ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
* * * * * 1 คะแนน

ทางเลือกที่เหมาะสม(สำหรับคุณตำรวจรักบุญ)


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 26 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 ping

ping
  • Admin
  • 251 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 05:21 PM

เจริญพร โยม นรอ.ตำรวจรักบุญ

สืบเนื่องมาจากกระทู้ที่โพสต์ว่า ทางเลือกที่เหมาะสม http://dmc.tv/forum/...showtopic=24088

ขอตอบคำถามดังนี้ (ต่อจากเพื่อนๆสมาชิกท่านอื่นๆ)

ประเด็นที่ 1 เรื่องกำหนดเวลาการทำความดี

QUOTE
อันที่จริง วันนั้นทั้งวันตั้งใจอุทิศให้งานบุญอยู่แล้วครับ เขาก็บอกว่าแค่มาดูไมได้ว่าจะมาซื้อเลย
ถ้าซื้อก่อนก็จะได้เอามาทำกฐิน ถ้าซื้อทีหลังก็ดูว่าจะทำบุญอะไร ถ้าไม่ซื้อ ก็ไม่ง้อ อยู่แล้วครับ


แม้จะขายที่ดินได้ปัจจัยมาหลังวันทอดกฐิน แต่ก็ยังสามารถนำปัจจัยมาทำบุญกฐินได้ เพราะเราได้ตั้งใจไว้ก่อนแล้ว ไม่ถือว่าเป็นการเลยเวลาทำบุญกฐินของเราไป เพียงแค่ปัจจัยมาไม่ทันเท่านั้นเอง เพราะยังไงอาคาร 100 ปีคุณยายก็ยังกำลังอยู่ในขั้นตอนการสร้างอยู่ ไม่ได้สร้างเสร็จในวันทอดกฐินนะโยม (แค่ไม่ทันในส่วนของพิธีบุญ แต่ยังทันในส่วนของการสร้างบุญอยู่) เราสามารถนำปัจจัยมาร่วมทำบุญสร้างอาคารฯ ได้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะสร้างเสร็จนั่นแหละ แม้สร้างเสร็จแล้วเราก็ยังทำบุญในส่วนของค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้าและค่าทำความสะอาด ค่าซ่อมบำรุงต่างๆของตัวอาคารได้ โยมไม่ได้ตกบุญนี้ซักหน่อย

ประเด็นที่ 2 เรื่องการทำความดีเป็นทีม

QUOTE
บุญกฐินปีนี้คงจะทำได้ไม่กีร้อย(จะถึงรึเปล่า) ทั้งที่ปีที่แล้วทำไปได้หนึ่งตารางเมตร


คุณโยมตำรวจรักบุญ ต้องทำเป็นทีมจึงจะสำเร็จ เพราะเป้ากฐินของคุณใหญ่เกินกำลังบุญของคุณโยมที่จะทำลำพังเพียงคนเดียวได้

หลวงพี่เองปีที่แล้วทำได้ 1S(ทำแบบทยอยบุญนะโยม แบบว่าบุญต่อบุญ 1 ปีเต็ม..จนชิตังเม) แต่ปีนี้ไตร่ตรองดูแล้วรู้ว่า ถ้าทำเพียงลำพังตนเองคงไม่ถึงเป้าที่ตั้งใจไว้ได้ ต้องทำเป็นทีมเท่านั้นจึงจะสำเร็จ (เป้ากฐินปีนี้ตั้งไว้ 1 M) ก็ต้องร่วมทำเป็นทีมกับกองบุญของสมาชิก dmc.tvนี่แหละ แล้วก็ตั้งเป้าส่วนตัวย่อยๆลงไปว่า ต้องทำเองด้วยอย่างน้อย 1 ตารางเมตร ก็ทำแบบทยอยเช่นกัน มีปัจจัยมาเท่าไหร่ก็ทยอยทำบุญกฐินไปและอธิษฐานไป ก็มีปัจจัยมาให้ทำอีก แต่ไม่ได้มาแบบก้อนใหญ่ ก้อนเล็กๆเท่านั้น ก็ไม่คิดอะไรมาก ก็ทำไปๆ แบบบุญต่อบุญ จนถึงวันนี้ ทำไปแล้ว 2 ตารางเมตร นี่ถ้าหลวงพี่มัวคอยรอก้อนใหญ่แล้วค่อยทำ ณ บัดนี้คงทำไปไม่ถึง 2 ตารางเมตรแน่เลย ส่วนเป้าที่ทำเป็นทีมนั้น ณ บัดนี้ ก็ 2M แล้ว ชิตังเม เรียบร้อยแล้ว เพราะอานุภาพของทีม

จึงอยากให้คุณโยมตำรวจรักบุญ มาเน้นสร้างทานบารมีกันเป็นทีมเพื่อประสบผลสำเร็จกันไปเป็นทีมด้วยกัน จะมาร่วมกับทีม dmc.tv ด้วยก็ยินดีอย่างยิ่ง เพราะวันอาทิตย์ต้นเดือนที่ 7 พ.ย.นี้ เราจะมาฉลองความสำเร็จกันที่บู๊ธ เสา E6 กันทุกคน...

ประเด็นที่ 3 เรื่องผลของกรรมดีกรรมชั่ว และ อานุภาพของมหาปูชนียาจารย์

#2 ping

ping
  • Admin
  • 251 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 05:30 PM

ประเด็นที่ 3 เรื่องผลของกรรมดีกรรมชั่ว และ อานุภาพของมหาปูชนียาจารย์

QUOTE
ก็ ไม่ใช่ใจขุ่นอะไรนะ แต่ไม่อยากเชื่อมั่นอะไรในครูบาอาจารย์ เพราะถ้าถึงเวลาแล้วไม่ได้ มันจะหมดศรัทธาเสียเปล่าๆ ยังไม่อยากหมดศรัทธา


QUOTE
เวลา ที่เราเชื่อมั่นว่าอานุภาพบุญจะช่วย หลวงปู่คุฯยายจะช่วย ผมก็จะมักทำบุญจนหมดไม่เคยเหลือเอาไว้เลยแม้สลึงเดียว แต่พอถึงเวลาเดือดร้อนจำเป็น หาใครช่วยไม่ได้ ไม่มีอานุภาพบุญ หรือทางมาแห่งทรัพย์พิเศษอะไรเกิดขึ้นมาไปขอความช่วยเหลือใคร ก็บอกให้อธิบฐานเอาบ้าง,ทำใจใสๆบ้าง ,ให้ทำบุญเพิ่มอีกบ้าง ก็ทำตามนะครับแต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไร


QUOTE
ไม่ ใช่ไม่ยอมรับในวิบากกรรมที่เคยทำมานะครับ แต่ถ้ามหาปูชนียาจารย์มีอานุภาพที่จะช่วยได้ก็น่าจะช่วยอะไรได้บ้าง เช่นผ่อนหนักเป็นเบา แต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไร บอกว่าทำบุญไปแล้วจะมีเงินมาทำบุญได้เยอะกว่าเก่า ทำไมผมเป็นตรงกันข้ามล่ะ จะต้องให้ทุ่มไปแค่ไหนล่ะ ก็สมบัติมีอยู่เท่านี้ก็เทหมดกระเป๋ามานับครั้งไม่ถ้วนแล้วด้วยจิตที่ปลื้ม ปิติน้ำตาไหลเลย แต่อย่างที่เคยบอกว่าอธิฐานอะไรไม่เคยได้เลยวันนี้ไฟไหม้บ้าน อธิฐานขายที่มา2ปีกว่าแล้ว ยังไม่มีใครมาซื้อเลย มีคำอธิบายมั้ยครับ


QUOTE
ที่ บอกมาน่ะทำมาหมดแล้วครัะบอย่างยาวนานด้วยนะ(เป็นสิบปี) แต่ชีวิตก็เป็นกราฟหัวทิ่มมาตลอดอธิษฐานอะไรแม้เรื่องเล็กน้อยก็ไม่สำเร็จ เลยสักอย่าง ลองบอกไอ้ที่ผมยังไม่เคยทำมาหน่อยหรือคุณรู้อะไร ว่าทำไมผมถึงทำไม่ได้อย่างคนอื่นเขาทั้งที่ทำเหมือนกัน ออกจะทำ มากกว่าด้วย


สาธุ..ใจไม่ขุ่นก็ดีแล้ว รักษาใจให้ใสๆดีกว่า เพื่อความสุขของตัวคุณโยมเอง

พระพุทธองค์ตรัสสอนว่า ให้ยึดธรรมะเป็นหลักไม่ให้ยึดที่ตัวบุคคล และบัณฑิตเมื่อประสบทุกข์ย่อมไม่ทิ้งธรรม(การทำความดี)

แต่ ขอบอกไว้ก่อนว่า ครูบาอาจารย์ของเรา ท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมะภายในตลอดเวลา การที่ท่านไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเราได้ก็ไม่ใช่เป็นความผิดของท่าน แต่เป็นกรรมของเราเองที่เคยทำไว้กำลังตามส่งผลอยู่ (ช่วยได้บางราย ไม่ได้ช่วยได้ทุกราย ถ้าช่วยได้ทุกราย แสดงว่ากำลัง
ของฝ่ายบุญมากกว่ากำลังของฝ่ายบาป เราทุกคนคงไปถึงที่สุดแห่งธรรมกันแล้วล่ะ)

และในกรณีที่สามารถช่วย ได้ก็เพราะว่า บุญเก่าของคนๆนั้นมีมากพอ เหมือนน้ำเกือบจะเต็มแก้วแล้วพอเติมอีกนิดก็ล้นเลย(และวิบากกรรมเก่าใกล้จะ หมดด้วย) แต่ในกรณีที่ไม่สามารถช่วยได้ก็เพราะว่า บุญเก่าของคนๆนั้นมีไม่มากพอ เหมือนน้ำแค่ก้นแก้ว ยังต้องรอเติมบุญอีกมาก อาจต้องใช้เวลาทั้งชาติหรือหลายๆชาติ กว่าจะเต็มแก้วหรือล้นแก้ว สิ่งที่หวังจึงจะสมหวังได้(เพราะวิบากกรรมเก่ายังมีอยู่มาก) ไม่ใช่เพราะท่านลำเอียงว่าช่วยคนนี้ไม่ช่วยคนนั้น มันเป็นไปตามเหตุปัจจัยมากกว่า

ทุกคนต่างมีกรรมเป็นของตนเอง แม้พระอรหันต์ในกาลก่อน หมดกิเลสแล้วยังต้องอดทนใช้หนี้กรรมเลย(ที่จริงท่านต้องอดทนมาหลายร้อยชาติ เลยจนชาติสุดท้ายที่เป็นพระอรหันต์) แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองก็ยังต้องวางอุเบกขา เพราะไม่สามารถเข้าไปช่วยอะไรพระอรหันต์ท่านนั้นได้ คุณตำรวจยังไม่หมดกิเลสซะหน่อย อดทนหน่อย ชาติต่อไปจะได้ไม่ลำบาก ความใจร้อนเจ้าโทสะก่อน-ขณะ-หลังทำบุญ จะทำให้เวลาจะได้ทรัพย์อะไรมาต้องมีเรื่องร้อนใจก่อน-ขณะ-หลัง ได้ทรัพย์ อยู่เสมอ ผังนี้ติดตัวคุณโยมมา ไม่น่าจะให้ติดตัวต่อไปอีกนะ

ให้ดู ตัวอย่างคุณโยมคำน้อย (ที่ประสบอุบัติเหตุขาขาดทั้งสองข้าง)แถมยังมีลูกน้อยอีก 2 คนที่ต้องคอยเลี้ยงดูตามลำพัง คุณโยมคำน้อย นั่งสมาธิเข้าถึงพระธรรมกายภายในแล้ว ตั้งใจทำบุญตลอดสม่ำเสมอ แต่เมื่อถึงคราวที่วิบากกรรมตามมาทันทวงหนี้ คุณโยมคำน้อย ก็ต้องอดทนทำใจรับกรรมนั้นไปทั้งน้ำตา แต่ก็ไม่เคยตัดพ้อต่อว่า ว่าบุญไม่ช่วย หรืออานุภาพของมหาปูชนียาจารย์ไม่มี แต่เข้าใจไปตามความเป็นจริงว่า "ใครทำกรรมใดไว้ ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น" แล้วมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติธรรม ทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา ให้ยิ่งๆขึ้นไป จวบจนทุกวันนี้ จนกลายเป็นตัวอย่างที่ดีน่าสรรเสริญให้กับคนอื่นๆได้ทั่วโลก ถึงความอดทนและความสู้ชีวิตของเธอ

ก็ไม่ได้ว่าเธอจะรวยขึ้นทันตาเห็น หรือกลับมามีขาเหมือนเดิม ทั้งที่เฝ้าเพียรอธิษฐานจิตอยู่ทุกวัน เพราะถึงอย่างไรก็ต้องรอเวลาเสวยผลบาปที่ก่อไว้ในอดีตให้หมดไปก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่บุญได้ช่องเธอก็จะกลับมาเจริญรุ่งเรืองยิ่งไปกว่าในชาตินี้ อย่างแน่นอน แต่ถ้าเธอยอมแพ้ หมดศรัทธาในบุญในครูบาอาจารย์แล้วไซร้ แล้วเมื่อไหร่กันที่เธอจะพ้นไปจากวิบากกรรมที่ก่อไว้แต่หนหลัง

QUOTE
หมู่ คณะไหนจะมาช่วยครับ เวลาทำบุญจนหมดตัว ก็ไม่เคยคิดถึงอนาคตเพราะถูกสอนเชื่อว่าบุญย่อมคุ้มครอง แต่เมื่อบุญไม่คุ้มครอง อธิฐานขอไม่เป็นผล ก็เลยสงสัยครับว่าตกลงว่าบุญมีอานุภาพไหม มหาปูชนียาจารย์มีอานุภาพไหม เพราะเคยทำมาหมดแล้วครับ ทั่งสมาธิก็นั่ง ศีลก็รักษา ทานบารมีก็เทหมดกระเป๋าบ่อยๆ แต่ปัญหาก็ยิ่งถาโถม


สิ่งที่คุณโยมตำรวจรักบุญกำลังประสบอยู่ดังที่กล่าวมานี้ ถ้าภาษาทำวิชชาเข้าเรียกว่า คุณกำลังถูก "ดับอธิษฐาน ถอนปาฏิหารย์" นั่นเอง รายละเอียดไม่ขอชี้แจง เพราะผู้ที่จะตอบคุณได้ดีที่สุดก็คือผู้ที่ได้ไปทำวิชชาละเอียดแล้วเท่า นั้น แต่ที่พญามารเขาทำกับคุณโยมแบบนี้ได้ก็เพราะเชื้อวิบัติบาปศักดิ์สิทธิ์ที่ ติดตัวคุณโยมมายังมีกำลังแรง ก็ต้องรอจนกว่ามันจะอ่อนกำลังหรือหมดสิ้นไปก่อนนั่นแหละ ผลบุญจึงจะทำงานได้อย่างเต็มที่

เหมือนกรณีของพระอรหันต์รูปหนึ่งที่อดีตชาติเคยทำลายลาภสักการะของพระ อรหันต์รูปหนึ่งด้วยจิตริษยา เกิดมากี่ชาติก็ต้องประสบกับความไม่มี จนชาติสุดท้ายบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วก็ยังประสบกับความไม่มี ต้องหิวไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จึงจะได้อิ่มเป็นมื้อสุดท้ายแล้วเข้าพระ
นิพพาน แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ช่วยพระอรหันต์รูปนี้ไม่ได้ ต้องวางอุเบกขาเหมือนกัน แต่เพราะบุญเก่าของท่านกับที่ได้ตั้งใจปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธองค์ จึงทำให้หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ได้ในที่สุด (แก้ผังเรื่องจนไม่ได้ แต่มีผังบรรลุธรรม)

#3 ping

ping
  • Admin
  • 251 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 05:37 PM

QUOTE
จะให้เชื่อมั่นว่ามหาปูชนียาจารย์มีอานุภาพ ก็โปรดแสดงให้ดูหน่อยได้มั้ยว่า อานุภาพที่ว่า มันเป็นยังไง


ถ้า คุณโยมได้เห็นวันอัศจรรย์ตะวันแก้วแล้วล่ะก็ ก็ไม่ควรกล่าวอย่างนี้ ..(หลวงพี่คนหนึ่งแหละที่ขอยืนยันด้วยชีวิตว่า เหตุการณ์วันนั้นยืนยันถึงอานุภาพของมหาปูชนียาจารย์อย่างไร้ข้อสงสัย)

และ ในสมัยพุทธกาลมีพระบวชใหม่ได้ยินได้ฟังเรื่องราวปาฏิหารย์ของพระพุทธองค์จาก คนอื่นๆ มามาก ก็เลยท้าทายพระพุทธองค์ให้ทรงแสดงปาฏิหารย์ให้ตนเห็น ไม่งั้นจะสึก พระพุทธองค์ก็ตรัสตอบว่า "เราไม่เคยปฏิญาณว่า ถ้าเธอมาบวชแล้วเราจะแสดงปาฏิหารย์ให้เธอเห็น เธอจะบวช
ต่อหรือจะสึกไปก็เป็นเรื่องการตัดสินใจของเธอ ไม่ได้อยู่ในข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้"

การที่คุณโยมตำรวจรักบุญ กล่าวต่อมหาปูชนียาจารย์อย่างนี้เป็นการไม่สมควรเลย เพราะท่านก็ไม่เคยปฏิญาณว่า ถ้าคุณตำรวจรักบุญจะเข้าวัดทำบุญแล้วไซร้ ท่านจะแสดงอานุภาพหรือปาฏิหารย์ให้คุณโยมตำรวจรักบุญเห็น และการที่ผู้มีคุณธรรมสูงจะแสดงอานุภาพหรือปาฏิหารย์ให้ใครเห็นนั้นก็เป็น สิทธิอันชอบธรรมของท่าน เราไม่สามารถไปบังคับกะเกณฑ์ให้ท่านทำได้ มันเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง พระธรรมกายภายในตัวท่านจะบอกเองว่า ควรจะแสดงอานุภาพหรือปาฏิหารย์กับใคร อย่างไร ที่ไหน เมื่อไหร่ และทำไมต้องแสดงหรือไม่แสดง...

QUOTE
ถ้าอธิฐานให้หลวงปู่ช่วย แล้วเราต้องละเอียดให้เท่าหลวงปู่งั้นก็จบละครับ ใครจะไปทำได้


คง ไม่ต้องรอให้ละเอียดเท่าหลวงปู่ แล้วหลวงปู่จึงจะช่วย แต่ขอให้ละเอียดในระดับหนึ่งที่พอจะเชื่อมต่อบุญที่ท่านส่งมาให้ได้เท่านั้น แว็บเดียวสว่างเลย สายบุญมาจรดที่ศูนย์กลางกายของเรา แต่ถ้าละเอียดไม่พอ ก็ได้แบบหกๆหล่นๆ หรือไม่ได้เลย แถมวิบากกรรมเก่าก็ยังแรง ก็หมดสิทธิ์ที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้อธิษฐานจิตไว้ได้

QUOTE
หรือถ้าใครไม่เชื่อมั่น ชอบตั้งคำถามจะเจอวิบากกรรม ให้เชื่อย่างเดียวห้ามสงสัยใช่เปล่า แล้วชีวิตจะไม่แย่ลงอย่างนั้นหรือ


นี่ เป็นความคิดของฝ่ายอกุศลที่พยายามทำให้คุณโยมตำรวจรักบุญสับสนไขว้เขวและหมด ซึ่งศรัทธาในเรื่องบุญและในมหาปูชนียาจารย์ ดังนั้นอย่างคิดอย่างนี้อีกนะ เพราะมันมีแต่โทษ ไม่มีคุณประโยชน์อันใดเลย จะบั่นทอนชีวิตการสร้างบารมีของตนเองไปเปล่าๆ คุณโยมตำรวจเป็นผู้มี
ปัญญา ลองเลือกดูสิว่า ระหว่างเชื่อมั่นต่อพระรัตนตรัย(ถึงจะประสบผลบ้างไม่ประสบผลบ้าง) กับเชื่อในสิ่งที่อกุศลมันเสี้ยมสอน แล้วอย่างไหน ที่จะพาคุณโยมตำรวจรักบุญไปสู่ความเจริญของชีวิตในภายภาคหน้าได้...

QUOTE
ใคร เข้าถึงธรรมกายแล้วมาตอบให้หายสงสัยหน่อยเถอะ ว่าผมทำวิบากกกรมอะไรมาถึงอธิษฐานอะไรยากจังเลยแล้วต้องแก้ไขยังไง ช่วยบอกไอ้ที่ผมยังไม่รู้ได้ไหม


QUOTE
ถ้า รู้วิธี รู้ว่าติดขัดตรงไหน ทำไมคนอื่นขอหลวงปู่ สำเร็จกันง่ายๆ เราขอเท่าไหร่ไม่ได้สักที แถมซวยอีกด้วยมันยังไงกันล่ะ ไม่ได้อยากให้ใครหมดกำลังใจ แต่อยากรู้คำตอบจริงๆนะครับ ว่ามันติดตรงไหน ก็อยากรู้ครับ ว่าทำไมเราทำไม่ได้สักที อะรไที่แนะนำมา ก็เคยทำมาหมดแล้ว อย่างยิ่งยวดด้วย ใครรู้จริงมาอธิบายให้ฟังหน่อยเร็ว


เข้า ใจความรู้สึกของคุณตำรวจรักบุญดี หลวงพี่เองก็อยากจะมีเพื่อนสนิทที่เข้าถึงพระธรรมกายที่สุดละเอียดไว้เป็น ที่ปรึกษาเหมือนกัน แต่ก็ต้องขอบอกว่า คนที่จะตอบคุณได้ในระดับลึกอย่างที่คุณโยมตำรวจรักบุญต้องการนั้น จะต้องเข้าถึงพระธรรมกายที่ละเอียดมากพอที่จะย้อนระลึกชาติไปดูต้นเหตุและ บอกวิธีแก้ไขตรงจุดให้กับโยมได้ และเท่าที่เข้ามาในเว็บบอร์ดแห่งนี้ ก็ยังไม่เห็นมีใครสามารถทำได้เลย เพราะคนที่ทำได้เขาก็มีหน้าที่ไปนั่งในอาคาร 60 ปีแล้วบางองค์ ไม่มานั่งพิมพ์แป้นคอมพิวเตอร์เหมือนเราๆกันอยู่หรอกนะโยม แต่ก็ด้วยความเมตตา ความอนุเคราะห์ และความมีน้ำใจไมตรีของเหล่าผองเพื่อนสมาชิกในเว็บ ที่ปรารถนาดีต่อคุณโยมจึงหมุนเวียนมาแนะนำข้อคิดกำลังใจให้กันและกัน

ถ้าคุณโยมตำรวจรักบุญต้องการจะรู้คำตอบในเรื่องนี้ให้ได้ เพื่อจะได้รื้อผังไม่ดีนี้ให้หมดไปเร็วๆ ก็ขอแนะนำให้มาบวชรุ่นหน้า แล้วตั้งใจนั่งสมาธิให้ดี แล้วเขียนถามคุณครูไม่ใหญ่ แล้วคุณโยมก็จะได้คำตอบที่จะไปรื้อผังไม่ดีนี้ให้หมดไปได้ ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ผังไม่ดีนี้ก็จะส่งผลต่อไปอีกกี่ชาติก็ไม่สามารถบอกได้ ก็อย่าประมาทแล้วกัน


#4 ping

ping
  • Admin
  • 251 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 05:44 PM

QUOTE
ไม่ได้ท้อครับ แค่ขอความมั่นใจว่า ที่ทำลงไปทั้งหมด ได้อะไรหรือไม่ได้อะไร หวังกับอะไรได้บ้างไม่ควรตั้งความหวังกับอะไรบ้าง


สาธุ..ที่ท้อไม่เป็น ให้สู้ทำดีต่อไป ไปเอาดีในชาติหน้าให้ได้ ถ้าได้ตั้งแต่ชาตินี้ถือว่าเป็นของแถม

ขอให้มั่นใจได้เลยว่า "ใครทำอะไรย่อมได้ผลอย่างนั้น"ต่างแต่จะช้าหรือเร็วก็อีกเรื่องหนึ่ง

ให้ ประกอบเหตุ สังเกตผล ทนเอาเถิด ประเสริฐนัก ๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำอย่างนี้ไปตลอดชีวิต

สิ่งที่ควรหวังก็คือบุญบริสุทธิ์ สิ่งที่ไม่ควรหวังก็คือ ความคิดที่ว่า"เมื่อไหร่ผลบุญจึงจะส่งผลอย่างที่ใจต้องการ"(เพราะไม่อยู่ใน วิสัยที่คุณโยมตำรวจรักบุญจะไปกำหนดกะเกณฑ์ใดๆได้เลย แล้วมันจะทำให้ต้องมาผิดหวังอยู่เรื่อยๆ ถ้ามันจะส่งผล ถึงเวลามันก็จะส่งผลเอง มันเป็นหน้าที่ของบุญกับ
ของผู้มีอานุภาพเขาประมวลฤทธิ์กันอยู่ มันไม่ใช่หน้าที่ของคุณตำรวจรักบุญ หน้าที่ของคุณตำรวจรักบุญก็คือ สั่งสมเหตุดีเข้าไว้ให้มากๆๆๆ จนตลอดชีวิต และเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีให้กับน้องๆที่จะตามเข้ามาภายหลังไปจนตลอดชีวิต ถ้าทำได้อย่างนี้ มนุษย์ก็สรรเสริญ เทวดาก็สรรเสริญ)


QUOTE
ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตอบแบบหลักการทั่วไป ช่วยให้ไม่รู้อะไรอีกเยอะ


QUOTE
ถ้าไม่รู้จริงๆก็ไม่ต้องจำคำหลวงพ่อมาตอบก็ได้ครับ เพราะฟังมาเหมือนกันทุกคนอยู่แล้ว


คราว หน้า คุณโยมตำรวจรักบุญ อย่าพูดอย่างนี้อีกนะ เพราะจะทำให้เพื่อนๆสมาชิกที่เขาหวังดีมาตอบคำถามให้กับคุณโยมเสียกำลังใจ และกรรมทางวาจานี้จะทำให้ต่อไปภายหน้าเวลาคุณโยมตำรวจรักบุญต้องประสบ เคราะห์ภัยใดๆอีกก็จะไม่มีใครเขาเห็นใจหรือมาให้กำลังใจคุณอีกเลย

และ เท่ากับกำลังดูถูกสติปัญญาของผู้ที่หวังดีที่มาแนะนำสิ่งดีๆให้กับคุณโยม ด้วย ว่าไม่รู้จริงก็อย่ามาสอน อย่างนี้ไม่ถูกนะโยม เพราะเพื่อนๆของเราก็อาศัยความรู้ที่ได้ยินได้ฟังมาจากครูบาอาจารย์และ หนังสือธรรมะ ก็เอามาแบ่งปันแนะนำกันไป ยังไม่มีใครหมดกิเลส ยังไม่มีใครรู้แจ้งแทงตลอด แต่ต่างก็มีความหวังดีปรารถนาดีต่อเพื่อนๆด้วยกัน เวลาเห็นใครมีปัญหา หมดกำลังใจ ต่างก็กุลีกุจอเข้ามาตอบให้ข้อคิด ให้กำลังใจ กันไป... ที่ถูกแล้วคุณตำรวจรักบุญ ควรจะพูดว่า

ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตอบแบบหลักการทั่วไป แต่ผมยังอยากจะรู้อะไรอีกเยอะในสิ่งที่ผมยังไม่รู้
เช่นว่า ..... ก็ว่ากันไป...

และควรจะพูดว่า

เข้าใจว่าเพื่อนๆยังไม่รู้จริง แต่ต้องขอขอบคุณที่นำธรรมะหรือคำสอนดีๆมาแนะนำนะกันครับ

อย่างนี้จึงจะถูกต้อง เหมาะสม และเป็นการให้กำลังใจกับเพื่อนสมาชิกที่เข้ามาตอบและหัดตอบคำถามในกระทู้นี้ และทุกๆกระทู้ที่โพสต์กันเข้ามา ไม่ใช่ว่า ผู้ที่จะตอบกระทู้ได้จะต้องรู้วาระจิต หรือรู้แจ้งแทงตลอดไปทุกเรื่องจึงจะมาตอบกระทู้ได้ ถ้าอย่างนี้ ก็เตรียมปิดเว็บบอร์ดได้เลย เพราะหา
ไม่เจอหรอกนะโยม


QUOTE
ถึงแม่ตอนนี้จะนั่งสมาธิอธิฐานจิตทุกวัน ก็คงไม่หวังหรอกครับว่าจะช่วยให้ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอะไรได้


สาธุ..ให้ นั่งสมาธิแล้วอธิษฐานจิตทุกวันต่อไป ถ้าชาตินี้อดทนทำได้อย่างนี้ตลอดชาติ ชาติต่อๆไปฉลุยแน่ ในสมัยพุทธกาลก็มีตัวอย่างหลายคนที่ทุ่มสร้างความดีทั้งชีวิต แต่ในชาตินั้นก็ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จใดๆเพราะวิบากกรรมยังไม่หมด (ทำให้หลายคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระพุทธศาสนาได้ช่องใส่ความว่า เห็นไหมทำดีมาตลอดชีวิต แต่ต้องมาตกระกำลำบาก สุดท้ายก็ต้องมาตายอย่างอนาถอีก) ก็มันเป็นเรื่องของกรรมเก่านี่นา แต่พอไปเกิดชาติใหม่ชีวิตก็กลับรุ่งเรืองด้วยผลแห่งบุญชนิดหน้ามือเป็นหลัง มือเลย ลองไปค้นในพระไตรปิฎกดูจะพบเรื่องทำนองนี้อยู่หลายเรื่องทีเดียว

QUOTE
ตอนนี้คงไม่หวังพึ่งใครแล้วล่ะครับ หลวงพ่อจะให้ทำบุญอะไรก็จะทำให้เต็มที่ แต่คงเอาเท่าที่ได้แหละ


สาธุ...ณ เวลานี้ก็ให้ทำอย่างนี้ไปก่อน แล้วเมื่อไรที่บุญได้ช่อง ผลแห่งบุญเกิดขึ้นกับคุณโยมตำรวจรักบุญแล้ว ค่อยกลับมาว่ากันใหม่

QUOTE
แต่ถ้ารู้ชัดเจนว่าหวังอะไรแบบนี้ไม่ได้ จะได้บริหารปัจจัยให้พอดี ลดการทำบุญลงบ้าง เพื่อให้สามารถมีทัพย์มาทำบุญได้เรื่อยๆ จะได้ไม่ตกบุญบางอย่างไป เพราะเวลามีบุญอะไรมาตรงหน้าผมก็ทำหมดทันที พอมีบุญใหม่มา ก็ไม่สามารถทำได้อีกแล้ว เพราะทรัพย์หมดไปกับบุญก่อนหน้า คืออยากรู้จริงๆครับว่า จะพึ่งพาอานุภาพบุญ อานุภาพของมหาปูชนียาจารย์ได้ไหม ถ้าพึ่งไม่ได้จะได้ไม่หวังอะไรอีก


พึ่งตนเองดีที่สุดนะโยม และพระพุทธองค์ก็ทรงสอนวิธีใช้ทรัพย์ออกเป็น 2 ระดับ

ระดับที่หนึ่ง ระดับจิตเดียวกับพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
ท่าน จะสอนให้สละทรัพย์จนหมดไม่มีเหลือ เหมือนหม้อน้ำที่คว่ำไม่เหลือน้ำไว้แม้เพียงหยดเดียว การที่พระพุทธองค์ตรัสสอนบุคคลในระดับนี้ ก็เพราะจิตของเขากล้าแข็ง ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้ง 8 คือ มีลาภ-เสื่อมลาภ มียศ-เสื่อมยศ สุข-ทุกข์ สรรเสริญ-นินทา แม้ทำทานหรือความดีอื่นๆจนต้องแลกกับการสูญเสียอวัยวะหรือชีวิต ก็ไม่หวั่นไหวใดๆทั้งสิ้น และจิตใจของบุคคลเหล่านี้จะแช่มชื่นเบิกบาน มีชีวิตอยู่ด้วยสติปัญญาเหนือปุถุชนทั่วไป เพราะมีความเข้าใจในเรื่องชาตินี้ชาติหน้า และกฎแห่งกรรม อย่างไม่คลอนแคลน แม้มีพญามารมาทดสอบกำลังใจก็จะไม่ท้อแท้ท้อถอยเลย มุ่งไปสู่เป้าหมายของชีวิตด้วยการทำความดีโดยไม่สนใจเรื่องปลีกย่อยที่คอยมา เป็นอุปสรรคขัดขวางการทำความดี สู้กับอุปสรรคเหล่านั้นไปจนกว่าจะชนะในชาติใดชาติหนึ่งอย่างสมศักดิ์ศรี เป็นที่กล่าวขวัญของหมู่มนุษย์และปวงเทวาทั้งหลาย เพราะมีจิตใจดุจบุรุษอาชาไนย คือ ท้อไม่เป็น และไม่มัวเสียเวลามากล่าวโทษใคร มุ่งแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เยี่ยงพระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อน

ระดับที่สอง ระดับจิตเดียวกับปุถุชนทั่วไป
เมื่อระดับจิตของเรายังไม่ถึงกับระดับจิตของพระโพธิสัตว์ ท่านจะสอนให้บริหารการใช้ทรัพย์ดังนี้
เมื่อได้ทรัพย์มาแล้วจำนวนหนึ่ง ก็ให้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน
1.ส่วนที่ใช้สำหรับ ส่วนตัว ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่ารถ ค่าน้ำมันรถ ฯลฯ
2.ส่วนที่ใช้สำหรับ ลงทุน ได้แก่ ค่าศึกษาเล่าเรียน ค่าดำเนินการธุรกิจ
3.ส่วนที่ใช้สำหรับ สำรอง ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บไข้ ค่าซ่อมแซมอุบัติเหตุต่างๆ
4.ส่วน ที่ใช้สำหรับ ทำบุญ ได้แก่ ทำบุญกับพระในบ้าน ผู้มีพระคุณ สงเคราะห์หมู่ญาติ สาธารณกุศลต่างๆ และทำบุญกับพระสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญ

แต่ทั้ง 4 ส่วนนี้ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องแบ่ง 25% เท่ากันทั้งหมด เราสามารถแบ่งตามสัดส่วนความจำเป็นในแต่ละงบได้

ถ้าบริหารการใช้ทรัพย์อย่างนี้ได้ เราก็จะมีความสุขจากการไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากใคร และสามารถทำบุญได้อย่างสุขใจโดยที่ไม่ต้องกระทบตนและผู้อื่น สามารถประคองนาวาชีวิตให้ไปสู่สุคติและพระนิพพานได้เช่นกัน

สุดท้ายนี้ ก็ต้องขออนุโมทนาบุญกับคุณโยมตำรวจรักบุญ และคุณโยมผู้อ่านทุกท่าน ที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย และหวังว่าทุกท่านจะได้แง่คิด นำไปดำเนินชีวิตในการสร้างบารมีได้อย่างถูกทิศทาง ไม่หลงทางไปกับกระแสความคิดที่พญามารสอดละเอียดเข้ามาในใจของเรา แล้วบิดเบือนให้เราหมดศรัทธาในเรื่องบุญและอานุภาพของผู้ทรงธรรม

บุญรักษา

#5 Tung

Tung
  • Admin
  • 195 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 06:09 PM

กราบอนุโมทนาบุญกับหลวงพี่ครับ

#6 @--แสงตะวัน--@

@--แสงตะวัน--@
  • Members
  • 723 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:Thailand

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 06:50 PM

ขอกราบอนุโมทนุญครับหลวงพี่... :-)
"ชีวิตนี้อุทิศเพื่อพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย"

#7 ping

ping
  • Admin
  • 251 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 07:02 PM

ขอเพิ่มเติมอีกสักนิด (อย่าถือสาหลวงพี่นะ)

ขอให้คุณโยมตำรวจรักบุญ กราบขอขมามหาปูชนียาจารย์ด้วยในวันอาทิตย์ต้นเดือนนี้ ตอนที่ท่านนำขอขมาพระรัตนตรัย เพื่อจะได้ไม่มีเศษกรรมติดตัวไป ข้ามภพข้ามชาติ

เพราะคุณูปการที่มหาปูชนียาจารย์ทำไว้ให้กับพระพุทธศาสนานั้น มากมายเกินกว่า ข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆ ที่ท่านอาจมี ซึ่งเราไม่ควรไปเพ่งโทษท่าน ในเรื่องเหล่านี้ (เราเองยังทำคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาได้ไม่มากเท่าท่านเลย ไม่ควรนึกตำหนิท่านนะโยม ท่านเหนื่อยมาตลอดชีวิต สละ
ความสะดวกสบายเพื่อทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา และพัฒนาให้ดีขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากในโครงการต่างๆที่ผ่านมา)

ท่านก็ช่วยเราสุดความสามารถของท่านแล้ว เหมือนพ่อที่รักลูก และมีลูกมาก(เป็นล้านๆคน) ท่านก็รักเท่ากันทุกคนนั่นแหละ เพราะพระโพธิสัตว์ทั้งหลายนั้นรักสรรพสัตว์ทั้งหลายดุจบุตรในอุทร เพียงแต่ท่านยังช่วยได้ไม่หมดทุกคน ช่วยได้เป็นบางคน บางเวลา ก็สุดความสามารถของท่านแล้ว
อย่าให้ท่านต้องเหนื่อยใจเพราะลูกๆไม่เข้าใจท่านอีกเลย...

คนที่กลั่นแกล้งชะตาชีวิตของคุณโยมตอนนี้และที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่มหาปูชนียาจารย์นะ แต่คือพญามารต่างหากที่คอยตามรังแกสรรพสัตว์อยู่ร่ำไป ดังนั้น โฟกัสให้ถูกตัวจริงนะ ว่าเราจะโทษใครกันแน่ และควรจะเห็นใจใคร ควรจะช่วยเหลือใคร

สาธุ...

เพราะเราคือ วงบุญพระโพธิสัตว์ ... เราจึงต้องรักกัน และสร้างบารมีกันไปเป็นทีม



#8 มะลิแก้ว

มะลิแก้ว
  • Members
  • 127 โพสต์

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 07:52 PM

กราบอนุโมทนาบุญหลวงพี่มากเลยค่่ะ (ขออนุญาตหลวงพี่ Copy ไปใช้หน่อยน่ะค่ะ)

ก็มีเพื่อนและผู้ใกล้ชิดที่เกิดความลังเลในเส้นทางสร้างบารมีนี้เช่นเดียวกันกับคุณตำรวจรักบุญเหมือนกัน
การทำบุญต้องทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ อย่างอื่นเป็นผลพลอยได้ คิดได้อย่างนี้เราก็จะสบายใจ
คุณตำรวจรักบุญก็สร้างบุญบารมีมาไม่น้อย อย่าให้ถึงกับเสียหลักเลยน่ะค่ะ น่าเสียดายค่ะ แต่ก็เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกค่ะ
ก็อยากให้รู้ว่า เพื่อนๆที่เข้ามาตอบ ก็พยามเข้ามาให้กำลังใจค่ะ.. ตอบได้ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ก็ขอให้อภัยกัน

#9 ณ ๐๗๒

ณ ๐๗๒
  • Members
  • 1340 โพสต์
  • Location:Ladkrabang

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 08:55 PM

กราบนมัสการพอจ. และ อนุโมทนาบุญค่ะ เป็นคำสอนและแนวทางการปฏิบัติที่มีประโยชน์ต่อการสร้างบารมี

และขออนุโมทนาบุญ กับความตั้งใจที่ดีของ นรอ.ตำรวจรักบุญด้วย
ก็ขอให้นรอ.ตำรวจรักบุญ ทราบไว้ว่า ดิฉันคนนึงที่รู้สึกเป็นห่วง และช่วยลุ้นให้คุณผ่านเรื่องยากลำบากในชีวิตไปได้ด้วยดี
ไม่มีสิ่งใด ที่จะสามารถมอบให้ได้ นอกจาก กำลังใจ
ไม่มีคำแนะนำใดๆ นอกจากคำๆ นี้ "จงสู้ต่อไป" และ "จงสู้ต่อไป"

ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51)

ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี  ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ
แท้จริงแล้วความรักก็เปรียบดั่งเครื่องพันธนาการ  ที่มัดตรึงเหนียวแน่น ให้ลุ่มหลงอยู่ ย่อมจะต้องเวียนว่ายตายเกิดและจมอยู่ในกองทุกข์ร่ำไป


#10 Yenta4

Yenta4
  • Members
  • 21 โพสต์
  • Interests:Dhamma

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 09:08 PM

สาธุๆๆ...Lp'Ping ตอบได้ชอบแล้ว หวังว่ากระทู้นี้คงทำให้คุณตำรวจรักบุญได้สบายใจขึ้นนะครับ และ่ยังเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นๆอีกด้วย เพราะตามตัวอย่างในพระไตรปิฏกที่ยกมาก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ พระอรหันต์บางท่านจะหมดกิเลส ยังต้องไปบรรลุธรรมในปากเสือเลย แสดงบุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป ถ้าอนันตริยกรรมเป็นกรรมหนักฝ่ายอกุศล มหัคตกุศลของฝ่ายบุญที่สามารถตัดรอนวิบากกรรมเก่าของเราได้ ถ้าในพระไตรปิฏกก็ต้องได้อัปปนาสมาธิตั้งต้นแต่ปฐมฌานขึ้นไป ถ้าในภาษาของเราก็คือต้องใจหยุดสนิทจนถึงดวงปฐมมรรคภายใน ไม่ใช่แค่กุศลนิมิตที่เรานึกได้นะครับ หมายถึงดวงธรรมจริงๆที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ บุญศักดิ์สิทธิ์จึงจะได้ช่องสอดละเอียด มาเจือจางวิบากกรรมเก่าของเราได้อย่างฉับพลัน

ฉะนั้นถ้าเราจะทำให้กรรมเก่าของเราเจือจางลง ก็ต้องหมั่นรักษาศีล นั่งธรรมะด้วยใจที่ปราศจากความกังวลต่างๆ ทำใจให้อยู่ในอารมณ์สบายให้สม่ำเสมอ ต้องทำย้ำๆซ้ำๆไปเรื่อยๆ จนเราหมดความสงสัยในตัวเรา และเราก็เป็นที่พึ่งของตัวเราได้ อันนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านสอนเสมอๆ แม้ผู้ใจละเอียดแล้ว ที่ไปศึกษาธรรมะที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่งๆขึ้นไป ท่านก็ไม่ทิ้งพื้นฐานตรงนี้เลย ยังต้องทำตลอดเวลา ต้องทำจิตให้บริสุทธิ์ยิ่งๆขึ้น ต้องสะสางธาตุธรรมตัวเองให้บริสุทธิ์ยิ่งๆขึ้น บาปฝ่ายอกุศลจึงจะเจือจางลง ถ้าใจใสมาก สว่างมาก ก็เจือจางมาก ถ้าใจเราใสน้อย ยังปนด้วยความกลัดกลุ้มต่างๆ บาปอกุศลก็เจือจางช้า

สุดท้ายนี้ ก็ขอให้ทำใจใสๆกัน รอรับบุญใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันทอดกฐินนี้กันนะครับ tongue.gif tongue.gif

#11 Nee-Sansanee 2

Nee-Sansanee 2
  • Members
  • 893 โพสต์
  • Gender:Female

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 09:24 PM

นมัสการ หลวงพี่ping ด้วยความเคารพ


สาธุ ๆ ๆ อนุโมทนาบุญธรรมทานนี้มีประโยชน์มาก กระจ่างชัดทุกประเด็นค่ะ

เป็นความรู้ที่นำไปสอนตัวเองและนำไปบอกกล่าวเล่าต่อได้ดี ด้วย

ต้องกราบขอบพระคุณพอจ.ด้วยค่ะที่เมตตาอธิบายไว้ทุกหัวข้อพอดี ๆค่ะ

...............


ถึง คุณตำรวจรักบุญ

innerpeace ขอส่งกำลังใจให้คุณตำรวจรักบุญด้วยค่ะ เคยจำประโยคหนึ่งมาจากหลวงพ่อทัตตะ

ท่านว่าอย่างนี้ " นี่แค่เศษนะ ส่วนของกรรมนะหนักกว่านี้ผ่านไปแล้ว" ก็ไว้ปลอบใจตัวเองค่ะเพราะเราไม่รู้

ว่าไปทำผิดทำพลาดอะไรไว้ในอดีต ก็ขอให้คุณตำรวจพ้นอดีตกรรมทั้งส่วนและเศษเร็ว ๆค่ะ เมื่อบุญได้ช่อง

ส่งผลเต็มที่ก็เข้าถึงพระธรรมกายด้วยจ้า


#12 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2477 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 06 November 2010 - 09:29 PM

กราบอนุโมทนา พระอาจารย์ ที่มีกรุณาต่อ คุณ ตำรวจรักบุญ ด้วยขอรับ

แนบไฟล์  Sadhu.gif   22.04K   20 ดาวน์โหลด แนบไฟล์  Sadhu.gif   22.04K   20 ดาวน์โหลด แนบไฟล์  Sadhu.gif   22.04K   20 ดาวน์โหลด

ที่จริงเพื่อนสมาชิก กัลยาณมิตรหลายๆท่าน ก็เคยร่วมตอบกระทู้ คุณ ตำรวจรักบุญ
มามากพอสมควรแล้วนะครับ

คุณ ตำรวจรักบุญ ย่อมเจอคำตอบที่ถูกต้อง(แต่อาจไม่ถูกใจ) และมากด้วยน้ำใจไมตรีจากเพื่อนสมาชิกเสมอ ๆ

http://www.dmc.tv/fo...showtopic=24088

http://www.dmc.tv/fo...showtopic=23730

http://www.dmc.tv/fo...showtopic=24059

http://www.dmc.tv/fo...showtopic=23575

http://www.dmc.tv/fo...showtopic=23388

http://www.dmc.tv/fo...showtopic=22794

http://www.dmc.tv/fo...showtopic=23376

สรุป
คำตอบที่ถูกต้องมีอยู่แล้ว
ความรู้ ความเข้าใจในหลักวิชชาคุณ ตำรวจรักบุญ ก็เข้าใจอยู่แล้ว

แต่ทำไม ยังไม่หลุดพ้นพันธการกรอบความคิดเดิมๆ ซะทีครับ

คุณ ตำรวจรักบุญ ควรทบทวนเรื่องลำดับความสำคัญของ
การปฏิบัติบูชา กับ อามิสบูชา ได้แล้วกระมังครับ

ผมเองไม่สามารถมากพอช่วยเหลือให้ได้ดั่งใจ ได้แต่ส่งแรงใจ
ให้คุณ ตำรวจรักบุญ สมปรารถนาด้วยอำนาจแห่งผลบุญและพระรัตนตรัย ไว ๆนะครับ
ใจหยุดที่สุดแห่งบุญ มุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม

#13 Airy

Airy
  • Members
  • 162 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 November 2010 - 12:20 AM

.....เป็นกำลังใจให้ครับ...คุณตำรวจรักบุญ...

.....ผมสงสัยว่า..คุณตำรวจ..คงเป็นธาตุธรรมที่สำคัญเป็นพิเศษ...ครับ (ฟังหู..ไว้ 2 หู)
.....(คือไม่รู้จะอธิบาย..ยังไงดี..เอย..เพราะผมก็ยังมองไม่เห็นกลไกลึกๆ)

.....ปัจจุบันผมก็มี "แพทเทอน..ชีวิต..อย่างเดียวกับคุณตำรวจทุกกรณี..ที่เล่ามาครับ)
.....พึ่งเป็นเมื่อ 7-8 ปี..หลังมานี้..เอง (หนักสุดก็ตกงานเลย..ปัจจุบันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น)
.....ปัจจุบัน..อดมื้อ..กินมื้อ (เกาะพ่อแม่กิน..ครับ)

.....เรียนรู้ทุกอย่าง...ทำทุกสิ่ง...รับฟังทุกเรื่อง...ปฏิบัติเท่าที่ทำได้...แต่..............
.....ยังรักการทำบุญ..และเชื่อมั่น...(..แต่แอบน้อยใจนิดๆ..เหมือนกัน..แฮะๆ)
.....พยายามคิดว่าเราอยู่ผิดตำแหน่ง..ผิดหน้าที่หรือเปล่า...(โอ้ว...โย้วว...ไปไกลเลย)

.....เมื่อยี่สินปีก่อนเข้าวัดทำบุญใหม่ๆ..มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็นล้านอย่างอัศจรรย์...
.....แต่หลังจากนั้น..เข้าวัดทำบุญมาก (ตามความเข้าใจของตนเอง) ที่ไรเดือนร้อนทุกที
.....แต่ไม่ถึงกับได้ทุมเทสุดชีวิตครับ (ใจยังไม่ถึงขั้นนั้น..แต่ก่อนตายเอาแน่..ถ้ารู้ตัวทัน)

.....แต่เมื่อไปอ่านประวัติภาคพิเศษ..ของหลวงปู่..คุณยาย..หลวงพ่อ..
.....ปรากฎว่าทุกท่านมีช่วงชีวิตแห่งความเป็น..มหาทุกคตะ...เหมือนกันหมดเลย
.....ทั้งที่สร้างบุญมายิ่งกว่าฟ้าครอบจักรวาล..นับไม่ถ้วนจักรวาล..เลย
.....เลยใจชื้นขึ้นมาบ้าง...(ขออภัย..ไม่ได้เอาตัวไปเปรี่ยบเทียบ..ท่านครับ)

.....เศรษฐีที่ทำกองกฐินประจำวันบ่อยๆ...ก็เป็นมหาทุกคตะอยู่ตั้งนาน
.....นานตั้งหลายปี (แบบมองไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเลย)...อยากจะทำบุญก็ทำไม่ได้
.....ทุกข์อยู่ตั้งหลายปี...ทั้งที่มาถึงหลวงพ่อแล้ว...และได้เห็นเขาทำบุญกันโครมๆ
.....ตัวเองก็มีจริตรักการทำบุญ..มาข้ามภพข้ามชาติมาก...จะต้องทนทุกข์ขนาดไหน...

.....ที่สุดแล้ว..ขอเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปครับ...วันนั้นมาถึงแน่ (ไม่ได้พูดย้อมใจนะครับ)

#14 Jeabka

Jeabka
  • Members
  • 248 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 November 2010 - 06:37 PM

กราบอนุโมทนาบุญกัีบพระคุณเจ้าด้วยคะ ได้ความรู้และความคิดอีกเยอะเลย
จะว่าสิ่งที่คุณตำรวจรักบุญเจอ ทุกคนต้องได้เจอแน่ๆ จะช้าหรือเร็ว มันจะหนัก-เบา จะสั้นหรือยืดเยื้อยาวนานแค่ไหนก็ไม่รู้ หรือจะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอีกเท่าไหร่ก็ไม่ทราบ

การที่คุณตำรวจบุญปรึกษาเรื่องนี้ ถือว่าเป็นความโชคดีของพวกเรามากกว่านะคะ ที่ได้นำกลับไปพิจารณาและปรับปรุงตัวเองได้ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ
และคอยระมัดระวังความคิด เพราะหากคิดย้ำเรื่องที่ทำให้ใจหมองบ่อย ๆ มันส่งผลต่อการกระทำแน่ๆ


QUOTE
นักเรียนอนุบาล ping

พระพุทธองค์ตรัสสอนว่า ให้ยึดธรรมะเป็นหลักไม่ให้ยึดที่ตัวบุคคล และบัณฑิตเมื่อประสบทุกข์ย่อมไม่ทิ้งธรรม(การทำความดี)


บทสรุปของเรื่องนี้

QUOTE
นักเรียนอนุบาล Airy
.....แต่หลังจากนั้น..เข้าวัดทำบุญมาก (ตามความเข้าใจของตนเอง) ที่ไรเดือนร้อนทุกที


เป็นเหมือนกันน่ะค่ะ แต่ก็ทำเต็มกำลังเท่าที่สามารถ
เราก็เออ! เป็นได้ทุกครั้งเลยตั้งแต่เ้ข้าวัดมา คือมีก็ทำเต็มกำลังเสมอ พอเริ่มทำบุญไปสักพัก ทำแล้วทำมั๊ยปัญหาตามมาเยอะหว่า เหมือนโดนรุมซะ (ซึ่งตั้งแต่เล็กจนโต ปัญหาัมันก็มีมาตลอดอยู่แล้ว แต่เราไม่เฉยๆ ไม่ค่อยรู้สึกมันเองต่างหากว่าเป็นปัญหา้ ไม่พ้อว่าทำบุญแล้วไม่เจออานุภาพ ไม่เห็นบุญส่งผล ฯลฯ) พักนี้ เลยคิดไปเลยว่า สงสัยบุญใหญ่ มารต้องการตัดกำลัง ต้องการลองกำลังความคิดสติปัญญา กำลังใจตัวเรา หากเปรียบเทียบเป็นสงครามกองทัพกำลังโดนตัดกำลัง เค้าทำทุกวิถีทาง ทุกหนทาง ที่คิดทั้งหมดทั้งมวลนี้ เพื่อให้ตัวเองไม่ได้ท้อใจหรือหลุดจากการทำบุญ เพราะจริงๆ แล้ว เราเป็นลูกเชื้อชาติจีน ไม่ได้โดนปลูกฝังให้รู้จักการทำทาน สร้างบุญสร้างบารมีอะไรมากมาย ส่วนตัวไม่เคยแสวงหาวัดทำบุญ ขนาดไหว้เจ้าตามเทศกาล ยังไม่ได้ไปสนใจอะไรเลย แต่หวนกลับไปคิดก็แปลก ชีวิตวนเวียน อยู่ในสายธรรมกายตั้งแต่มธัยมค้นมาตลอด มีห่างหายจากไปบ้างตามวัย แต่จะด้วยอะไรก็แล้วแต่เหมือนโดนสิ่งหนึ่งดึงดูดมา หากทางธรรม ก็คงบุญส่งผล เราเจอในสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคม และโลกมนุษย์ส่วนรวมแล้ว จึงทำบุญที่วัดพระธรรมกายมากที่สุด

การอธิษฐาน นานาเทศนา
http://www.dmc.tv/pr...riyamettrai.wmv

#15 ณ ๐๗๒

ณ ๐๗๒
  • Members
  • 1340 โพสต์
  • Location:Ladkrabang

โพสต์เมื่อ 07 November 2010 - 07:46 PM

พูดถีงการเจอเรื่องลำบากในชีวิต เพราะเหตุเกี่ยวเนื่องจากการสร้างมหาทาน ก็มีในพุทธประวัติด้วย แต่บุญก็ส่งผลในชาติถัดๆ ไป ในขณะที่ตกระกำลำบาก ท่านเหล่านั้น ไม่เคยบ่น ไม่เคยตัดพ้อต่อว่า

ในทัศนะของดิฉัน(ไม่ได้เฉพาะเจาะจงคุณตำรวจฯ แต่ถ้าอ่านแล้วชอบใจ จะนำไปใช้บ้างก็ไม่ว่ากัน) แค่อยากแชร์แนวคิดให้เพื่อนสมาชิกใหม่ๆได้ทราบ
ถ้าคิดทุ่มเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ในการสร้างทานบารมี ก็ต้องไม่เสียดาย หรือเสียใจ น้อยใจ ในการกระทำบริจาคทานในกาลที่ผ่านมา เพราะเป็นการกระทำที่ผิดหลักวิชชา ถ้าเป็น..ก็ควรเร่งรีบแก้ไข
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเสียใจ น้อยใจหรือไม่...กับผลในกาลข้างหน้า ก็ไม่ควรกระทำเหตุให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก
แต่ที่ถูกคือ ควรแก้เรื่อง น้อยใจ เสียใจ เสียดาย มากกว่า

ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51)

ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี  ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ
แท้จริงแล้วความรักก็เปรียบดั่งเครื่องพันธนาการ  ที่มัดตรึงเหนียวแน่น ให้ลุ่มหลงอยู่ ย่อมจะต้องเวียนว่ายตายเกิดและจมอยู่ในกองทุกข์ร่ำไป


#16 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 07 November 2010 - 09:01 PM

อ่านแล้วก็ซาบซึ้งตามไปด้วยครับ
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#17 ดินสอแห่งธรรม

ดินสอแห่งธรรม

    สร้างบารมีเป็นหมู่คณะ = ฝึกตนให้เป็นผู้ใจกว้าง

  • Members
  • 1478 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ดุสิตบุรี
  • Interests:สร้างบารมีแบบเต็มกำลัง

โพสต์เมื่อ 07 November 2010 - 09:52 PM

....ก็เหมือนเวลาอยากเห็นผี เห็นวิญญาณ การท้าทายก็ใช่จะเห็น ไม่ท้าทายก็ใช่จะเห็น แต่วิธีแห่งอริยะด้วยการเข้าไปรู้แจ้งเห็นจริงนั้น เป็นของละเอียด ใจต้องละเอียด วาจา และกายต้องละเอียด เมื่อทำถูกวิธีก็ใช่จะเห็นทันที ก็ต้องใช้เวลากลั่นให้อายัตตนะตรงกัน ธาตุธรรมสะอาด ก็เคยมีมาแล้ว ที่ชาวบ้านถูกหายจากศาลพระภูมิ ก็ไหว้ก็กราบ ดูแลอย่างดี แต่พอมีทุกข์ ไปบนบานศาลพระภูมิเดิม หวังจะพ้นทุกข์ แต่ก็ถูกหวยกิน สุดท้าย คือ รื้อศาลทิ้ง ศาลพระภูมินั้นหรือคือผู้ผิด?

....ถ้าอะไรๆ ทำได้ง่ายๆ ทำตามง่ายๆ เชื่อง่ายๆ จะมีนรกไว้ทำไม? ก็เหตุนี้แหละ ถ้ารู้ไม่ลึกก็หนีนรกไม่ได้ หลบไม่เป็น ฯลฯ ในชีวิตนึงก็ดีแล้วที่เราได้รู้จัก นับถือผู้ที่พยายามหนีพ้นจากกิเลส อันเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก หากใครทำได้ คนนั้นก็น่าเชื่อถือ น่านับถือ เพราะมันพิสูจน์แล้วว่า ทำยากมาก เลียนแบบยาก ทำได้ก็ทำไม่เหมือนกัน ทำแล้วก็ใช่จะได้ผลเหมือนกันอีก ยังมีรายละเอียดอีกมาก นี้ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดและเข้าใจมาโดยตลอด ผลคือ เกิดความสุข หมดความทุกข์ ได้แค่นี้ก็ดีสำหรับผมแล้ว...
..อันมือของฉันสองมือนี้ ดูเล็กนิดเดียวและไม่มั่นใจว่าฉันจะสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดแก่โลกใบนี้ได้.. แต่ฉันมั่นใจว่า ...หัวใจของฉันนี้ มอบไว้ให้แด่พระพุทธศาสน์....

#18 ชีวิตงาม

ชีวิตงาม
  • Members
  • 164 โพสต์

โพสต์เมื่อ 08 November 2010 - 12:53 PM

สาธุ..กับคำแนะนำของพระอาจารย์ครับ
ผมอายุยังน้อยไม่รู้จะตอบอะไร ได้แต่อ่าน
คุณตำรวจรักบุญคงจะหายสงสัยและสบายใจขึ้นนะครับ

#19 รัก แล้ว ทุกข์

รัก แล้ว ทุกข์
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 08 November 2010 - 02:56 PM

ขอบคุณคุณตำรวจรักบุญที่ให้ธรรมทานเป็นเคสกับพวกเรา ทางหมอก็เหมือนอาจารย์ใหญ่

ขอบคุณหลวงพี่ ping ที่มาตอบคำถามให้พวกเราได้กระจ่าง เปรียบเหมือนอาจารย์หมอ

ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ ........... อ่านแล้วได้ความรู้ และได้กำลังใจขึ้นมากๆ

#20 สาธุธรรม

สาธุธรรม
  • Members
  • 1124 โพสต์

โพสต์เมื่อ 08 November 2010 - 05:19 PM

น่าจะมีคำกล่าวที่ว่า "ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า" อย่างน้อย สัก 1 ครั้ง


ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า แม้ครั้งที่ 1

ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า แม้ครั้งที่ 2

ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า แม้ครั้งที่ 3

ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า แม้ครั้งที่ 4

ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า แม้ครั้งที่ 5

ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า แม้ครั้งที่ 6

ดิฉันเข้าใจว่าพระอาจารย์คงใช้เวลาไม่น่าจะต่ำกว่า 2 ชั่วโมงในการรวบรวมข้อมูลต่างๆ และ ตอบสิ่งต่างๆ ข้างต้น
ส่วนคุณDd2683 ก็คงใช้เวลามากรองลงมา

ดิฉันได้รับความรู้และกำลังใจ รวมถึงความกระจ่างจากพระอาจารย์มากขึ้นค่ะ
แต่ที่ได้รับมากกว่านั้นคือ ได้รับกระแสแห่งความเมตตากรุณา ความปรารถนาดี ค่ะ

จึงขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า อีกครั้งค่ะ แม้ครั้งที่ 7

เป็นกำลังใจให้คุณตำรวจรักบุญค่ะ
หยุดนิ่งนั้นแหละไซร้ พรหมจรรย์
พระผุดผ่านทุกวัน สะอาดเกลี้ยง
นิวรณ์หมดสุขสันต์ สดชื่น
ชีพรื่นธรรมหล่อเลี้ยง ผ่องทั้งกายใจ

สุนทรพ่อ

#21 NooF ประตูน้ำ ภาค 7

NooF ประตูน้ำ ภาค 7
  • Members
  • 21 โพสต์

โพสต์เมื่อ 09 November 2010 - 12:34 PM

"ตนทำบาปก็ได้รับทุกข์เอง ตนทำบุญก็ให้ความสุขแก่คนนั้น บุญบาปเป็นของเที่ยงแท้แน่นอน ใครทำบาป บาปย่อมให้ผล ใครทำบุญกุศล บุญกุศลย่อมตามให้ผล แต่บางอย่างบางประการนั้น ไม่ทันกับใจกิเลสมนุษย์ ก็เลยเข้าใจว่าทำบุญก็ไม่เห็นผล แต่ว่าบาปไม่ทันก็เห็นผล"

#22 samorn072

samorn072
  • Members
  • 19 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 09 November 2010 - 07:49 PM

กราบนมัสการพระอาจารย์ฯค่ะ บทความที่ท่านได้ตอบคูณตำรวจเป็นข้อความที่ให้กำลังใจในการสร้างบารมีมากๆค่ะ เพราะเมื่อก่อนหน้านี้ดิฉันก็ไม่เข้าในบุญเหมือนคุณตำรวจค่ะแต่ตอนนี้ดิฉันรับมันได้เพราะเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้มันคือภาพในอดีตของเราทำเอาไว้นั่นเอง พอรู้อย่างนี้ดิฉันรับมันได้และอยู่กับปัจจุบันได้อย่างสบายๆเลย ตอนแรกก็เกือบแย่เหมือนกันสู้กันสุดๆเลย คุณตำรวจคะต้องอดทนต้องสู้นะจึงจะชนะค่ะ คุณตำรวจคะทุกวันนี้ต้องคิดเสมอว่าเราใช้บุญอยุ่ทุกๆๆวินาทีนะ ขอให้คุณสั่งสมบุญอยู่เป็นหน้าที่ต้องทำก็ได้นะแล้ววันหนึ่งคุณจะค่อยๆดีขึ้นเองทั้งทางด้านร่างกายและสภาพจิตใจค่ะ แรกๆๆก็ดูเหมือนจะไม่เกิดอะไรขึ้นแต่ทำไปเรื่อยๆจะรู้ได้ด้วยตัวของคุณเองนะไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะทำเถอะนะจะเป็นกำลังใจให้คุณเอง เอาบุญมาฝากทุกๆบุญนะ บุญกฐินอัศจรรย์มากๆเลยล้นกองอย่างเหลือเลยสาธุๆๆๆๆๆๆ

#23 usr36141

usr36141
  • Members
  • 50 โพสต์

โพสต์เมื่อ 10 November 2010 - 11:02 AM

กราบพระอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ รู้สึกซาบซึ้งในคำสอนของท่านมาก ช่วยเป็นกำลังใจในการสร้างบารมีต่อไป จะสู้ สู้ สู้ ต่อไปแม้จะมีปัญหามากมายก็ตาม

#24 Kay :)

Kay :)
  • Members
  • 238 โพสต์

โพสต์เมื่อ 10 November 2010 - 03:52 PM

กราบอนุโมทนาบุญกับหลวงพี่ค่ะ

#25 บ่าวอุบล

บ่าวอุบล
  • Members
  • 632 โพสต์

โพสต์เมื่อ 14 November 2010 - 02:09 PM

ขอสรรเสริญท่านตำรวจผู้กล้า แห่งกองทัพธรรม ที่เป็นกรณีศึกษาอย่างดี
ขอกราบอนุโมทนาบุญพระอาจารย์ ทำชำแหละเคส ได้อย่างยอดเยี่ยม ประหนึ่ง จุดเทียนในที่มืด หงายของที่คว่ำ บอกทางแก่ผู้หลงทาง


#26 *SafePhbiz*

*SafePhbiz*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 10 November 2011 - 04:09 PM























Viagra no prescription - belgie viagra without prescription
As we saw in the previous chapter, the options for drug therapy in the treatment of sleep apnea are few and relatively ineffective. Some drugs may be appropriate when central apnea is the problem, since they act to repair the mechanisms responsible for a malfunctioning respiratory drive. Protriptyline, for example, stimulates the muscles of the upper airway; it also decreases the time spent in REM sleep, thus minimizing the periods during which most severe OSA occurs. In OSA, however, the causes of the breathing disruption are usually of a physical nature, making drug therapy largely useless. Sleeping pills, commercial or prescription, are no solution. I have discussed the fact that use of sedatives may produce sleep but can also act to prevent the sleeper from waking up enough to begin breathing after an apnea attack. What’s more, such drugs suppress respiratory function even further—in some cases to the point of death.
where can i get viagra without a prescription
Pregnant women are more likely to have yeast infections especially in the vagina and surrounding area. This is because Estrogen levels are high during pregnancy which causes moisture in the vagina which can breed yeast. Another factor in the increased rate of yeast infections in pregnancy is due to increased sugar in a women's body. Yeast thrives on sugar and will multiple quickly when sugar is present. 1) A baby fell off a table, was crying like hell and had a large bump on the head. Space trips pills – buy xtacy 5, DNF comrades gradually into the DN These actions were derived from laboratory experiments, not clinical studies, and therefore the dose required to achieve them is not known

propecia bangalore viagra no prescription
http://www.aolhealth...sildenafil-oral cheap viagra without prescription New Mexico
Viagra En France

#27 usr34073

usr34073
  • Members
  • 30 โพสต์

โพสต์เมื่อ 11 November 2011 - 12:33 AM

แนวคิดทิฏฐิความเชื่อที่เป็นมโนกรรมนี้ เป็นอิทธิพลสำคัญทีสุด
ที่จะเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตและสังคม ถ้าคนในสังคมไทยมีความเชื่อว่า
ผลสำเร็จจะเกิดขึ้น จากการดลบันดาลของอำนาจเหนือธรรมชาติ
ถ้าคนไทยเชื่ออย่างนี้ สังคมไทยจะเป็นอย่างไร ขอให้พิจารณา
แล้วขณะนี้เป็นหรือเปล่า
สังคมไทยจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ได้ตกอยู่ใต้แนวคิดความเชื่อว่า
ผลสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจดลบันดาล ของสิ่งทีนอกเหนือธรรมชาติ
นี่คือจุดที่เราจะต้องแก้ปัญหาสังคมไทยถึงขึ้นมโนกรรม