ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

ถ้าผู้ได้ญาณ สามารถระลึกชาติได้ งั้นก็แปลเราว่า ผู้นั้นก็สามารถย้อยไปชาติแรกที่ตนเองเกิดมาได้หรือไม่ครับ


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 14 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 cheterk

cheterk
  • Members
  • 314 โพสต์
  • Interests:พระนิพพาน

โพสต์เมื่อ 28 August 2006 - 06:18 PM

ถ้าผู้ได้ญาณ สามารถระลึกชาติได้ งั้นก็แปลว่า ผู้นั้นก็สามารถย้อยไปชาติแรกที่ตนเองเกิดมาได้หรือไม่ครับ

1. ย้อนไปชาติแรกได้หรือไม่
2. ก่อนที่เราจะเกิดชาติแรก เรามาจากไหน
3. จากข้อ 2 ถ้าจิตเราเกิดครั้งแรก หมายถึงจากที่ไหนครับ

สรุปคำถามคือ ผมอยากทราบว่าจิตเราเกิดมาจากไหน ถ้าถามว่าเราอยู่ภพ 3 แล้วก่อนที่เราจะเกิดสู่ภพ 3 หรือการที่เราเกิดในภพสามนี้ เรามีมาจากไหน , จิต Original เราเกิดได้อย่างไร


เราก็พูดกันว่าเราเวียนว่ายตายเกิด แต่ก่อนที่เราจะเวียนว่ายตายเกิด หรือ original เราเกิดจากไหน อย่างไรครับ

#2 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 28 August 2006 - 06:37 PM

คำตอบเป็นดังนี้นะครับ

ระลึกย้อนไปชาติแรกได้หรือไม่
1. ผู้ที่ได้อภิญญา 5 (ข้อ 6 หมดกิเลส) เช่น ฤษีชีไพร ที่สมาธิจิตดี ก็สามารถระลึกชาติได้ครับ แต่ระลึกได้แค่ไม่กี่สิบชาติ
2. พระอรหันต์ทั่วๆ ไป ก็ระลึกย้อนไปได้ แสนมหากัป
3. พระอัครสาวก ก็ระลึกย้อนไปได้ 1 อสงไขยกัป
4. พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ระลึกย้อนไปได้ ไม่จำกัดชาติครับ

ก่อนมาเกิดเรามาจากไหน
คำตอบนี้ พระพุทธเจ้ายังไม่ทรงตอบน่ะครับ เหตุผลเพราะว่า ตราบใดที่มนุษย์ยังมีกิเลส คือ โลภ โกรธ และหลง อยู่ ตราบนั้น มนุษย์จะยังมีความสงสัยไม่สิ้นสุดน่ะครับ เพราะยกตัวอย่างง่ายๆ สมมุติถ้า พระพุทธองค์ทรงบอกว่า เกิดขึ้นมาเอง เราก็ย่อมสงสัยอยู่ดีว่า เกิดได้ไง หรือ แม้พระพุทธองค์จะทรงบอกว่า มีผู้ยิ่งใหญ่สร้างมนุษย์ขึ้นมา เราก็จะยังคงสงสัยอยู่ดีว่า แล้วใครสร้างผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น เหมือนที่ในศาสนาเทวนิยม เขาสงสัยกันอยู่ใช่มั้ยครับ

แต่เมื่อใดก็ตามที่เราพัฒนาจิตใจ จนหมดกิเลสได้ เมื่อนั้น เราจะสิ้นความสงสัยทั้งปวงไงล่ะครับ ใช่มั้ยครับ เพราะใจพ้นจากกิเลส โลภ โกรธ และหลงแล้ว (ความลังเลสงสัย ก็เป็นหนึ่งในกิเลส เมื่อสิ้นกิเลส ก็สิ้นสงสัย)

จิตเราเกิดครั้งแรก ที่ไหน
ก็เช่นเดียวกัน แม้พระพุทธองค์จะบอกว่า เกิดที่นั่นที่นี่ เราก็ไม่หมดความสงสัยอยู่ดีใช่มั้ยครับ เช่น แล้วที่นั่นที่นี่นั่นหละ เกิดมาจากไหน เป็นคำถามวนเวียนไม่รู้จบ ใช่มั้ยครับ ไม่ว่าจะตอบอะไรมา ก็จะเป็นคำถามใหม่ต่อไป ก็กิเลสในใจเรายังทำงานอยู่นั่นเอง แต่ถ้าเราดับกิเลสได้ เมื่อนั้นเราจะสิ้นสงสัยทั้งปวงน่ะครับ
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#3 cheterk

cheterk
  • Members
  • 314 โพสต์
  • Interests:พระนิพพาน

โพสต์เมื่อ 28 August 2006 - 06:51 PM

ไม่มีคำตอบ คิดว่าต้องหาจากการปฏิบัติสมาธิ แต่ก็อดสงสัยว่าพระไตรปิฏก ตั้ง 84000 พระธรรมขันต์ ไม่มีระบุ เนื้อความ หรือ เชิงอุปมา ไว้เลยหรือครับว่า
เรื่องเหล่านี้ ควรทราบอย่างไร และปฏิบัติต่อไปอย่างไร ให้หายสงสัย


ผมก็คงต้องทำตามหลวงพ่อบอกนะครับ คือค้นหาตนเองก่อนที่จะค้นหาสิ่งอื่นใด

#4 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 28 August 2006 - 07:54 PM

nerd_smile.gif ผมขออนุญาตแก้ไขข้อมูลของพี่หัดฝันสักนิดนะครับ

QUOTE
1. ผู้ที่ได้อภิญญา ๕ ฌานสมาบัติ ๘ เช่น ฤๅษีชีไพร ที่มีสมาธิจิตดีก็สามารถระลึกชาติได้ครับ แต่ระลึกได้แค่ไม่กี่สิบชาติ

nerd_smile.gif ท่านเหล่านี้สามารถระลึกชาติได้เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๔o มหากัป ครับ

QUOTE
2. พระอรหันต์ทั่วๆ ไป ก็ระลึกย้อนไปได้ แสนมหากัป

nerd_smile.gif คำว่า "พระอรหันต์" ในที่นี้ หากไม่นับรวมพระอัครสาวกหรือบรมสาวกแล้ว ยังจำแนกได้อีกเป็น ๒ จำพวก คือ พระปกติสาวกและพระมหาสาวก ครับ โดยพระปกติสาวกนั้น สามารถระลึกชาติได้เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑,ooo มหากัป ส่วนพระมหาสาวกนั้น สามารถระลึกชาติได้เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑oo,ooo มหากัปครับ

QUOTE
เรื่องเหล่านี้ ควรทราบอย่างไร และปฏิบัติต่อไปอย่างไร ให้หายสงสัย

ผมก็คงต้องทำตามหลวงพ่อบอกนะครับ คือค้นหาตนเองก่อนที่จะค้นหาสิ่งอื่นใด

nerd_smile.gif อย่าใช้คำว่า "คงต้อง" เลยนะครับ ตัดคำว่า "คง" ทิ้งไปได้เลยครับ
"ปญฺญา นรานํ รตนํ ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน"
พระพุทธภาษิต


ตถาคตรู้วาจาใด ไม่จริง ไม่แท้ ไม่ประกอบไปด้วยประโยชน์
ทั้งวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตไม่ตรัสวาจานั้น

ตถาคตรู้วาจาใด เป็นของจริง ของแท้ แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ทั้งวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ แม้วาจานั้นตถาคตก็ไม่ตรัส

อนึ่ง ตถาคตรู้วาจาใด เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์
แต่วาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตย่อมรู้กาลอันควรที่จะใช้วาจานั้น

ตถาคตรู้วาจาใด ไม่จริง ไม่แท้ ไม่ประกอบไปด้วยประโยชน์
แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตไม่ตรัสวาจานั้น

ตถาคตรู้วาจาใด แม้เป็นของจริง เป็นของแท้ และไม่ประกอบด้วยประโยชน์
แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ แม้วาจานั้นตถาคตก็ไม่ตรัส

อนึ่ง ตถาคตรู้วาจาใด เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์
ทั้งวาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตย่อมรู้กาลอันควรที่จะใช้วาจานั้น
พระอมตะวจนา แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


[/color]
"...พระพุทธศาสนา บริบูรณ์ด้วยสัจธรรมที่เป็นสาระ และเป็นประโยชน์ในทุกระดับ
แต่จะต้องศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติให้เหมาะสมแก่ภาวะปัจจุบัน
ด้วยศรัทธาและปัญญาที่ถูกต้อง จึงจะเกิดเป็นประโยชน์ขึ้นได้..."

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๒



"รู้ใดก็ไม่ประเสริฐ เท่ารู้แจ้งด้วยปัญญาธรรมอันเกิดมีในตน"

"อัศวินปฏิญาณตนเป็นคนกล้า
ดวงใจเปี่ยมคุณธรรม
ซื่อตรงยึดมั่นในวาจาสัตย์
อุทิศชีวิตพิชิตมาร"

[color="#990000"]ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

#5 BiBi

BiBi
  • Members
  • 240 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 28 August 2006 - 08:40 PM

ขอบคุณเจ้าของคำถามนะค่ะ ได้ความรู้ใหม่เพียบเลยค่ะ
ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี

#6 MIHARU

MIHARU
  • Members
  • 620 โพสต์
  • Interests:พระพุทธศาสนา<br />วิทยาศาสตร์

โพสต์เมื่อ 28 August 2006 - 08:53 PM

ได้ความรู้อีกแล้วเราhappy.gif
ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ
อนุโมทานาบุญกับทุกคำตอบ และผู้ตั้งกระทู้ด้วยนะคะ
Relax & Alert

#7 น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

    เราคือ นักรบกล้าอาสาสมัคร กองทัพธรรม

  • Members
  • 1961 โพสต์
  • Gender:Female
  • Interests:ช่วยงานบุญที่วัด ให้ถึงที่สุดกำลัง ตราบวันที่ชีวิตจะสิ้นลมหายใจ

โพสต์เมื่อ 28 August 2006 - 09:33 PM

อนุโมทนาสำหรับคำตอบด้วยนะคะ
"ด้วยใจกล้าอาสา พัฒนาไม่หยุดยั้ง"

น้ำฝนลูกพระธัมฯ

#8 ลูกพระธัมฯ Merry Ma

ลูกพระธัมฯ Merry Ma

    The STRONGEST is the GENTLEST!!!

  • Members
  • 891 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:Bangkok, Thailand

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 01:50 AM

การระลึกชาติได้นั้นมีข้อดีและข้อเสียอยู่ด้วยนะคะ หากไม่มีอภิญญา 6 ที่เพิ่มขึ้นจากอภิญญา5 นั้นคืออาสวขยญาณด้วยแล้ว กิเลสอาจจะกำเริบขึ้นได้ เช่น เมื่อมีท่านหนึ่งเค้าระลึกไปได้ 2 ชาติ รู้ว่าเค้าเคยได้ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สิ่งเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นในชาตินี้ อาจจะทำให้เค้าเริ่มมีความอยากที่จะกลับไปเป็นเช่นเดิม โดยที่พยายามจะอวดอ้างกับผู้อื่นว่าเค้าเคยเป็น... คนอื่นต้องให้เค้าเป็นเช่นนั้น โดยที่ปัจจุบันนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เหตุผลทุกอย่างอยู่ที่บุญบาป หากว่าเค้าไม่ดูย้อนไปได้ถึง 10 ชาติอาจจะไม่รู้ชัดว่า ก่อนหน้านั้นเค้าทำอะไรมาเป็นหตุของความได้ดี แล้วอะไรเป็นเหตุให้บุญไม่ส่งผล และกลับไม่ได้ดีในชาตินี้

หากว่าเค้าระลึกได้ 10 ชาติ ก็จะรู้ว่าเป็นเพราะเค้าสร้างบุญมาเยอะ ทั้งทาน ศีล ภาวนา มาก่อน อ๋อต้องสร้างบุญอย่างเดิมหรือมากว่าเดิม แต่ก็สงสัยอีกว่า อ่าวแล้วทำไมในบางเรื่องถึงยังไม่ได้ดีมาก่อนเลย ยังดีไม่ได้ครบทุกอย่าง ก็ยังมีสงสัยและอยากได้ไปเรื่อยๆอีกไม่จบ อาการวิปริตวิปราศก็อาจจะเกิดขึ้นได้

หากว่าทำใจได้ว่า หยุดเป็นตัวสำเร็จ ซึ่งตรงนี้เป็นวิถึทางของอาสวขยญาณ ถึงตัวเราจะได้ดีไม่ครบบริบูรณ์ทุกอย่างในชาติปัจจุบัน
แต่ความสงบปราณีตของจิตใจ จะทำให้กิเลส อกุศล อุปทาน ฯลฯ มันหลุดร่อนออกไปด้วยปัญญา แล้วปัญญานี่แหละก็จะทำให้เรา เข้าใจทุกอย่างว่าอะไรเกิดจากอะไรไปเอง แล้วก็รู้ด้วยว่าหากอยากเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ แล้วจะเป็นยังไงต่อไป ก็จะยิ่งเห็นไปได้ชัดเจนขึ้น แล้วก็จะรู้ว่าที่เราอยากหนะมันถูกต้องไหม หรือว่ายิ่งทำให้เราหลงทางมากขึ้น เป็นทุกข์ต่อไป ติดวิบากมากขึ้น

ฉะนั้นพี่แมรี่จึงไม่เห็นด้วยกับการระลึกชาติเป็นหลักการของนักปฏิบัติธรรม เพราะถ้าเห็นไม่ครบเหตุและผล ความรู้แจ้งก็ไม่เกิด เราอาจจะถูกภาพในอดีตหลอกให้เกิดความอยาก พยาบาท หวงแหน ความรัก ความกังวล ความสงสัย ฯลฯไปมากขึ้น ยิ่งทำให้เราก่อวิบากกรรมด้านลบมากขึ้นนะคะ
The Strongest is The Gentlest!

ผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งที่สุด ย่อมเป็นผู้ที่สุภาพนุ่มนวลที่สุด

#9 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 08:56 AM

ขอบคุณ น้องขุนศึกที่ช่วยแก้ข้อมูลให้ด้วยครับ แก่แล้ว ชักจะเลือนแล้วสิ สังขารไม่เที่ยงหนอ
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#10 Tanay007

Tanay007
  • Members
  • 616 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 09:00 AM

ขอเสริมอีกนิดนึง ตามหลักอรรถกถา (ไม่ใช่อรรถกโถ) นะครับ
การระลึกชาติของสมาธินอกพระศาสนา(พุทธ) กับความรู้ในการระลึกชาติในพระศาสนา ซึ่งบางทีเราก็เรียกว่าสมาธิที่กำหนดที่ตั้งใจไว้นอกตัวบ้าง สมาธิที่กำหนดที่ตั้งใจไว้ในตัวบ้าง ยังจะมีความแตกต่างกันครับ
สมาธิของนักบวชนอกศาสนานั้น ต้องระลึกไปแบบย้อนลำดับไปทีละชาติๆ เช่นก่อนเกิดเรามาจากไหน ก่อนหน้าโน้นเราเกิดเป็นอะไร ต้องสาวย้อนไปตามลำดับ ไม่สามารถที่จะข้ามลำดับไปได้ จึงเสียเวลามาก และที่สำคัญคือ มีสิทธิที่จะทำให้ทิฐิวิบัติได้ ดังที่เราก็รู้กันอยู่ว่า สมาธินอกพุทธศาสนานั้น ระลึกย้อนไปได้ไม่เกิน 40 กัปป์ ถ้าระหว่างที่ระลึกย้อนไปนั้น มีบางชาติไปเกิดอยู่ในกำเนิดที่มีอายุยืนมากๆ เช่น อสัญญีพรหม หรืออรูปพรหม นักบวชนั้นๆ ก็อาจจะเกิดทิฐิวิบัติก็ได้
ส่วนสมาธิในพระพุทธศาสนานั้น มีญาณรู้ที่กว้างกว่า ไกลกว่า การระลึกชาตินั้นก็ไม่ต้องย้อนลำดับไปทีละชาติๆ แค่นึกไปว่าในยุคโน้น เราเกิดเป็นอะไร ๆ ภาพทุกอย่างก็จะมาปรากฏในญาณของผู้ได้บุพเพนิวาสานุสติญาณ
รายละเอียดลองค้นดูในวิสุทธิมรรคนะครับ

#11 เคยเข้าวัด

เคยเข้าวัด
  • Members
  • 1296 โพสต์
  • Interests:สร้างบุญบารมีอย่างยวดยิ่ง ตราบเท่าชีวีหมดอายุขัย

โพสต์เมื่อ 31 August 2006 - 12:06 PM

เข้าสมาธิย้อนไปฟังธรรมขององค์สมเด็จพระสัมม่สัมพุทธเจ้าได้หรือไม่ หากสมมุตินะครับสมมุติว่าได้ ผู้ที่นั่งสมาธิย้อนไปฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะสามารถบรรลุธรรมดุจดั่งบุคคลในยุกนั้นได้หรือไม่

รบกวนท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยครับ
1) พระปัญญาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 20 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 4 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระสมณโคมสัมมาสัมพุทธเจ้า (อย่างน้อยที่สุด)
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย

#12 kran

kran
  • Members
  • 73 โพสต์

โพสต์เมื่อ 31 August 2006 - 12:30 PM

ไม่ได้ครับ

#13 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 31 August 2006 - 08:27 PM

การบรรลุธรรมนั้น จะบรรลุได้ต้องมีบารมีถึงพร้อมด้วยนะครับ เหมือนเราเรียนป.5 แล้วถามว่า เราจะเรียนจบปริญญาตรีตอนนี้ได้หรือไม่

แน่นอนคำตอบคือ ไม่ได้

แล้วถ้าอย่างนี้ล่ะ คือ เรียนป.5 แต่พอดีมีหนังสือเก่าของรุ่นพี่ ที่เรียนจบ มหาวิทยาลัย ทุกเรื่องเลย เช่น แคลคลูลัส เป็นต้น ถามว่า ถ้าเราแม้เรียนอยู่ ป.5 จะศึกษาหนังสือของรุ่นพี่ให้บรรลุธรรม เอ้ยจบมหาวิทยาลัย ได้หรือเปล่า

แน่นอนคำตอบคือ ไม่ได้ เพราะแม้เรามีหนังสือ แต่เราก็อ่านไม่รู้เรื่องอยู่ดี

และความจริงไม่ต้อง ระลึกชาติไปขนาดนั้นหรอก แค่เอาตอนนี้ ลองไปนำพระไตรปิฎก บอกที่พระพุทธเจ้า หรือ พระอรหันต์เทศน์ แล้วคนบรรลุธรรม ลองมาอ่านดู แล้วถามตัวเองว่า อ่านแล้ว บรรลุธรรมหรือไม่นะครับ

เช่น ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคต ตรัสแสดงถึงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และความดับของธรรมเหล่านั้น

พระสารีบุตร ฟังบทนี้แล้ว บรรลุเป็นพระโสดาบัน เอ้าพวกเราอ่านแล้ว บรรลุอะไรบ้างมั้ยครับ ใช่แล้วครับ มันยังขาดบารมี
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#14 คนรักวัด

คนรักวัด
  • Members
  • 626 โพสต์

โพสต์เมื่อ 15 September 2006 - 09:48 AM

แม้ในปัจจุบันนี้ก็กำลังมีพระพุทธเจ้าอยู่ในจักรวาลอื่น

แม้ในปัจจุบันนี้ก็กำลังมีพระพุทธเจ้าอยู่ในจักรวาลอื่น
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ
โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อตฺตนา หิ สุทนฺเตน
นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ . . . ฯ ๑๖๐ ฯ

เราต้องพึ่งตัวเราเอง
คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
บุคคลผู้ฝึกตนดีแล้ว
ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้แสนยาก

Oneself indeed is master of oneself,
Who else could other master be?
With oneself perfectly trained,
One obtains a refuge hard to gain

#15 นักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยว
  • Members
  • 2378 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:รู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้อยู่กะที่อ่ะ มาดูอารายกานอ่ะ
  • Interests:มาสร้างบารมีตามติดหมู่คณะดีกว่า

โพสต์เมื่อ 07 October 2006 - 10:06 PM

ได้ครับจะไปใหนก็ได้แต่ขอบอกว่าถ้าไปเองเนี้ยอย่าไปเลย จะไปดูคนนี้ใหนอดีตยังได้เลย
กายธรรมควรเทิดไว้ ในใจ
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ


เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี