ศาลา นารี
#1
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 09:36 AM
ใครรู้บ้างมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร
#2
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 09:49 AM
ซึ่งเป็นคำโบราณ ศาลา นารี วิถี คงคา 4 อย่างนี้ ต้องทำใจ อาจไม่ใช่ของเราคนเดียว หรือ เป็นของใครตลอดไป
มิให้ถือเป็นเดนใคร ไม่มีใครเป็นเจ้าของใครที่แท้จริง
ซึ่งเปรียบเทียบแสดงให้เห็นว่ายุคสมัยหนึ่งชายไทยแต่เดิมมิได้รังเกียจว่าตนต้องเป็นคนแรกของภรรยา
เค้าคงเปรียบเทียบว่าผู้ชายส่วนมากย่อมปรารถนาผู้หญิงบริสุทธุ์มาเป็นแม่ของลูก
4 อย่างนี้เป็นการเปรียบเทียบมองให้เห็นว่า...การจะมีแม่ของลูกสักคนไม่น่าจะขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ เพราะบางคนก็ต้องมีที่เลือกเดินทางผิดกันได้ เพียงแต่เมื่อถึงวันนั้นแล้วเขารู้จักที่จะกลับตัวกลับใจไหม ร่างกายเปรียบเสมือนสิ่งของย่อมมีวันบุบสลายและพังลงไป แต่จิตใจต่างหากที่จะบ่งชี้ความเป็นคน ก่อนที่คุณจะมองว่าคนนั้นควรเป็นแม่ของลูกคุณไหม ลองมองย้อนแล้วถามตัวเองว่าคุณดีพอที่จะเป็นพ่อคนและเสาหลักของครอบครัวหรือยัง...
(ลอกเค้ามาค๊า) เพิ่งได้ความรู้ก็วันนี้เอง...ขอบคุณเจ้าของกระทู้
แต่ถ้าใครกำลังตกอยู่ในสภาพที่ "นารี...เป็นอื่น" ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ นึกถึงคำที่โบราณกล่าว...แล้วเข้าวัดปฏิบัติธรรมกันดีกว่า ไปนั่งหลับตา ทำตัวให้สบาย ทำใจให้สงบ ดีกว่าค่ะ...เป็นประโยชน์กับชีวิตด้วย... คิดเสียว่า "เขาไม่เหมาะสมกับเรา" ค่ะ
#3
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 09:56 AM
#4
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 10:05 AM
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ
เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี
#5
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 10:29 AM
คือสอดคล้องกับคำสอนของพุทธศาสนาครับ
เรื่องนี้มีในชาดกด้วยนะครับ
ใครรู้บ้างนะ
คือเรื่องของการเปรียบเทียบหญิงกับ.....
#6
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 10:36 AM
ก็เลยได้ความรู้ไปด้วย
ขอบคุณค่ะ
เรื่องดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน
#7
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 10:41 AM
#8
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 11:46 AM
#9
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 01:41 PM
#10
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 04:05 PM
เปรียบหญิงเหมือนของ 5 อย่าง
1.วิถ๊
2.ศาลาริมทาง
3.แม่น้ำ
4.ศาลาประชาคม
5.ร้านน้ำชา
ทั้ง 5 อย่างนี้ ใครจะใช้ก็ได้เป็นของสาธารณะ
คือจะว่าไปก็เปรียบหญิง(ไม่ดี)เป็นของสาธารณะ
อย่าได้เสียใจไปเลยเมื่อเธอเหล่านั้นนอกใจหรือมีชู้
เพราะเธอคือของสาธารณะใครจะใช้ก็ได้
#11
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 04:15 PM
เข้าใจแล้ว
ว่าแต่..
คุณสายน้ำทิพย์เนี่ย สุดยอดเลยแฮะ
ถามอะไร..ตอบได้
#12
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 05:19 PM
รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ
เกี่ยวกันไหมหนอ...
#13
โพสต์เมื่อ 17 October 2006 - 05:30 PM
ศาลา สามี วิถี คงคา
#14
โพสต์เมื่อ 18 October 2006 - 09:29 AM
เปรียบหญิงเหมือนของ ๕ อย่าง
[๖๕] " ขึ้นชื่อว่าหญิงทั้งหลายในโลก มีอุปมา
เหมือนแม่น้ำ หนทาง โรงน้ำดื่ม ที่ประชุม และ
บ่อน้ำ บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ถือโกรธหญิง
เหล่านั้น"
จบ อนภิรติชาดกที่ ๕
อรรถกถาอนภิรติชาดกที่ ๕
พระบรมศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหาร ชื่อว่า
เชตวัน ทรงปรารภอุบาสกผู้มีเรื่องอย่างนั้นแหละ ตรัส
พระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ยถา นที ปนฺโต จ ดังนี้.
ก็เมื่ออุบาสกนั้น คอยเฝ้าจับตาดูอยู่ ก็รู้ความที่หญิงผู้
เป็นภรรยานั้น มีความประพฤติชั่ว จึงมีจิตเดือดดาล และเพราะ
เหตุที่ตนเป็นผู้มีจิตกังวลขุ่นมัว จึงไม่ได้ไปสู่ที่บำรุงพระศาสดา
เสีย ๗ - ๘ วัน. ครั้นวันหนึ่งเขาไปวิหาร ถวายบังคมพระตถาคตเจ้า
นั่งเรียบร้อยแล้ว เมื่อพระศาสดาตรัสว่า เพราะเหตุไร จึงไม่มา
เสีย ๗ - ๘ วัน จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภรรยาของ
ข้าพระองค์ เป็นหญิงมีความประพฤติชั่ว เพราะเหตุที่ข้าพระองค์
มีจิตขุ่นหมองในเรื่องชั่ว ๆ ของนาง จึงมิได้มาเฝ้า พระเจ้าข้า.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนอุบาสก บุรุษต้องไม่ทำความขุ่นเคือง
ในหญิงทั้งหลายว่า หญิงเหล่านี้ ประพฤติอนาจาร พึงวางตน
เป็นกลางอย่างเดียว แม้ในกาลก่อน บัณฑิตทั้งหลายก็บอกท่าน
แล้ว แต่ท่านกำหนดเหตุนั้นไม่ได้ เพราะภพอื่นปกปิดไว้ อุบาสก
กราบทูลอาราธนา จึงทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ใน
กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ โดยนัยก่อน
นั่นแล. ครั้งนั้นศิษย์ของท่านก็ได้เห็นโทษของภรรยาแล้ว ไม่
มาหาเสีย ๒ - ๓ วัน เพราะความเป็นผู้มีจิตขุ่นหมอง วันหนึ่ง
ถูกอาจารย์ถาม ก็แจ้งเหตุนั้นให้ทราบ. ครั้นแล้วอาจารย์ของ
เขาจึงกล่าวว่า พ่อเอ๋ย ขึ้นชื่อว่าหญิง เป็นของทั่วไปแก่คนทั้งปวง
บัณฑิตทั้งหลายจะไม่ทำความขุ่นเคืองในหญิงเหล่านั้นเลย ว่า
หญิงเหล่านี้เป็นคนทุศีล มีแต่บาปธรรม แล้วกล่าวคาถานี้ โดย
มุ่งให้เป็นคำสอน ความว่า :-
" ขึ้นชื่อว่า หญิงทั้งหลายในโลก มีอุปมา
เหมือนแม่น้ำ หนทาง โรงน้ำดื่ม ที่ประชุม และ
บ่อน้ำ บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ถือโกรธหญิง
เหล่านั้น." ดังนี้
#15
โพสต์เมื่อ 18 October 2006 - 10:18 AM
เพื่อให้บัณฑิตทั้งหลายได้เบื่อหน่ายและคลายกำหนัดต่อสตรีเพศครับ












