ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

อาชีพที่ทำให้บาป-ตกนรก...มีด้วยหรือ?


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 22 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 02:25 PM

เคยได้คุยกับปลัดอำเภออวุโสท่านหนึ่ง (จบรัฐศาสตร์) เค้าชอบพูดเสมอว่า "เค้าเลือกที่จะเป็นปลัดอำเภอ ไม่ต้องการเป็นทนายความเพราะ...เค้ากลัวบาปและตกนรก" unsure.gif

จริง ๆ แล้วไม่ถูกเสียเลยทีเดียวใช่มั๊ย...ตกนรกหรือไม่ตก...จำเป็นหรือปล่าวว่าจะต้องขึ้นอยู่กับอาชีพไหน แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำของเค้ามากกว่า ว่าปฏิบัติหน้าที่แบบไหน เอาอะไรเป็นมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่...หรือปล่าวค่ะ? unsure.gif

#2 ฟ้ายังฟ้าอยู่

ฟ้ายังฟ้าอยู่
  • Members
  • 2511 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 02:34 PM

จริงค่ะ การเลือกอาชีพนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมากทีเดียวนะคะ การเป็นผู้พิพากษา เนี่ย ดูเผินๆ เป็นผู้ผดุงความยุติธรรมนะคะ แต่ก็มีเหมือนกันที่ตัดสินคดีความผิดพลาดไปทั้งนี้เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ (ต้องเข้าใจว่าในชั้นศาล จะพิจารณาตามพยาน หลักฐานเท่านั้น ถ้าของฝ่ายไหนได้ทนายดี พยานหลักฐานเนียนกว่า เข้าทางตามประมวลตัวบทกฎหมาย ก็ชนะความไป)

ศาลได้สั่งจับคนผิดติดคุก หรือสั่งปล่อยนักฆ่าตัวจริง

ยกตัวอย่าง

พ่อของฟ้าร้างเป็นทนายความค่ะ มีคดีหนึ่งตอนที่ฟ้าร้างเด็กๆ จำได้แม่นเลย เพราะเป็นคดีของท่านเองที่ช่วยเหลือนักฆ่า เพราะเขาโกหกทุกคน แล้วพ่อก็ทำให้เขาหลุดตะรางมาได้ แต่พ่อก็มารู้ภายหลังว่าได้ช่วยเหลือคนเลวเข้าไปซะแล้ว เพราะวิบากกรรมติดจรวด ญาติผู้ตายเก็บกระดุมในที่เกิดเหตุได้ ซึ่งเป็นเม็ดเดียวกับที่นักฆ่าใส่ ก็เลยถูกศาลเตี้ย ถูกญาติของผู้ตายฆ่าให้ตายตกไปตามกันค่ะ


นี่พ่อก็ได้ทำการช่วยเหลือคนผิดโดยไม่รู้ตัวเข้าให้ซะแล้ว

แล้วแบบนี้ แปลว่า พ่อของฟ้าร้างได้ทำบาปไปไหมล่ะคะ เพราะท่านมีเจตนาที่จะช่วยเหลือลูกความของท่านจนกระทั่งทำได้สำเร็จ แต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะช่วยเหลือคนผิดเลย แต่อย่างไรก็ตาม ท่านก็ได้ทำจนสำเร็จไปแล้ว
"เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำไม
อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย.."
พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)


#3 Tanay007

Tanay007
  • Members
  • 616 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 02:47 PM

หึหึหึ ตอนเป็นนักศึกษายังไม่เข้าวัดฯ เพื่อนมันไปฟังเทศน์จากหลวงพ่อทัตตะฯ (ประมาณ พ.ศ. 2528) กลับมาจากวัดอุตส่าห์จำเนื้อหาเทศน์ได้ มาเทศน์เราต่ออีก "รู้ไหม? อาชีพไหน มีโอกาสทำบาปมุสาฯ มากที่สุด (ตอนนั้นเพื่อนใช้คำว่ามีโอกาสตอแหลมากที่สุด) ผมก็ทำหน้างงๆ ม่ายรู้เด่ะ มีด้วยเหรอ เพื่อนเลยบอกว่า "อาชีพทนายความไง รับตังค์เขามาแล้ว คนผิดก็ต้องทำให้เป็นคนถูก ถ้าฝ่ายตรงข้ามถูก ก็ต้องทำให้เขาผิด" ฝ่อเลยครับ อนาคตว่าจะเป็นนักกฎหมาย ตัดออกไปเลย
เหลือไว้อย่างเดียวละกัน "ทนายแก้ต่างให้พระศาสนา" ตามปณิธานหลวงปู่ฯ

#4 เคยเข้าวัด

เคยเข้าวัด
  • Members
  • 1296 โพสต์
  • Interests:สร้างบุญบารมีอย่างยวดยิ่ง ตราบเท่าชีวีหมดอายุขัย

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 02:49 PM

อาชีพที่ทำแล้วทำให้ผู้อื่นได้รับความทุกข์หรือเดือดร้อนเรียกว่ามิจฉาชีพ นั่นคืออาชีพที่เรียกได้ว่าทำแล้วบาปเต็มๆเห็นๆ เช่น ค้าอาวุธ ค้ามนุษย์ ค้าทาส ค้ายาพิษหรือยาเสพติด ค้าสัตว์

อ้าว เอ๋ ค้ามนุษย์ถ้าเขาสมัครมาขายเองจะบาปด้วยหรือ มันไปก่อความเดือดร้อนให้ใครเขาล่ะ อืม ถ้าครอบครัวคนที่มาซื้อรู้เขาต้องทะเลาะกันไหม แล้วแบบนี้ครอบครัวเขาเดือดร้อนไหม อืม คนที่มาซื้อถ้าเกิดได้โรคติดตัวไป คนที่มาซื้อต้องวิ่งเต้นไปรักษาแบบนี้เรียกว่าเดือดร้อนไหม

อาชีพที่สุจริต แต่ผู้ที่ทำสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ผู้ที่ทำอาชีพนั้นก็จะมีบาปติดตัว เช่น อาชีพที่คุณเจ้าของกระทู้กล่าวมา อาชีพทนายความเช่นไปเป็นทนายความว่าความให้ผู้มีอิทธิพล เช่นผู้ค้ายาเสพติดทำให้เขาพ้นความผิดออกมาค้ายาเสพติดได้ต่อ ก็เท่ากับว่าเป็นผู้สนับสนุนให้เขามาทำบาป เป็นต้น หรืออาชีพหมอที่ถ้าหากผู้มีอาชีพนี้ตั้งใจทำงานและไม่เอาเปรียบก็จะได้อานิสงค์ผลบุญที่ช่วยให้ผู้อื่นหายจากความทรมาณของโรคภัย แต่ถ้ากลับกัน แทนที่เขารักษาให้หายขาดได้แต่กลับไม่รักษา ยื้อให้คนไข้ป่วยนานเพียงเพื่อที่จะให้ได้ค่ารักษาพยาบาลก็จะทำให้หมอคนนั้นมีกรรมมีบาปติดตัว

ถูกอย่างที่คุณเจ้าของกระทู้กล่าวมาครับ อาชีพบางอาชีพทำแล้วจะบาปหรือไม่บาปก็ขึ้นอยู่กับใจของผู้ที่ทำอาชีพนั้นๆ หากผู้ที่ทำอาชีพนั้นเป็นผู้ที่มีสัมมาธิฐิคิดถูกทำถูกหรือไตร่ตรองก่อนทำ อาชีพนั้นก็อาจเป็นอาชีพที่สร้างบุญ แต่หากผู้ที่ทำอาชีพเป็นผู้ที่มีมิจฉาธิฐิ อาชีพที่เขาทำก็อาจเป็นอาชีพที่ให้บาปติดตัวได้เช่นกันครับ
1) พระปัญญาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 20 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 4 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระสมณโคมสัมมาสัมพุทธเจ้า (อย่างน้อยที่สุด)
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย

#5 koonpatt

koonpatt
  • Members
  • 616 โพสต์
  • Gender:Female

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 03:31 PM

ก่อนที่จะเข้าวัดและรู้จักวัดน่ะค่ะ เมื่อก่อนเป็นนักดนตรีค่ะ กลางวัน ทำบัญชี กลางคืน ไปเล่นดนตรี (ไม่ได้แต่งตัวโป๊ๆ ไปยืนร้องเพลงนะคะ) เล่นโฟล์คเดี่ยวค่ะ (เล่นกีต้าร์ + ร้องเพลงคนเดียว แต่งตัวตามสบาย กางเกงยีนส์ รองเท้าหนัง เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต ตามสะดวก) เลิกเล่นดนตรีเมื่อ พ.ค.ปี 48 หลังจากนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีค่ะ เพราะเคยทำงาน เลยลงเรียน นิติศาสตร์ รามฯ เพราะมีวิทยาเขตอยู่แถวๆนี้ค่ะ เพราะฝันไว้ตั้งแต่เด็กว่า อยากเป็นทนายความนะคะ พอได้มาเจอเพื่อนที่ชวนเข้าวัด ต้นปี 49 เพื่อนเลยเล่าให้ฟังว่าอย่างนี้ค่ะ

1. อาชีพนักดนตรี เป็นการส่งเสริมให้คนดื่มสุรา อย่างไร? เพราะเราเป็นผู้ที่สร้างบรรยากาศในการดื่ม อาจมีผลทำให้ผู้ดื่มรู้สึกเพลิดเพลิน จากการขับกล่อมของเรา ทำให้ดื่มมากขึ้นค่ะ เข้าข่ายส่งเสริมค่ะ

2. อาชีพนักบัญชี ถ้าเจ้านายบอกให้เราแก้ไขงบเพื่อหลบภาษี ก็เข้าข่ายเหมือนกันค่ะ ประมาณร่วมมือในการโกงภาษี (โดยเป็นผู้จัดทำ ตกแต่งตัวเลขค่ะ) ที่จะต้องเสียให้ประเทศเพื่อไปทำนุบำรุงประเทศ เท่ากับโกหกค่ะ

3. อาชีพนักกฎหมาย ถึงเราจะว่าความหรือเป็นผู้พิพากษา ลงโทษผู้กระทำผิดก็ตาม แต่ ในการลงโทษเท่ากับส่งเสริมให้เกิดการฆ่า การกักขัง อาจเข้าไปสู่วงจรของการผูกเวรค่ะ

อันนี้คือ จำมาจากที่เพื่อนเคยบอกและห้ามไว้ค่ะ อย่างเช่น เล่นดนตรีนี่ เลิกไปแล้ว ก็อย่ากลับไปเล่นอีกค่ะ เรื่องทำบัญชีนี่คงเลี่ยงยากหน่อย เพราะไม่ใช่ธุรกิจของเราเอง เรื่องนักกฎหมายนี่ ถ้าเรียนเพื่อให้รู้หรือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็มีอาชีพอยู่แล้ว ทั้งหมดหลวงพ่อทัตตะท่านเคยกล่าวไว้ค่ะ แต่ได้ฟังไม่หมดและยังไม่ได้กลับไปฟังอีก

รายละเอียด ต้องรบกวนท่านอื่นช่วยขยายความด้วยค่ะ เพราะจำได้ไม่หมด และ ยังไม่เห็นหนังสือที่พูดถึงเรื่องอาชีพที่มีความเกี่ยวพันกับบาปอย่างละเอียดน่ะค่ะ
จึงยังคง เชื่อมั่นและศรัทธาใน "รัก" เหมือนอย่างที่เคย...เสมอมา...และจะตลอดไป
แด่
เธอ...ผู้นำแสงสว่างสู่...กลางใจ

#6 รักดวงแก้ว

รักดวงแก้ว
  • Members
  • 74 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 04:19 PM

อ่านแล้วเครียดมากค่ะ ทำให้รู้สึกว่าจะทำอะไรต้องระวังไปหมด ถ้าสมมติว่าเป็นอาชีพเนื่องจากถูกเจ้านายบังคับให้ทำ(อาจผิดใจถ้าไม่ทำตาม)มาจะแก้ไขอย่างไรดีค่ะ เช่น อาชีพนักกฎหมาย,นักบัญชี,พนักงานขาย เป็นต้น

#7 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1766 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 05:14 PM

มิจฉาอาชีวะ ทั้งหลายนั่นแหละครับ เป็นทางสู่อบายทั้งนั้น




#8 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 05:40 PM

อาชีพอะไรก็เสี่ยงทั้งนั้นแหละครับ แม้บวชเป็นพระถ้าทำผิด อยากเด่นอยากดังยังเสี่ยงเลย ดังเคสเมื่อวานนี้เป็นต้น ดังนั้น ไม่ว่าอาชีพอะไร ขอให้อย่าเป็นอาชีพที่ผิดศีลตรงๆ เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดในกาม โกหกตลอด น้ำเมา นอกนั้น ทำไปเถิดครับ พยายามอย่าให้ผิดศีล แล้วก็ทำ 5 ข้อนี้
1. อดีตที่ผิดพลาดลืมให้หมด
2. บาปทุกชนิดไม่คิดทำเพิ่มเด็ดขาด
3. หมั่นนึกถึงบุญทุกบุญอยู่เสมอ
4. บุญทุกบุญทำให้เต็มที่เต็มกำลัง
5. ปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย

แล้วทุกอย่าง จะ OK
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#9 เป็นหนึ่ง

เป็นหนึ่ง
  • Members
  • 354 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 05:47 PM

"ฆราวาสคับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง การที่บุคคลผู้อยู่ครองเรือน จะประพฤติพรหมจรรย์ ให้บริบูรณ์บริสุทธิ์โดยส่วนเดียว ดุจสังข์ที่ขัดแล้ว ไม่ใช่ทำได้ง่าย ถ้ากระไร เราพึงปลงผมและหนวด ครองผ้ากาสายะ ออกบวชเป็นบรรพชิตเถิด"

การทำมาหากิน เพื่อหาทรัพย์มาเลี้ยงชีพนั้น ที่จะได้มาโดยบริสุทธิ์บริบูรณ์เป็นเรื่องที่ยากมาก การทำมาหากินมักที่มีเรื่องที่ก่อให้บาปอกุศลได้เสมอ ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่ควรนำทรัพย์ที่ได้มาโดยยากลำบาก ไปใช้ในเรื่องไร้สาระ อันจะทำให้เป็นการก่อบาปอกุศลเพิ่มเข้าไปอีก เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน เป็นต้น แต่ควรนำมาใช้เพื่อสร้างบารมี การทำมาหากินว่าขาดทุนแล้ว ถ้าได้ทรัพย์มาแล้วนำไปก่อบาปอกุศลเพิ่ม ยิ่งขาดทุนหนักเข้าไปใหญ่ ดังนั้น เราจึงควรนำทรัพย์ที่ได้มา นำไปใช้สร้างบารมีให้เต็มที่ จะได้เก็บเกี่ยวเป็นกำไรบ้าง ไม่ใช่มีแต่ขาดทุน
I just gotta get out of this prison cell.
Someday I'm gonna be free.

#10 panu

panu
  • Members
  • 530 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 06:47 PM

ก็คงต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริง คือทุกอาชีพ ล้วนก่อให้เกิดใจเศร้าหมองได้ เนื่องจากต้องข้องเกี่ยวกับเรื่องโลภ โกรธ หลง โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องเพ่งโทษผู้อื่น (นอกเหนือจากมิจฉาอาชีวะ)จะทำให้สภาพใจตกตำได้ง่าย ดังนั้นคงต้องปรับที่ความคิดเราให้มีกุศโลบาย ให้หาจุดที่คิดเกี่ยวกับงานที่เราทำว่า เป็นอาชีพที่ทำแล้วได้บุญกุศล เช่นระหว่างทำก็คิดว่า สิ่งที่เราทำนี้เป็นการช่วยเหลือคนเป็นต้น และได้ทรัพย์มาก็ใช้ทรัพย์ให้เป็นประโยชน์

#11 คนรักวัด

คนรักวัด
  • Members
  • 626 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 07:48 PM

ทนายความถ้าช่วยคนดีก็เป็นบุญกุศลแต่เป็นหมอต่อให้เลวแสนเลวก็ต้องรักษาให้หาย
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ
โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อตฺตนา หิ สุทนฺเตน
นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ . . . ฯ ๑๖๐ ฯ

เราต้องพึ่งตัวเราเอง
คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
บุคคลผู้ฝึกตนดีแล้ว
ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้แสนยาก

Oneself indeed is master of oneself,
Who else could other master be?
With oneself perfectly trained,
One obtains a refuge hard to gain

#12 num_r

num_r
  • Members
  • 365 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 08:16 PM

ทนายความถ้าแก้ต่างให้กับคนดี หรือทำคดีบนพื้นฐานความถูกต้อง มองดี ๆ ก็เป็นกุศลนะ เพราะได้ช่วยคนดีให้พ้นมนทิน ทุกอาชีพครับ ถ้าทำไปบนพื้นฐานที่มีความถูกต้อง ไม่ลำเอียงก็เป็นสัมมาอาชีวะได้ อะไรที่มีความเสี่ยงมาก ๆ แต่เรากล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ก็ได้บุญเยอะนะ เป็นบารมีประเภทหนึ่งเชียว
เป็นกำลังใจให้ครับ รักษาความดี ( ทั้งทางโลกและทางธรรม ) ยิ่งชีพ


#13 จริยคุณกุลภัทร์

จริยคุณกุลภัทร์
  • Members
  • 368 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 08:30 PM

เราเป็นช่างสัก(tattoo)ร่างกาย เจาะร่างกาย หู สะดือ ลิ้น คิ้ว ระเบิดหูฯลฯไม่อยากทำเลยแต่ถ้าไม่ทำก็ไม่มีทรัพย์ แย่จัง
อฐิษฐานตลอดเลยว่าอยากประกอบอาชีพที่เป็นสัมมาอาชีวะ
ขอคำแนะนำด้วยว่าผิดมากไหม จะแก้ไขอย่างไร
ขอบคุณมากค่ะ สาธุ

#14 เพียงพอ

เพียงพอ

    I |\|EE|) S()|\/|E |3()DY |_()\/E.

  • Members
  • 724 โพสต์
  • Location:ไม่มีข้อมูล
  • Interests:ไม่มีข้อมูล

โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 10:43 PM

อืมพูดถึงเรื่องทนาย สงสัยอยู๋ว่า ถ้าเป็นผู้พิพากษา สั่งประหารนักโทษ เราจะบาปด้วยรึปะครับ
เพียง. . .เพื่อดำรงชีวิตอยู่ให้มีคุณค่า
พอ. . .แล้วกับความรู้สึกที่ว่าอยากมีอยากเป็น
One word will suffice.

เพียงพอ


#15 Omena

Omena
  • Members
  • 1409 โพสต์
  • Location:44/5 หมู่ 10 ตำบลหนองอ้อ ถนนเพชรเกษม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี 70110

โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 12:37 AM

ทนายความเป็นอาชีพที่น่าสงสารนะคะ เพาะถ้าหากรู้ว่าผู้จ้างมีความผิด ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จะบอกศาลว่าผิดจริงก็โดนยึดใบอนุญาติ เพราะหักหลังลูกค้า ไม่มีจรรยาบรรณ
เมื่อไหร่หนอจะได้พบทหารหาญ
รอตั้งนานผู้ชาญศึกหายไปไหน
บอกจะพบกันครึ่งทางที่กลางใจ
อีกนานไหมจะให้พบช่วยบอกที

สุนทรพ่อ




muralath2@hotmail

#16 arraya

arraya
  • Members
  • 298 โพสต์

โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 10:36 AM

ทุกอาชีพมีความเสี่ยงหมด อยู่ที่การกระทำของคนที่ประกอบอาชีพนั้นๆเอง
แต่ที่แน่ๆ ไม่ควรมีส่วนในอาชีพต้องห้ามทั้ง 5

#17 จงมีสมบัตตักไม่พร่อง

จงมีสมบัตตักไม่พร่อง
  • Members
  • 57 โพสต์

โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 12:08 PM

ขนาดเป็นทหารรบเพื่อป้องกัน ชาติ ศาสนา ไม่ให้ถูกย่ำยี
ยังมีวิบากกรรมเลย ดูจากทหารของพระราชาองค์ที่ออกบวชซิครับ

#18 light mint

light mint

    ขออนุโมทนาบุญค่ะ

  • Members
  • 1423 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:THAILAND
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 12:31 PM

เลือกอาชีพดีๆนะ
บางอาชีพก็ไปอบายได้
ขออนุโมทนาบุญนะคะ สาธุ


#19 SmilingCat

SmilingCat
  • Members
  • 1209 โพสต์

โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 12:59 PM

เห็นด้วยกับคุณวิว ทนายความเป็นอาชีพที่ลำบากใจจริง ๆ

เพราะความเป็นจริง คือการเอาชนะกัน ไม่ใช่เรื่องของความถูกผิด

หยุดคือตัวสำเร็จ

#20 ฝันที่เป็นจริง

ฝันที่เป็นจริง
  • Members
  • 436 โพสต์

โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 01:19 PM

มิจฉาวณิชชา หมายถึง การค้าขายที่ไม่ชอบธรรม, การค้าขายที่ผิดศีลธรรม มี ๕ อย่างคือ

๑. สัตถวณิชชา คือ ค้าอาวุธ
๒. สัตตวณิชชา คือ ค้ามนุษย์
๓. มังสวณิชชา คือ ค้าสัตว์สำหรับฆ่าเป็นอาหาร
๔. มัชชวณิชชา คือ ค้าของเมา (ยาเสพติด)
๕. วิสวณฺชชา คือ ค้ายาพิษ
"หยุด เป็น ตัวสำเร็จ"

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต้ อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ


หากข้าพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ด้วยกายก็ดี วาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ด้วยเจตนาก็ดี ไม่เจตนาก็ดี ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี
ขอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย และผู้มีพระคุณทุกท่าน ได้โปรดยกโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ



#21 somchet

somchet
  • Members
  • 900 โพสต์

โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 05:26 PM

อาชีพสัก เจาะ ของคุณจริยคุณกุลทรัพย์ ไม่น่าจะบาปนะครับ

คนพวกนั้น มีเศษกรรมปาณาติปาต มาส่งผล เลยทำให้จิตวิปริตชอบ การสัก การเจาะ ที่ต้องทำให้เจ็บตัว แต่คุณ อาจมีเศษกรรม ไปอนุโมทนา กับพวก สักๆ เจาะๆ ชาตินี้ เลยต้องมาทำอาชีพนี้ เช่น เคยชมเพื่อนที่เคยสักว่า สวยมากเลยนะ เท่ห์มากเลยนะ คือ เป็นการอนุโมทนากับคนพวกนี้มา

อย่ากังวลไปเลยครับ

#22 จริยคุณกุลภัทร์

จริยคุณกุลภัทร์
  • Members
  • 368 โพสต์

โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 07:30 PM

ขอบคุณมากค่ะ คุณsomchet ที่แนะนำ
072 072 072 072 072 072 072
สาธุๆๆ

#23 นักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยว
  • Members
  • 2378 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:รู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้อยู่กะที่อ่ะ มาดูอารายกานอ่ะ
  • Interests:มาสร้างบารมีตามติดหมู่คณะดีกว่า

โพสต์เมื่อ 07 October 2006 - 09:44 PM

ถ้าช่วยในทางที่ดีก็ผลดีอ่ะ
กายธรรมควรเทิดไว้ ในใจ
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ


เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี