ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

การทำให้สงฆ์แตกแยกหรือสังฆเภทมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนมั้ยครับ


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 12 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 sun of peace

sun of peace
  • Members
  • 101 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 11:58 AM

อนันตริยกรรมข้อนี้รายละเอียดเป็นยังไงครับ จึงจะถือได้ว่าเป็นการทำสังฆเภทที่จะต้องไปอเวจีมหานรกและห้ามมรรคผลนิพพาน ผมว่าถ้าสมมติว่าเราเป็นพระแล้วเราทำให้เพื่อนสหธรรมมิกของเราทะเลาะกันโดยการยุยงพูดส่อเสียดเอาความข้างนู้นมาบอกข้างนี้เอาความข้างนี้ไปบอกข้างนู้นทำให้เขาต้องทะเลาะกันโกรธกันไม่มองหน้ากัน ผมว่าอย่างนี้ไม่น่าจะถึงขั้นเป็นการทำสังฆเภทนะครับ น่าจะเป็นแค่บาปหนักเฉยๆ เพราะถ้ากรณีนี้เป็นการทำสังฆเภทผมว่ามีคนทำอนันตริยกรรมข้อนี้เต็มไปหมดเลย อย่างเคสของพระเจ้าเทวทัตนั้นก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เป็นการทำสังฆเภท
แต่ผมอยากทราบว่ามีบรรทัดฐานที่ชัดเจนมั้ยครับ ว่าอย่างไรจะเรียกว่าเป็นการทำให้สงฆ์แตกแยกที่เป็นอนันตริยกรรม ต้องทำให้แตกแยกในคำสอน หรือว่าแตกแยกเป็นหมู่คณะใหญ่เท่าไหร่ หรืออะไรยังไงครับ

จะครองเรือนไปสักกี่ร้อยปีก็ครองไปเถิด งานเรื่องของคนอื่นเค้าทั้งนั้น เรื่องของพญามารทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องของตัว ไม่ใช่งานของตัว ไปทำงานให้พญามารเค้าทั้งวันทั้งคืน เอาเรื่องอะไรไม่ได้

#2 สาคร

สาคร
  • Members
  • 764 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 12:13 PM

อืมม...เคยอ่านเจอเหมือนกัน ถ้าเป็นความคิดของผมนะ การทำ อนันตริยกรรม หรือการทำ สังฆเภท น่าจะทำถึงขั้นที่ว่า ยุยงแบ่งแยกชี้นำ ด้วย จิตใจที่เป็น มิจฉาทิฏฐิ แบ่งพระภิกษุเป็น สอง ฝ่ายแบบไม่ร่วมทำ สังฆกรรม ด้วยกัน แต่ เอ....การแบ่งฝ่ายแบ่งพรรคแบ่งพวกในพระสงฆ์ปัจจุบันก็มี แล้วอย่างนี้หล่ะจะเข้าข่าย ทำสังฆเภทหรือเปล่า รอฟังผู้รู้เขาตอบดีกว่าเดี๋ยวพลาด
ความรักความเมตตาและการให้อภัยเป็นสิ่งที่คนดีเขามีกัน


[email protected]

#3 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 12:21 PM

http://www.larnbuddh...awinai/7.3.html

ใครทำให้สงฆ์แตกกันได้และได้
๑ . ภิกษุณี ๒. นางสิกขมานา ๓. สามเณร ๔. สามเณรี ๕. อุบาสก ๖. อุบาสิกา บุคคล ๖ ประเภทนี้ ทำให้สงฆ์แตกกันไม่ได้ ทำได้แต่เพียงพยายามให้สงฆ์แตกกัน.

ภิกษุปกติ มีสังวาสเสมอกัน อยู่ในสีมาเดียวกัน จึงทำลายสงฆ์ให้แตกกันได้.

;

เหตุเป็นเครื่องทำให้สงฆ์แตกกันและสามัคคีกัน
มี ๑๘ ข้อ คือ ๑. แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๒ . แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๓. แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๔. แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๕. แสดงข้อที่พระพุทธเจ้ามิได้ตรัสไว้ว่าตรัสไว้ ๖. แสดงข้อที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่ามิได้ตรัสไว้ ๗. แสดงข้อที่พระพุทธเจ้ามิได้ประพฤติว่าได้ประพฤติ ๘. แสดงข้อที่พระพุทธเจ้าประพฤติว่ามิได้ประพฤติ ๙. แสดงข้อที่พระพุทธเจ้ามิได้บัญญัติว่าบัญญัติ ๑๐. แสดงข้อที่พระพุทธเจ้าได้บัญญัติว่ามิได้บัญญัติ ๑๑. แสดงสิ่งมิใช่อาบัติว่าเป็นอาบัติ ๑๒. แสดงอาบัติว่ามิใช้อาบัติ ๑๓. แสดงว่าอาบัติเบาว่าหนัก ๑๔. แสดงอาบัติหนักว่าเบา ๑๕ . แสดงอาบัติไม่มีส่วนเหลือว่ามีส่วนเหลือ ๑๖. แสดงอาบัติมีส่วนเหลือว่าไม่มีส่วนเหลือ ๑๗. แสดงอาบัติชั่วหยาบว่าไม่ชั่วหยาบ ๑๘. แสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่าชั่วหยาบ แล้วทำอุโบสถทำปวารณา และทำสังฆกรรมแยกกัน ส่วนเหตุเป็นเครื่องทำให้สงฆ์สามัคคีกันก็มี ๑๘ อย่าง แต่ที่ตรงกันข้าม คือแสดงถูกตรงตามความจริงแล้ว ไม่ทำอุโบสถแยกกัน ไม่ทำปวารณาแยกกัน และไม่ทำสังฆกรรมแยกกัน.


การทำสงฆ์ให้แตกกันที่ทำให้ไปอบายและไม่ไปอบาย
ทรงแสดงหลังการทำสงฆ์ให้แตกกันที่มีโทษเป็นเหตุให้ไปอบาย และไม่เป็นเหตุให้ไปอบาย โดยชี้ไปที่ความบริสุทธิ์ใจ และเจตนา คือฝ่ายที่จะไปอบายนั้น รู้ว่าผิดธรรมวินัย แต่ยังแกล้งแสดงว่าถูกธรรมวินัย ส่วนฝ่ายที่ไม่ไปอบายนั้น คือทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ และด้วยเข้าใจว่าเรื่องที่โต้เถียงกันนั้น เหตุผลของตนถูกต้องตามธรรมวินัย.


--------------------------------------------------------------------------------


#4 panu

panu
  • Members
  • 530 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 12:26 PM

คำว่าสังฆเภท คือแยกสงฆ์ให้แตกกัน
คำว่าสงฆ์ในที่นี้ น่าจะเป็นสงฆ์ทั้งสังฆมณทล คือเป็นพระสงฆ์ทั้งประเทศ

และจะถือว่าเป็นอนันตริยกรรม หรือไม่ ก็คงต้องเข้าองค์ประกอบที่เป็นความผิดสำเร็จแล้วคือ
1. มีเจตนามุ่งมั่นทำให้สงฆ์แตกแยกออกมา
2. ได้มีความพยายามกระทำการให้สงฆ์แตกแยก
3. การกระทำที่มีความพยายามนั้นได้สำเร็จสำดังเจตนาที่ได้ตั้งใจไว้

(เป็นความเห็นนะครับ ไม่ได้มีข้อมูลทางวิชาการยืนยัน)

#5 sun of peace

sun of peace
  • Members
  • 101 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 12:29 PM

แล้วอย่างถ้าภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เป็นผู้นำในการแยกนิกายและแยกนิกายสำเร็จ เป็นการทำให้แตกแยกโดยนิกายอย่างนี้ใช่เป็นการทำสังฆเภทรึเปล่าครับ
จะครองเรือนไปสักกี่ร้อยปีก็ครองไปเถิด งานเรื่องของคนอื่นเค้าทั้งนั้น เรื่องของพญามารทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องของตัว ไม่ใช่งานของตัว ไปทำงานให้พญามารเค้าทั้งวันทั้งคืน เอาเรื่องอะไรไม่ได้

#6 เคยเข้าวัด

เคยเข้าวัด
  • Members
  • 1296 โพสต์
  • Interests:สร้างบุญบารมีอย่างยวดยิ่ง ตราบเท่าชีวีหมดอายุขัย

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 01:07 PM

ไม่จำกัดจำนวนครับ แม้มีพระสงฆ์เพียง2รูปแต่หากทำให้เกิดการทะเลาะกัน ก็ถือว่าเป็นสังฆเภทแล้วครับ มีตัวอย่างในสมัยพุทธกาล

ในสมัยพุทธกาลมีพระภิกษุ2รูปเป็นเพื่อนรักกัน มักจะไปปฏิบัติธรรมหรือศึกษาธรรมะด้วยกันเสมอ มีอยู่มาวันหนึ่ง เทวดาตนหนึ่งอยากลองใจภิกษุ2รูปนี้ว่ารักกันจริงหรือไม่ เมื่อเห็นภิกษุรูปหนึ่งปลีกตัวไปเจริญสมาธิภาวนา เทวดาตนนี้จึงจำแลงกายเป็นหญิงเดินสวนทางออกมาจากทางที่ภิกษุรูปนี้เดินผ่าน ภิกษุอีกรูปเห็นจึงเกิดความเข้าใจผิด ได้ตำหนิติเตียน เป็นเหตุให้ทั้งสองรูปต้องแตกกัน ทันทีที่ภิกษุทั้ง2แตกแยกกัน เทวดาตนนั้นก็ถูกดูดลงไปในอวเจีมหานรกเลยครับ
1) พระปัญญาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 20 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 4 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระสมณโคมสัมมาสัมพุทธเจ้า (อย่างน้อยที่สุด)
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย

#7 MiraclE...DrEaM

MiraclE...DrEaM
  • Members
  • 1368 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 01:07 PM

QUOTE
แล้วอย่างถ้าภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เป็นผู้นำในการแยกนิกายและแยกนิกายสำเร็จ เป็นการทำให้แตกแยกโดยนิกายอย่างนี้ใช่เป็นการทำสังฆเภทรึเปล่าครับ

เคยได้ยินมาว่า เมื่อไหร่ที่พระภิกษุสงฆ์ไม่ร่วมลงทำสังฆกรรมด้วยกัน อันนั้นคือการทำสงฆ์ให้แตกแยกแล้วครับ
สิ่งอัศจรรย์ ปรากฏ บนผืนหล้า
มหาวิหาร จรัสฟ้า ค่ายิ่งใหญ่
รูปทอง ผ่องผุด ดุจยองใย
สะท้อนถึง ห้วงดวงใจ สุดบูชา

*********************

รักษ์ร่างพอสร่างร้าย ..... รอดตน
ยอดเยี่ยม "ธรรมกาย" ผล ..... ผ่องแผ้ว

เลอเลิศล่วงกุศล ..... ใดอื่น
เชิญท่านถือเอาแก้ว ..... ก่องหล้าเรืองสกล


คำสอนของเดชพระคุณหลวงพ่อ
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย

#8 เคยเข้าวัด

เคยเข้าวัด
  • Members
  • 1296 โพสต์
  • Interests:สร้างบุญบารมีอย่างยวดยิ่ง ตราบเท่าชีวีหมดอายุขัย

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 01:25 PM

พึ่งเจอเมื่อกี๊ ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ เกี่ยวกับการทำสังฆราชี และสังฆเภท

สังฆราชี
[๔๐๔] ครั้งนั้น ท่านพระอุบาลีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถวายบังคม แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อท่านพระอุบาลีนั่งเรียบร้อยแล้วได้กราบทูลว่า
พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ตรัสว่า สังฆราชี สังฆราชี ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรเป็นสังฆราชี แต่ไม่เป็นสังฆเภท ด้วยเหตุเพียงเท่าไร เป็นทั้งสังฆราชี และสังฆเภท พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรอุบาลี ฝ่ายหนึ่งมีภิกษุหนึ่งรูป ฝ่ายหนึ่งมี ๒ รูป
รูปที่ ๔ ประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้
ดูกรอุบาลี แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ เป็นสังฆราชี แต่ไม่เป็นสังฆเภท
ดูกรอุบาลี ฝ่ายหนึ่งมีภิกษุ ๒ รูป ฝ่ายหนึ่งก็มี ๒ รูป
รูปที่ ๕ ประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์
ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้
ดูกรอุบาลี แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ก็เป็นสังฆราชี แต่ไม่เป็นสังฆเภท
ดูกรอุบาลี ฝ่ายหนึ่งมีภิกษุ ๒ รูป ฝ่ายหนึ่งมี ๓ รูป
รูปที่ ๖ ประกาศ ให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้
ดูกรอุบาลี แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ก็เป็นสังฆราชี แต่ไม่เป็นสังฆเภท
ดูกรอุบาลี ฝ่ายหนึ่งมีภิกษุ ๓ รูป ฝ่ายหนึ่งก็มี ๓ รูป
รูปที่ ๗ ประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้
ดูกรอุบาลี แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ก็เป็นสังฆราชี แต่ไม่เป็นสังฆเภท ดูกรอุบาลี ฝ่ายหนึ่งมีภิกษุ ๓ รูป ฝ่ายหนึ่งมี ๔ รูป
รูปที่ ๘ ประกาศ ให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้
ดูกรอุบาลี แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ก็เป็นสังฆราชี แต่ไม่เป็นสังฆเภท ดูกรอุบาลี ฝ่ายหนึ่งมีภิกษุ ๔ รูป ฝ่ายหนึ่งมี ๔ รูป
รูปที่ ๙ ประกาศ ให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้
ดูกรอุบาลี แม้ด้วยเหตุอย่างนี้แล เป็นทั้งสังฆราชี และสังฆเภท
ดูกรอุบาลี ภิกษุ ๙ รูปหรือเกินกว่า ๙ รูป เป็นทั้งสังฆราชี และ สังฆเภท ดูกรอุบาลี ภิกษุณีทำลายสงฆ์ย่อมไม่ได้ แต่พยายามเพื่อจะทำลายได้ สิกขมานา ก็ทำลายสงฆ์ไม่ได้ สามเณรก็ทำลายสงฆ์ไม่ได้ สามเณรีก็ทำลายสงฆ์ไม่ได้ อุบาสกก็ทำลายสงฆ์ไม่ได้ อุบาสิกาก็ทำลายสงฆ์ไม่ได้ แต่พยายามเพื่อจะทำลายได้
ดูกรอุบาลี ภิกษุปกตัตตะ มีสังวาสเสมอกัน อยู่ในสีมาเดียวกัน ย่อมทำลายสงฆ์ได้ ฯ


สังฆเภท
[๔๐๕] ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า
พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ตรัสว่า สังฆเภท สังฆเภท ดังนี้
ด้วยเหตุเพียงเท่าไร สงฆ์จึงแตก
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายในธรรมวินัยนี้
๑. ย่อมแสดงอธรรมว่า เป็นธรรม
๒. ย่อมแสดงธรรมว่า เป็นอธรรม
๓. ย่อมแสดงสิ่งไม่เป็นวินัยว่า เป็นวินัย
๔. ย่อมแสดงวินัยว่า ไม่เป็นวินัย
๕. ย่อมแสดงคำอันตถาคตมิได้ตรัสภาษิตไว้ว่า เป็นคำอันตถาคตตรัสภาษิตไว้
๖. ย่อมแสดงคำอันตถาคตตรัสภาษิตไว้ว่า เป็นคำอันตถาคตมิได้ตรัสภาษิตไว้
๗. ย่อมแสดงกรรมอันตถาคตมิได้ประพฤติมาว่า เป็นกรรมอันตถาคตประพฤติมา
๘. ย่อมแสดงกรรมอันตถาคตประพฤติมาว่า เป็นกรรมอันตถาคตมิได้ประพฤติมา
๙. ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตมิได้บัญญัติไว้ว่า เป็นสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้
๑๐. ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้ว่า เป็นสิ่งที่ตถาคตมิได้บัญญัติไว้
๑๑. ย่อมแสดงอนาบัติว่า เป็นอาบัติ
๑๒. ย่อมแสดงอาบัติว่า เป็นอนาบัติ
๑๓. ย่อมแสดงอาบัติเบาว่า เป็นอาบัติหนัก
๑๔. ย่อมแสดงอาบัติหนักว่า เป็นอาบัติเบา
๑๕. ย่อมแสดงอาบัติมีส่วนเหลือว่า เป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้
๑๖. ย่อมแสดงอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ว่า เป็นอาบัติมีส่วนเหลือ
๑๗. ย่อมแสดงอาบัติชั่วหยาบว่า เป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๑๘. ย่อมแสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่า เป็นอาบัติชั่วหยาบ
พวกเธอย่อมประกาศให้แตกแยกกัน ด้วยวัตถุ ๑๘ ประการนี้ ย่อมแยกทำอุโบสถ แยกทำปวารณา แยกทำสังฆกรรม
ดูกรอุบาลี ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล สงฆ์เป็นอันแตกกันแล้ว

อ้างอิงจาก พระวินัยปิฎก จุลวรรค เล่ม 7 ภาค 2 หน้าที่320
1) พระปัญญาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 20 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 4 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระสมณโคมสัมมาสัมพุทธเจ้า (อย่างน้อยที่สุด)
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย

#9 panu

panu
  • Members
  • 530 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 05:08 PM

QUOTE
รูปที่ ๙ ประกาศ ให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้
ดูกรอุบาลี แม้ด้วยเหตุอย่างนี้แล เป็นทั้งสังฆราชี และสังฆเภท
ดูกรอุบาลี ภิกษุ ๙ รูปหรือเกินกว่า ๙ รูป เป็นทั้งสังฆราชี และ สังฆเภท

QUOTE
๑๘. ย่อมแสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่า เป็นอาบัติชั่วหยาบ
พวกเธอย่อมประกาศให้แตกแยกกัน ด้วยวัตถุ ๑๘ ประการนี้ ย่อมแยกทำอุโบสถ แยกทำปวารณา แยกทำสังฆกรรม
ดูกรอุบาลี ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล สงฆ์เป็นอันแตกกันแล้ว


ขอบคุณมากครับ เป็นความรู้ที่พึ่งรู้

#10 สาคร

สาคร
  • Members
  • 764 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 05:46 PM

ไม่เข้าใจนะครับ คำว่า สังฆราชี คืออะไรครับและหมายความว่าอะไร
ความรักความเมตตาและการให้อภัยเป็นสิ่งที่คนดีเขามีกัน


[email protected]

#11 นักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยว
  • Members
  • 2378 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:รู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้อยู่กะที่อ่ะ มาดูอารายกานอ่ะ
  • Interests:มาสร้างบารมีตามติดหมู่คณะดีกว่า

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 05:52 PM

แล้วผมจะตอบอะไรดีเนี้ยตอบไปซะละเอียดเลย
กายธรรมควรเทิดไว้ ในใจ
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ


เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี

#12 panu

panu
  • Members
  • 530 โพสต์

โพสต์เมื่อ 06 October 2006 - 01:27 PM

QUOTE
ไม่เข้าใจนะครับ คำว่า สังฆราชี คืออะไรครับและหมายความว่าอะไร

คือทำให้หมู่พระภิกษุสงฆ์ มีความคิดแตกแยกกันแต่ไม่ถึงกับแยกกันทำสังฆกรรม ยังลงอุโบสถด้วยกัน

#13 light mint

light mint

    ขออนุโมทนาบุญค่ะ

  • Members
  • 1423 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:THAILAND
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 06 October 2006 - 05:12 PM

ควรระมัดระวังเรื่องวจีกรรม เพราะอาจทำให้หมู่คณะแตกแยกความสามัคคีกัน
ขออนุโมทนาบุญนะคะ สาธุ