ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

ปลาอานนท์


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 7 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 sukrit

sukrit
  • Members
  • 12 โพสต์

โพสต์เมื่อ 01 November 2006 - 11:56 AM

ปลาอานนท์นั้นเป็นนิทานเรื่องเล่าหรือว่าเป็นเรื่องจริงครับ?

#2 somchet

somchet
  • Members
  • 900 โพสต์

โพสต์เมื่อ 01 November 2006 - 12:39 PM

ไม่ทราบเหมือนกันนะ แต่มีอยู่ในตำราพระพุทธศาสนานะครับ แต่ไม่รู้ว่าดั้งเดิม หรือแต่งขึ้นทีหลัง เพราะอ่านแล้วแปลกๆดี เช่นที่บอกว่า ตอนเกิดไฟบรรลัยกัลป์ ล้างโลก ที่ติดไฟนานมากเพราะ มีมันของปลาอานนท์ เป็นเชื้อเพลิงด้วย แต่ปลาอะไรไม่รู้นะ อายุยืนเท่าโลกเลย แถมนอนนิ่งๆด้วย (แล้วกินอะไรเป็นอาหาร ไม่ทราบ)

น่าจะมีคนเขียนไปถามคุณครูไม่ใหญ่นะครับ

#3 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 01 November 2006 - 03:29 PM

มีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกหลายตอนเหมือนกันครับเช่น ค้นหาจากพระไตรปิฎก ออนไลน์ ของ DMC

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม 1 ภาค 1
446 ปปัญจสูทนี อรรถกถามัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์เล่มที่ 17 หน้า 446
...จริงอยู่ คนคุยโตย่อมเป็นเหมือนปลาอานนท์. เล่ากันว่า ปลาอานนท์ (ชอบ) เอาหางอวดปลา (พวกอื่นและ) เอาศีรษะอวดงู ให้ (ปลาและงูเหล่านั้น) รู้ว่าเราเป็นเช่นกับพวกท่าน. บุคคลผู้คุยโต ก็เช่นนั้นเหมือนกัน เข้าไปหานักพระสูตร หรือนัก พระอภิธรรมใด ๆ ย่อมกล่าวกะท่านนั้น ๆ อย่างนี้ว่า ผมประพฤติประโยชน์เพื่อ ท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายต้องอนุเคราะห์ผม ผมจะไม่ทิ้งพวกท่านหรอก ดังนี้. เมื่อเป็นอย่างนี้แลนักพระสูตรและนักอภิธรรมเหล่านั้นก็จักสำคัญ (เธอ) ว่า ผู้นี้มีความเคารพยำเกรงในเราทั้งหลาย ความโอ้อวดนี้แล


พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม 2
276 สารัตถปกาสินี อรรถกถาสังยุตตนิกาย นิทานวรรคเล่มที่ 26 หน้า 276
....ก็ในมหาสมุทร ปลาใหญ่ชื่อ ติมิ ยาว ๒๐๐ โยชน์ ปลาติมิงคละ ยาว ๓๐๐ โยชน์ ปลาติเมรปิงคละ ยาว ๕๐๐ โยชน์. ปลา ๔ อย่าง เหล่านี้ คือ ปลาอานนท์ ปลาปนันทะ ปลาอัชโฌหาระ ปลามหาติมิ ยาวตั้งพันโยชน์. ในปลาทั้ง ๔ อย่างนั้น ท่านแสดงด้วยปลาติเมรปิงคละ นั่นเอง. เมื่อมันกระดิกหูขวา น้ำในพื้นที่ตั้ง ๕๐๐ โยชน์ ก็จะเคลื่อนไหว หูซ้าย หาง หัว ก็เหมือนกัน. แต่เมื่อมันกระดิกหูทั้ง ๒ ฟาดหางเอียงหัว ไปมาเริ่มจะเล่นน้ำที่คนเอาใส่ภาชนะ น้ำในที่ ๗-๘ ร้อยโยชน์ก็กระเพื่อม เหมือนยกขึ้นตั้งบนเตา น้ำในพื้นที่ประมาณ ๓๐๐ โยชน์ก็ไม่อาจจะท่วม หลัง (ของมัน). มันพึงกล่าวอย่างนี้ว่า "ชนทั้งหลายกล่าวว่า มหาสมุทร นี้ลึก ความลึกของมหาสมุทรนั้นอยู่ที่ไหน. พวกเราไม่ได้น้ำแม้เพียงที่จะ ท่วมหลังของพวกเราได้" ในข้อนั้น พึงกล่าวว่า "มหาสมุทรตื้น

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม 4 ภาค 1
648 ชาตกัฏฐกถา อรรถกถาขุททกนิกาย ชาดกเล่มที่ 62 หน้า 648
ในอดีตกาล มหาสมุทรแห่งหนึ่งมีปลาใหญ่อยู่ ๖ ตัว ชื่ออานนท์ ตัวหนึ่ง ชื่ออุปนันทะตัวหนึ่ง ชื่ออัชโฌหารตัวหนึ่ง ปลาใหญ่ทั้ง ๓ ตัวนี้ ยาวถึง ๕๐๐ โยชน์ ชื่อติมังคละตัวหนึ่ง ชื่อติมิรมิงคละตัวหนึ่ง ชื่อมหาติมิรมิงคละ ตัวหนึ่ง ปลาใหญ่ ๓ ตัวนี้ยาว ๑,๐๐๐ โยชน์ ปลาใหญ่ทั้ง ๖ ตัวนั้น ปลาอานนท์ อยู่ในส่วนข้างหนึ่งแห่งมหาสมุทร ฝูงปลาเป็นอันมากพากันเข้าไปหา ปลาอานนท์นั้น. วันหนึ่ง ปลาเหล่านั้นคิดกันว่า พระราชาของสัตว์สองเท้า และสัตว์สี่เท้าทั้งหมด ย่อมปรากฏ แต่พระราชาของพวกเรายังไม่มี พวกเรา จักกระทำปลาตัวหนึ่งให้เป็นพระราชา ปลาทั้งหมดได้รวมกันเป็นเอกฉันท์ ยกปลาอานนท์ขึ้นเป็นพระราชา จำเดิมแต่นั้นมา ปลาเหล่านั้นก็ไปบำรุงปลาอานนท์ นั้นทุกเวลาเย็นและเวลาเช้า. อยู่มาวันหนึ่ง ปลาอานนท์กินหินและ สาหร่ายอยู่ ณ ภูเขาแห่ง หนึ่ง กินปลาตัวหนึ่งโดยไม่รู้สึกว่าเป็นปลา สำคัญว่าเป็นสาหร่าย เนื้อปลา นั้นแผ่ไปทั่วสรีระของมัน มันคิดว่า นี้อะไรหนอช่างอร่อยเหลือเกิน จึงคายออกมาดูเห็นเป็นชิ้นปลา คิดว่า เราไม่รู้จักกินมานาน ถึงเพียงนี้ จำเดิมแต่นั้นก็คิดต่อไปว่า พวกปลามาสู่ที่บำรุงของเราทั้งเวลาเช้าและเวลา เย็น เวลากลับไป เราจะกินมันตัวหนึ่งหรือสองตัว แต่เมื่อจะกินมันโดย เปิดเผย ปลาแม้ตัวหนึ่งก็จักไม่เข้าใกล้เรา จักพากันหนีไปเสียหมด เราจัก ต้องทำอย่างแนบเนียน เราจักจับตัวที่โค้งคำนับเราหลังที่สุดกิน ดังนี้แล้ว ได้กระทำตามที่ตนดำริไว้ทุกประการ ปลาเหล่านั้นถึงความสิ้นไปโดยลำดับ จึงคิดกันว่า ภัยเกิดขึ้นแก่พวกญาติของเราจากที่ไหนหนอ ลำดับนั้น ปลาฉลาด ตัวหนึ่งคิดว่า กิริยาของปลาอานนท์ไม่ชอบใจเราเลย เราจักคอยจับกิริยา ของเขา เมื่อฝูงปลาไปสู่ที่บำรุงแล้ว ได้แฝงตัวอยู่ในหูของปลาอานนท์...

เพราะฉะนั้น เมื่อพระไตรปิฎกมีกล่าวไว้ ก็ต้องตั้งสมมุติฐานว่า มีไว้ก่อน แล้วพิสูจน์ด้วยผลการทดลองครับ คือ ปฏิบัติธรรม จนหยั่งรู้ เกิดตาทิพย์ มองไปก็เห็นเองแหละครับ ว่าเป็นอย่างไร



ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#4 สาคร

สาคร
  • Members
  • 764 โพสต์

โพสต์เมื่อ 01 November 2006 - 06:37 PM

เท่าที่อ่านของพี่หัดฝันและที่ได้ฟังมา น่าจะเป็นของฝ่ายมหายานเขานะครับ ไม่น่าจะเป็นของ เถรวาท เป็นความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ
ความรักความเมตตาและการให้อภัยเป็นสิ่งที่คนดีเขามีกัน


[email protected]

#5 พักผ่อน

พักผ่อน
  • Members
  • 422 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 01 November 2006 - 09:55 PM

มีเรื่องทำนองนี้เยอะครับ ไม่ใช่แค่ปลาอานนท์หรอก ราหูอมจันทร์ กระต่ายบนดวงจันทร์ก็มีจารึกไว้ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ใช้ประสาทสัมผัสธรรมดารู้ไม่ได้ทั้งสิ้น ที่เราเห็นว่าเป็นอย่างนั้น มันเหมือนกับเราเห็นคนยืนอยู่หนึ่งคน แต่ที่จริงยืนเรียงแถวซ้อนกันเป็นสิบ เป็นต้น นักวิทยาศาสตร์บางท่านตั้งสมมติฐานเรื่องนี้ขึ้นมา ว่าที่จริงแล้วเราเห็นการเดินทางที่เป็นเส้นตรง มันอาจจะยังไม่ตรงที่สุด เพราะว่าเมื่อดูในอีกมิติหนึ่งมันกลับเป็นทางอ้อม ดังนั้นการวาร์ปหรือเคลื่อนย้ายชั่วพริบตาจึงเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าเราสามารถเคลื่อนย้ายข้ามมิติได้ เป็นต้น

#6 koonpatt

koonpatt
  • Members
  • 616 โพสต์
  • Gender:Female

โพสต์เมื่อ 02 November 2006 - 10:01 AM

ตำนานปฐมกัปป์

เป็นวรรณกรรมใบลานประเภทตำนาน กล่าวถึงสรรพสิ่งในโลก การเกิดโลก และสิ่งต่าง ๆ แต่แรกเริ่มที่ยังไม่มีพระศาสนา พระพุทธเจ้ายังไม่เกิด ยังไม่มี อินทร พรหม เทวดา ครุฑ นาค สัตว์ต่าง ๆ นรกก็ยังไม่เกิด ดิน น้ำ หิน ก็ยังไม่มี พระอาทิตย์ยังไม่สว่าง พระจันทร์ยังไม่ส่องแสง เสาพระสุเมรุยังไม่ตั้ง มีเพียงอากาศที่กว้างเกินคณานับ ไม่มีขอบเขต ลมได้เกิดขึ้นก่อน พัดอยู่ไปมา เกิดเป็นน้ำไปทั่วแดน เป็นทะเล ลมพัดแม่น้ำบังเกิดเป็นปลา ชื่อ ปลาอานนท์ หนุนแผ่นดินไว้สืบมา จนทุกวันนี้

[attachmentid=9900]

[attachmentid=9902]

[attachmentid=9901]

ไฟล์แนบ


จึงยังคง เชื่อมั่นและศรัทธาใน "รัก" เหมือนอย่างที่เคย...เสมอมา...และจะตลอดไป
แด่
เธอ...ผู้นำแสงสว่างสู่...กลางใจ

#7 บางคนหาบางสิ่งมาทั้งชีวิต

บางคนหาบางสิ่งมาทั้งชีวิต
  • Members
  • 10 โพสต์

โพสต์เมื่อ 16 July 2009 - 11:59 PM

เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจิงป่าวละครับ เพราะพระพุทธเจ้าตรัสไว้เกี่ยวกับ มหานทีสีทันดร ว่ามีอยู่จิง ซึ่ง ก้อมีปลาใหญ่อาศัยอยู่รวมทั้งปลาอานนท์ด้วย บางคนสงสัยว่า ปลาอานนท์จะมาหนุนโลกอยู่ได้ไง เลยคิดว่าเป็นนิทานบ้าง เป็นเรื่องเหลวไหลบ้าง แต่จากการศึกษาข้อมูลหลายๆทางแล้วนะครับ ที่ว่าหนุนโลกนี้ ไม่ได้หมายถึงโลกมนุษย์แน่นอนครับ คงหมายถึงสวรรคโลกมากกว่าคือสวรรค์นั่นเอง อ้างอิงจากเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นพระเนมีราช ได้ทรงรับคำเขิญไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์จากเทพบุตรชื่อมาตลี ทางที่จะไปได้ทางหนึ่ง พอดีก็ต้องผ่านมหาสมุทรชื่อ มหานทีสีทันดรด้วยครับ มีภูเขาใหญ่ล้อมรอบ 7 เทือกเขา เทพบุตรอธิบายให้พระเนมีราชฟังว่า
ภูเขาเหล่านี้ ชื่อภูเขาสุทัศนะ ภูเขากรวิก ภูเขาอิสินธร ภูเขายุคันธร
ภูเขาเนมินทร ภูเขาวินตกะ และภูเขาอัสสกรรณ สูงกว่ากันขึ้นไปเป็น
ลำดับๆ มีมหาสมุทรหนึ่ง ชื่อสีทันดร อยู่ในระหว่างภูเขาทั้ง ๗ นั้น
ภูเขาเหล่านี้เป็นทิพสถานของท้าวจาตุมหาราช ข้าแต่พระราชา เชิญ
พระองค์ทอดพระเนตรภูเขาเหล่านั้น พระเจ้าข้า.
อีกบทความหนึ่งคือ พระพุทธเจ้าทรงเคยตรัสไว้เกี่ยวกับเรื่องอัศจรรย์ 8 อย่าง มีหนึ่งเรื่องกล่าวเกี่ยวกับว่าใน มหานที่สีทันดรเป็นที่อาศัยของปลาอานนท์
ปลามหาติมิงคละ .... (ปลายักษ์ทั้งหลาย) เมื่อประมวลจากทั้งสองบทความแล้ว
คงไม่มีใครคิดว่าพระพุทธเจ้าจะเอาความเท็จมาพูดนะครับ เมื่อเป็นดังนี้แสดงได้ว่า
1. มหานทีสีทันดรมีจิง เมื่อมหานทีสีทันดรมีจิง ปลาอานนท์ที่อาศัยอยู่ก็มีจิงด้วย
2. มหานทีสีทันดรไม่ได้อยู่บนโลกมนุษย์เราแน่นอน เพราะอยู่ระหว่างทางไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สรุปว่า อยู่ที่โลกสวรรค์นั่นเองครับ
ถ้าข้อมูลผมผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ

#8 *ยม31*

*ยม31*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 19 April 2011 - 02:10 PM

ผมเชื่อว่าปลาอานนท์ก็คือปลาปลาแผ่นดินไหว และอีกหลายๆชื่อตามแต่จะเรียกกัน รวมไปถึงมังกรหรือพญานาคด้วยครับ และถูกเล่าขานปรุงแต่งจนบิดเบือนจากความเป็นจริงครับลองหาอ่านและศึกษาดูจะรู้ครับว่าปลานี้อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกและตกใจเมื่อเกิดแผ่นดินไหวเลยทำให้พบเห็นส่วนใหญ่ใกล้ตายหรือตายแล้วเสียมากกว่า
แต่ปลาชนิดนี้กินแพลงตอนครับไม่ทำร้ายคน
พระพุทธเจ้ามิได้โกหกครับหากแปลตามใจความครับ
ลองศึกษาดูครับทั้งทางวิทยาศาสตร์และศาสนศาสตร์ครับ ทั้งหมดก็เป็นเรื่องเดียวกันหากแต่การสื่อความหมายต่อๆกันไปทำให้ผิดเพี้ยนครับ
พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู รู้แจ้งในทุกเรื่องครับและมีคำตอบให้ทุกคำถามครับ