พระตอนอยู่ในวัดกับไปนอกวัดทำไมห่มจีวรไม่เหมือนกัน
#1
โพสต์เมื่อ 03 October 2006 - 08:25 AM
#2
โพสต์เมื่อ 03 October 2006 - 09:11 AM
ขออนุโมทนาบุญ กับทุกๆท่านด้วยครับ สาธุ...สาธุ...สาธุ...ครับ
ปล. ท่านสาคร เป็นคนช่างสังเกตุดีนะครับ ขอชมๆๆ ครับ
ขอเชิญร่วม อนุโมทนาบุญ งานบุญกฐินพระราชทาน ที่ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก คลิ๊กที่นี้
Who am I?__>>> CLick Here <<< to see my answer Post # 7
.
รวมภาพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า: คลิ๊กที่นี้คลิ๊กที่นี้ เพื่อ D/L 58 files, 120.99 MB, for easy listening dharmas.
คลิ๊กที่นี้ เพื่อ D/L 121 really-good-to-read e-books, 295.67 MB.
คลิ๊กที่นี้ เพื่อ Download โปรแกรม Free Download Manager ช่วย Download ไฟล์ใหญ่ๆ ต่างๆ ฟรีครับฟรี
คลิ๊กที่นี้ เพื่อ Download โปรแกรม Acrobat Reader V.5
.
The basic knowledge of Buddhism to become a better buddhist Edition 2 คลิ๊กที่นี้
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
-= Hillary Clinton =-.... >>>>>>> CLicK HeRe <<<<<< To Be wisher, To Be smarter, and To Know Better !!!
#3
โพสต์เมื่อ 03 October 2006 - 09:38 AM
1. ที่เห็นห่มในวัดนั้นเรียกว่าห่มดอง คือการห่มแบบเปิดไหล่ข้างนึง เป็นการห่มแบบกระฉับ ให้สามารถไปไหนมาไหนหรือทำกิจกรรมได้สะดวกครับ แต่มีข้อเสียคือปลายจีวรที่เสียบสังฆาติไว้จะหลวมและหลุดง่ายซึ่งจะดูไม่งามหากออกนอกวัด
2. ที่เห็นห่มออกนอกวัดนั้นเรียกว่าการห่มคลุมครับ มี2แบบด้วยกัน คือ
2.1แบบที่เรียกว่าห่มมังกร เป็นแบบที่วัดเราห่มกันอยู่ตอนนี้ครับ การห่มแบบนี้เป็นการห่มปิดไหล่ทั้ง2ข้าง และเป็นการห่มที่หนาแน่น เพราะจะม้วนชายจีวรตั้งแต่ปลายด้านหนึ่งไปจนสุดปลายอีกด้านนึง ดังนั้นการห่มแบบนี้จึงมิดชิดและไม่หลุดง่าย แต่มีข้อเสียคือเป็นไม่สะดวกเพราะเป็นแบบห่มคลุมทั้งตัว เวลาจะยกมือหรือหยิบจับอะไรจำเป็นที่จะต้องถกชายจีวรขึ้นมาก่อนน่ะครับ
2.2แบบที่เรียกว่าห่มบวบ ซึ่งตามวัดทั่วไปจะเป็นการห่มบวบ เพราะสะดวกและรวดเร็วแต่เป็นการห่มแบบเปิดไหล่เหมือนห่มดองแต่ไม่ยุ่งยากและหลายขั้นตอนเหมือนห่มดองครับ แต่มีขอเสีย คือจีวรจะหลุดลุ่ยง่ายทำให้ดูไม่เรียบร้อย
สาเหตุที่พระวัดเราห่มแบบคลุมไหล่ออกนอกวัดคือ เพื่อให้ดูเรียบร้อย และไม่ให้เกิดการเปิดเผยอวัยวะช่วงลำตัวในบางส่วนนั้นเองครับ
ผิดพลาดประการใดรบกวนช่วยแก้ให้ด้วยนะครับ
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย
#4
โพสต์เมื่อ 03 October 2006 - 09:52 AM
#5
โพสต์เมื่อ 03 October 2006 - 10:01 AM
ปกติใช้ในงานสำคัญหรือพิธีกรรมเป็นหลัก(ส่วนที่วัดเราห่มเป็นปกตินั้นถือว่าเป็นงานพิธีกรรมครับแล้วก็ไม่ทำให้หลุดง่ายคือไม่ต้องมานั่งห่มหลายรอบ)
2.1แบบที่เรียกว่าห่มมังกร เป็นแบบที่วัดเราห่มกันอยู่ตอนนี้ครับ การห่มแบบนี้เป็นการห่มปิดไหล่ทั้ง2ข้าง และเป็นการห่มที่หนาแน่น เพราะจะม้วนชายจีวรตั้งแต่ปลายด้านหนึ่งไปจนสุดปลายอีกด้านนึง ดังนั้นการห่มแบบนี้จึงมิดชิดและไม่หลุดง่าย แต่มีข้อเสียคือเป็นไม่สะดวกเพราะเป็นแบบห่มคลุมทั้งตัว เวลาจะยกมือหรือหยิบจับอะไรจำเป็นที่จะต้องถกชายจีวรขึ้นมาก่อนน่ะครับ
การนุ่มห่มแบบนี้ใช้สำหรับเวลาเดินทางไปใหนเพื่อความเรียบร้อยและปกปิดร่างกาย
ปกติการห่มแบบนี้อย่างที่คุณถูกส่วนว่าครับหลุดง่ายแต่หลายๆๆวัดจะใช้เป็นการรับโยมมากว่าคือห่มเร็วทันใจและใช้ห่มไม่นานเป็นต้นครับ
การนุ่มห่มนั้นจะมีในข้อพระวินัย มีหลายข้อครับเกี่ยวกับการนุ่มห่มซึ่งสำคัญมากเหอะถ้าเอาตัวอย่างมาจะยาวเลยอ่ะ
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ
เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี
#6
โพสต์เมื่อ 03 October 2006 - 10:05 AM
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย
#7
โพสต์เมื่อ 03 October 2006 - 10:22 AM
#8
โพสต์เมื่อ 03 October 2006 - 10:29 AM
เวลาเห็นพระท่านนุ่งห่มเรียบร้อยดูงามตา น่าศรัทธานะคะ
เพราะเคยขับรถผ่าน เห็นบางรูป นุ่งห่มไม่งาม ดูไม่ดีเลยค่ะ
#9
โพสต์เมื่อ 03 October 2006 - 12:55 PM
ข้อนี้น่าจะมีที่มา จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของความเคารพหรือไม่ครับ คงต้องฟังจากผู้รู้
#10
โพสต์เมื่อ 03 October 2006 - 04:42 PM
ส่วนห่มในบริเวณวัดเขาเรียกว่า "ห่มเฉวียงบ่า" ครับ ซึ่งเขตวัดก็จะประกอบไปด้วย พุทธาวาส ธรรมาวาส สังฆาวาส และก็เป็นธรรมเนียนวัตรของพระครับ ที่จะให้ความเคารพกับสถานที่เหล่านั้น การห่มเฉวียงบ่าเป็นการให้ความเคารพกับสถานที่
#11
โพสต์เมื่อ 09 October 2006 - 10:01 AM
ห่ม ดอง = ใ้ช้ในงานวันอาทิตย์เป็นต้น
ห่ม บวบ = ใช้รับโยมที่วัด
ห่ม คลุม = ใช้ไปกิจนิมนต์ข้างนอก . . .














