เล่าสู่กันฟังละกัน... หลายๆคนคงจะรู้อยู่แล้ว
การประเคน
พูดง่ายๆคือการให้ของกับพระเณรนั้นแหละ แต่พระเณรท่านต้องรับประเคนก่อนจึงจะนำของนั้นมาใช้ได้ไม่งั้นอาบัติ
(จริงๆสามเณรไม่ต้องรับประเคนก็ได้)
ผู้ชาย -- สามารถประเคนให้ท่านกับมือได้เลย (ต้องใช้ 2 มือนะ และถอดรองเท้าด้วย)
ผู้หญิง -- ให้ท่านปูผ้ารับประเคนก่อนแล้วนำของที่ถวายวางไว้บนผ้า (2มือ+ถอดรองเท้าด้วย)
1.ถ้าเกิดว่าท่านไม่มีผ้ารับประเคน...ให้ท่านชายถวายแทน...(ง่ายดี)
2.ท่านอาจจะใช้ ทิชชู่ ถาด โต๊ะ ถุงพลาสติก ฯลฯ อะไรก็ได้ที่จะใช้เป็นสื่อกลางที่จะรับของ...
3.ในกรณีวันอาทิตย์ตอนเช้า สำหรับท่านที่ถวายกาแฟ โอวันติน เราจะยกไปทั้งถาดไปถวายท่าน
เวลาประเคนก็ประเคนทั้งถาดไปเลย ท่านจะเลือกหยิบหรือช่วยกันหยิบแจกจ่ายในเพื่อนๆของท่านเอง
4.ในกรณีวันอาทิตย์ตอนเพล..... เคยเห็นบางคนประเคนแบบยกโต๊ะ......ก็ได้นะ..
5.ถ้าถวายปัจจัยใส่ซองให้ท่านด้วย...
6.ห้ามประเคนอาหารหลังเพล... ท่านจะอาบัติ แต่ปานะได้นะ
7.ของที่ประเคนแล้ว... อย่าไปจับ... มันจะขาดประเคน...
8.ต่อจากข้อที่ 7 เคยเห็นวันอาทิตย์ประเคนของท่านไปแล้ว..ดันเผลอไปแตะเข้า... ประเคนใหม่ด้วย
9.สมมุติว่าเราประเคนไปแล้วดันเผลอไปสะกิดก็ต้องประเคนใหม่... กับพระรูปอื่นที่ไม่ใช่รูปที่เราประเคน
พระท่านรับประเคนของซ้ำไม่ได้<<
การใส่บาตร
คือมันคล้ายกับการประเคนนั้นแหละ...แต่ท่านใช้บาตรแทน...หลักการคล้ายๆกัน
สิ่งที่ควรใส่บาตร...หลักๆจะเป็น ภัตตหาร ดอกไม้...
>>ปัจจัยไม่ควรนำมาใส่บาตรนะ...ต้องลองฟังหลวงพ่อทัตตะ..ท่านอธิบายไว้แล้ว
1.ถอดรองเท้าด้วย
2.พระท่านอาจจะไม่ให้พรหลังใส่บาตรก็ได้...(เช่นพระวัดเรา)เพราะท่านมีเวลาน้อย
-----*-----
ในกรณีใส่บาตรในวันสำคัญที่วัดพระธรรมกาย เช่น ต้นเดือน ปีใหม่ กฐิน
1.ควรเป็นของแห้งนะ...
2.คำนวนขนาดบาตรกับของที่เราจะใส่..เราควรเอาของเล็กๆลงไปก่อนแล้วเอาของใหญ่ๆตาม...
3.ในกรณีของหนักๆ... ระวังจะทำบาตรท่านตกนะ...(ผมเคยได้ยินเสียงดัง "อุ้บ")
4.คำนวนของใส่บาตรให้พอดีกับพระที่เราพอจะมองเห็น(ท่านอยู่ในสายของเรา)...เด๋วจะรอนาน...
5.ผู้หญิงระวังมือไปโดนมือท่านด้วย...
6.เวลาใส่ค่อยๆวางนะ...
-----*-----
คนถ่ายบาตร
1.ประกบพระท่านที่อยู่ในรัศมีเรา...เพราะบาตรท่านจะเต็มเร็วมาก..
2.ในกรณีที่บาตรท่านมีคนใส่ปัจจัยมา... เก็บให้ท่านก็ดีนะ..ท่านจะได้เอาไปทำบุญถ้าเราเทใส่เข่งมันอาจสูญหายได้
3.ระวังทำบาตรตก...
4.คืนบาตรให้ถูกพระท่านที่เป็นเจ้าของบาตรด้วย... ท่านอธิษฐานบาตรไว้อ่ะ
5.ต้องตื่นตัวตลอดเวลา... :P
หวังว่าคงพอมีประโยชน์มั้งนะ..
ผู้ใดจะชี้แนะ เพิ่มเติม ก็ได้เลยนะครับ
ปล.คราวหน้าเอาเรื่องอะไรดีเนี่ย....
การประเคน
เริ่มโดย ชาร์ป, Jan 10 2006 05:22 AM
มี 9 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้
#1
โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 05:22 AM
#2
โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 09:16 AM
หลักบางอย่าง บางทีเหมือนรู้ แต่พอได้อ่านข้อความที่เป็นหลักเป็นฐานก็ยังรู้สึกว่าดี และเป็นข้อมูลเก็บไว้ให้ค้นคว้าอีกด้วย
เวลาคุณ ChocolatE ไปเจออะไรดี ๆ นำมาโพสต์เถอะค่ะ ไม่ต้องเกรงว่า คนอื่นจะรู้แล้ว เพราะที่บอกว่ารู้น่ะ บางทีพอถามจริง ๆ ให้ตอบเป็นงานเป็นการก็ตอบไม่ได้หรอกค่ะ (หมายถึงตัวเอง)
ว่าแต่ว่า บทความอย่างนี้ น่าจะอยู่ในหัวข้อธรรมกถึกหรือเปล่านะ จะได้สะดวกเวลาอยากค้นหา !
อนุโมทนาบุญนะคะ
ไถ่บาตร ต้องใช้คำว่า ถ่ายบาตร แทนหรือเปล่า มาจากคำว่า ถ่ายเท--ย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
รอผู้รู้มาตอบใหม่
เวลาคุณ ChocolatE ไปเจออะไรดี ๆ นำมาโพสต์เถอะค่ะ ไม่ต้องเกรงว่า คนอื่นจะรู้แล้ว เพราะที่บอกว่ารู้น่ะ บางทีพอถามจริง ๆ ให้ตอบเป็นงานเป็นการก็ตอบไม่ได้หรอกค่ะ (หมายถึงตัวเอง)
ว่าแต่ว่า บทความอย่างนี้ น่าจะอยู่ในหัวข้อธรรมกถึกหรือเปล่านะ จะได้สะดวกเวลาอยากค้นหา !
อนุโมทนาบุญนะคะ
ไถ่บาตร ต้องใช้คำว่า ถ่ายบาตร แทนหรือเปล่า มาจากคำว่า ถ่ายเท--ย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
รอผู้รู้มาตอบใหม่
#3
โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 09:42 AM
ตามหลักแล้ว พระไม่จำเป็นต้องรับประเคนสามานำมาใช้ได้เลย แต่ได้มีการกระทำต่อๆกันมา การประเคนจึงกลายเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ดีงาม และถือปฏิบัติสืบต่อกันมา
สาธุ ครับ
ตามหลักแล้ว พระไม่จำเป็นต้องรับประเคนสามานำมาใช้ได้เลย แต่ได้มีการกระทำต่อๆกันมา การประเคนจึงกลายเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ดีงาม และถือปฏิบัติสืบต่อกันมา
สาธุ ครับ
สาธุ ครับ
ตามหลักแล้ว พระไม่จำเป็นต้องรับประเคนสามานำมาใช้ได้เลย แต่ได้มีการกระทำต่อๆกันมา การประเคนจึงกลายเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ดีงาม และถือปฏิบัติสืบต่อกันมา
สาธุ ครับ
#4
โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 10:38 AM
พระต้องรับประเคนไม่ใช่หรอครับ...
1ในศีล227 อ่ะ
แก้จาก ไถ่บาตร เป็น ถ่ายบาตรแล้ว... ขอบคุณที่เตือน ครับ
ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะอยู่หัวข้อไหนดี...เลยที่นี่ก่อนละกัน
1ในศีล227 อ่ะ
แก้จาก ไถ่บาตร เป็น ถ่ายบาตรแล้ว... ขอบคุณที่เตือน ครับ
ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะอยู่หัวข้อไหนดี...เลยที่นี่ก่อนละกัน
#5
โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 10:41 AM
ไถ่บาตร ต้องใช้คำว่า ถ่ายบาตร แทนหรือเปล่า มาจากคำว่า ถ่ายเท--ย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
ถูกต้องนะครับ
ตามหลักแล้ว พระไม่จำเป็นต้องรับประเคนสามานำมาใช้ได้เลย แต่ได้มีการกระทำต่อๆกันมา การประเคนจึงกลายเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ดีงาม และถือปฏิบัติสืบต่อกันมา
เรื่องนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวได้เคยพูดไว้เมื่อประมาณ ๑o ปีมาแล้ว ในหัวข้อพระธรรมเทศนาเรื่อง กุศโลบาย ครับ ซึ่งมีใจความสำคัญดังนี้ว่า การรับประเคน (โดยใช้ผ้า) แท้ที่จริงแล้ว เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาจากราชสำนักกัมพูชาครับ ไม่ได้มีบัญญัติไว้ในพระวินัยสงฆ์ ด้วยทางราชสำนักฯ ปรารภเหตุป้องกันพระภิกษุสงฆ์ ไม่ให้มีความสนิทชิดใกล้กับบรรดาสาวสรรกำนัลใน จึงได้เกิดบทบัญญัติให้มีการใช้ผ้ารับประเคนในระหว่างพระภิกษุกับสตรีขึ้น และธรรมเนียมดังกล่าวนี้ ได้มีการแผ่ขยายมาสู่ราชอาณาจักรสยามประเทศในเวลาต่อมา และยังคงมีการยึดถือปฏิบัติจวบจนปัจจุบัน
#6
โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 10:47 AM
ความรู้ใหม่ ขอบคุณ คุณเกียรติก้องธรณินทร์ มากนะครับ..
#7
โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 03:42 PM
ดีค่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องการขาดประเคน เคยทำไปแล้วด้วย แต่ไม่รู้เรื่องอ่ะ แบบนี้เราหรือท่านจะบาปมั้ยคะ คือถวายของไปแล้วเผลอไปแตะอีกอ่ะค่ะ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร
"เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำไม
อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย.."
พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)
อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย.."
พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)
#8
โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 03:51 PM
พระปฐมบัญญัติ
๒. อนึ่ง ภิกษุใด ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยส่วนแห่งความเป็น
ขโมย พระราชาทั้งหลาย จับโจรได้แล้วพึงประหารเสียบ้าง จองจำไว้บ้าง เนรเทศ
เสียบ้าง ด้วยบริภาษว่า เจ้าเป็นโจร เจ้าเป็นคนพาล เจ้าเป็นคนหลง เจ้าเป็นขโมย
ในเพราะถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้เห็นปานใด ภิกษุถือเอาทรัพย์อันเจ้าของ
ไม่ได้ให้เห็นปานนั้น แม้ภิกษุนี้ ก็เป็นปาราชิก
ที่มา : เล่มที่ 1 พระวินัยปิฏก มหาวิภังค์ ปฐมภาค
[๒๔๕] ถามว่า ภิกษุถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้ ต้องอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า ภิกษุถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้ ต้องอาบัติ ๓ คือ ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้เป็นส่วนแห่งโจรกรรม
มีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติปาราชิก ๑ ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้เป็นส่วนแห่งโจรกรรม มีราคาเกิน
กว่า ๑ มาสก หรือหย่อนกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้เป็นส่วนแห่งโจรกรรม มีราคามาสก
หนึ่ง หรือหย่อนกว่ามาสกหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ภิกษุถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้ ต้องอาบัติ ๓ เหล่านี้.
ที่มา:เล่มที่ 8 พระวินัยปิฏก ปริวาร
สรุปคือ การรับประเคนสำคัญก็ตรงที่ว่า ถ้าพระคิดเอาเองว่าเขาถวายของนั้นๆให้แล้วเผลอหยิบฉวย ถ้าบังเอิญโยมใส่ถาดไว้ตั้งใจจะถวายแต่ยังไม่ถวายจริงเช่น วางไว้เฉยๆ ยังไม่ยกถวาย ถ้าพระเผลอไปหยิบเข้าก็อาบัติปาราชิก ทันทีครับ สำหรับเณรไม่เป็นปาราชิกครับ (ขาดคำว่าเจตนาไปครับ ถ้าเจตนาลักทรัพย์ถึงจะปาราชิกครับ)
ดังนั้นในเรื่องการรับของประเคน หรือรับของถวายนั้นจึงอันตรายสำหรับพระมาก เพราะเงินเพียง 5 มาสก หรือ 1 บาท ก็ทำให้พระปาราชิกได้ ขาดความเป็นพระง่ายกว่าการเสพเมถุนธรรมเยอะครับ
#9
โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 04:19 PM
ในกรณีที่ของถวายได้ถูกประเคนไปแล้ว แต่เราเผลอไปแตะเขา ต้องประเคนใหม่นะครับ เพราะการที่เราไปแตะทำให้ของถวายนั้น ขาดประเคนครับ กรณีที่คุณว่ามา ไม่บาปหรอกครับ ก็นิมนต์ท่านแล้วประเคนใหม่สิครับ
#10
โพสต์เมื่อ 11 January 2006 - 12:01 AM
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ สาธุ
คิดถึงบรรยากาศการใส่บาตรพระจำนวนมากๆ มากเลยค่ะ
คิดถึงบรรยากาศการใส่บาตรพระจำนวนมากๆ มากเลยค่ะ












