-ก็แล้วแต่นะครับว่าวิญญาณบรรพบุรุษนั้นจะมากินหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ มีวิญญาณมากินอาหารแน่นอนครับ เพราะทุกที่มีกายละเอียดอยู่เต็มไปหมด พวกที่บุญน้อยก็คอยทานอาหารที่เป็นเศษหรือวางไว้ให้ทาน เช่น ตามศาลเจ้า เป็นต้น แต่ว่าถ้าถูกหลักวิชาก็ควรทำบุญไปให้น่ะครับ ควรจะบอกญาติๆว่าให้ทำทานแล้วแบ่งอุทิศบุญไปให้ท่านด้วย ลองหากุศโลบายดีๆ คุยกับญาติๆดูนะครับ
-กายละเอียดก็คุยกันแบบละเอียดสิครับนึกๆคิดๆก็เป็นคำพูดแล้ว ถ้าอยากรู้จริงๆนั่งธรรมะให้ดีๆน่ะครับ แล้วจะได้รู้จะได้เห็น
- ธรรมะสร้างกำลังใจ ทำให้คุณเป็นสุขใจได้ตลอดเวลา
- → ดูโปรไฟล์: โพสต์: ฉันจะติดตามเธอ
สถิติเว็บบอร์ด
- กลุ่ม Members
- โพสต์ 135
- ดูโปรไฟล์ 13785
- อายุ 42 ปี
- วันเกิด กันยายน 18, 1982
-
Gender
ชาย
-
Location
วัดครับ
-
Interests
การฝึกตัวครับผม เรื่องน่ารู้ก็น่าสนใจนะ
โพสต์ที่ฉันโพสต์
ในกระทู้: การเซ่นไหว้
07 April 2007 - 05:37 PM
ในกระทู้: อยากมีหัวใจที่เข้มแข็ง...จะทำอย่างไรดี
07 April 2007 - 05:30 PM
กำลังใจอย่างเดียวน่ะครับ แต่ว่าถ้าคุณสู้แล้วไม่ถอย อย่างไรก็สามารถคลี่คลายปัญหานี้ได้แน่ๆครับ ให้ใจเย็นๆทำใจใสๆอยู่ในบุญเอาไว้
นะครับ
เป็นกำลังใจให้เหมือนกัน
นะครับ
เป็นกำลังใจให้เหมือนกัน
ในกระทู้: กอล์ฟ
07 April 2007 - 05:25 PM
อ่านแล้วตลกดีครับ แต่หัวผมไปไม่ทันไม่เข้าใจซักเท่าไหร่น่ะครับ แหะๆๆ พี่เถลิงเกียรติอย่าว่าผมนะ
ในกระทู้: เรื่องของตำรวจคนหนึ่งในต่างแดน...อยากทราบว่า....
07 April 2007 - 05:22 PM
ถ้าตอบจากความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
คือว่า น่าจะไปทุคติน่ะครับ จากที่บอกว่าแม้กระทั่งลาออกไปแล้วก็ยังเสพอยู่ เมื่อใจมันเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดอย่างนี้ การที่จะไปทำให้ใจใสด้วยการทำทาน ถือศีล เจริญภาวนา คงไม่มีน่ะครับ ใจมันกังวลกับอาการอยากยาเสียมากกว่า ทีนี้ใจมันหมองน่ะสิครับ ถ้าหากตายไปก็ลงอบายแน่ๆเลย แต่ไม่ได้กล่าวถึงทางบ้านให้ฟังก็เลยไม่รู้ว่าจะได้ทำตามหลักวิชาหรือเปล่า ถ้าทำตามก็มีสิทธิใจใสได้แต่น่าจะไม่มากน่ะครับ
ถ้ารู้จักทางบ้านของตำรวจคนนั้นน่าจะแนะนำหลักวิชาของหลวงพ่อให้ทราบกันนะครับ
คือว่า น่าจะไปทุคติน่ะครับ จากที่บอกว่าแม้กระทั่งลาออกไปแล้วก็ยังเสพอยู่ เมื่อใจมันเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดอย่างนี้ การที่จะไปทำให้ใจใสด้วยการทำทาน ถือศีล เจริญภาวนา คงไม่มีน่ะครับ ใจมันกังวลกับอาการอยากยาเสียมากกว่า ทีนี้ใจมันหมองน่ะสิครับ ถ้าหากตายไปก็ลงอบายแน่ๆเลย แต่ไม่ได้กล่าวถึงทางบ้านให้ฟังก็เลยไม่รู้ว่าจะได้ทำตามหลักวิชาหรือเปล่า ถ้าทำตามก็มีสิทธิใจใสได้แต่น่าจะไม่มากน่ะครับ
ถ้ารู้จักทางบ้านของตำรวจคนนั้นน่าจะแนะนำหลักวิชาของหลวงพ่อให้ทราบกันนะครับ
ในกระทู้: นับเงินที่รวบรวมจาการบอกบุญมา
04 April 2007 - 08:46 AM
อนุโมทนาบุญก่อนละกันนะครับ ตรงนี้คงเป็นความคิดส่วนตัว ไม่ก็ความรู้ที่สืบทอดต่อๆกันมาอย่างนี้น่ะครับ ถึงอย่างไร คุณmorethan
ก็บริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว หากเราอธิบายไปเขาไม่ยอมเปิดใจก็ไม่เป็นไรครับ การที่เรานับเงินก่อนเบื้องต้นเลย เราก็จะได้รู้ยอดของเรา เมื่อเรารู้ยอดแล้วเราก็จะปีติใจในแรงกายแรงใจที่เราได้ลงมือทำไปใช่ไหมครับ แม้ว่าจะมากหรือน้อยก็ตามที แต่เมื่อเริ่มคิด เริ่มทำแล้ว บุญก็เกิดกับตัวเราแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือไม่ประมาทครับ รู้ยอดเอาไว้ป้องกันเงินหายครับ ถึงจะซวยมากๆ ทำเงินหายไปเราก็จะได้หาเงินมาทดแทนได้ตรงตามยอด เราจะได้ไม่ตะขิดตะขวงใจน่ะครับ
ส่วนถ้ามีคนถามเราจะบอกอย่างไร ก็บอกว่านับไว้กันเงินหายน่ะครับ เขาจะเข้าใจได้ง่ายที่สุดเลย
ก็บริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว หากเราอธิบายไปเขาไม่ยอมเปิดใจก็ไม่เป็นไรครับ การที่เรานับเงินก่อนเบื้องต้นเลย เราก็จะได้รู้ยอดของเรา เมื่อเรารู้ยอดแล้วเราก็จะปีติใจในแรงกายแรงใจที่เราได้ลงมือทำไปใช่ไหมครับ แม้ว่าจะมากหรือน้อยก็ตามที แต่เมื่อเริ่มคิด เริ่มทำแล้ว บุญก็เกิดกับตัวเราแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือไม่ประมาทครับ รู้ยอดเอาไว้ป้องกันเงินหายครับ ถึงจะซวยมากๆ ทำเงินหายไปเราก็จะได้หาเงินมาทดแทนได้ตรงตามยอด เราจะได้ไม่ตะขิดตะขวงใจน่ะครับ
ส่วนถ้ามีคนถามเราจะบอกอย่างไร ก็บอกว่านับไว้กันเงินหายน่ะครับ เขาจะเข้าใจได้ง่ายที่สุดเลย
- ธรรมะสร้างกำลังใจ ทำให้คุณเป็นสุขใจได้ตลอดเวลา
- → ดูโปรไฟล์: โพสต์: ฉันจะติดตามเธอ
- Privacy Policy
- เงื่อนไข ข้อตกลง และกฏระเบียบของเว็บไซต์ DMC ·