่าฝ่าดง ข้ามน้ำข้ามทะเลไปสอนก็ทำมาหมดแล้ว แต่ก็สนุกดีครับ


อย่าคิดว่าผมชอบโม้เลย บางครั้งเราก็อยากเล่าในสิ่งที่เราได้มีประสบการณ์ผ่านมาเหมือนกัน อยากให้ช่วยกันอนุโมทนามากกว่า หวังว่าคงพอเข้าใจกันนะครับ

#27 xlmen

xlmen
  • Members
  • 978 โพสต์

โพสต์เมื่อ 31 March 2006 - 02:23 PM

QUOTE
เพราะตอนนี้งานสอนวิชชาธรรมกายเข้ามามากเหลือเกิน ทั้งการฝึกวิปัสสนาจารย์และงานสอนตามสถาบันต่างๆ ก็เป็นการสร้างบารมีที่สนุกไปอีกแบบหนึ่งนะครับ ไปเหนือล่องใต้ บุกป่าฝ่าดง ข้ามน้ำข้ามทะเลไปสอนก็ทำมาหมดแล้ว แต่ก็สนุกดีครับ

โมทนาสาธุในกุศลเจตนาด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สายไหนล้วนมีเป้าหมายและอาจารย์เดียวกันคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ ที่สุดของการปฏิบัติธรรมก็คือการกำจัดกิเลสมารในตน และเผยแผ่คำสอนให้กับชาวโลก สนามรบที่แท้จริงอยู่ในจิตของพวกเราทุกคนครับ รบกับกิเลสในตัว รบกับอธรรมที่มีอยู่ในกายใจจิตวิญญาณ ดังนั้นคำสอนใดสอนให้ละชั่ว ทำดี ทำจิตให้บริสุทธิ์ ถือว่าเป็นคำสอนจากศาสดาองค์เดียวกันคือพระพุทธเจ้าครับ
หยุดเหมือนรถเบรค นิ่งเหมือนน้ำในโอ่งที่ปราศจากลม แน่นเหมือนหลักที่ปักลงในเลน
ไม่สั่นคลอน ใสเหมือนน้ำที่ปราศจากตะกอน

#28 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 31 March 2006 - 03:18 PM

ครับยินดีต้อนรับ ทุกท่านที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันด้วยกุศลเจตนาครับ เพียงแต่ว่า เมื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแล้ว อาจมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับเรา ก็ขอให้รับฟังความคิดเห็นของกันและกัน เมื่อนั้นผมว่า ประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนความคิดก็จะเกิดขึ้น

ดังที่นางอินทิรา คานธี ได้เคยบอกไว้ว่า การแลกเปลี่ยนความคิดนั้น ไม่เหมือนการแลกเปลี่ยนสิ่งของ สิ่งของนั้น เมื่อแลกเปลี่ยนกัน ได้สิ่งของใหม่มา ก็ต้องเสียสิ่งของเก่าในมือไป

แต่การแลกเปลี่ยนความคิดนั้น ความคิดเก่าของเราก็ยังคงอยู่ ในขณะที่จะได้ความคิดใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา ที่จะเป็นแนวทางให้เราดำเนินชีวตต่อไปในอนาคต ถ้าความคิดทั้ง 2 ถูกทั้งคู่ ปัญญาเราก็จะเพิ่มพูน ถ้าความคิดหนึ่งผิดหนึ่งถูก เราก็จะได้พิสูจน์ต่อไป สุดท้ายปัญญาก็เพิ่มพูน
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร