ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

"ปัญญา" เป็น/มาจาก...ภาษาบาลี...???


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 3 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 28 September 2006 - 09:21 AM

สายน้ำทิพย์เห็นคนเค้าชอบพูด ชอบต่อว่ากันจัง เรื่องของการใช้ "ปัญญา" แต่พอได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ก็รู้สึกแตกต่างถึงคำว่า "ปัญญา" ที่คนพูด ๆ กัน

สรุปแล้วคำว่า "ปัญญา" เป็นภาษาบาลี...ที่มีความหมายไปทางธรรมเท่านั้นใช่หรือไม่คะ? unsure.gif

ปัญญาจะเกิดได้ต้องอาศัยสมาธิเท่านั้น...อ่านมาก ฟังมาก รู้มาก...ไม่ใช่? dont_tell_anyone_smile.gif



ข้อความบางส่วนจากหนังสือที่อ่านมีดังนี้

******************************************************
คำว่าปัญญานั้น เป็นคำหนึ่งอันกล่าวได้ว่า มีความยุ่งยากที่จะทำความเข้าใจ ทั้งเป็นความลำบากอย่างยิ่งในการตีความ และเป็นข้อถกเถียงกันมาทุกยุคทุกสมัย ว่าคืออะไร...

เพราะชาวโลกส่วนใหญ่มีความเข้าใจเรื่องของปัญญาไม่ตรงกัน คนทั้งหลายมีความเข้าใจว่าวิชาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิชาอะไร เช่น วิชาแพทย์ วิชากฏหมาย วิทยาศาสตร์ จิตวิทยา ฯลฯ ที่เราได้ศึกษาเล่าเรียนกันเหล่านี้ ผู้ใดเรียนรู้ก็ได้ชื่อว่ามี "ปัญญา" ทั้งนั้น หรือบุคคลโดยมากยึดถือว่า ผู้ใดมีความเฉลียดฉลาดมีความสามารถในการคิด ในการประดิษฐ์ หรือในการทำมาหากิน ก็เรียกว่า มีปัญญา แม้ในการกระทำที่เป็นทุจริตและคดโกงหลอกลวงเพื่อให้เกิดผลประโยชน์เกิดขึ้นกับตน คดโกงคนอื่นเขาแล้วไม่สามารถจับได้ไล่ทัน ก็เรียกว่าผู้นั้น "มีปัญญา" เหมือนกัน

เหตุนี้เอง ท่านทั้งหลายจะเห็นว่า ปัญญานั้น ชาวโลกพากันคิดไปคนละอย่างสองอย่าง เข้าใจไปคนละทางสองทาง ดังนั้น จึงไม่อาจจะตัดสินลงไปได้ว่า...ปัญญา คือ อะไรแน่

หากว่าเรามิได้พิจารณาโดยอาศัยสภาวะ โดยยกองค์ธรรมขึ้นมาวางเป็นหลักฐานแล้ว ก็อาจทำความเข้าใจผิดให้แก่ผู้ที่เป็นพุทธศาสนิกชนเป็นอันมาก เพราะไม่ทราบความชั่ว ความดี หรือชั่วชั้นใด ดีชั้นไหน จึงจะได้ชื่อว่ามีปัญญา หรือว่าปัญญานั้น จะต้องรู้ในเรื่องอะไรบ้าง แล้วคำว่าปัญญาก็คงจะยกขึ้นมาถกเถียงกันไม่จบสิ้น

ต่อไปไม่ต้องกังวลเลยในเรื่องนี้ ใครพูดคำว่าปัญญาออกมาคำเดียว ก็สามารถตัดสินใจได้ทันที่ว่า...ใช่ปัญญาตามหลักการในพระพุทธศาสนาหรือไม่ เป็นปัญญาชนิดไหน

ปัญญานั้นหมายถึงปัญญาที่เป็นสภาวธรรมอันเป็นความจริงแท้ที่เกี่ยวกับเรื่องจริงของชีวิตจากในพุทธศาสนา ไม่ใช่ปัญญาที่บรรดาชาวโลกทั้งหลาย ผู้ซึ่งเอาคำว่า "ปัญญา" ที่เป็นภาษาบาลีนี้ไปใช้ในที่ทั่วไปแล้วไปกำหนดกฏเกณฑ์เสียใหม่ว่า... "ความรู้อย่างนั้น การกระทำอย่างนี้ เป็นปัญญา"...

ปัญญานี้ มีขอบเขตอยู่ภายใต้กฏข้อบังคับอันหมายถึงองค์ หรือหลักธรรมในสภาวธรรม ไม่ใช่ปัญญาที่ชาวโลกพากันพูดพากันเข้าใจ

ปัญญา นั้น หมายถึง การรู้ในความจริงของชีวิตนั่นเอง (ไม่ใช่ชีวิตทางโลก) ปัญญาได้แก่ความรู้ในความจริงแท้แน่นอน ไม่ผันแปร ไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องของชีวิต

ปัญญาได้แก่ความรู้แจ้งในสภาธรรมหรือรู้แจ้งในเรื่องของชีวิต...เป็นลักษณะ ปัญญาจะเกิดขึ้นได้ ต้องมี สมาธิ เป็นบาท...เป็นเหตุใกล้ ถ้าสมาธิไม่มี ปัญญาจะเกิดมาไม่ได้ และอำนาจของปัญญานั้น...มีการกำจัดความมืดมน มีความสามารถทำลายโมหะหรือทำลายอวิชชาได้

ผลที่ปรากฏเกิดขึ้น...ต้องไม่มีความหลงใหล ไม่มีอวิชชาเข้าไปแทรกแซง

ปัญญานั้นแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย

ฝ่ายหนึ่งเรียกว่าโลกีย์ปัญญาหรือปัญญาที่เป็นโลกีย์ หมายถึง ปัญญาที่เกิดขึ้นยังเกี่ยวข้องกับโลกอยู่ กับ อีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า โลกุตระปัญญาหรือปัญญาที่เป็นฝ่ายโลกุตระ หมายถึง ปัญญาที่พ้น หรือเหนือจากการเกี่ยวเกาะกับโลกแล้ว...ซึ่งปัญญามีอยู่เท่านี้เอง จะมีมากกว่านี้ไม่ได้

แม้จะได้ศึกษาวิชาความรู้มา หรือได้ศึกษาเรื่องของชีวิตกับจิตใจก็ตาม ก็เข้ามาไม่ถึงซึ่งความลึกซึ้งจนถึงจะเกิดปัญญาได้ ด้วยเหตุที่ศึกษาแต่เพียงพฤติกรรมของชีวิตและพฤติกรรมของจิตเท่านั้นเอง แม้ว่าวิชาชีววิทยาจะว่าด้วยเรื่องของชีวิตหรือจิตวิทยาว่าด้วยเรื่องจิตใจ ซึ่งเป็นวิชาที่ยอมรับกันอยู่ในวงการของบุคคลผู้ซึ่งถือกันว่ามีปัญญา วิชาทั้งสองนี้แม้จะเป็นสาขาหนึ่งของวิชาวิทยาศาสตร์ก็ตาม ...ก็ยังไม่ทราบว่า ชีวิตจริง ๆ นั่นคืออะไร ชีวิตจริง ๆ นั้นตั้งอยู่ที่ไหน มีความเป็นมาและเป็นไปอย่างไร

น่าอัศจรรย์เหลือเกินที่ชาวโลกทั้งหลายแม้ว่าในเวลานี้จะได้ศึกษาค้นคว้า ในวิทยาการต่าง ๆ มากมาย จนกระทั่งเอาดาวเทียมขึ้นไปหมุนรอบโลก และขึ้นไปดวงจันทร์แล้ว ***แต่ความจริงเรื่องของชีวิตเล็ก ๆ นิดเดียวทั้งอยู่ใกล้ชิดสนิทกัน แต่ก็หาได้เข้าไปถึงแม้แต่เล็กน้อยไม่*** ความรู้ที่บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายค้นคว้าหามาได้ เป็นวิทยาการที่นอกไปจากชีวิต เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เรือบิน เรือดำน้ำ และปรมาณู เราได้เล่าเรียนวิทยาการอะไรต่าง ๆ ที่นอกเหนือไปจากชีวิตมามากมายก่ายกองจนแทบนับจำนวนไม่ไหว แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตแล้ว ***เราจะไปหาผู้ใดผู้หนึ่งมาให้ความรู้ก็ยังไม่มีคนทาง*** จำต้องอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องอาศัยสัพพัญญุตญาณจากพระองค์ เพราะความรู้ในเรื่องชีวิตนั้น จะไปหาจากคนมีกิเลส ก็ย่อมจะไม่ได้แน่ ต้องอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ซึ่งบริสุทธิ์สะอาดปราศจากกิเลสอันเป็นมลทินโดยสิ้นเชิง

********************************************************


#2 Tanay007

Tanay007
  • Members
  • 616 โพสต์

โพสต์เมื่อ 28 September 2006 - 10:15 AM

รู้สึกว่าโปรแกรมนี้จะป้องกันคำย่อว่า ท-ร-ท และคำว่า นา-ยก พอโพทส์คำอะไรที่มีตัวสะกดใกล้เคียงอย่างเช่น โทร-ทัศน์ หรือนาย-การ (ต้องเขียนติดกัน) ก็เลยมีปัญหาอยู่บ้าง
คำว่าปัญญา จะมาจากภาษาบาลีว่า ป+ญา = ปญฺญา ถ้า ญา เฉยๆ แปลว่า รู้ เติม ป ไว้ข้างหน้า ก็แปลว่า รู้ทั่วถึง
ปัญญา มี 3 ระดับ คือ
1. สุตมยปัญญา ปัญญาที่เกิดขึ้นเพราะการขวนขวายเล่าเรียน ถ้าตามศัพท์เขาแปลว่า เกิดจากการฟัง (โดยเคารพ) เพราะในสมัยก่อน จำจะง่ายกว่าจด
2. จินตมยปัญญา ปัญญา (ความรู้) ที่เกิดจากการสอบสวนใคร่ครวญ หลักธรรมความรู้ต่างๆ เป็นการยกระดับปัญญาให้สูงขึ้นมาจากสุตมยปัญญา
3. ภาวนามยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการเจริญภาวนา ครับ และบางอาจารย์ท่านอรรถาธิบายไว้ว่า ปัญญาในส่วนของภาวนามยปัญญา แปลว่า แสงสว่างครับ ซึ่งสามารถใช้ขจัดความมืดคืออวิชชาได้ (ความสว่างระดับกสิณก็ขจัดความมืดชนิดนี้ไม่ได้)
แต่ถ้าเป็นศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต จะใช้คำว่า "ปรัชญา" ครับ

#3 MIHARU

MIHARU
  • Members
  • 620 โพสต์
  • Interests:พระพุทธศาสนา<br />วิทยาศาสตร์

โพสต์เมื่อ 28 September 2006 - 10:24 AM

QUOTE
รู้สึกว่าโปรแกรมนี้จะป้องกันคำย่อว่า ท-ร-ท และคำว่า นา-ยก พอโพทส์คำอะไรที่มีตัวสะกดใกล้เคียงอย่างเช่น โทร-ทัศน์ หรือนาย-การ (ต้องเขียนติดกัน) ก็เลยมีปัญหาอยู่บ้าง

เพิ่งรู้นะเนี่ย เพราะก็สงสัยอยู่เหมือนกัน

อนุโมทนาสำหรับความรู้จากคุณสายน้ำทิพย์และคุณ Tanay007 ค่ะ
Relax & Alert

#4 นักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยว
  • Members
  • 2378 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:รู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้อยู่กะที่อ่ะ มาดูอารายกานอ่ะ
  • Interests:มาสร้างบารมีตามติดหมู่คณะดีกว่า

โพสต์เมื่อ 30 September 2006 - 01:00 PM

สุดยอดเลยไปเอาความรู้มาจากใหนเนี้ย
กายธรรมควรเทิดไว้ ในใจ
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ


เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี