ไปที่เนื้อหา


- - - - -

รวมศัพท์แสลงสำหรับเซียนพระทั้งมือเก่ามือใหม่นะครับ


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 3 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 *YTTRA*

*YTTRA*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 03 April 2008 - 03:32 PM

เห็นวันนี้มีคนเอาหัวข้อพระ(เหรียญหลวงปู่)มาโพสเลยเกิดคึกเอา คำศัพท์(ที่พอนึกได้) มาให้ศึกษากันทั้งนักเล่นพระเก่าหรือใหม่จะได้เอาไว้ศึกษากานงับป๋ม

หมวดที่ 1 หมวดซื้อขาย

1. เก๊
หมายถึงพระไม่แท้ พระไม่ได้มาตรฐาน ตามสากลนิยม

2. นั๊งหมายถึง การร่วมลงทุนเช่าพระ และมีการแบ่งผลประโยชน์หลังจากการปล่อย(ขาย)พระไป
็แบ่งไปกันตามส่วนที่ลงทุนที่ซื้อพระองค์นั้น

3.ตกควาย
หมายถึงขายพระผิดราคา หรือถูกหลอกให้ซื้อพระเก๊ด้วยราคาแพงเป็นต้น

4. ถูกทุบ
คือ คน ที่เช่าพระเป็นหลักล้าน หลักแสน หลักหมื่น
แต่คนอื่นมาขอซื้อหลักร้อย อย่างนี้เขาเรียกว่าโดนทุบเละ

5.เล่นพระด้วยหู
ก็คือ การเล่นพระ หรือ การเช่าพระโดยไม่ใช้สายตาและประสบการณ์ เป็นตัว
ตัดสินใจว่าพระเก๊ หรือพระแท้ แต่กลับไปฟังปากคนโน้นคนนี้ การเล่นพระด้วยหู ส่วนมากคนซื้อจะเป็นเหยื่อของคนขาย ก็คือโดน พระเก๊ 100%

6.อยู่กับก๋ง
เป็นศัพท์เซียนที่นักเล่นพระหรือเซียนพระ ไม่ชอบเอาเสียเลย ก็คือว่า เวลาที่เช่าพระมาแล้ว
แต่นำไปขายต่อไม่ได้ ไม่มีใครซื้อ ไม่มีใครเหลียวแล หรืออาจจะซื้อพระมา
ราคาแพงกว่าราคาตลาด แล้วทำให้ไม่มีใครซื้อไป อย่างนี้แหล่ะ เค้าเรียก อยู่กับก๋ง หรือ ก๋งกับอยู่

7. สะรู้ตู๊
ความหมายเดียวกับคำว่า เก๊

8. ตั๋วเด็ก
เป็นคำที่ใช้ในการซื้อขายพระ ในการต่อรองราคาพระจากราคา 100 % ให้เหลือ
ประมาณ 50% หรือครึ่งหนึ่ง

9. ตุ๊ง
คำพูดคำนี้ ส่วนมากจะพูดหลังจากการซื้อขายพระเป็นที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการต่อราคา ว่าจ่ายกันอย่างไร มีการรับประกันกันขนาดไหน คนซื้อกับคนขาย ก็จะเรียกกัน
ว่า ตกลงตุ๊งนะ หรือพูดง่ายๆ หรือเหมือนกับคำว่าตกลง, OK, นั่นเอง

10.จอง
เป็นการบอกเจตนารมณ์ของนักเล่นพระว่าต้องการจะเช่าพระองค์ใดองค์หนึ่ง แต่
ติดอยู่ที่ขั้นตอนบางอย่าง จึงทำให้ ไม่สามรถเช่าพระองค์นั้นได้

11. การ์ดสูง
ความหมายในวงการพระเครื่อง คือ การที่จะนำพระไปปล่อย แต่ตีราคาไว้สูง
กว่าความเป็นจริง กลัวจะโดนตกควาย

12.บาท
หมายถึงหลักร้อย ได้ยินคำว่าบาทประมาทไม่ได้ หนึ่งบาทหมายถึง หนึ่งร้อย
บาท สองบาท หมายถึงสองร้อยบาท

หมวดที่สอง หมวดเนื้อพระ

1. เนื้อผง
คือ พระเนื้อผง อาจจะมีส่วนผสมของดอกไม้บ้าง หรือผงวิเศษของคน(พระ)ที่ผลิตขึ้นมาบ้าง เนท้อผงส่วนใหญ่จะมีเนื้อสีขาวหรือสีนวลเหมือชอล์ค

2.ชินเงิน
มิได้หมายความว่า ใส่เนื้อเงินลงไป แต่จริงๆแล้วก็คือ
การเอาเนื้อตะกั่ว + ดีบุก มาผสมกัน แต่มีเนื้อของดีบุกมากจึงทำให้ผิวออกขาว
เหมือนผิวปรอท จึงแวววับจับตา จึงทำให้เราท่านเรียกเนื้อพระประเภทนี้ว่าชินเงิน

3. ชินตะกั่วสนิมแดง
เนื้อผสมระหว่างตะกั่ว+เหล็ก ที่เรียกสนิมเพราะแปรคือเหล็กน้ำ ถ้าแหล่งไหนมีน้ำท่วมถึง มักจะทำให้พระที่ทำจาก
โลหะนี้มีความแดงสูงมาก เนื่องจากน้ำเป็นตัวแปรสำคัญในการเกิดสนิมนั่นเอง

4.ชินตะกั่ว
ชินตะกั่วเป็นเนื้อโลหะที่เกิดจากตะกั่ว 100% ไม่มีวัสดุอื่น หรือแร่โลหะอื่นใด
ปลอมปนอยู่เลย คุณสมบัติอ่อนนุ่ม และเมื่อโดนสัมผัสจะขาวใส ดุจเงินยวง และกลับดำอย่างรวดเร็ว เมื่อถูกอากาศ

5. ชินเขียว
นั้นเกิดจาก ตะกั่ว + สังกะสี + แมกนีเซียม เป็นเนื้อโลหะ ที่มีความเปราะ
มากกว่า เนื้อตะกั่วชนิดอื่น เนื่องจากมีสังกะสี สนิมที่เกิดขึ้นมักจะเป็นไข
สีเขียวคล้ายปีกแลงทับที่ทื่อๆ ปัจจุบันมีเนื้อนี้เยอะขึ้นเพราะราคาผลิตถูกและคงทน

6.เนื้อดิน
คือพระที่มีดินเหนียว หรือดินนาเป็นส่วนผสม สีขององค์พระจะเป็นสีดินเผาเพราะเนื่องจากโดนนำไปเผา พระเนื้อนี้ดูง่ายเพราะดินจะมีแร่ธาตุอยู่พอเวลาขององค์พระนานไป แร่ธาตุก้อจะซึมออกมาเมื่อเจอปฏิกิริยาความร้อนจากตัวผู้สวมใส่และอากาศ ทำให้พระมีลักษณะมันวาวแต่ไม่ได้มันวาวจากการที่เอามาขัดมัน เพราะฉนั้นพระเนื้อนี้จึงเป็นพระเนื้อที่ดูง่ายมากที่สุดเนื้อหนึ่ง

7. เนื้ออัลปาก้า
เนื้อแสตนเลสทั่วไปนั่นแหละครับ สันนิษฐานว่ามันมาจากเนื้อโลหะปลายดาบหรือปลายปืนนะ(เดาเอา)

หมวดที่สาม หมวดคุณภาพ

1.การันตี
เป็นการรับรองพระ ในวงการพระส่วนมากจะมีการรับประกันถ้าหากมีการตกลงแลกเปลี่ยน
ถ้าการันตี อยู่ในเงื่อนไขอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติไปตามนั้น เช่น ถ้ามีการการันตี
พระแท้ ถ้าพระไม่แท้ ยินดีรับคืนในราคาที่เช่าไป ถ้ากรณีอย่างนี้ ถ้าพระมีปัญหา เจ้าของพระก็ต้องรับเช่าพระองค์นั้นคืนไว้ โดยคืนเงินผู้เช่าไป เป็นไปตามข้อตกลง โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

2. พระงั่ง
คือพระที่ผลิตออกมาจากโรงงานเพื่อเลียนแบบพระแท้ (แต่ไม่ใช่พระเก๊เพราะเอาใว้ใช้แจกเพื่อเป็นของมงคล เช่นของชำร่วยงานแต่ง งานศพ หรืองานพิธีต่าง) ซึ่งคนในสมัยก่อนเข้าใจว่า พระงั่ง ก็คือ พระแก้บนที่เอามาวางตามเจดีย์นั่นเอง

3. พระมีอุด พระมีซ่อม
ความหมายกมีอยู่ในตัวแล้วคือ พระที่มีการต่อเติมเสริมแต่ง จากสภาพที่ไม่สมบูรณ์
ให้กลับไปอยู่นสภาพที่สมบูรณ์ โดยการต่อ อุด ทำผิวใหม่ ฯลฯ พระลักษณะ
อย่างนี้ ต้องโคตรเซียนอย่างเดียว ถึงจะทราบว่า พระองค์นี้หักที่ไหน ซ่อมมา
อย่างไร หรือ ต้องเอ๊กซเรย์อย่างเดียว เท่านั้น (คนเขียนยังดูไม่ออกเยย)

4.พระเดิมๆ
จะมีความหมายตรงข้ามกับ พระอุด พระซ่อม จึงทำให้พระที่อยู่ในสภาพเดิมๆ
ปราศจากการอุด ,ซ่อม,ล้าง,ฟอกสี ฯลฯ เป็นที่ต้องการของนักสะสมมาก

5.พระมีประสบการณ์
คงหมายถึง พระที่มีพุทธคุณเด่นไปในทางคงกระพันหรืออภินิหารจากที่ต่างๆ เช่นเมื่อใส่แล้วรถชน รถคว่ำไม่เป็นอะไร

6.พระเกจิ
คือพระ ที่ได้มีการจัดสร้างขึ้นมาโดยเกจิอาจารย์ยุคต่างๆ ทั้งยุคก่อนจนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน

7.พระกรุ
คือพระที่ได้มีการจัดสร้างขึ้นเพื่อบรรจุไว้ในเจดีย์ในโอกาสต่างๆ แล้วมีการขุดพบขึ้นมาเมือเจดีย์แตก

8. ฟันธง หรือขาด
เป็นการนำประสบการณ์นำไปพิจารณา วิเคราะห์พระ ว่าพระนั้น
แท้ หรือ เก๊ อย่างไร แต่การชี้ชัดว่าพระนั้น แท้หรือเก๊ นั้นต้องถูกต้องตาม
มาตรฐานสากลนิยม หรือไม่

9. เก่าไม่รู้ที่ ดีไม่รู้วัด
ความหมายก็บอกอยู่ในตัวอยู่แล้ว ก็คือเป็นพระแท้ และก็เป็นพระที่สร้างกันมา
นาน และที่สำคัญ ไม่ทราบประวัติความเป็นมา ว่าใครเป็นผู้สร้าง และสร้างมา
จากวัดไหน อย่างไร

10. ผีสนาม
ส่วนมากจะมีในสนามพระกล่าวคือ ต้องเป็นบุคคล ที่พอจะมีความรู้เรื่องพระ
มีอัธยาศัยที่ดี เข้ากับเซียนพระต่างๆได้ทั่วสนาม แต่ไม่มีร้านเป็นของตัวเอง
บางคนออกจะเก่ง บางคนอาจจะพอเป็น บางคนอาจจะไม่เป็นพระเลย
คอยทำหน้าที่ เป็นเซลส์แมน บ้าบอไปเรื่อย(บาปกรรม)

11. พระผิดพิมพ์
เป็นคำพูดที่มักจะได้ยินกันบ่อยในวงการพระเครื่อง ส่วนสาเหตุที่ทำให้พิมพ์ของ
พระผิดเพี้ยนไปจากพิมพ์ที่เป็นมาตรฐาน

12. ใบสั่ง
คำว่าใบสั่งก็คือ การบอกความต้องการของเราเองว่าเราเองอยากได้พระอะไร สภาพอย่างไหน ในวงเงินเท่าไหร่ แล้วบอกไปยังเซียนพระ หรือ คนหาพระ ให้หามาให้ได้ ตามความต้องการ

13. พระฝีมือ
ก็คือ พระเก๊ หรือ พระปลอม ที่คนมีฝีมือ หรือคนที่มีพรสวรรค์ ในการทำพระเก๊พยายามทำการทุกรูปแบบ เพื่อที่จะทำให้เหมือนหรือใกล้เครียงกับพระแท้ให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์ทรงเนื้อหา,มวลสาร,ตำหนิต่างๆ ส่วนใหญ่
คนทำเป็นบาปสองต่อครับ ลงขุมสองแน่ๆ

14.พระเสริม
คือพระที่บลอคพิมไม่โดนทำลายหลังจากผลิตเสร็จ แต่โดนคณะกรรมการวัดโขมยไปผลิตเองเพื่อนำไปขายเพราะผลประโยชน์ส่วนตัว คือพูดง่ายๆ ว่าไม่ได้นำไปปลุกเสกโดยพุทธวิธี ตามแบบที่ควร ซึ่งทั้งพิม ทั้งเนื้อ ทุกอย่างเหมือนของแท้ทุกประการ พระแบบนี้เป็นที่กลัวเรงมากกว่าพระเก๊ หรือพระ ฝีมือซะอีก เพราะดูไม่ออกเลย


15. นิยาย

จะเป็นการพูด หรือ การเล่าที่มาของการได้พระมา อาจจะเป็นการสร้างนิยาย
ขึ้นมา หรืออาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ ถ้าคนที่ซื้อพระด้วยหู ไม่ได้ซื้อพระด้วยตา
จะมีความเชื่อมั่นว่าพระองค์นั้น ได้มาจากที่มานั้นจริงๆ จึงทำให้การตัดสินใจ
วื้อพระได้ง่ายขึ้น แต่ในวงการพระที่เจอหรือพบกันบ่อย ส่วนมากจะเป็นนิยาย
น้ำเน่าซะมากกว่า คือ นิยายที่สร้างขึ้นมาเพื่อจะนำมาประกอบกับการขายพระเก๊
ซะเป็นส่วนใหญ่

16. พิมพ์นิยม
เป็นการจัดประเภทของพิมพ์พระ เป็นพิมพ์ที่เซียนพระ ให้การยอมรับว่า เป็นพิมพ์
ที่ได้รับความนิยมมากกว่าพิมพ์อื่นๆ ในจำนวนพิมพ์ต่างๆ ที่มีทั้งหมด อาจจะเป็น
เพราะว่า พระพิมพ์นี้ สร้างน้อยหายาก ลักษณะพิมพ์ดี ชื่อเป็นมงคลฯลฯ เป็นต้น


ฯลฯ ที่นึกๆออกก้อจะพอมีประมานเท่านี้แหละครับ นอกนั้นก้ออาจจะมีบ้างแต่จำไม่ได้ เอาไปอ่านขำๆละกานเด้อ

#2 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1766 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 03 April 2008 - 03:42 PM

บางคำเข้าข่ายปรามาสนะครับ




#3 somchet

somchet
  • Members
  • 900 โพสต์

โพสต์เมื่อ 04 April 2008 - 04:33 PM

ที่ผมเจอบ่อย มีคำว่า
"แห่" เช่น เอาพระไปแห่
"สวด" เช่น สวดพระ
"สภาพใช้งาน"
"หู ตา กระพริบ" (ฟังแล้วขำดี)
"เปลือย" เช่น พระเปลือย ไม่มีจีวร (ดูมันเรียก)

รบกวน อธิบายเพิ่มด้วยครับ

พระไม่ใช่สินค้าให้มาซื้อขาย เป็นการไม่เคารพต่อพระรัตนตรัย เอาแค่คุยกันเป็นความรู้ แต่ไม่แนะนำให้ซื้อขายพระนะครับ

#4 Ray

Ray
  • Members
  • 168 โพสต์

โพสต์เมื่อ 14 April 2008 - 11:27 AM

อืม ได้ความรู้ดีมาก เมื่อก่อนก็ไม่สนใจ แต่พอเริ่มเข้าวัดก็เริ่มสนใจ สงสัยจะเป็นผู้ชาย ทำกรรมกาเมมาก มาเกิดเลยเป็นหญิงที่ชอบพระเครื่อง