ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

จตุคามรามเทพคือใคร


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 10 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1766 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 28 February 2007 - 10:27 AM

แนบไฟล์  clip_image001.gif   45.52K   101 ดาวน์โหลด
จตุคามรามเทพ


พระสยามเทวาธิราช แห่งอาณาจักรทะเลใต้



เป็นคำถามที่มีผู้สนใจถามกันมากมายว่า จตุคามรามเทพคือใคร ซึ่งก็มีผู้ตอบกันไปต่างๆ นานา หลากหลายแนวคิด แต่ในทัศนะผู้เขียนแล้วมีความเห็นในแนวทางเดียวกับท่านอาจารย์บัณฑิต คือในหลักเรื่องของ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง



องค์จตุคาม จตุ หมายถึง สี่ คาม (คาม-มะ) เขตคาม หมายถึง อาณาเขต เมื่อรวมกันนัยความหมาย น่าจะเป็นทิศทั้งสี่ ซึ่งหมายถึง ทิศที่มีท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ดูแลอยู่ ดังนั้นความหมายของจตุคาม น่าจะเป็นตำแหน่งของผู้เป็นใหญ่ทั้งสี่ทิศ ท้าวจตุมหาราช ปกป้องคุ้มครองดูแล เสมือนมนุษย์ใส่เสื้อผ้าเพื่อปกป้องร่างกาย ดังนั้น พระเสื้อเมืองจึงมีความหมายที่ควรจะเป็นตำแหน่งๆ หนึ่ง เพียงแต่ปราชญ์โบราณของเมืองนครศรีธรรมราชได้สมมุติขึ้นเป็นท้าวจตุคาม

องค์รามเทพ คำว่าราม น่าจะมีรากมาจากพระราม ที่หมายถึง พระนารายณ์อวตารลงมาเป็นพระมหากษัตริย์ คำว่าเทพ ก็คือ เทวดา นัยความหมายน่าจะเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นสมมุติเทพ เมื่อองค์รามเทพ คือ พระทรงเมือง คำว่าทรงเมือง พ้องกับคำว่า “ครองเมือง” “นั่งเมือง” หรือผู้ปกครองบ้านเมือง ซึ่งก็คือเจ้าเมือง หรือพระมหากษัตริย์นั่นเอง ดังนั้นผู้เขียนจึงให้ทรรศนะว่า รามเทพ ควรที่จะเป็นตำแหน่ง เช่นท้าวจตุคาม ที่คนโบราณได้สถาปนาไว้ ดังเช่นรัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาพระสยามเทวาธิราชไว้เป็นเทวดารักษาเมือง เป็นที่สถิตย์แห่งดวงพระวิญญาณบูรพกษัตริยาธิราชเจ้าที่ยังคงปกป้องบ้านเมืองอยู่

เมื่อให้ทัศนะดังนี้ จึงอธิบายได้ว่าทำไม องค์จตุคามและองค์รามเทพ จึงเป็นรูปเคารพที่แตกต่างจากหลักการสร้างตามไตรภูมิ เป็นสิ่งที่ไม่ปรากฏในศาสนสถานอื่นๆ ซึ่งก็คงต้องยกย่องในปราชญ์ และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาวนครฯ ที่ความแตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม สถาปนาหลักเมืองทั้งพุทธจักร และอาณาจักรไว้ในที่เดียวกันคือ พระบรมธาตุ เมืองนครศรีธรรมราช ศูนย์กลางแห่งแผ่นดิน 12 นักษัตร อันมีพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองโดยธรรมเทียบเท่าพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดียดังได้รับสมัญญานามว่า “พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช”


ไขปริศนา ทำไม ? จึงเป็นองค์จตุคามรามเทพ

หลายท่านอาจเคยตั้งคำถามว่า ทำไมที่พระบรมธาตุ ปรากฏชัดเจนว่ามีสององค์ คือ ท้าวจตุคาม กับ ท้าวรามเทพ แต่มาภายหลังกลับกลายเป็นองค์จตุคามรามเทพ เพียงองค์เดียว เรื่องนี้ผู้เขียนก็พยายามหาคำตอบ และพยายามตีความจากหลักของประติมานวิทยาและเชิงศาสตร์สัญลักษณ์ จึงต้องให้ทรรศนะไว้ว่าแท้ที่จริงแล้ว ท้าวจตุคาม กับ ท้าวรามเทพน่าจะเป็นตำแหน่งที่สถาปนาขึ้นมาใหม่ เพราะไม่ใช่หลักเดิมที่พ้องกับไตรภูมิทั้งหมด เมื่อเป็นดังนี้ จึงอธิบายเรื่องที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีหลักศาสตร์และเหตุผล

การรวมเป็นองค์เดียวกันนั้น เปรียบเสมือนกับการที่นั่งควบสองตำแหน่งดังเช่นการเมืองแต่เป็นเรื่องที่อาจจะพิสูจน์ได้ยาก ในคติการสถาปนาพระเทวราช อันเป็นศิลปกรรมสมมุติในภายหลัง ตามประเพณีศรีวิชัย “จตุคามรามเทพ” จึงหมายถึง ดวงพระวิญญาณแห่งอดีตบูรพกษัตริยาธิราชเจ้า ผู้มาสถิตย์ เป็นผู้คุ้มครอง ดูแลบ้านเมืองทั้งสี่ทิศ ทรงฤทธิ์อำนาจอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยบารมีธรรม 10 ประการแห่งพระโพธิสัตว์ ผู้มีความเมตตาต่อมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ต้องตรงตามหลักพระพุทธศาสนามหายานที่แพร่หลายในยุคศรีวิชัยไศเลนทร์วงค์ ดังเช่น พระสยามเทวาธิราชที่สถาปนาขึ้นภายหลังในยุครัตนโกสินทร์ที่สมมุติเอาดวงพระวิญญาณของพระมหากษัตริย์รวมเป็นหนึ่งเดียวกับเทวดาเพื่อปกป้องรักษาบ้านเมือง

ส่วนจะมีผู้กล่าวว่าท่านเป็นกษัตริย์องค์ใดนั้นคงตอบยากบางท่านบอก คือ พระเจ้าจันทรภาณุก็อาจเป็นได้ แต่พระเจ้าจันทรภาณุก็อยู่เพียง พ.ศ. 1800 เป็นยุคปลายของตามพรลิงค์ ถ้าเราเชื่อกันว่าจตุคามรามเทพคืออดีตกษัตริย์ศรีวิชัย ดังนั้นจึงน่าจะเก่าแก่กว่าพระเจ้าจันทรภานุ ดังเช่น พระเจ้าวิษณุราชอันเกรียงไกรที่ปรากฏตามศิลาจารึกกรุงศรีวิชัย อยู่ในราว พ.ศ. 1318 ผู้สร้างมหาเจดีย์บรมพุทโธ ห่างกันถึง 500 ปี แต่ถ้าเรามองในเรื่องการกลับชาติมาเกิดตามหลักของมหายาน ตัวอย่างเช่น ดาไลลามะในธิเบต ที่กลับชาติมาเกิดและถือกันว่าเป็นอวตารภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ในยุคศรีวิชัยที่พุทธศาสนามหายานยิ่งใหญ่ก็มีคตินี้เช่นกันถือว่า พระมหากษัตริย์ คือ อวตารของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และยังเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีตัวตนจริงบนโลกมนุษย์ ดังนั้นการกลับชาติมาเกิดอีกจะกี่ครั้งก็ตามจึงไม่ใช่เรื่องแปลกและสามารถอธิบายได้ไม่ว่าองค์จตุคามรามเทพจะเป็นกษัตริย์องค์ใดก็ตามก็ไม่เป็นไร แต่ท้ายที่สุดแล้วท่านก็คือ อวตารภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ที่คอยช่วยเหลือ เหล่าสรรพสัตว์ให้พ้นจากห้วงแห่งความทุกข์ การให้ทรรศนะของผู้เขียนน่าจะอธิบายในเรื่อง จตุคามรามเทพได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม ก็ควรที่จะมีการค้นคว้าหรือนำเสนอกันหลายๆ แนวทาง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้อ่านว่าจะยึดถือแนวใด ก็คงเป็นเรื่องของอนาคต ดังเช่นที่มีบางท่านอธิบายว่าเป็นกษัตริย์ผู้พี่ ผู้น้อง ส่วนตัวผู้เขียนแล้วยังไม่ปักใจเพราะค่อนข้างที่จะไม่มีเหตุผลมารองรับ เป็นแต่เพียงตำนานเท่านั้น


ผู้เขียนจึงได้นำเสนอแนวคิดเรื่องจตุคามรามเทพ ไว้ให้ท่านผู้รู้ได้ค้นคว้ากันต่อไป




#2 ปัจเจกชน บนทางสายกลาง

ปัจเจกชน บนทางสายกลาง
  • Members
  • 4109 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:จ. สงขลา

โพสต์เมื่อ 28 February 2007 - 10:38 AM

ขอบคุณครับ คุณสิริปโภ เรื่องประวัติก็โอเค ตอนนี้เงินสะพัดมาก ๆ แต่กระแสของจตุคามรามเทพ ใครเป็นผู้สร้าง ผมว่าไม่เกิน 5 ปี ตอนนี้ถ้าเป็นกราฟก็ชันมาก แต่ไม่แน่ใจว่าถึงพีคแล้วหรือยัง

#3 MIHARU

MIHARU
  • Members
  • 620 โพสต์
  • Interests:พระพุทธศาสนา<br />วิทยาศาสตร์

โพสต์เมื่อ 28 February 2007 - 10:47 AM

วันก่อนฟังวิทยุรายการหนึ่ง เค้าบอกว่าเป็นโอรสของเจ้าแม่ย่านางน่ะค่ะ ได้รับการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเวทมนต์คาถามาจากแม่ แต่อยากเผยแผ่พระพุทธศาสนา ประมาณนี้น่ะค่ะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน หากข้อมูลผิดพลาดขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ
Relax & Alert

#4 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3579 โพสต์

โพสต์เมื่อ 28 February 2007 - 12:08 PM

เป็นตำนาน
ตรรกวิทยาของชาวชวากะ ที่เรียกว่า จตุคามศาสตร์ เชื่อกันว่า นางพญาจันทรา นางพญาพื้นเมือง ทะเลใต้ ราชินีผู้สูงศักดิ์ขององค์ราชันราตะ หรือ พระสุริยะเทพ ซึ่งรวบรวมดินแดนในคาบสมุทรทองคำเข้าเป็นจักรวรรดิ์เดียวกันในพุทธศตวรรษ ที่ 7 พระราชมารดาของเจ้าชายรามเทพ บรรลุธรรม สำเร็จตรรกศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์ ทรงอิทธิฤทธิ์บังคับคลื่นลมร้ายให้สงบได้ชาวทะเลทั้งหลายกราบไหว้รำลึกถึง เมื่อออกกลางทะเล เรียกกันว่า แม่ย่านาง ชาวศรีวิชัยให้ความเคารพนับถือเทิดทูน ฉายานามว่า เจ้าแม่อยู่หัว
เจ้าชายรามเทพได้ศึกษาเล่าเรียนวิชา จตุคามศาสตร์ จากพระราชมารดาจนเจนจบ แล้วทรงเรียนรู้หลักสัจธรรมทางพุทธศาสนาเลื่อมใสศรัทธานิกายมหายานอย่างแรงกล้า มุ่งหน้าสร้างบารมี หวังตรัสรู้เป็นพระโพธิสัตว์ ตั้งปณิธานแน่วแน่ที่จะประกาศธรรมให้มั่นคงทั่วดินแดนสุวรรณภูมิ ทรงอุตสาหะบากบั่นสร้างราชนาวีตามตรรกศาสตร์มหายาน ที่สามารถแล่นฝ่าคลื่นลมได้รวดเร็วและปลอดภัยบรรทุก กำลังพลและสัมภาระได้ มากมายมหาศาลเยือนถึงน่านน้ำใด หลักศาสนา ศิลปอารยะธรรมประดิษฐานมั่นคง ณ ดินแดนนั้น จนเหล่าราชครูต่างถวาย นามาภิไธยราชฐานันดร ว่า องค์ราชันจตุคามรามเทพเป็นกษัตริย์องค์ที่2 ของราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช นาม พระเจ้าจันทรภาณุ
เมื่อพระศรีมหาราชชาวชวากะได้ประกาศสัจธรรมทั่ว สุวรรณทวีปแล้วจึงได้สร้าง มหาสถูป เจดีย์ขึ้นที่หาดทรายแก้วและในปลายพุทธศตวรรษที่ 8
องค์ราชันจตุคามรามเทพทรงมานะพยายามจนบรรลุธรรมจนบรรลุโพธิญาณ จักรวาลพรหมโพธิสัตว์ ประกอบด้วย บุญฤทธิ์ อิทธิฤทธ อภินิหาร สยบฟ้า สยบดินได้ตามปรารถนา วาจาเป็นประกาศิตเหนือมวลชีวิตทั้งหลาย ทรงศักดานุภาพเหมือน ดังพระอาทิตย์และ พระจันทร์ สมญานามตาม ศาสตร์จันทรภาณุ สาปแช่งศัตรูผู้ใดจะถึงกาลวินาศ จนเลื่องลือไปทั่วทวีป ได้รับการถวายนามยกย่องว่า พญาพังพกาฬ หรือ ราชันดำแห่งทะเลใต้ การประกาศชัยชนะที่เด็ดขาดเหนือสุวรรณทวีปและหมู่เกาะทะเลใต้นี้เปรียบได้กับมหาราชในชมภูทวีป ดังนั้น พญาโหราบรมครูช่างชาวชวากะ ได้จำลองรูปมหาบุรุษเป็น อนุสรณ์ ตามอุดมคติศิลปศาสตร์ศรีวิชัย เรียกว่า ร่างแปลงธรรม รูปสมมุติแห่ง เทวราชที่มีตัวตนอยู่จริงในโลกมนุษย์ ทรงเครื่องราชขัติยาภรณ์ สี่กร สองเศียร พรั่งพร้อมด้วยเทพศาสตราวุธ เพื่อปกป้องอาณาจักรและพุทธจักร เพื่อเป็นคติธรรมและศิลปะกรรม ประดิษฐานในทุกหนแห่งในอาณาจักรทะเลใต้ ลูกหลานราชวงศ์ไศเลนทร์ในชั้นหลังได้ถ่ายทอดศิลปะศาสตร์แปลงร่างธรรมเป็น นารายณ์บรรทมสินธุ์บ้าง อวตารปราบอสูรบ้าง ตามค่านิยมของท้องถิ่น
ในปี พ.ศ. 2530 เมื่อมีการตั้งดวงเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นใหม่ จึงมีการอัญเชิญจตุคามรามเทพไปสถิต ณ บานประตูทางขึ้นพระบรมธาตุนั้นเป็นต้นมา
จตุคามรามเทพ มีบริวารเป็นทหารกล้า 4 นาย คือ พญาชิงชัย, พญาหลวงเมือง, พญาสุขุม และพญาโหรา เป็นกำลังหลักในการปราบพราหมณ์ที่เคยปกครองเมืองอยู่ก่อน เมื่อได้บ้านเมืองแล้ว ก็ได้สร้างพระบรมธาตุ สถาปนาเมือง 12 นักษัตร หรือกรุงศรีธรรมาโศกราช ฝังรากฐานพระพุทธศาสนาอย่างถาวร จนได้รับเทิดพระเกียรติว่า พญาศรีธรรมาโศกราช หรือ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช
ปัจจุบัน จตุคามรามเทพ ได้รับความนับถืออย่างกว้างขวาง โดยเชื่อว่าทรงฤทธานุภาพในทุก ๆ ด้าน ตามจารึกของชาวศรีวิชัยได้บอกว่า " มีอานุภาพดุจดังพระอาทิตย์และพระจันทร์ ที่ขจัดความมืดมัวในโลก " การขออธิฐานจากพระองค์นั้นทำได้โดยมีเงื่อนไข 4 ประการ
1. อธิฐานขอในสิ่งที่เป็นไปได้ โดยไม่ขัดต่อศีลธรรม
2. เมื่อได้รับสิ่งที่หวังแล้ว ต้องรักษาสัจจะที่ได้ให้ไว้กับพระองค์
3. ควรจะสร้างกุศลกรรมถวายแด่องค์จตุคามรามเทพ
4. เงื่อนไขทั้งสามข้อที่ผ่านมา หามีผลต่อการอธิฐานไม่ เนื่องจากองค์จตุคามรามเทพเป็นเพียงบุคคลในประวัติศาสตร์ มิใช่เทพหรือเครื่องรางของขลังหลอกลวงประชาชน
แต่ที่สำคัญ อย่าลำพังเพียงอธิษฐาน ต้องสร้างกุศลกรรมให้แก่ตนเองให้ครบทุกด้านด้วย คือ ให้ทาน รักษาศีล และบำเพ็ญภาวนา
ภาพลักษณ์ของจตุคามรามเทพ โดยมากจะปรากฏเป็นองค์เทพบุตรในท่านั่ง มี 4 กร ถืออาวุธต่าง ๆ และนายทหาร 4 นาย นั้น จะปรากฏในรูปของหนุมาน 4 กร ถืออาวุธในท่วงท่าต่าง ๆ ทั้งนี้ก็เป็นไปตามศิลปะศรีวิชัยที่มักสร้างสัญลักษณ์ขึ้นมาแทนความหมายต่าง ๆ




ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#5 myself

myself
  • Members
  • 170 โพสต์

โพสต์เมื่อ 28 February 2007 - 04:02 PM

unsure.gif

#6 Pungpa

Pungpa
  • Members
  • 458 โพสต์
  • Gender:Female
  • Interests:ผ่านการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ 13 /2549 แล้วค่ะ<br /><br />รับบุญ : ฝึกงานอยู่ที่ ศูนย์ประสานงานโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา

โพสต์เมื่อ 28 February 2007 - 05:11 PM

สรุปง่ายๆนะคะ จตุคามรามเทพ คือ กษัตริย์ที่ครองอาณาจักรนครมาก่อน เป็นผู้ก่อสร้างพระบรมธาตุ อันลือชื่อของภาคใต้เลยก็ว่าได้

สมัยก่อน คนนครจะมีความศรัทธาในจตุคามรามเทพอย่างมากเลย แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นว่า จตุคามรามเทพคือเครื่องประดับตกแต่งร่างกายอย่างหนึ่งคล้ายๆกับพวกจี้ ต่างๆ ยิ่งตัวองค์ฯมีความสวยงามมากเพียงใด คนก็จะให้ความสนใจ และพยายามขวนขวายมาเป็นเจ้าของให้ได้มาเท่านั้น ยกตัวอย่างที่ฮิต ติดตลาดวงการพระเครื่อง จตุคามรามเทพ รุ่น โคตรเศรษฐี ซื่งมีความสวยงามมากๆ (หนู Pungpa ยังยอมรับเลยว่าสวยจริงๆ แต่ถึงยังไงก็สู้พระธรรมกายไม่ได้หรอกคะ อิอิ) กลายเป็นที่ไหนๆก็เริ่มผลิตจตุคามรามเทพขึ้นมาแล้ว

ไม่ได้มีเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชเพียงเท่านั้น แต่จังหวัดอื่นๆก็ทำกัน แต่ปลุกเสกก่อนครั้งสุดท้าย และสุดท้าย จะต้องมาปลุกเสกที่นครศรีธรรมราชเท่านั้น คือ ก่อนครั้งสุดท้ายที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ครั้งสุดท้ายที่วัดพระมหาธาตุมหาวรวิหาร ก็จะถือว่าเป็นจตุคามรามเทพของแท้ค่ะ


หยุดนั่นแหละเป็นตัวสมถะ
หยุดนั่นเองเป็นตัวสำเร็จ
ทั้งทางโลกและทางธรรม สำเร็จหมด

#7 นักรบทิศตะวันตก

นักรบทิศตะวันตก
  • Members
  • 354 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:Bangkok Thailand
  • Interests:...หยุด...

โพสต์เมื่อ 02 March 2007 - 06:29 AM

เนตํ โข สรณํ เขมํ
เนตํ สรณมุตฺตมํ
เนตํ สรณมาคมฺม
สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ . . . ฯ ๑๘๙ ฯ

นั่นมิใช่ที่พึ่งอันปลอดภัย
นั่นมิใช่ที่พึ่งอันสูงสุด
อาศัยที่พึ่งชนิดนั้น
ก็ไม่พ้นทุกข์ทั้งปวงได้


Such a refuge is not secure,
Such a refuge is not supreme.
To such a refuge should one go,
One is not released from all sorrow
.

ผู้มีความกล้า....ย่อมมีความหวัง...

.
ฟังเรื่องราวดีๆได้ที่นี่ครับ

#8 lee072d

lee072d
  • Members
  • 265 โพสต์

โพสต์เมื่อ 02 March 2007 - 03:32 PM

พระธรรมกาย ดีที่สุด สุดยอดที่สุดแล้วครับ สาธุ สาธุ สาธุ

#9 glouy.

glouy.
  • Members
  • 605 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 March 2007 - 11:00 PM

dont_tell_anyone_smile.gif

ลูกพระธรรม

#10 somchet

somchet
  • Members
  • 900 โพสต์

โพสต์เมื่อ 17 March 2007 - 12:25 AM

เมื่อวานไป รพ.ศิราช เจอคน 10 คน ต้องแขวน จตุคามฯ 1 คน ฮิตมากๆ

แต่ดูแล้วแปลกๆ ดี พระองค์ใหญ่เบ่อเร่อ แถมบางคนแขวนถึง 3 องค์

น่าจะเอาเหรียญผู้นำบุญไปแขวนมั่ง ใหญ่กว่าอีก

#11 บารมีธรรม

บารมีธรรม
  • Members
  • 212 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 17 March 2007 - 03:54 PM

สำหรับผมมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดครับ