เจ้าชู้แหละดูออก

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.388 เจ้าชู้แหละดูออก

ออกอากาศ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547

หลวงพ่อให้โอวาทครอบครัวที่ดูเหมือนกำลังมีปัญหาภายในกัน

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคส เป็นลูกศิษย์ของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ที่ได้ติดตามรายการผ่านจานดาวเทียม บางวันก็มาดูรายการบ้าง ช่วงที่รายการพูดถึงเรื่องพญานาค ทำให้ผู้ส่งเคสสนใจเรื่องราวนี้เป็นพิเศษ และเกิดแรงบันดาลใจให้ส่งเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาคที่เกี่ยวข้องกับตนเองมาถาม

เนื้อเรื่อง

ในปีพุทธศักราช 2545 ผู้ส่งเคสได้มีโอกาสเป็นประธานกฐินที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนม ด้วยความตั้งใจที่จะทำบุญใหญ่และเชื่อมั่นในอานิสงส์ของบุญกฐินที่จะทำให้มีบริวารดี มีทรัพย์ มีปัญญา แม้จะไม่เคยจัดตั้งกองกฐินมาก่อน แต่ท่านพระอาจารย์ที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งกำลังจะสร้างวัดแห่งนี้ ก็ได้แนะนำวิธีการทำกฐินให้

หลังจากตั้งกองกฐินแล้ว ก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกับผู้ส่งเคส คือได้ฝันเห็นชายหนุ่มรูปงาม ลักษณะการแต่งกายและเครื่องประดับคล้ายกับหนุ่มพญานาคที่ คุณครูไม่ใหญ่ ได้เคยให้ดูในรายการ ผู้ส่งเคสเห็นชายผู้นั้นแค่ครึ่งตัว และเห็นปล่องขนาดใหญ่ สูงท่วมหัว มีลักษณะคล้ายจอมปลวก แต่ใหญ่กว่ามาก ปล่องนั้นเปียกชื้นและส่งกลิ่นอับคลุ้ง เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง

ในฝัน ขณะที่ยืนดูปล่องอยู่ ชายรูปงามก็ถามขึ้นว่า อยากไปเที่ยวในปล่องไหม และถามว่า “จะไปทำบุญใหญ่หรือจ๊ะ” เขาดูขี้เล่น อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ผู้ส่งเคสตอบไปด้วยความงงว่า "จ้า จะไปทำบุญใหญ่" ชายคนนั้นก็บอกว่า "อารมณ์ดี ได้บุญเยอะนะจ๊ะ ทำแล้วเอาบุญมาฝากด้วยนะ" ผู้ส่งเคสไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ก็เอา มือไปจับปล่องด้วยความสงสัย แล้วก็ตกลงไปในปล่องนั้น ทำให้กลิ่นอับชื้นคลุ้งเข้าจมูก พอเงยหน้ามองไปก็เห็นแต่ความมืด แล้วก็ตื่นขึ้น

ผู้ส่งเคสนำความฝันนี้ไปเล่าให้พระอาจารย์ที่จังหวัดสมุทรสาครฟัง ท่านบอกว่า ชายหนุ่มรูปงามในฝันคือสามีปัจจุบันของผู้ส่งเคส ซึ่งตอนนั้นผู้ส่งเคสอยู่กินกับสามีและมีลูกด้วยกันแล้ว 1 คน ผู้ส่งเคสจึงสงสัยว่าจะเป็นไปได้อย่างไร พระอาจารย์ท่านบอกว่า อดีตชาติสามีเป็นเจ้าชายวังบาดาล เป็นพญานาคที่ขี้เล่นและซนมาก ได้ทำบางอย่างหล่นหายจึงมาใช้กรรมในชาตินี้ คือทำดวงแก้วหล่นหาย

หลังจากฝันถึงชายหนุ่มรูปงามแล้ว ผู้ส่งเคสก็ฝันถึงพญานาคบ่อยขึ้นอีก ฝันว่ายืนอยู่ริมแม่น้ำและเห็นพญานาคว่ายน้ำเล่นไปมา ฝันแบบนี้ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง จึงนำความฝันนี้ไปเล่าให้พระอาจารย์ฟังอีก พระอาจารย์บอกว่า วันที่ไปทอดกฐินจะได้คำตอบ แต่ผู้ส่งเคสรอไม่ไหว จึงไปวัดของท่านทุกวันเพื่อเฝ้าถาม พระอาจารย์จึงบอกว่า อดีตชาติผู้ส่งเคสเคยเป็นแม่ทัพ พอเลิกทัพจับศึก ก็จะไปดื่มสุราและมีนารีห้อมล้อมมากมาย ก่อนออกรบ ผู้ส่งเคสจะไปบนบานขอที่ริมฝั่งแม่น้ำ ไปบอกพญานาคว่าขอให้รบชนะทุกครั้ง และก็ชนะทุกครั้งจริง ๆ ทำให้ผู้ส่งเคสเชื่อว่าพญานาคช่วยอยู่ตลอด จึงบอกกับพญานาคว่า เกิดชาติไหนขอให้ได้พบกันทุกชาติ

ผู้ส่งเคสได้ฟังดังนั้นก็คิดว่า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ต้องมาเจอสามีที่มีอดีตเป็นพญานาค และคิดว่าเขาต้องเป็นพญานาคแน่ ๆ เพราะก่อนที่จะมีบุตรด้วยกัน วันหนึ่งขณะนอนอยู่ ผู้ส่งเคสหันไปมองสามี เห็นหงอนแดง เกล็ด แลบลิ้น เห็นงู เห็นเป็นนาค สามีแลบลิ้นยาวมาก หน้าตาคล้ายงู และพูดจาภาษาอะไรฟังไม่รู้เรื่อง ท่าทางแปลก ๆ ตอนนั้นผู้ส่งเคสตกใจมาก จึงเขย่าตัวสามีแล้วถามว่า "เป็นอะไร เมื่อกี้เป็นอะไร" สามีตอบกลับมาว่า "เป็นอะไร" บอกไม่เห็น ไม่รู้เรื่อง กำลังหลับ

พระอาจารย์ยังเล่าต่อไปอีกว่า อีกชาติหนึ่งผู้ส่งเคสเกิดเป็นเจ้าหญิง ซึ่งมีการโยกย้ายสถานที่เพราะมีภัยสงคราม ผู้ส่งเคสและผู้ติดตามได้อพยพหนีพร้อมกับสมบัติมหาศาล ซึ่งสมบัตินั้นปัจจุบันได้ฝังอยู่ใต้ดินที่วัดในจังหวัดนครพนม คือวัดที่จะไปทอดกฐินนี่เอง พอฟังดังนี้ ผู้ส่งเคสก็คลายความสงสัย ถึงวันทอดกฐินก็ทำบุญนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ท่านพระอาจารย์ยังบอกให้ผู้ส่งเคสเป็นประธานกฐินเอกมาทอดที่วัดนี้จนกว่าวัดจะเสร็จสมบูรณ์ และบอกว่าวัดนี้จะตั้งชื่อว่า วัดจริญญาวาส ซึ่งก็คือชื่อของผู้ส่งเคส ผู้ส่งเคสตกใจมากและบอกพระอาจารย์ว่าตนยังเด็ก ให้หาชื่ออื่นเถอะ แต่พระอาจารย์บอกว่าผู้ส่งเคสสามารถทำให้วัดนี้เป็นวัดได้ ผู้ส่งเคสก็ยังไม่รับปาก

ก่อนกฐินปีที่ 2 พระอาจารย์ได้ตั้งศาลพญานาคที่วัดนี้ ท่านโทรมาเล่าว่าขณะทำพิธีมีลมพัดแรงมาก พญานาคมากันหมดเลย และดีใจที่เรามาสร้างวัดที่นี่ ในที่สุด ก่อนกฐินปีที่ 2 เพียงไม่กี่เดือน พระอาจารย์ได้ไปจังหวัดนครพนมอีก ไปดูเรื่องสถานที่ แล้วท่านก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย เพราะท่านมรณภาพแล้ว ท่านเคยบอกผู้ส่งเคสว่าจริง ๆ แล้วท่านจะสิ้นอายุขัยตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้ว แต่ท่านขอไว้ พระอาจารย์ท่านเคยสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวด้วย และเคยบอกผู้ส่งเคสว่าให้ไปทำบุญที่วัดพระธรรมกายนี้ บอกว่าวัดนี้เป็นเนื้อนาบุญ ทำไปเรื่อย ๆ ทำไปเถอะ สิ่งที่ทำไปไหนจะได้กลับคืนมา ท่านบอกก่อนมรณภาพ เหมือนเป็นพินัยกรรมบุญมอบให้ผู้ส่งเคส

สิ่งที่ผู้ส่งเคสเจอ นอกจากเรื่องพญานาคแล้ว ยังเจอเรื่องราวของพญาครุฑอีก ผู้ส่งเคสไปวัดอีกแห่งหนึ่งที่ถนนสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ ซึ่งไปพร้อม ๆ กับวัดที่สมุทรสาคร ไปเมื่อไรเจ้าอาวาสวัดนี้จะให้ครุฑไว้บูชา ผู้ส่งเคสก็รู้สึกชอบเพราะสวยดี เลยเอามาห้อยคอ เวลาห้อยคอจะรู้สึกสง่า ฮึกเหิม ยิ่งใหญ่ ไม่กลัวใคร

แต่มีอยู่วันหนึ่ง มีคนไม่รู้จักโทรมาหา บอกว่าที่บ้านผู้ส่งเคสมีของสิ่งหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวอยู่กันไม่เป็นสุข อยากแนะนำให้เอาออกจากบ้าน ผู้ส่งเคสถามว่าเป็นอะไร คนนั้นบอกว่าเป็นสัตว์ปีก ผู้ส่งเคสบอกว่าที่บ้านมีสัตว์ปีก 2 อย่าง คือเชิงเทียนรูปนกกับโมบายรูปนก เขาบอกว่าไม่ใช่ พอตกกลางคืน ผู้ส่งเคสเข้าห้องพระจึงนึกออกว่าคือครุฑที่ให้แขวน ที่อยู่ในตู้ห้องพระ จึงโทรไปถามเขาว่าใช่สิ่งนี้หรือเปล่า เขาก็บอกว่าใช่ ผู้ส่งเคสนำเรื่องนี้ไปเล่าให้พระที่สมุทรสาครฟัง ท่านบอกว่า ถ้าจะใส่ครุฑไว้ปกป้องสิ่งไม่ดี ให้ใส่พระดีกว่า ท่านอธิบายว่าพญาครุฑมีหลากหลายไม่ต่างกับพญานาค และมีความเป็นไปได้ที่ครอบครัวมีปัญหาเพราะสามีเป็นนาคและผู้ส่งเคสใส่ครุฑ เลยทำให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่ผู้ส่งเคสก็ยังไม่เชื่อจึงยังใส่ครุฑอยู่ แต่เมื่อลองเอาครุฑออกจากบ้าน เหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งกลับเบาบางลง

คำถาม

  1. ชายหนุ่มรูปงามในฝันก่อนไปทำบุญกฐินคือใคร? ทำไมต้องมาเข้าฝัน?
  2. การที่ฝันเห็นพญานาคว่ายน้ำในแม่น้ำอีกหลายครั้งเป็นเพราะอะไร? ผู้ส่งเคสเกี่ยวข้องกับพญานาคอย่างไรหรือไม่?
  3. สามีของผู้ส่งเคสเคยเป็นพญานาคจริงหรือไม่?
  4. อดีตชาติผู้ส่งเคสเคยเป็นทหาร (แม่ทัพ) และเคยเป็นเจ้าหญิงอย่างที่พระอาจารย์บอกหรือเปล่า? ผู้ส่งเคสเคยมีความเกี่ยวข้องกับสามีในชาติที่ผ่านมาหรือไม่?
  5. สมบัติที่อยู่ใต้ดินที่วัดจังหวัดนครพนม หากเป็นของผู้ส่งเคสจริง จะนำมาได้อย่างไร? มีสิทธิ์นำขึ้นมาใช้สร้างบารมีได้หรือไม่?
  6. พระอาจารย์ที่จังหวัดสมุทรสาครเมื่อมรณภาพแล้วท่านไปอยู่ที่ไหน? มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับพญานาคและวัดที่ไปสร้างใหม่ที่จังหวัดนครพนมไหม?
  7. ทำไมท่านถึงสามารถบอกเรื่องราวในอดีตชาติของผู้ส่งเคสได้? และบุญในการสร้างพระธรรมกายประจำตัวส่งผลกับท่านอย่างไรบ้าง?
  8. ทำไมเวลาผู้ส่งเคสห้อยครุฑถึงมีความรู้สึกมั่นใจ กล้าหาญ?
  9. การที่ผู้ส่งเคสห้อยครุฑมีส่วนทำให้ทะเลาะกับสามี (ที่มีอดีตเป็นนาคตามที่พระอาจารย์บอก) เพิ่มขึ้นหรือเปล่า? แล้วทำไมตอนหลังที่เอาครุฑออกจากบ้านถึงทะเลาะกันน้อยลง?
  10. สามีทำวิบากกรรมอะไรมาถึงต้องผ่าตัดหัวเข่าถึง 4 ครั้ง?
  11. ลูก สามี และลูกทั้ง 3 ของผู้ส่งเคส เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาหรือไม่?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา