ไปที่เนื้อหา


CoffeePrinces

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 19 Jan 2006
ออฟไลน์ ใช้งานล่าสุด Jun 29 2008 10:44 PM
-----

โพสต์ที่ฉันโพสต์

ในกระทู้: กม.ใหม่ "ป.ธ.9"เทียบเท่าปริญญาเอก

21 June 2008 - 08:51 AM

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเป็นการส่วนตัวนะครับ เนื่องจากอยู่ในแวดวงการศึกษามาพอสมควรโดยระดับบัณฑิตศึกษา
อันที่จริงแล้ว ต้องบอกว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ที่มีความพยายามในการเทียบคุณวุฒิทางธรรมกับคุณวุฒิทางโลกอยู่เนือง แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีต่อผู้ศึกษาในทางธรรมอย่างเต็มที่

แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังคงเห็นว่า การศึกษาในทางธรรมจะให้ไปเทียบเคียงกับทางโลกนั้นเห็นจะเป็นการยาก เพราะแม้ว่าจะมีวิธีการศึกษาที่คล้ายๆกัน แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันทีเดียว อีกทั้งเป้าประสงค์สำคัญก็ยังแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมจึงสันนิษฐานเองว่า เหตุที่ต้องมีการเทียบวุฒิให้นั้นอาจจะเป็นการเอื้ออำนวยให้ผู้ที่เคยอยู่ในเส้นทางธรรม(เคยเป็นบรรพชิตมาก่อน)สามารถเรียนต่อหรือสามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติเหมือนฆราวาสทั่วไป หากท่านยังคงดำรงเพศภาวะของนักบวชอยู่ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องไปเทียบเคียงคุณวุฒิทางโลก ด้วยเหตุทีการศึกษาทางธรรมเป็นทางแห่งอริยะที่สูงส่งและสูงสุดอยู่แล้ว ไม่ต้องว่าได้บาลีประโยคไหนหรอกครับ แม้จดจำอักขรธรรมในพระบาลีได้นิดหน่อย แต่เอามาใช้พัฒนาตน พัฒนาคนได้ ก็มีค่าเกินกว่าคำว่า ปริญญาเอก เป็นไหนๆ

กลับเข้าสู่ประเด็นสำคัญคือ การให้เปรียญธรรมเก้าประโยคเทียบเท่าปริญญาเอก ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก หลายท่านที่จบปริญญาเอกก็คงจะทราบว่า การเรียนระดับนี้ต้องอาศัยการทำวิจัยระดับลึกหรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆให้กับวงการวิชาการ บางท่านใช้เวลาสามปี สี่ปี เป็นสิบๆปีก็ยังมีอยู่ คงต้องถามสำนักงานอุดมศึกษาบ้านเราว่า ให้คำจำกัดความของคำว่า ปริญญาดุษฎีบัณฑิตเอาไว้แคบกว้างขนาดไหน หรือ มีทัศนะอย่างไรต่อประเด็นนี้ เพราะปัจจุบันแม้การเรียนปริญญาเอกให้หลายๆที่ก็เกือบจะเป็นการซื้อขายมากกว่าจะเป็นการเรียนการสอน

ทางเลือกที่ดีคือการยกย่องให้เป็นปริญญากิตติมศักดิ์ หรือให้สิทธิพิเศษในการทำวิจัยหรือผลงานทางวิชาการเพื่อยื่นขอปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าเรียน คล้ายๆกับการเรียนปริญญาเอกแบบวิจัยในหลายๆหลักสูตร เพราะชึ้นชื่อว่าเป็นดุษฎีบัณฑิตแล้ว ไม่ใช่มีแต่เพียงสายตาคนในประเทศที่มองอยู่ แต่ยังมีสายตาจากชาวต่างชาติมากมายที่จับจ้องการศึกษาบ้านเราอยู่เช่นกัน

ความคิดเห็นของผมนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวในเชิงการศึกษานะครับ ไม่มีเจตนาจะดูเบาการศึกษาพระบาลีแม้แต่น้อย อีกประการหนึ่งก็ใช่ว่าคนจบปริญญาเอกจะมีความรู้ความสามารถสูงกว่าคนจบปริญญาตรีหรือคนที่ไม่มีปริญญา ด้วยสิ่งสำคัญกว่าการเรียนก็คือประสบการณ์และการฝึกฝนตลอดชีวิตนั่นเองครับ


ในกระทู้: เปิดรับสมัครอาจารย์พิเศษ ในโครงการ SPECIAL TEACHER VOLUNTEER

18 August 2007 - 01:56 PM

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับสมัครอาจารย์พิเศษนะครับ

1. จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป
2. มีความรู้ ความชำนาญ หรือความสามารถ ทางวิชาการหรือวิชาชีพด้านใดด้านหนึ่งเป็นอย่างน้อย เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์กราฟฟิค
3.มีความสามารถในการถ่ายถอด ความรู้ ความชำนาญหรือความสามารถนั้น
4.มีความเคารพในพระรัตนตรัย และวางตนได้อย่างเหมาะสมเมื่อต้องทำหน้าที่ถวายความรู้พระภิกษุหรือสามเณร
*5. ข้อนี้สำคัญมากครับ กรุณาระบุ วันเวลา ที่ท่านสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษได้ เช่น วันศุกร์ 07.00 น.-17.00น. วันเสาร์ 08.00น.-12.00น.เป็นต้น

เมื่อท่านผ่านการพิจารณาจากคณะกรรรมการ และผ่านการอบรมเพื่อรับรองสถานภาพอาจารย์พิเศษแล้ว จะได้รับบัตรประจำตำแหน่งซึ่งออกโดยศูนย์พัฒนาวิชาการ สำนักการศึกษา

ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 02-8312270-1 หรือ 087-676-6255 089-146-4047