จริง ๆ แล้วไม่ถูกเสียเลยทีเดียวใช่มั๊ย...ตกนรกหรือไม่ตก...จำเป็นหรือปล่าวว่าจะต้องขึ้นอยู่กับอาชีพไหน แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำของเค้ามากกว่า ว่าปฏิบัติหน้าที่แบบไหน เอาอะไรเป็นมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่...หรือปล่าวค่ะ?
อาชีพที่ทำให้บาป-ตกนรก...มีด้วยหรือ?
#1
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 02:25 PM
จริง ๆ แล้วไม่ถูกเสียเลยทีเดียวใช่มั๊ย...ตกนรกหรือไม่ตก...จำเป็นหรือปล่าวว่าจะต้องขึ้นอยู่กับอาชีพไหน แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำของเค้ามากกว่า ว่าปฏิบัติหน้าที่แบบไหน เอาอะไรเป็นมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่...หรือปล่าวค่ะ?
#2
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 02:34 PM
ศาลได้สั่งจับคนผิดติดคุก หรือสั่งปล่อยนักฆ่าตัวจริง
ยกตัวอย่าง
พ่อของฟ้าร้างเป็นทนายความค่ะ มีคดีหนึ่งตอนที่ฟ้าร้างเด็กๆ จำได้แม่นเลย เพราะเป็นคดีของท่านเองที่ช่วยเหลือนักฆ่า เพราะเขาโกหกทุกคน แล้วพ่อก็ทำให้เขาหลุดตะรางมาได้ แต่พ่อก็มารู้ภายหลังว่าได้ช่วยเหลือคนเลวเข้าไปซะแล้ว เพราะวิบากกรรมติดจรวด ญาติผู้ตายเก็บกระดุมในที่เกิดเหตุได้ ซึ่งเป็นเม็ดเดียวกับที่นักฆ่าใส่ ก็เลยถูกศาลเตี้ย ถูกญาติของผู้ตายฆ่าให้ตายตกไปตามกันค่ะ
นี่พ่อก็ได้ทำการช่วยเหลือคนผิดโดยไม่รู้ตัวเข้าให้ซะแล้ว
แล้วแบบนี้ แปลว่า พ่อของฟ้าร้างได้ทำบาปไปไหมล่ะคะ เพราะท่านมีเจตนาที่จะช่วยเหลือลูกความของท่านจนกระทั่งทำได้สำเร็จ แต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะช่วยเหลือคนผิดเลย แต่อย่างไรก็ตาม ท่านก็ได้ทำจนสำเร็จไปแล้ว
อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย.."
พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)
#3
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 02:47 PM
เหลือไว้อย่างเดียวละกัน "ทนายแก้ต่างให้พระศาสนา" ตามปณิธานหลวงปู่ฯ
#4
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 02:49 PM
อ้าว เอ๋ ค้ามนุษย์ถ้าเขาสมัครมาขายเองจะบาปด้วยหรือ มันไปก่อความเดือดร้อนให้ใครเขาล่ะ อืม ถ้าครอบครัวคนที่มาซื้อรู้เขาต้องทะเลาะกันไหม แล้วแบบนี้ครอบครัวเขาเดือดร้อนไหม อืม คนที่มาซื้อถ้าเกิดได้โรคติดตัวไป คนที่มาซื้อต้องวิ่งเต้นไปรักษาแบบนี้เรียกว่าเดือดร้อนไหม
อาชีพที่สุจริต แต่ผู้ที่ทำสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ผู้ที่ทำอาชีพนั้นก็จะมีบาปติดตัว เช่น อาชีพที่คุณเจ้าของกระทู้กล่าวมา อาชีพทนายความเช่นไปเป็นทนายความว่าความให้ผู้มีอิทธิพล เช่นผู้ค้ายาเสพติดทำให้เขาพ้นความผิดออกมาค้ายาเสพติดได้ต่อ ก็เท่ากับว่าเป็นผู้สนับสนุนให้เขามาทำบาป เป็นต้น หรืออาชีพหมอที่ถ้าหากผู้มีอาชีพนี้ตั้งใจทำงานและไม่เอาเปรียบก็จะได้อานิสงค์ผลบุญที่ช่วยให้ผู้อื่นหายจากความทรมาณของโรคภัย แต่ถ้ากลับกัน แทนที่เขารักษาให้หายขาดได้แต่กลับไม่รักษา ยื้อให้คนไข้ป่วยนานเพียงเพื่อที่จะให้ได้ค่ารักษาพยาบาลก็จะทำให้หมอคนนั้นมีกรรมมีบาปติดตัว
ถูกอย่างที่คุณเจ้าของกระทู้กล่าวมาครับ อาชีพบางอาชีพทำแล้วจะบาปหรือไม่บาปก็ขึ้นอยู่กับใจของผู้ที่ทำอาชีพนั้นๆ หากผู้ที่ทำอาชีพนั้นเป็นผู้ที่มีสัมมาธิฐิคิดถูกทำถูกหรือไตร่ตรองก่อนทำ อาชีพนั้นก็อาจเป็นอาชีพที่สร้างบุญ แต่หากผู้ที่ทำอาชีพเป็นผู้ที่มีมิจฉาธิฐิ อาชีพที่เขาทำก็อาจเป็นอาชีพที่ให้บาปติดตัวได้เช่นกันครับ
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย
#5
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 03:31 PM
1. อาชีพนักดนตรี เป็นการส่งเสริมให้คนดื่มสุรา อย่างไร? เพราะเราเป็นผู้ที่สร้างบรรยากาศในการดื่ม อาจมีผลทำให้ผู้ดื่มรู้สึกเพลิดเพลิน จากการขับกล่อมของเรา ทำให้ดื่มมากขึ้นค่ะ เข้าข่ายส่งเสริมค่ะ
2. อาชีพนักบัญชี ถ้าเจ้านายบอกให้เราแก้ไขงบเพื่อหลบภาษี ก็เข้าข่ายเหมือนกันค่ะ ประมาณร่วมมือในการโกงภาษี (โดยเป็นผู้จัดทำ ตกแต่งตัวเลขค่ะ) ที่จะต้องเสียให้ประเทศเพื่อไปทำนุบำรุงประเทศ เท่ากับโกหกค่ะ
3. อาชีพนักกฎหมาย ถึงเราจะว่าความหรือเป็นผู้พิพากษา ลงโทษผู้กระทำผิดก็ตาม แต่ ในการลงโทษเท่ากับส่งเสริมให้เกิดการฆ่า การกักขัง อาจเข้าไปสู่วงจรของการผูกเวรค่ะ
อันนี้คือ จำมาจากที่เพื่อนเคยบอกและห้ามไว้ค่ะ อย่างเช่น เล่นดนตรีนี่ เลิกไปแล้ว ก็อย่ากลับไปเล่นอีกค่ะ เรื่องทำบัญชีนี่คงเลี่ยงยากหน่อย เพราะไม่ใช่ธุรกิจของเราเอง เรื่องนักกฎหมายนี่ ถ้าเรียนเพื่อให้รู้หรือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็มีอาชีพอยู่แล้ว ทั้งหมดหลวงพ่อทัตตะท่านเคยกล่าวไว้ค่ะ แต่ได้ฟังไม่หมดและยังไม่ได้กลับไปฟังอีก
รายละเอียด ต้องรบกวนท่านอื่นช่วยขยายความด้วยค่ะ เพราะจำได้ไม่หมด และ ยังไม่เห็นหนังสือที่พูดถึงเรื่องอาชีพที่มีความเกี่ยวพันกับบาปอย่างละเอียดน่ะค่ะ
แด่
เธอ...ผู้นำแสงสว่างสู่...กลางใจ
#6
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 04:19 PM
#7
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 05:14 PM
#8
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 05:40 PM
1. อดีตที่ผิดพลาดลืมให้หมด
2. บาปทุกชนิดไม่คิดทำเพิ่มเด็ดขาด
3. หมั่นนึกถึงบุญทุกบุญอยู่เสมอ
4. บุญทุกบุญทำให้เต็มที่เต็มกำลัง
5. ปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย
แล้วทุกอย่าง จะ OK
#9
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 05:47 PM
การทำมาหากิน เพื่อหาทรัพย์มาเลี้ยงชีพนั้น ที่จะได้มาโดยบริสุทธิ์บริบูรณ์เป็นเรื่องที่ยากมาก การทำมาหากินมักที่มีเรื่องที่ก่อให้บาปอกุศลได้เสมอ ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่ควรนำทรัพย์ที่ได้มาโดยยากลำบาก ไปใช้ในเรื่องไร้สาระ อันจะทำให้เป็นการก่อบาปอกุศลเพิ่มเข้าไปอีก เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน เป็นต้น แต่ควรนำมาใช้เพื่อสร้างบารมี การทำมาหากินว่าขาดทุนแล้ว ถ้าได้ทรัพย์มาแล้วนำไปก่อบาปอกุศลเพิ่ม ยิ่งขาดทุนหนักเข้าไปใหญ่ ดังนั้น เราจึงควรนำทรัพย์ที่ได้มา นำไปใช้สร้างบารมีให้เต็มที่ จะได้เก็บเกี่ยวเป็นกำไรบ้าง ไม่ใช่มีแต่ขาดทุน
Someday I'm gonna be free.
#10
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 06:47 PM
#11
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 07:48 PM
โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อตฺตนา หิ สุทนฺเตน
นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ . . . ฯ ๑๖๐ ฯ
เราต้องพึ่งตัวเราเอง
คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
บุคคลผู้ฝึกตนดีแล้ว
ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้แสนยาก
Oneself indeed is master of oneself,
Who else could other master be?
With oneself perfectly trained,
One obtains a refuge hard to gain
#12
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 08:16 PM
เป็นกำลังใจให้ครับ รักษาความดี ( ทั้งทางโลกและทางธรรม ) ยิ่งชีพ
#13
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 08:30 PM
อฐิษฐานตลอดเลยว่าอยากประกอบอาชีพที่เป็นสัมมาอาชีวะ
ขอคำแนะนำด้วยว่าผิดมากไหม จะแก้ไขอย่างไร
ขอบคุณมากค่ะ สาธุ
#14
โพสต์เมื่อ 29 August 2006 - 10:43 PM
พอ. . .แล้วกับความรู้สึกที่ว่าอยากมีอยากเป็น
One word will suffice.
#15
โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 12:37 AM
รอตั้งนานผู้ชาญศึกหายไปไหน
บอกจะพบกันครึ่งทางที่กลางใจ
อีกนานไหมจะให้พบช่วยบอกที
#16
โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 10:36 AM
แต่ที่แน่ๆ ไม่ควรมีส่วนในอาชีพต้องห้ามทั้ง 5
#17
โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 12:08 PM
ยังมีวิบากกรรมเลย ดูจากทหารของพระราชาองค์ที่ออกบวชซิครับ
#18
โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 12:31 PM
บางอาชีพก็ไปอบายได้
#19
โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 12:59 PM
เพราะความเป็นจริง คือการเอาชนะกัน ไม่ใช่เรื่องของความถูกผิด
#20
โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 01:19 PM
๑. สัตถวณิชชา คือ ค้าอาวุธ
๒. สัตตวณิชชา คือ ค้ามนุษย์
๓. มังสวณิชชา คือ ค้าสัตว์สำหรับฆ่าเป็นอาหาร
๔. มัชชวณิชชา คือ ค้าของเมา (ยาเสพติด)
๕. วิสวณฺชชา คือ ค้ายาพิษ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต้ อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ
หากข้าพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ด้วยกายก็ดี วาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ด้วยเจตนาก็ดี ไม่เจตนาก็ดี ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี
ขอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย และผู้มีพระคุณทุกท่าน ได้โปรดยกโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ
#21
โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 05:26 PM
คนพวกนั้น มีเศษกรรมปาณาติปาต มาส่งผล เลยทำให้จิตวิปริตชอบ การสัก การเจาะ ที่ต้องทำให้เจ็บตัว แต่คุณ อาจมีเศษกรรม ไปอนุโมทนา กับพวก สักๆ เจาะๆ ชาตินี้ เลยต้องมาทำอาชีพนี้ เช่น เคยชมเพื่อนที่เคยสักว่า สวยมากเลยนะ เท่ห์มากเลยนะ คือ เป็นการอนุโมทนากับคนพวกนี้มา
อย่ากังวลไปเลยครับ
#22
โพสต์เมื่อ 30 August 2006 - 07:30 PM
072 072 072 072 072 072 072
สาธุๆๆ
#23
โพสต์เมื่อ 07 October 2006 - 09:44 PM
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ
เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี












