อยากทราบความหมายของคำว่า"พระอุโบสถ"กับคำว่า "พัทธสีมา" มีความหมายต่างกันอย่างไรครับ สงสัยมานานแล้วครับ ท่านใดทราบช่วยตอบเป็นธรรมทานด้วยครับ สาธุ
พระอุโบสถกับพัทธสีมามีความหมายต่างกันอย่างไรครับ?
เริ่มโดย เทพ ดำเนินฯ, Oct 20 2006 04:16 PM
มี 4 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้
#1
โพสต์เมื่อ 20 October 2006 - 04:16 PM
#2
โพสต์เมื่อ 20 October 2006 - 04:32 PM
Copy.... จากเว็บฯธรรมไทยค่ะ (ไม่รู้ถูกต้องหรือปล่าว)
อุโบสถ (อ่านว่า อุโบสด) มีหลายความหมาย คือ หมายถึง
สถานที่ที่พระสงฆ์ประชุมทำสังฆกรรมตามพระวินัย เรียกตามคำวัดว่า อุโบสถาคาร บ้าง อุโบสถัคคะ บ้าง แต่เรียกโดยทั่วไปว่า โบสถ์
การเข้าจำ คือการรักษาศีล ๘ ของอุบาสก อุบาสิกา ในวันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ เรียกว่า รักษาอุโบสถ และรักษาอุโบสถศีล
วันพระหรือวันฟังธรรมของคฤหัส วันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ซึ่งเป็นวันที่คฤหัสถ์รักษาอุโบสถกัน เรียกว่า วันอุโบสถ
วันที่พระสงค์ลงฟังพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือน เรียกว่าวันอุโบสถ
การสวดพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือนหรือทุกวันอุโบสถของพระสงฆ์ เรียกว่า การทำอุโบสถ
โบสถ์ เป็นคำเรียกสถานที่สำหรับพระสงฆ์ใช้ประชุมกันทำสังฆกรรมตามพระวินัย เช่นสวดพระปาติโมกข์ ให้อุปสมบท มีสีมาเป็นเครื่องบอกเขต คำว่า โบสถ์ เป็นคำที่ใช้เฉพาะในพระพุทธศาสนา
โบสถ์ เรียกเต็มคำว่า อุโบสถ หรือ โรงอุโบสถ ถ้าเป็นของพระอารามหลวงเรียกว่า พระอุโบสถ บางถิ่นเรียกว่า สีมา หรือ สิม
โบสถ์ เป็นสถานที่ศักดิ์ศิทธิ์ เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า เป็นเขตแดนที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานให้แก่สงฆ์เป็นพิเศษ เรียกว่า วิสุงคามสีมา
ก่อนที่จะมาเป็นโบสถ์ที่ถูกต้องตามพระวินัยจะต้องมีสังฆกรรมที่เรียกว่า ผูกสีมา หรือ ผูกพัทธสีมาก่อน
***************************************************
***สีมา ความหมาย -:
เขตกำหนดความพร้อมเพรียงของสงฆ์, เขตชุมนุมของสงฆ์, เขตที่สงฆ์ตกลงไว้สำหรับภิกษุทั้งหลายที่อยู่ภายในเขตนั้นจะต้องทำสังฆกรรมร่วมกัน แบ่งเป็น ๒ ประเภทใหญ่คือ
๑. พัทธสีมา แดนที่ผูก ได้แก่ เขตที่สงฆ์กำหนดขึ้นเอง
๒. อพัทธสีมา แดนที่ไม่ได้ผูก ได้แก่เขตที่ทางบ้านเมืองกำหนดไว้แล้วตามปกติของเขา หรือที่มีอย่างอื่นในทางธรรมชาติเป็นเครื่องกำหนด สงฆ์ถือเอาตามกำหนดนั้นไม่วางกำหนดขึ้นเองใหม่
------------------------
สมัยอาตมามาอยู่วัดสวนโมกข์...
การปักเขต...ผูกพัทธสีมา...
เขาทำเป็นเขตแดนของโบสถ์... ไม่มีพิธีกรรมอะไรเลย...
ทำกันไม่กี่คน...
เอาผู้ใหญ่บ้านมาชี้เขต... พระมาบอกจุดสิ้นสุด...
ทำเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง...
แต่เดี๋ยวนี้ มันจัดกัน ... ห้าวัน ห้าคืน ...
เจ็ดวัน เจ็ดคืน ... เก้าวัน เก้าคืน ...
มีความรู้สึกว่า...
ลูกนิมิตนี่ ... มันฝังยากเหลือเกิน ... หนักหนาสาหัสมาก ...กว่าจะฝังได้...
โยม...นึกถึงหลักความจริงสิ...
ลูกนิมิตนี่...ฝังยาก หรือ ฝังง่าย ...?
ฝังง่าย ...
แค่ขุดหลุมเข้า ... หลุมหนึ่ง ...
แล้วเอาลูกนิมิตใส่เข้าไป...แล้วกลบ...
ชั่วโมงเดียว ...เสร็จแล้ว ...
แล้วยังมีบางวัดนี่ ...พิเรนทร์...
"ดองลูกนิมิต"....
จัดงานเสร็จแล้ว... ไม่ยอมตัดลูกนิมิต...
ลูกนิมิตนี่... เขาใส่สาแหรกหวาย ...ห้อยไว้...
พอได้ฤกษ์... เอากรรไกรตัดหวาย..
ลูกนิมิตหล่นตุ๊บ..ลงหลุม..เป็นอีนเสร็จพิธี...
แต่นี่...มันไม่ยอมตัดหวาย...
เก็บไว้อีก ๓ เดือน...
แล้วทำพิธีตัดหวายลูกนิมิตอีกครั้งหนึ่ง...
จัดงานหาเงินอีกรอบ...
ถึงวันตัดลูกนิมิต...
ลุ้นกันแทบตาย...ทั้งพระและญาติโยม ...
เพราะหวายที่ห้อยลูกนิมิตมันผุ...
ยืนลุ้น...กลัวมันจะขาดซะก่อนประธานในพิธีตัด...
เจ้าอาวาสลุ้นซะเหงื่อท่วมเลย...
แล้วคนเรานี่...มันบ้าเกียรติ..มันเชื่ออะไรแปลกๆ...
มันบอกว่า...
ใครได้หวายลูกนิมิต..ถือเป็นคนมีบุญ ...เป็นเกียรติ...เป็นมงคลแก่ชีวิต...
เป็นมงคลต่อวงศ์ตระกูล...
โอย...แย่งกันเป็นเจ้าภาพตัดลูกนิมิต...แทบจะเหยียบกันตาย...
กรรมการวัด หัวใส...
เห็นแย่งกันดีนัก...จัดประมูลซะเลย...
ใครทำบุญเยอะกว่ากัน...ให้เป็นเจ้าภาพ...
ใครอยากเป็นเจ้าภาพ...เลยต้องเสียเงิน 5 พัน 7 พัน ...
เอามีดเฉาะหวาย...ฉึกเดียว...เสียห้าพัน...
แหม... มันน่ารวยจริงๆ...
พอตัดหวายเสร็จ...
ผู้คนมาแย่งหวายแขวนลูกนิมิตกันอีก...
ถามว่าเอาไปทำอะไร...?
มันบอกว่า...เอาไปบูชา...
หวายผุๆ... ผู้คนแย่งกันอุตลุด...
เห็นหวายผุ...เป็นของวิเศษ...
เอาไปบูชา...
ทีของวิเศษ... คือ ธรรมะ ... คำสอนของพระพุทธเจ้า...
มันทิ้งๆ ..ขว้างๆ ...
เห็นแล้ว กลุ้มใจจริงๆ ...คนไทยนี่ ...
อุโบสถ (อ่านว่า อุโบสด) มีหลายความหมาย คือ หมายถึง
สถานที่ที่พระสงฆ์ประชุมทำสังฆกรรมตามพระวินัย เรียกตามคำวัดว่า อุโบสถาคาร บ้าง อุโบสถัคคะ บ้าง แต่เรียกโดยทั่วไปว่า โบสถ์
การเข้าจำ คือการรักษาศีล ๘ ของอุบาสก อุบาสิกา ในวันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ เรียกว่า รักษาอุโบสถ และรักษาอุโบสถศีล
วันพระหรือวันฟังธรรมของคฤหัส วันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ซึ่งเป็นวันที่คฤหัสถ์รักษาอุโบสถกัน เรียกว่า วันอุโบสถ
วันที่พระสงค์ลงฟังพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือน เรียกว่าวันอุโบสถ
การสวดพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือนหรือทุกวันอุโบสถของพระสงฆ์ เรียกว่า การทำอุโบสถ
โบสถ์ เป็นคำเรียกสถานที่สำหรับพระสงฆ์ใช้ประชุมกันทำสังฆกรรมตามพระวินัย เช่นสวดพระปาติโมกข์ ให้อุปสมบท มีสีมาเป็นเครื่องบอกเขต คำว่า โบสถ์ เป็นคำที่ใช้เฉพาะในพระพุทธศาสนา
โบสถ์ เรียกเต็มคำว่า อุโบสถ หรือ โรงอุโบสถ ถ้าเป็นของพระอารามหลวงเรียกว่า พระอุโบสถ บางถิ่นเรียกว่า สีมา หรือ สิม
โบสถ์ เป็นสถานที่ศักดิ์ศิทธิ์ เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า เป็นเขตแดนที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานให้แก่สงฆ์เป็นพิเศษ เรียกว่า วิสุงคามสีมา
ก่อนที่จะมาเป็นโบสถ์ที่ถูกต้องตามพระวินัยจะต้องมีสังฆกรรมที่เรียกว่า ผูกสีมา หรือ ผูกพัทธสีมาก่อน
***************************************************
***สีมา ความหมาย -:
เขตกำหนดความพร้อมเพรียงของสงฆ์, เขตชุมนุมของสงฆ์, เขตที่สงฆ์ตกลงไว้สำหรับภิกษุทั้งหลายที่อยู่ภายในเขตนั้นจะต้องทำสังฆกรรมร่วมกัน แบ่งเป็น ๒ ประเภทใหญ่คือ
๑. พัทธสีมา แดนที่ผูก ได้แก่ เขตที่สงฆ์กำหนดขึ้นเอง
๒. อพัทธสีมา แดนที่ไม่ได้ผูก ได้แก่เขตที่ทางบ้านเมืองกำหนดไว้แล้วตามปกติของเขา หรือที่มีอย่างอื่นในทางธรรมชาติเป็นเครื่องกำหนด สงฆ์ถือเอาตามกำหนดนั้นไม่วางกำหนดขึ้นเองใหม่
------------------------
สมัยอาตมามาอยู่วัดสวนโมกข์...
การปักเขต...ผูกพัทธสีมา...
เขาทำเป็นเขตแดนของโบสถ์... ไม่มีพิธีกรรมอะไรเลย...
ทำกันไม่กี่คน...
เอาผู้ใหญ่บ้านมาชี้เขต... พระมาบอกจุดสิ้นสุด...
ทำเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง...
แต่เดี๋ยวนี้ มันจัดกัน ... ห้าวัน ห้าคืน ...
เจ็ดวัน เจ็ดคืน ... เก้าวัน เก้าคืน ...
มีความรู้สึกว่า...
ลูกนิมิตนี่ ... มันฝังยากเหลือเกิน ... หนักหนาสาหัสมาก ...กว่าจะฝังได้...
โยม...นึกถึงหลักความจริงสิ...
ลูกนิมิตนี่...ฝังยาก หรือ ฝังง่าย ...?
ฝังง่าย ...
แค่ขุดหลุมเข้า ... หลุมหนึ่ง ...
แล้วเอาลูกนิมิตใส่เข้าไป...แล้วกลบ...
ชั่วโมงเดียว ...เสร็จแล้ว ...
แล้วยังมีบางวัดนี่ ...พิเรนทร์...
"ดองลูกนิมิต"....
จัดงานเสร็จแล้ว... ไม่ยอมตัดลูกนิมิต...
ลูกนิมิตนี่... เขาใส่สาแหรกหวาย ...ห้อยไว้...
พอได้ฤกษ์... เอากรรไกรตัดหวาย..
ลูกนิมิตหล่นตุ๊บ..ลงหลุม..เป็นอีนเสร็จพิธี...
แต่นี่...มันไม่ยอมตัดหวาย...
เก็บไว้อีก ๓ เดือน...
แล้วทำพิธีตัดหวายลูกนิมิตอีกครั้งหนึ่ง...
จัดงานหาเงินอีกรอบ...
ถึงวันตัดลูกนิมิต...
ลุ้นกันแทบตาย...ทั้งพระและญาติโยม ...
เพราะหวายที่ห้อยลูกนิมิตมันผุ...
ยืนลุ้น...กลัวมันจะขาดซะก่อนประธานในพิธีตัด...
เจ้าอาวาสลุ้นซะเหงื่อท่วมเลย...
แล้วคนเรานี่...มันบ้าเกียรติ..มันเชื่ออะไรแปลกๆ...
มันบอกว่า...
ใครได้หวายลูกนิมิต..ถือเป็นคนมีบุญ ...เป็นเกียรติ...เป็นมงคลแก่ชีวิต...
เป็นมงคลต่อวงศ์ตระกูล...
โอย...แย่งกันเป็นเจ้าภาพตัดลูกนิมิต...แทบจะเหยียบกันตาย...
กรรมการวัด หัวใส...
เห็นแย่งกันดีนัก...จัดประมูลซะเลย...
ใครทำบุญเยอะกว่ากัน...ให้เป็นเจ้าภาพ...
ใครอยากเป็นเจ้าภาพ...เลยต้องเสียเงิน 5 พัน 7 พัน ...
เอามีดเฉาะหวาย...ฉึกเดียว...เสียห้าพัน...
แหม... มันน่ารวยจริงๆ...
พอตัดหวายเสร็จ...
ผู้คนมาแย่งหวายแขวนลูกนิมิตกันอีก...
ถามว่าเอาไปทำอะไร...?
มันบอกว่า...เอาไปบูชา...
หวายผุๆ... ผู้คนแย่งกันอุตลุด...
เห็นหวายผุ...เป็นของวิเศษ...
เอาไปบูชา...
ทีของวิเศษ... คือ ธรรมะ ... คำสอนของพระพุทธเจ้า...
มันทิ้งๆ ..ขว้างๆ ...
เห็นแล้ว กลุ้มใจจริงๆ ...คนไทยนี่ ...
#3
โพสต์เมื่อ 20 October 2006 - 04:52 PM
อนุโมทนาบุญ สำหรับการให้ธรรมทานด้วยครับ สาธุ ๆ ๆ
#4
โพสต์เมื่อ 20 October 2006 - 07:09 PM
อ่าวพี่บุญโตแย่งตอบเห่อไม่มีอะไรจะตอบล่ะ
กายธรรมควรเทิดไว้ ในใจ
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ
เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ
เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี
#5
โพสต์เมื่อ 21 October 2006 - 11:57 AM
ได้ความรู้ มากเลย (ดีจัง) อนุโมทนาค่ะ
¤นักเรียนใหม่***
รักบุญ เชื่อในบุญ
mata072 windowslive.com
รักบุญ เชื่อในบุญ
mata072 windowslive.com












