
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.488 ศพหน้าใส
ออกอากาศ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2548
101 เล่าเรื่องวงบุญพิเศษนิดหน่อย
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคส เป็นลูกศิษย์อนุบาลฝันในฝันวิทยาคนเก่าเจ้าเดิม เคยเขียนเคสเรื่องกุมารทองหนูแดง เป็นมินิซีรีย์ 3 ตอนจบ ทำให้ คุณครูไม่ใหญ่ ขำมาก จนมีคำสั่งขำๆ ว่าไม่ต้องเขียนมา 5 ปี. แต่ครั้งนี้เป็นเหตุฉุกเฉินจริงๆ จึงขออนุญาตเขียนมา. ผู้ส่งเคสเข้าวัดครั้งแรกเมื่อปี 2526 สมัยยังเป็นนิสิตปี 1 มหาวิทยาลัยแถวสามย่าน. เวลาผ่านไป 21 ปี ปัจจุบันผู้ส่งเคสก็ยังสาวอยู่ โอโห สาวได้สาวเอาเนอะ. การไปวัดของเธอแต่เดิมคือไปวัดพระแก้ว วัดโพธิ์ เพื่อเที่ยว ถ่ายรูป. การมาวัดพระธรรมกายจึงเป็นเรื่องแปลกใหม่ ออกจากบ้านตั้งแต่ตี 5 ไปช่วยงานรับบริจาค. เห็นคนมาวัดมากมายเป็นร้อยคนแล้วสงสัยว่า ไหนใครว่าศาสนาเสื่อม. มาถึงก็พากันนั่งสมาธิเงียบๆ ทั้งบ่ายก็ยังนั่ง. วันมาฆะก็มีจุดโคม นั่งสมาธิกันอีก. มีแต่นั่งๆ แล้วก็ต่างคนต่างกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ 5 ทุ่มเที่ยงคืน. คุณพ่อคุณแม่ที่เป็นคนจีน คุ้นเคยกับการไหว้เจ้ามากกว่า จึงเข้าใจยากว่าลูกไปวัดทำอะไร ออกบ้านแต่เช้ามืด กลับดึกดื่น.
เนื้อเรื่อง
หลังจาก ผู้ส่งเคส ได้รู้จักคำว่า "สร้างบารมี" ก็ทุ่มเทเต็มที่ ทั้งกิจกรรมชมรมพุทธและมาวัดเป็นประจำ. เธอเริ่มสร้างวัดตั้งแต่เริ่มซื้อที่ดิน 2,000 ไร่. วัยรุ่นทั่วไปชอบเที่ยวหามรุ่งหามค่ำ แต่วัยรุ่นชมรมพุทธสร้างบารมีหามรุ่งหามค่ำ. เธอพบว่าการทำบุญสร้างบารมีเป็นหมู่คณะนั้นสนุกและมันอย่างเหลือเชื่อ ไม่ลองไม่รู้ แต่ถ้าลองแล้วจะติดใจ. ขณะที่ ผู้ส่งเคส กำลังมัน คุณพ่อคุณแม่ก็รู้สึกว่าชักจะไปกันใหญ่ ส่งไปเรียนหนังสือให้ไปร่ำเรียนวิชา กลับเป็นหลงงมงาย. ทำอย่างไรคุณพ่อก็ไม่ยอมเข้าใจ. ส่วนคุณแม่ ด้วยความใกล้ชิดและเข้าข้างลูก จึงคล้อยตามได้มากกว่า. คุณแม่เป็นคนใจเด็ด ใจกว้าง ไม่คิดมาก ค่อนข้างเข้าใจโลก ไม่ยึดติดอะไร. ขนาดไปเที่ยวไหนกลับมา ถามว่าเป็นไงบ้าง ท่านก็มักจะบอกว่า "ไม่เห็นมีอะไร" แต่ถามว่าสนุกไหมก็บอกว่าสนุก. เมื่อลูกสอนวิธีนั่งสมาธิ คุณแม่ก็บอกว่า "ไม่รู้สิ ก็นั่งไปตามเรื่อง". คุณแม่เคยมีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่ดอยเทพกับ คุณครูไม่ใหญ่ ตอนสอบอารมณ์ ท่านตอบว่า "ไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่พระลึกๆ" อื้ม เป็นอย่างนี้ไง.
ปี 2534 คุณแม่แพ้ยา ป่วยหนักมาก ต้องเข้าโรงพยาบาล. ลูกบอกให้ทำใจสบาย นึกถึงบุญที่น้องชายคนเล็กจะบวชธรรมทายาทวันรุ่งขึ้น. ตอนค่ำ คุณแม่ลุกขึ้นมานั่งสมาธิบนเตียงคนไข้ ทั้งที่ป่วยหนัก. หลังเลิกนั่ง คุณแม่เล่าว่านั่งไปเรื่อยๆ สักพักก็เห็นพระสว่างจ้า แล้วก็เห็นคนผอมๆ ดำๆ เต็มห้องไปหมด เขามาขอส่วนบุญ. คุณแม่ก็บอกว่า ไม่รู้เรื่อง ทำไม่เป็น จะขอเหรอ พรุ่งนี้ไปวัดเบญฯ สิ เขามีงานบวช ไปขอที่นั่น บุญเยอะแยะ. เออ ดีเหมือนกันเนอะ สูตรนี้ ใครจะขอยืมใช้ก็ได้ เวลาเห็นผอมๆ ดำๆ เข้ามา.
ประมาณปี 2537 คุณครูไม่ใหญ่ ปรารภสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ผู้ส่งเคส ก็ร่วมสร้างพระธรรมกายประจำตัว และบอกบุญได้ 100 กว่าองค์. มีพี่ผู้ชายคนหนึ่งชอบสร้างพระมาก ทำเองและชวนน้องสาวด้วย โดยบอกว่า ซื้อกระเป๋าเป็นหมื่นไม่มีใครไหว้ สร้างพระองค์ละหมื่นเดียวคนมาไหว้ตั้งเยอะแยะ. คุณแม่ ผู้ส่งเคส ก็ร่วมสร้างพระธรรมกายประจำตัวให้ตัวเอง อากง อาม่า สร้างองค์พระบนโดม สร้างเสาเข็ม สร้างพระแกนกลางในมหาธรรมกายเจดีย์. ท่านร่วมสร้างบุญใหญ่ของวัดมาตลอด.
เมื่อ คุณครูไม่ใหญ่ เปิดโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา คุณแม่และลูกๆ ทั้งลูกสะใภ้ หลาน แม่ครัว สมัครเป็นนักเรียนอนุบาลชั้นเดียวกันหมดทั้งบ้าน 11 คน. ยกเว้นคุณพ่อคนเดียว ที่ยังคงเอกลักษณ์เอกบุรุษ คือเป็นคนเดียวที่ไม่เห็นด้วยอย่างคงเส้นคงวา. โรงเรียนสอนเรื่องราวความจริงของชีวิต เรื่องกฎแห่งกรรม ผ่าน Case Study ที่เป็นประสบการณ์จริง ใกล้ตัว ทำให้ง่ายต่อการเข้าใจและนำไปใช้จริง. คุณแม่และลูกๆ จึงมีความเห็นเรื่องบุญไปในทิศทางเดียวกัน. ท่านจึงเป็นหลักและเป็นที่พึ่งอันอบอุ่นของทุกคนในครอบครัว.
ปกติคุณแม่ทำบุญหลักหมื่น เพราะเป็นแม่บ้านไม่มีรายได้อื่น แต่ท่านมีเงินเก็บพอสมควร. ปี 2547 คุณครูไม่ใหญ่ เริ่มบอกบุญสร้างเสาแก้วมหารัตนวิหารคต. ผู้ส่งเคส บอกคุณแม่ว่า "หม่าม๊า คราวนี้สร้างเสาคนเดียว 100,000 เลยนะ อายุไม่น้อยแล้ว ทำบุญไว้เยอะๆ เถอะ". คุณแม่ตั้งใจเด็ดเดี่ยวว่าจะทำบุญ 100,000 บาท และบอกน้องสาวให้เตรียมถอนเงิน.
ประมาณวันที่ 23 ธันวาคม 2547 คุณแม่เริ่มมีอาการไม่สบาย อ่อนเพลีย คล้ายจะเป็นหวัด. เช้าวันที่ 26 ธันวาคม 2547 น้องสาวคนเล็กพาคุณแม่ไปหาหมอ คิดว่าท่านเป็นหวัด. เริ่มตรวจเลือด ระหว่างรอผลเลือดก็ทานโอวัลติน. หลังทาน คุณแม่ก็อาเจียน มีอาการหนาว. อาเจียนอีก 2-3 ครั้ง ตัวหนักสั่น เกร็ง มีเสียงฮึกๆ เหมือนหายใจไม่ออก. ไม่น่าเชื่อเลยนะ จากดูเหมือนเป็นหวัด. ระหว่างนั้น น้องสาวรีบบอกให้แม่นึกถึงพระตลอด. พอ 3 เฮือก คุณแม่ก็นิ่งไปเลย เห็นไหม. หมอตกใจ รีบปั๊มหัวใจ. ปั๊มจนเริ่มหายใจเองได้ แล้วก็นิ่งไปอีก. เป็นอย่างนี้ 2-3 ครั้ง. เรียก รถพยาบาล ส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้. ชีวิตของคุณแม่สูญสิ้นไปง่ายดายในเวลาไม่กี่นาที. คุณพ่อและลูกคนอื่นๆ ยกเว้นน้องสาวคนเล็ก ไม่ทันได้เห็นใจคุณแม่เลย. เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่ามัวคอยให้ใจใสก่อนแล้วค่อยทำบุญ ถ้ามีอาการคล้ายจะเป็นหวัด อ่อนเพลีย ให้รีบมาถวายเสีย เพราะมีตัวอย่าง 3 เฮือก. ทั้งๆ ที่ก่อนเป็นอย่างนี้ ท่านเพิ่งทานของอร่อยๆ. คล้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็เสวยอาหารอร่อยๆ แล้วก็เป็นอย่างนี้. ใครมีอาการอย่างนี้อย่าเพิ่งวางใจ. โอ้ ขอให้ใจใสก่อน บางทีความตายมาถึงก่อนใจใส. ทางที่ดีที่สุดคือรีบใสเสีย ด่วนจี๋เลย.
ผู้ส่งเคส อยู่ต่างจังหวัด ทราบข่าวทางโทรศัพท์วันที่ 26 ธันวาคม รู้ว่าคุณแม่ไม่หายใจ นึกอะไรไม่ออก แค่เอ่ยปากกับเพื่อนว่าแม่ไม่หายใจแล้ว น้ำตาไหลไม่หยุด. ขนาดฟังเคสบ่อยๆ ข้ามภพข้ามชาติ ก็ให้คิดถึงความตายทุกวัน แต่เมื่อเจอเข้ากับคนใกล้ตัว คนที่รักมาก มันเจ็บจนพูดไม่ออก. เพื่อนๆ ทุกคนพูดเสียงเดียวกันว่าต้องทำตามหลักวิชชา คืออย่าร้องไห้ ทำให้ผู้ส่งเคสพยายามตั้งสติได้. เห็นไหม มีเพื่อนเป็นกัลยาณมิตรดีอย่างนี้. ผู้ส่งเคส เดินทางมาถึงโรงพยาบาล คุณแม่ถูกฉีดฟอร์มาลีนแล้ว. ท่านนอนบนเตียงเข็น มีผ้าคลุมหน้า เหมือนฉากในหนังที่ต้องไปเปิดผ้าคลุมหน้าดูบุคคลอันเป็นที่รัก. ผู้ส่งเคส ค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้า พยายามทำใจนิ่งๆ เป็นนักเรียนอนุบาล เตรียมมาแล้วก็ต้องทำให้ถูกหลักวิชชา.
ภาพที่เห็นคือใบหน้าคุณแม่เต็มไปด้วยรอยแดงๆ ม่วงๆ เป็นจ้ำๆ เกือบทั้งใบหน้า. ผู้ส่งเคส พูดว่า "หม่าม๊า ลูกมาแล้วนะ หม่าม๊าไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวลอะไรนะ นึกถึงบุญที่หม่าม้าเคยทำ นึกถึงองค์พระ ไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น รอรับบุญอย่างเดียว เดี๋ยวลูกจะทำบุญไปให้เยอะๆ จะสร้างเสาแก้วมหารัตนวิหารไปให้ด้วยนะ". ระหว่างที่พูดต่อไม่ออก ก็ดูใบหน้าคุณแม่ไปทั่วๆ. เพื่อนก็พูดให้คุณแม่นึกถึงบุญ อยู่ๆ ก็ เอ๊ะ หม่าม๊ายิ้มนี่. ปากมีรอยยิ้มเล็กน้อย. จากนั้น ผู้ส่งเคส กับน้องสาวไปเอาของที่รถเพื่อมาแต่งหน้า. พอ กลับมา หน้าคุณแม่ขาวผ่องเป็นนวล ไม่ต้องแต่งแล้ว. จากเดิมแดงม่วงจ้ำๆ ตอนนี้ขาวผ่องมีนวลใย รอยจ้ำม่วงก็ไม่มีแล้ว. ทุกคนแปลกใจมาก. คุณป้าถึงกับถามว่า ใครแต่งหน้าให้แม่ สวยจังเลย. ภาพสุดท้ายคุณแม่สวยประทับใจ ผู้ส่งเคส มาก ไม่เคยคิดว่าคนไม่มีลมหายใจแล้วจะสวยได้ขนาดนี้ อื้อหือ สุดยอดจริงๆ เลย.
คำถาม
- เหตุทั้งในปัจจุบันและอดีตที่ทำให้คุณแม่เสียชีวิตคืออะไร? ทำไมท่านอายุเพียง 66 ปี ทั้งที่หมอดูทายว่าจะอายุยืนถึง 90 ปี? ตอนที่คุณแม่ออกจากร่างแล้ว ท่านทราบหรือไม่ว่าเป็นอะไร? นึกถึงองค์พระได้ไหม? มีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร? คุณแม่ได้ยินที่ลูกพูดหรือไม่? ปัจจุบันคุณแม่อยู่ที่ไหน มีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง? ลูกๆ ทำบุญทุกครั้งอุทิศให้ คุณแม่ได้รับหรือไม่? ทุกคนคิดถึงคุณแม่มาก ท่านฝากอะไรถึงคุณพ่อและลูกๆ บ้างหรือเปล่า?
- ทำไมทั้งคุณพ่อและลูกคนอื่นๆ จึงไม่ทันได้เห็นใจคุณแม่ มีแต่น้องสาวคนเล็กคนเดียวที่ดูแล? วันก่อนคุณแม่จะเสียชีวิต พี่ชายคนโตฝันว่ารูปหล่อหลวงปู่ตกลงมาแตก ความฝันนี้เป็นรางบอกเหตุหรือไม่? เราสามารถแก้ไขหรือช่วยอะไรได้บ้างไหม?
- เหตุที่ทำให้ใบหน้าคุณแม่ขาวนวลผ่องกล่องรอยจ้ำเลือดหายไปหมด ไม่เหมือนคนเสียชีวิต และมีรอยยิ้มคืออะไร?
- คุณพ่อเล่าว่าเห็นคุณแม่เดินมายิ้มสวยที่บ้าน ตอนนั้นคุณแม่สิ้นลมหรือยัง? ถ้าสิ้นลมแล้ว ท่านตั้งใจจะมาบอกอะไรกับคุณพ่อ?
- วันที่ 3 หลังคุณแม่เสียชีวิต น้องสาวเห็นชายผ้าขาวพริ้วเหมือนมีคนสวนเข้าไปในห้องคุณแม่. วันที่ 4 พี่สาวได้กลิ่นหอมเหมือนคนเดินสวนทางกัน. ในรูปถ่ายงานสวดมีดวงแก้วดวงใหญ่ลอยอยู่ ทั้งหมดนี้ใช่คุณแม่ไหม?
- น้องชายคนเล็กบวชพระให้คุณแม่ คุณแม่มาร่วมงานบวชหรือไม่? หลังจากคุณแม่จากไป 2 วัน ลูกและพี่น้องทำบุญเสาแก้วฯ ให้ คุณแม่มาถวายด้วยหรือเปล่า เพราะไปเชิญท่านมา? เมื่อคุณแม่ได้รับบุญแล้วมีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง?
- คุณป้าที่เลี้ยงกุมารทองหนูแดงบอกว่าอายุคุณแม่ยังเหลือ 10 ปี ตายเพราะไม่ไปสะเดาะเคราะห์. คุณป้าบอกว่าคุณลุงที่เสียชีวิตไปเป็นทหารองครักษ์เง็กเซียนฮ่องเต้ จะดูแลคุณแม่เอง. สิ่งที่คุณป้าพูดเป็นเช่นไร? ตอนนี้คุณลุงยังอยู่บ้านเดิมหรือไม่?
- ครอบครัว ผู้ส่งเคส สร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างไร? ทำไมคุณพ่อจึงเป็นเอกบุรุษคนเดียวที่ไม่เชื่อเรื่องบุญ? มีโอกาสที่คุณพ่อจะกลับมาเห็นด้วยไหม?
- ผู้ส่งเคส และเพื่อนๆ ในกลุ่มร่วมสร้างบารมีกันมาอย่างไร จึงได้มาร่วมสร้างวัดตั้งแต่แรกๆ แต่ก็ไม่ได้มาอยู่ที่วัด? มีสิทธิ์ได้อยู่ วงบุญพิเศษ เขตใน ไหม?
