ทำไมถึงชอบกุมารทองกันจังเลย ครูไม่ใหญ่ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ มีเรื่องส่งมาเป็นปึ้งเลย แล้วเราจะนึกไม่ถึงเลยว่า เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านกับเลี้ยงไว้ช่วยขายของกันมากมาย บางคนเลี้ยงแล้วอยากเลิก แต่ไม่รู้จะเลิกอย่างไร ลูกหลานก็ไม่กล้าขึ้นไปข้างบน เพราะรู้สึกมีเสียงวิ่งโครมคราม ๆ นี่เป็นเรื่องที่น่าศึกษา เพราะเรากำลังเรียนรู้เรื่องกฎแห่งกรรม ที่ต้องเห็นให้ภาพชัดเจน การมี case study ช่วยทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น
เจ้าของเคสคือคนเดียวกับที่ส่งเรื่องกุมารทองหนูแดง เราเคยได้ยินเรื่องกุมารทองมานานในเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งขุนแผนได้เลี้ยงกุมารทองไว้ เวลาไปตามบ้านหรือร้านต่าง ๆ ก็เคยพบเห็นหุ่นกุมารทองอยู่ตามหิ้ง เป็นสิ่งที่เราพบเห็นไม่รู้ว่าจริงหรือหลอก เมื่อเห็นแต่ไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจ จึงเกิดปฏิกิริยาคันในหัวใจ ใครก็เกาไม่ถึง แต่คุณครูไม่ใหญ่ได้เปิดของที่ปิด หงายของที่คว่ำ
คำตอบที่คุณครูไม่ใหญ่ตอบคนที่เลี้ยงกุมารทองว่า จะต้องวนเวียนอยู่กับเรื่องสิง ๆ ทรง ๆ นั้น โดนใจเจ้าของเคสมาก เพราะป้าของเธอชอบพัวพันอยู่กับเรื่องสิง ๆ ทรง ๆ ด้วย แม่กับป้าสนิทกันมาก แม่เล่าให้ฟังหลายครั้งว่ามีองค์ในมาเข้าป้า และเนื่องจากเป็นคนจีน ป้าก็ร่ายรำเหมือนงิ้ว บอกว่า ตัวเองเป็นน้องสาวเง็กเซียน เพื่อน ๆ ป้าอีกหลายคนก็มีองค์ ถึงเวลาวันดีคืนดีก็ลุกขึ้นมาฟ้อนบ้างรำบ้าง
คุณครูไม่ใหญ่บอกว่าที่ป้าขอหวยจากกุมารทอง ขอให้ขายของดีแล้วได้ตามที่ขอ จริง ๆ แล้วเป็นบุญเก่าของป้าเอง ทำให้แม่สังเกตเห็นและยืนยันว่าจริง เพราะก่อนหน้านี้ที่ป้าจะเลี้ยงกุมารหนูแดง ก็ถูกหวยเป็นประจำอยู่แล้ว พอคุณครูไม่ใหญ่บอกว่าตอนนี้บุญเก่าของป้า เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว ป้าก็รับว่าจริง เพราะว่าหลายปีมานี้ ป้าไม่ค่อยถูกหวยอีกแล้ว แต่จิตใจก็ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องสิง ๆ ทรง ๆ ทำให้ครอบครัวมีแต่เรื่องร้อนใจ
คุณครูไม่ใหญ่บอกว่า ลุงยังอยู่ในบ้านเพราะยังห่วงอยู่ ป้าเล่าให้แม่ฟังบ่อย ๆ ว่า ลุงยังอยู่ในบ้าน ทั้ง ๆ ที่ตายมา 6 ปีแล้ว เพราะตอนค่ำ ๆ ป้าจะได้กลิ่นน้ำมันใส่ผมที่ลุงใส่เป็นประจำ ป้าได้กลิ่นนี้บ่อย ๆ บางทีรู้สึกเหมือนมีคนมานอนด้วย แม้กระทั่งสุนัขในบ้านก็มักจะทำท่ากระโจน 2 ขา กระดิกหาง เหมือนที่กระโจนเข้าหาลุงตอนที่มีชีวิตอยู่ เมื่อป้าเล่าให้ฟัง พวกเราก็ไม่ค่อยจะเชื่อเลย นึกว่าป้าอยู่คนเดียว คงจะคิดไปเองต่าง ๆ นานา นอกจากนี้ ในวันครบรอบวันเสียชีวิตของลุง บางครั้งหลานคนที่ถูกกุมารทองสิง ก็บอกว่า มีคนมานั่งกินอาหารที่โต๊ะด้วย ซึ่งก็ตรงกับที่คุณครูไม่ใหญ่บอกว่า ลุงอยู่ได้ด้วยของที่เซ่นไหว้เท่านั้น ทำให้เห็นความตระหนี่ในใจคน ไม่ได้ให้ผลดีอะไรเลย
เจ้าของเคสเคยปล่อยทั้ง นก ปลา โค กระบือ แต่ไม่เคยคิดว่าคนเราจะสามารถปลดปล่อยกุมารทองได้ คุณครูไม่ใหญ่ได้แนะนำวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม เป็นกรรมของกุมารทองที่ต้องนิรโทษ ต้องปลดปล่อย เป็นตัวอย่างที่น่าเรียนรู้และน่าจดจำ
คำถาม
1. กุมารีทองเมื่อโตขึ้น กลายเป็นนางกวักใช่หรือไม่ เขาชอบนั่งท้าวแขนและกวักมือจริงหรือไม่
2. แฟนของหนูแดงที่เป็นภุมเทวา สวยหรือไม่
3. ภุมเทวาคือพระภูมิเจ้าที่ที่อยู่ในศาลพระภูมิหรือตี่จู๋เอี้ยหรือไม่ เพราะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับบ้านเกือบจะทุกบ้าน เป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมา แต่ไม่เคยเข้าใจอย่างแท้จริงว่า ตี่จู๋เอี้ยคืออะไร
4. เจ้าของวิชชาที่เป็นวิทยาธรได้ประโยชน์อะไรตอบแทนจากการที่มีคนเอากุมารทองไปเลี้ยง
คำตอบ กุมารีทองเป็นเด็กผู้หญิง มีการแต่งตัวหลายแบบ เช่น แบบไทยก็มี นุ่งโจงกระเบนแต่ใส่เสื้อ ส่วนกุมารทองไม่ใส่เสื้อแต่มีสังวาล กุมารีทองต้องใส่เสื้อ รักนวลสงวนตัว เป็นเด็กผู้หญิงแต่งตัวแบบไทยก็มี แบบจีนก็มี แบบปัจจุบันก็มี แล้วแต่เครื่องแต่งตัวที่เขาเซ่น คือ ถ้าทำอะไรสำเร็จ ก็ขอชุดนี้เป็นรางวัล ไว้ผมจุกก็มี ไม่ไว้ผมจุกก็มี ส่วนใหญ่จะเป็นไว้จุก ภุมเทวาจะแปรไปตามพื้นที่ที่ตัวตาย คือ ถ้าตายแบบวัฒนธรรมไทยก็เป็นแบบไทย ๆ ถ้าแบบจีนก็เป็นวัฒนธรรมจีน วัฒนธรรมชาติไหนก็จะเป็นชาตินั้น ซึ่งมีทุกชาติ แต่อาจจะเรียกไม่เหมือนกัน
เรื่องนางกวัก ที่มีจริงก็มี ไม่มีจริงก็มี เราจะมาพูดถึงเรื่องที่มีจริง เป็นเพียงรูปปั้นที่สมมติเอาตามรสนิยม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกับอาจารย์วิทยาธรเท่านั้น โดยอาจารย์วิทยาธรจะเอามนต์ผูกกับภุมเทวาที่มีวิบากกรรมเกี่ยวกับสิง ๆ ทรง ๆ หรือไสยเวทย์ ดังนั้นกุมารีทองที่เอามนต์ผูกกับรูปนางกวักก็มี ที่เป็นภุมเทวาผูกกับมนต์กับรูปนางกวักก็มี จะมี 2 แบบ แล้วแต่วิชชาแต่ละสาย ซึ่งต้องเจาะละเอียดในเรื่องวิชาวิทยาธร
นางกวักที่ทำเป็นรูปท้าวแขนหรือกวักนั้น เพื่อสมมติตามรสนิยม หรือตามความต้องการของผู้ใช้ หรือเพื่อความสบายใจ มั่นใจ ของผู้ใช้เท่านั้นเอง ต้องการใช้แล้วเกิดความรู้สึกอย่างไรก็ปั้นอย่างนั้น เพราะเป็นเพียงแค่สื่อกับอาจารย์วิทยาธรโยงกัน อาจารย์วิทยาธรจะทำงานประสานกับอาจารย์มนุษย์ที่เป็นผู้ปั้นและผูกมนต์ โดยมีอาจารย์วิทยาธรกำกับ
แฟนของกุมารทองหนูแดง เป็นกุมารีทองมาก่อน ต่อมาโตเป็นสาว แล้วหนูแดงก็โตเป็นหนุ่ม แฟนของหนูแดง เป็นสาวธรรมดา รูปร่างสันทัด ออกหมวย ๆ ไว้ผมยาวเพราะโตแล้ว เลิกไว้ผมจุก ผิวเธอขาวแบบหมวย แต่งตัวตามสังคม เช่น วันนี้แต่งแบบหมวย inter คือทันสมัยแต่งสายเดี่ยว คือ เอาพวกนี้ไปเซ่นเขา เขาก็แต่งอย่างนี้ พวกนี้พอ ๆ กับมนุษย์คือ แข่งกันสวย เครื่องแต่งตัวนี้ก็ได้มาจากของเซ่น เมื่อทำงานอย่างนั้นสำเร็จ จะขอสิ่งนี้เป็นต้น พูดง่าย ๆ ก็คือสวยตามยุค เห็นมนุษย์ทำอย่างไรก็อยากจะทำอย่างนั้น เพราะพวกนี้คืออดีตมนุษย์ มีภพที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มาก และมองเห็นมนุษย์ด้วยตาละเอียดของตัวทุกวัน ภุมเทวาไม่เกี่ยวกับบนสวรรค์ ซึ่งห่างกับมนุษย์มาก วันเวลาต่างกัน อาหารต่างกัน ความเป็นอยู่ เครื่องนุ่งห่มต่างกัน ภุมเทวาเกิดแบบโอปปาติกะก็มี เกิดแบบชลาพุชะก็มี เพราะภพติดกับมนุษย์ อยู่ตั้งแต่ในบ้าน ในรั้ว นอกรั้ว กระแสนิยมของมนุษย์แรงไปทางไหน แฟชั่นแบบใด ภุมเทวาก็ตามกระแสนั้น บางตนก็ไม่ตามกระแส แต่แฟนหนูแดงตามกระแส
เมื่อตอนที่คุณครูไม่ใหญ่เจอคุณยายใหม่ ๆ คือ ปี 2506 ก็ถามคำถามนี้กับคุณยายเมื่อปี 2507 ผ่านมาเกือบ 40 ปีแล้ว ตอนนั้นยังเป็นนักศึกษาอยู่ ท่านยังอยู่บ้านหลังเล็ก ถามคุณยายว่า พระธาตุดอยสุเทพศักดิ์สิทธิ์จังเลย ใครไปเกี้ยวพาราสีกันจะเกิดอาการชัก แต่เดี๋ยวนี้ทำไมไม่เห็นชักเลย พอถาม ท่านก็นั่งเข้าที่หลับตาสักพักแล้วก็ตอบว่า แต่เดิมจะมียักษ์เฝ้าตรงนั้น ดูแลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เคร่งครัดเพราะมนุษย์ยุคนั้นมีศีลมาก ใครทำผิดศีลถือว่าผิดปกติ ถูกปกติคือมีศีล จึงระมัดระวัง ใครมาเกี้ยวพาราสีตรงนั้น ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นปูชนียสถาน ยักษ์ทำให้ชักเลย ต่อมา คนห่างศีลธรรมมากขึ้น กระแสไปถึงยักษ์ที่ดูแลตรงนั้น ก็ปล่อยปละละเลย แล้วในที่สุดก็เป็นอย่างที่เห็น การตามกระแสกันระหว่างภพภูมิที่ติดกับมนุษย์เป็นอย่างนี้
เมื่อแฟนหนูแดงตามกระแส ก็เลยสวยแบบหมวย inter คือสวยเรียบ ๆ เพราะมีบุญไม่มากนัก ถ้ามีมากจะไม่เป็นแบบนี้ ขณะนี้หนูแดงกับแฟนแค่ดูใจกันอยู่ ยังไม่ถึงกับขนาดตกร่องปล่องชิ้นจะอยู่ด้วยกัน กำลังศึกษากันอยู่ ภพภูมินั้นเขาก็เป็นอย่างนั้น จะมีครอบครัวคล้าย ๆ กับมนุษย์เพราะภพภูมิติดกัน
ศาลตี่จู่เอี้ย บางทีก็ตั้งตามประเพณี บางทีก็เชื่อว่ามี บางทีก็ไม่มี ภุมเทวาอยู่ที่ศาลคือพวกผีบ้าน ผีเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบรรพบุรุษ หรือญาติของครอบครัวนั้น ที่ยังไม่ไปเกิด วนเวียนอยู่ที่นั่น
อาจารย์วิทยาธรได้รับประโยชน์จากคนที่มานับถือกุมารทองเยอะ ๆ คือ ความชื่นชมจากพวกเดียวกันว่าเจ๋ง แน่ เก่ง สุดยอด ที่มีคนมาเอากุมารทองไปเยอะ ๆ เขาจะมีสังคมคล้าย ๆมนุษย์ พวกถึงวันเวลาที่มาชุมนุมกัน ก็คุยกันว่าของท่านเป็นอย่างไร ทั้งนางกวัก กุมารทอง กุมารีทอง รักยม ลูกกรอก ของผมแน่กว่า เกกันไปทับกันมา พูดง่าย ๆ ก็คือเอาไว้ประดับบารมีเหมือนเจ้าพ่อ มาเฟียที่มีคนนับถือเยอะ ๆ เหมือนกับมนุษย์ อาจารย์วิทยาธรมีหลายประเภท บางทีได้บุญนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้บุญ เพราะภพที่จะทำบุญได้คือภพมนุษย์ อาจารย์วิทยาธรบางท่านเป็นปู่ยาจะได้บุญ โดยจะบอกกุมารทองให้ไปหายา ไปบอกยา ที่เรียกว่ายาผีบอกนั่น เป็นภุมเทวาที่จะหมดกรรมแล้ว ปู่ยาหรือปู่หมอ คือผู้ที่เคยเป็นหมอแผนโบราณแล้วมีเวทย์กำกับ ตายไปแล้วก็มักจะวนเวียนเป็นวิทยาธรประเภทนี้ แล้วก็สอนให้กุมารทองมาบอก บางทีให้ภุมเทวามาบอก
วิธีปลดปล่อยกุมารทอง เพื่อไม่ให้มีเชื้อเวรกรรม ซึ่งเป็นเชื้อวิบัติติดตัวไปนั้น ( เชื้อวิบัติ จะทำให้ไปเจอพวกสิง ๆ ทรง ๆ ห่างไกลจากพระรัตนตรัย ทำให้ไม่อยากทำความดีเพิ่มขึ้น) แล้วจะทำให้ได้บุญด้วย จะต้องทำดังนี้คือ
พูดดี ๆ กับรูปกุมารทอง ลูกกรอก หรือรักยม ถ้าเป็นผู้ชายก็เรียกตัวเองว่าพ่อ ถ้าเป็นผู้หญิงก็เรียกตัวเองว่าแม่ สมมติว่าเป็นผู้หญิงก็ให้พูดว่า แม่เห็นว่าลูกกุมารทองถึงเวลาจะหมดกรรมแล้ว ให้ไปเกิดใหม่นะลูกนะ เกิดในภพภูมิที่ดีกว่านี้ อย่าอยู่ในภพภูมินี้เลย เพราะรักดอกจึงบอกลูก ก็จะทำให้กุมารทอง รักยมและลูกกรอกดีใจ เพราะการที่จะคลายความผูกพันกันได้ อย่างนี้จะต้องประกอบไปด้วย
1. ผู้ที่เลี้ยงหมดจากเชื้อวิบัติ เชื้อเวรกรรมนี้แล้ว
2. กุมารทองก็หมดจากกรรมนี้ด้วย เพราะเราไปปลดปล่อยเขา
3. ให้นำไปฝังโดยขุมหลุมโตพอประมาณ วางกุมารทอง รักยม หรือลูกกรอกลงไป
4. โปรยดอกไม้ของหอมและพูดว่า สิ่งนี้คือซากของลูกที่ไม่ใช้แล้ว เหมือนซากศพมนุษย์ที่ตายแล้ว สมควรที่จะขจัดซากนี้ให้สลายกลายเป็นธาตุดิน แม่จะกลบร่างนี้เพื่อให้ลูกไปเกิดในภพภูมิที่ดี แต่ก่อนลูกจะไป ให้ลูกรับศีล 5 ก่อน โดยให้ศีล 5 เหมือนที่พระให้ศีล ข้อ 1 เว้นจากการฆ่าสัตว์ ข้อ 2 เว้นจากการลักทรัพย์ ว่าไปเรื่อยจนครบ 5 ข้อ ลูกรับศีล 5 จากแม่นะ แล้วแม่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ เสร็จแล้วเราก็กลบไปอย่างดีเรียบร้อย
5. วันรุ่งขึ้นเราก็ไปใส่บาตร ถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ที่มีกรรมเวรนี้ แล้วกุมารทองก็จะพ้นจากสภาพนี้
ถ้าเรานำไปไว้ที่ต้นไม้ เกิดใครเห็นเข้าแล้วมีรสนิยมเดียวกัน คว้าไปอีกจะไม่ดี ให้กลบดีกว่า รักต้องกลบ กุมารทองก็จะพ้นจากสภาพนี้ไปเป็นภุมเทวาอีกระดับหนึ่งที่พ้นจากการควบคุมของวิทยาธร หรือถ้าเราให้บุญไปเรื่อย ๆ ก็จะไปเป็นรุกขเทวดา หรือสามารถไปเป็นอากาศเทวาได้ เหมือนเราทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้หมู่ญาติของเราที่ละโลกไปแล้ว หรือไปเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ และหลังจากนี้ให้ห่างไกลจากสิ่งเหล่านี้ ไปขอศีลจากพระ แล้วปฏิญาณตนว่าต่อจากนี้ไปจะยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ไปเจอใครที่เชื่อแบบนี้ เราไม่เชื่อแต่เราไม่ลบหลู่ การชวนให้เขาเลิกไม่เรียกว่าลบหลู่ แต่ชวนให้เขาพ้นจากเชื้อวิบัติ และเชื้อเวรกรรม












