
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ประเทศอเมริกาตั้งแต่เด็กจนจบปริญญาตรี โดยจะกลับมาเมืองไทยเพียงช่วงปิดเทอม แม้จะอยู่ต่างแดน แต่ผู้ส่งเคสก็ยังมีความผูกพันกับเรื่องลึก ลับที่ตนเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ หลังจบการศึกษา ผู้ส่งเคสได้เดินทางกลับมาทำงานที่เมืองไทย และปัจจุบันได้ประกอบธุรกิจส่วนตัวซึ่งใช้เวลาไปเกือบทั้งหมด ผู้ส่งเคสมีนิสัยขี้สงสารคน มักจะรู้สึกอยากเป็นพระเอกไปช่วยเหลือหรือให้คำปรึกษาผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากอยู่เสมอ ลึกๆ แล้ว ผู้ส่งเคสมีความตั้งใจอยากจะนั่งสมาธิและทำวิชชาธรรมกาย
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวลี้ลับของผู้ส่งเคสเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่ออายุ 14 ปี ขณะที่กลับมาเมืองไทยช่วงปิดเทอม คุณแม่ได้พาไปสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีร่างทรงกำลังทำพิธีอยู่ ผู้ส่งเคสนั่งดูอยู่เฉยๆ แต่ร่างทรงกลับชี้มาทางตนเองแล้วเรียกให้เข้าไปหา ร่างทรงได้หยิบมังคุดและน้อยหน่ามาบีบให้แตก และเมื่อผลไม้แตกออกก็มีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ จำนวน 3 องค์ปรากฏอยู่ภายใน ซึ่งร่างทรงได้มอบให้ผู้ส่งเคสนำกลับไปบูชา เพื่อเพิ่มความน่าอัศจรรย์และสร้างความเชื่อถือศรัทธา อาจารย์วิยาธรที่เข้าสิงร่างทรงได้เสกมนต์ให้พระเครื่องที่เตรียมไว้เข้าไปอยู่ในผลไม้ นอกจากนี้ ร่างทรงยังให้ผู้ส่งเคส หันหลังแล้วใช้ นิ้วโป้งเขียนที่แผ่นหลัง ผู้ส่งเคสคิดว่าเท่ดีจึงไม่ได้ขัดอะไร การกระทำนี้คือการเขียนคาถาอาคมเพื่อผูกใจผู้ส่งเคสไว้ให้เป็นลูกศิษย์
หลังจากนั้นไม่นาน คุณแม่ผู้ส่งเคสก็ได้นิมนต์พระมาที่บ้าน พระท่านชี้หน้าผู้ส่งเคสแล้วพูดว่ามีของอยู่ภายในตัว ผู้ส่งเคสไม่เชื่อ พระท่านจึงไปเด็ดกิ่งไม้มา 2 กิ่ง ทำน้ำมนต์ และนำเทียน 3 เล่มปั้นเป็นก้อนกลมๆ เพื่อทำพิธีให้ผู้ส่งเคี้ยวเทียน ผู้ส่งเคสอาเจียนออกมาเป็นสายศีลและสิ่งอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายไส้กบและมีกลิ่นเหม็น รู้สึกตกใจมากว่าทำไมมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัว สิ่งที่อาเจียนออกมานี้คือของที่ร่างทรงได้ใส่เข้าไปในตัวผู้ส่งเคสผ่านคาถาที่เขียนบนแผ่นหลัง เพื่อผูกผู้ส่งเคสไว้ให้เป็นลูกศิษย์
ต่อมาผู้ส่งเคสได้ทราบข่าวว่าร่างทรงชายผู้ที่ทำพิธีให้ตนนั้นป่วยหนัก ด้วยความสงสารจึงคิดจะหาทางช่วยเหลือและได้แวะไปเยี่ยม (มีกล่าวถึงเลือดใส่ถ้วยแก้วแต่ไม่ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องอย่างไร) หลังจัดการเรื่องนี้เรียบร้อย ผู้ส่งเคสได้เดินทางกลับไปศึกษาต่อที่อเมริกา
ขณะที่อยู่ประเทศอเมริกา ก่อนนอนผู้ส่งเคสมักจะสวด นะโม ทุกครั้งที่สวดมนต์จะเห็นภาพร่างทรงชายใส่เสื้อสีดำครึ่งตัว มีดวงตาโปนขาวและมีประกายสีแดงปรากฏให้เห็น ทำให้รู้สึกรำคาญใจมากเพราะไม่ทราบสาเหตุ ภาพที่เห็นนี้เกิดขึ้นเนื่องจากช่วงนั้นผู้ส่งเคสยังมีความผูกพันทางใจกับร่างทรง ภาพนั้นจึงฉายมาให้เห็นในห้วงสำนึก ผู้ส่งเคสเคยได้เรียนวิชาจิตวิทยาจึงนำเรื่องที่เห็นไปปรึกษาอาจารย์ที่สอน ซึ่งอาจารย์แนะนำให้ลองใช้วิธีสะกดจิตและย้อนความรู้สึกเพื่อหาสาเหตุ แต่ผู้ส่งเคสปฏิเสธเพราะไม่ต้องการรับรู้ความรู้สึกนั้น ตลอดเวลาที่อยู่อเมริกา ผู้ส่งเคสรู้สึกอึดอัดตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ
เมื่อจบการศึกษา ผู้ส่งเคสได้เดินทางกลับมาทำงานที่เมืองไทยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2545 บริษัทของผู้ส่งเคสได้ รับพนักงานหญิงคนหนึ่งชื่อ โอ๋ ทุกครั้งที่ผู้ส่งเคสคุยงานหรือโอ๋เดินผ่าน โอ๋จะมีอาการส่ายหัว เกร็งตัว และโวยวายคล้ายร่างทรง โอ๋ไม่สามารถคุยงานใกล้ๆ ได้เพราะจะมีอาการเกร็งตัว ผู้ส่งเคสค่อยๆ ถามโอ๋ว่าไปทำอะไรมา โอ๋ตอบว่าเพิ่งไปรับขันที่ออสเตรเลียมาและมีองค์ด้วย แต่ไม่ใช่ องค์พระ ผู้ส่งเคสฟังแล้วรู้สึกสงสารโอ๋ จึงบอกว่าจะไปทำบุญให้โอ๋กับร่างทรง โอ๋ก็พยักหน้าตกลง ผู้ส่งเคสได้ให้เหรียญ ที่ระลึกงานสลายร่างคุณยาย ซึ่งเป็นเหรียญสีเงินแก่โอ๋ ต่อมาโอ๋นำเหรียญมาให้ดู พบว่าเหรียญเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ายไหม้ ผู้ส่งเคสไม่เข้าใจจึงโทรปรึกษาเพื่อน เพื่อนแนะนำให้โอ๋ไปหาหมอไสยเวทแถวห้วยขวาง
ต่อมา ผู้ส่งเคสเริ่มมีความรู้สึกเจ็บหลัง หนักที่บ่า และไม่สามารถนั่งสมาธิได้เลย อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งอยากให้ผู้ส่งเคสไปรักและอยู่กับเธอคนเดียว จึงไปจ้างหมอไสยเวทให้มาทำพิธีเพื่อให้ผู้ส่งเคสไปหลงรักเธอคนเดียวและทิ้งคนอื่นไป สาเหตุที่ผู้หญิงคนนี้ทำเช่นนี้เพราะผู้ส่งเคส "หว่านเสน่ห์" เอาไว้เยอะ ผู้หญิงคนดังกล่าวทำทุกอย่างแล้วไม่สำเร็จ จึงไปหาหมอไสยเวท ผู้ส่งเคสจึงลองไปหาหมอไสยเวทที่เพื่อนเคยแนะนำ เมื่อไปถึง หมอไสยเวทบอกว่ามีของอยู่ภายในตัว และทำพิธีโดยปั้นเทียนเป็นลูกกลมๆ ให้ผู้ส่งเคี้ยว ความรู้สึกแรกคืออยากคายมากแต่หมอไม่ให้คายจนกว่าจะเสร็จพิธีซึ่งทรมานมาก เมื่อเสร็จพิธี ผู้ส่งเคสก็อาเจียนออกมาเป็นเศษสีดำๆ มีกลิ่นเหม็นมาก มีแต่สิ่งสกปรกสีดำ ดูไม่ออกว่าเป็นอะไร หมอไสยเวทบอกว่าออกหมดแล้วและให้กลับบ้านได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งเคสยังคงรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ในตัว สิ่งที่หมอไสยเวทที่ห้วยขวางเอาออกจากตัวนั้นคือมนต์ดำ หรือมนต์เสน่ห์ที่หมอไสยเวทคนที่ผู้หญิงไปจ้างได้ปล่อยเข้ามานั่นเอง มนต์ดำนี้เมื่อเข้าสู่เทียนที่เคี้ยวและอาเจียนออกมา ก็จะกลายเป็นวัตถุ การดึงของเหล่านี้ออกทำโดยอาจารย์ วิทยาธรที่อยู่ข้างๆ หมอไสยเวท ได้ร่ายเวท ประสานกับอาจารย์มนุษย์ ผู้ส่งเคสจึงย้อนกลับไปหาหมอไสยเวทผู้นั้นอีกเพื่อทำพิธีเอาของออกให้หมด รวมเป็น 3 ครั้ง คุณหมอไสยเวทได้ให้น้ำมนต์มาอาบที่บ้าน ตอนนี้ไม่มีของอะไรเหลืออยู่ในตัวแล้ว เพราะอาจารย์วิทยาธรได้ช่วยดึงมนต์ดำออกไปหมด
วันหนึ่ง ผู้ส่งเคสกลับมาที่ห้องพักพร้อมกับน้อง ได้กลิ่นเหมือนธูปแขก ทั้งที่ปิดหน้าต่างหมดแล้วและไม่ได้จุดธูป กลิ่นเริ่มแรงขึ้น น้องบอกให้ลองแผ่เมตตาดู เผื่อจะดีขึ้น ผู้ส่งเคสทำตามและกลิ่นก็หายไปพักหนึ่งแล้วก็กลับมาอีกเป็นช่วงๆ กลิ่นธูปแขกนี้มาจากผีแขกผู้หญิงที่อยู่ละแวกนั้น เธอมาหลงรักผู้ส่งเคสเพราะมักจะอธิษฐานเวลาทำบุญว่าขอให้เป็นที่รักของทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิง ทำให้มีเสน่ห์แม้กระทั่งผีก็แอบมาชอบ ผีผู้หญิงแขกชอบวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ที่พักและมักจะมารอเวลาที่ผู้ส่งเคสกลับมา ตอนนี้กลิ่นหายไปแล้ว
ผู้ส่งเคสได้มานั่งสมาธิที่บ้านคุณยาย และขอ บุญบารมีกับคุณยายช่วยกลั่นแก้ ทุกครั้งที่ทำเช่นนี้ก็รู้สึกดีขึ้น การที่ได้มาพบเจอเรื่องราวลึก ลับแบบนี้ เกิดจากการที่ผู้ส่งเคสไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้บ้างในอดีต และการหว่านเสน่ห์อย่างฟุ่มเฟือยในปัจจุบัน
มีซินแสบอกว่าที่ตั้งของบริษัทผู้ส่งเคสมีเจ้าที่แรง แต่ ซินแสไม่ได้รับ จัดการเรื่องนี้ คำกล่าวนี้อาจเป็นจริง แต่ปัญหาต่างๆ ควรแก้ไขที่ตัวเอง เช่น การมีระเบียบวินัยและตั้งใจทำงาน การทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้ภุมมเทวาแถวนั้นก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องตั้งศาล
(ความยาวส่วนเนื้อเรื่องประมาณ 2000 อักษร ซึ่งอยู่ในช่วง 1000 - 3000 อักษร ตามที่กำหนด)
คำถาม
- ร่างทรงที่ คุณแม่พาไปหา ได้เสกของใส่ตัวผู้ส่งเคสหรือไม่ ของนั้นคืออะไร และทำไมถึงทำเช่นนั้น?
- ทำไมเมื่อผู้ส่งเคสไปอเมริกาและสวดมนต์ จึงเห็นภาพร่างทรงผู้ชายนั้นเสมอ?
- อาการเจ็บหลัง หนักบ่า และนั่งสมาธิไม่ได้ เกิดจากอะไร?
- ของที่หมอไสยเวทที่ห้วยขวางเอาออกจากตัวผู้ส่งเคสนั้นคืออะไร?
- กลิ่นธูปแขกที่อยู่ในห้องพักมา จากไหน?
- คำกล่าวที่ซินแสบอกว่าที่ตั้งของบริษัทมีเจ้าที่แรง เป็นจริงหรือไม่ และจะแก้ไข อย่างไร?
- ผู้ส่งเคสไปทำอะไรมาถึงได้เจอเรื่องราวลึก ลับแบบนี้ มีของอยู่ในตัวอีกหรือไม่ สิ่งที่อาเจียนออกมามีอยู่ในตัวจริงหรือไม่?
- ผู้ส่งเคสควรแก้ไขและป้องกันตัวอย่างไร เพื่อที่จะไม่ให้เจอสิ่งเหล่านี้?
- การมา กราบ ขอ บารมี คุณยาย และนั่งสมาธิจะช่วยได้อย่างไรบ้าง?
- ทำไมผู้ส่งเคสจึงสงสารผู้ที่ถูกร่างทรงอยู่เสมอ?
- ผู้ส่งเคสเคยร่วมบุญกับหมู่คณะมาหรือไม่?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพี่ชายโดนทำเสน่ห์จริงหรือไม่คะ ถ้าไม่ใช่ เกิดจากอะไร แล้วถ้าโดนเสน่ห์จริง ควรแก้ไขอย่างไรจึงจะหายขาดได้คะ
คุณตา คุณยาย และคุณพ่อตายแล้วไปอยู่ไหน
คุณพ่อของผู้ส่งเคสทำวิบากกรรมอะไรถึงดวงตาข้างหนึ่งมองไม่เห็น และเป็นโรคหัวใจ ตอนนี้ท่านอยู่ภพภูมิไหน?



