กลิ่นกายมนุษย์
#1
โพสต์เมื่อ 24 November 2006 - 12:33 PM
#2
โพสต์เมื่อ 24 November 2006 - 12:57 PM
เพราะพระพุทธเจ้ายังได้ตรัสไว้ว่า
"กลิ่นแห่งศีลย่อมหอมฟุ้งไปในที่ทวนลมและตามลม"
ดังนั้น มนุษย์ที่มีศีลจะมีกลิ่นหอม
ก็ว่ากันตามความเข้าใจน่ะครับ
ก็ท่านอื่นว่าไงล่ะครับ
การยังบุญกุศลให้ถึงพร้อม
การยังจิตใจให้ผ่องแผ้ว
กรรม ๓ อย่างนี้ เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ฯ
#3
โพสต์เมื่อ 24 November 2006 - 01:18 PM
เทวดากินอาหารแล้วต้องถ่ายด้วยรึป่าวครับ
#4
โพสต์เมื่อ 24 November 2006 - 01:18 PM
#5
โพสต์เมื่อ 24 November 2006 - 01:27 PM
ไม่ใช่ผู้รู้หรอกครับ แต่พอสันนิษฐานได้นิดหน่อยว่า
แม้มนุษย์ที่ ผ่านการอาบน้ำแร่ แช่น้ำนม
อาบน้ำอบน้ำปรุง ประทินผิวด้วยเครื่องสำอางค์ราคาแสนแพง วันละ 4 รอบ
ว่ากันว่า เทวดายังไม่อยากสูดกลิ่นเลย
ทั้งนี้เพราะ ระดับของประณีตสุข ในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ของกายทิพย์
มีกว่าของมนุษย์มากมายนักครับ
ความสุขของมนุษย์ แค่บางส่วนของอวัยวะ เช่น ผิวกาย จมูก ลิ้น
แต่ทิพยสุข มันเอิบอาบ ซาบซ่านไปทั่วกาย
เมื่อลิ้มทิพยสุทธาโภชน์ ก็รู้สึกอิ่มเอมโอชารสไปทั่วกาย
และรัศมีจะสว่างวาบยิ่งขึ้นด้วย
ยิ่งกายทิพย์ที่มีบุญ บารมี รัศมี ใหญ่โต มโหฬาร ทิพยสุขก็ยิ่งประณีตขึ้นไป
ถ้าพิจารณาด้านหยาบบ้าง
หนอน อยู่ในอาจม ในคูถ ในซากศพ ซากสัตว์ที่เน่าเหม็น
หนอนชอบ แต่มนุษย์กลับบอกว่า โคตระเหม็น เหม็นโคตระเลย
เช่นกัน มนุษย์ดมกลิ่น บรรดาน้ำอบ น้ำปรุง น้ำหอมอาจสูดดมด้วยความชื่นใจ
แต่ เทวดาคงไม่อยากสูดดมหรอกครับ
เพราะจริงๆแล้ว
ใต้ผิวหนังกำพร้าและอวัยวะภายในกายมนุษย์ ล้วนเป็นสิ่งปฏิกูล
ในกระเพาะ ก็เป็นสุสานซากพืช ซากสัตว์
เทวดาในชั้นสูงๆ อาจรู้สึกเหมือนมนุษย์
ที่เห็นหนอนยังยินดีในคูถ ซากศพ ซากสัตว์ที่เน่าเหม็น ก็ได้
แต่กายทิพย์ตั้งแต่ดาวดึงส์ขึ้นไป หรือ พรหม ลงมาโลกมนุษย์ก็ด้วยเหตุ
ปรารถนาพบรพะบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอริยบุคคลเพื่อฟังธรรม
หรือฟังพุทธมนต์ ที่มนุษย์ สวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย
นานๆสักทีพระอินทราธิราช จะลงมาช่วยบำบัดทุกข์
ให้มนุษย์ที่ทรงศีลธรรม หรือกำลังบำเพ็ญความดี แต่กำลังลำบาก
ส่วนบรรดาเทวดาที่ลงมาเพื่อร่วมงานบุญใหญ่ มาอนุโมทนาการสร้างบารมีของมนุษย์
หรือมาชื่นชมรัศมีแห่งบุญบารมีของพระสุปฏิปันโน และเหล่านักสร้างบารมี
คงมีวิธีป้องกันกลิ่นสาบของมนุษย์ โดยชื่นชมกลิ่นศีล แทน
และปกติี่กายทิพย์ มีกลิ่นทิพย์อยู่แล้ว คงพอกลบกลิ่นสาบมนุษย์ได้ มั้งครับ
ที่พูดมาทั้งหมดนี้ แค่จำตำราแล้วมา่สันนิษฐาน อย่าถือสาเป็นจริงเป็นจังนะครับ
ถ้าให้บรรยายความรู้สึกแท้จริงของเทวดา
ปสฺส จิตฺตกตํ พิมฺพํ
อรุกายํ สมุสฺสิตํ
อาตุรํ พหุสงฺกปฺปํ
ยสฺส นตฺถิ ธุวํ ฐิติ . . . ฯ ๑๔๗ ฯ
จงดูร่างกายที่ว่าสวยงามนี้เถิด
เต็มไปด้วยแผล สร้างขึ้นด้วยกระดูก
มากด้วยโรค มากด้วยความครุ่นคิดปรารถนา
หาความยั่งยืนถาวรมิได้
Behold this beautiful body,
A mass of sores, a bone-gathering,
Diseased and full of hankerings,
With no lasting, no persisting.
ปริชิณฺณมิทํ รูปํ
โรคนิฑฺฒํ ปภงฺคุณํ
ภิชฺชติ ปูติสนฺเทโห
มรณนฺตํ หิ ชีวิตํ . . . ฯ ๑๔๘ ฯ
ร่างกายนี้แก่หง่อมแล้ว เป็นที่อาศัยของโรค
แตกทำลายง่าย ร่างกายอันเน่าเหม็นนี้
จักแตกสลายพังภินท์
เพราะชีวิตสิ้นสุดลงที่ความตาย
Thoroughly worn out is this body,
A net of deseases and very frail.
This heap of corruption breaks to pieces.
For life indeed ends in death.
#6
โพสต์เมื่อ 24 November 2006 - 01:34 PM
#7
โพสต์เมื่อ 24 November 2006 - 01:48 PM
นี้เป็นดอกไม้ของพระอริยะเจ้า( ๒ภาพแรกน่ะครับ)
สาธุ
#8
โพสต์เมื่อ 24 November 2006 - 02:45 PM
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย
#9
โพสต์เมื่อ 24 November 2006 - 05:27 PM
#10
โพสต์เมื่อ 24 November 2006 - 10:25 PM
#11
โพสต์เมื่อ 25 November 2006 - 08:53 PM
ลูกพระธรรม
#12
โพสต์เมื่อ 25 November 2006 - 09:44 PM
ดังนั้น มนุษย์ที่มีศีลจะมีกลิ่นหอม
เวลาทำอะไรพลาด อย่าคิดนำไปก่อน เพราะมารจะเข้าแทรกผัง ให้เราคิดได้เป็นเรื่องเป็นราวทันที ยิ่งคิด ยิ่งมีผลเสียแก่ตัวเราเอง ถ้าคิดอย่างนี้แล้วใจจะตก มารจะแทรกผังสำเร็จใส่ทันที ทำให้เรื่องที่ยังไม่มีอะไร กลับกลายเป็นเรื่องร้ายทันที ยิ่งคิดจะยิ่งเสีย ฉะนั้น เมื่อเกิดเรื่อง ให้เราทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายอย่างเดียว (ขุมทรัพย์จากคุณยาย)
#13
โพสต์เมื่อ 25 November 2006 - 10:02 PM
#14
โพสต์เมื่อ 25 November 2006 - 11:25 PM
#15
โพสต์เมื่อ 26 November 2006 - 03:22 AM
#16
โพสต์เมื่อ 27 November 2006 - 08:55 AM













