พระบังบด

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.751 พระบังบด

ออกอากาศ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2549

พระบังบดคือ | แม่ชีถูกวิญญาณพญานาคเข้าสิงจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝัน ได้ส่งเคสสตั้ดดี้มาถาม คุณครูไม่ใหญ่ เกี่ยวกับตัวเองและครอบครัว ซึ่งทำให้ผู้ส่งเคสและครอบครัวซาบซึ้งใจมาก และมีกำลังใจในการสร้างความดีสั่งสมบุญยิ่งขึ้น ผู้ส่งเคสมีเรื่องประทับใจหลายเรื่อง และหาคำตอบมาตลอดแต่ก็ยังไม่ทราบความจริง จึงได้ขอความเมตตาให้ คุณครูไม่ใหญ่ ช่วยไขปริศนาให้

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันหนึ่ง ผู้ส่งเคสได้นำอาหารไปถวายเพลที่วัดเชียงยืน ขณะนั้น ศาลาไม้เก่าแก่มาก ผู้ส่งเคสกราบเรียนหลวงพ่อเจ้าอาวาสด้วยความห่วงใยว่า สายไฟระโยงระยางน่ากลัวไฟไหม้ และเหมือนปากผู้ส่งเคสเป็นปากพระร่วง วันรุ่งขึ้น ศาลาไม้นั้นก็เกิดไฟไหม้จริง ๆ เหลือไว้แต่โบสถ์ ทำให้ทางวัดลำบากมาก พระลูกวัดต้องไปกางเต็นท์อยู่ใต้ต้นมะขาม ส่วนเจ้าอาวาสอยู่ในโบสถ์ โชคดีที่มีผู้รับเหมาใจดีออกเงินให้ก่อนทั้งหมด แล้วทางวัดค่อยผ่อนใช้หนี้ภายหลัง ซึ่งใช้เวลา 3 ปี จึงใช้หนี้หมด

ในวันทอดกฐินครั้งสุดท้าย หลังจากผู้ส่งเคสสร้างบุญเสร็จและกำลังนั่งรอรถกลับบ้าน ระหว่างรอรถนั้น ผู้ส่งเคสได้เห็นผู้เฒ่าคนหนึ่ง ผมยาว นุ่งห่มจีวรคล้ายพระภิกษุ แต่จีวรเก่ามาก ขาดรุ่งริ่ง ผู้ส่งเคสรู้สึกสงสารมาก แม้ในใจจะคิดว่าท่านคงเสียสติ เพราะปกติพระต้องปลงผม แต่ด้วยใจที่งดงาม จึงนำอาหารที่เตรียมมาอย่างดีไปให้ท่านกิน เมื่อวางอาหารไว้ ท่านก็ใช้ไม้เท้าแตะ ๆ อาหาร แล้วพูดว่า ได้แล้ว ได้แล้ว แต่ท่านก็ไม่เห็นท่านกิน

เห็นจีวรท่านเก่าและขาดมาก ผู้ส่งเคสจึงสั่งให้ลูกน้องผู้ชายไปซื้อจีวรใหม่จากร้านสังฆภัณฑ์มาเปลี่ยนให้ แต่ผู้เฒ่าท่านไม่ยอมเปลี่ยน ลูกน้องก็ไม่ยอมเหมือนกัน เพราะเจ้าสายนายสั่งให้เปลี่ยน และคิดว่าท่านไม่ใช่พระ แต่เป็นคนเสียสติ ในที่สุดลูกน้องก็ช่วยกันเปลี่ยนจีวรให้ท่านจนเสร็จ

ผู้ส่งเคสได้นำจีวรเก่าของท่านไปซัก ซึ่งระหว่างตาก จีวรก็แห้งสนิทภายในไม่ถึง 20 นาที เหมือนเข้าตู้ อบ ทั้งที่ลมและแดดก็มาแบบผิดปกติ เมื่อจีวรแห้งสนิทก็นำไปคืนท่าน ท่านก็เปลี่ยนกลับมาห่มจีวรเก่าทันที ความอัศจรรย์คือจีวรเก่าที่เพิ่งซักนั้น พับเรียบอย่างสวยงามเหมือนเดิมโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ท่านบอกผู้ส่งเคสว่า ให้เก็บจีวรใหม่ไว้ให้คนที่จำเป็นต้องใช้ ส่วนท่านดีใจที่ได้จีวรเก่าคืน แล้วก็เดินยิ้มแป้นกลับไป เหมือนท่านรู้ว่าจีวรท่านถือเป็นผ้าชุดสุดท้ายที่จะให้

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ส่งเคสได้พบหญิงชราคนหนึ่งที่มานวดให้ ได้เล่าว่าลูกชายกำลังจะบวชแต่ยังไม่มีเงินซื้อผ้าไตรจีวร ผู้ส่งเคสจึงมอบจีวรผืนที่นำไปซักให้แก่หญิงคนนั้น ซึ่งเธอดีใจมาก ทำให้ผู้ส่งเคสอัศจรรย์ใจในคำพูดของผู้เฒ่าคนนั้นเป็นอย่างยิ่ง เหมือนท่านล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า

ต่อมา ผู้ส่งเคสได้เล่าเรื่องนี้ให้หลวงปู่พิณโพิ ฟัง ท่านบอกว่าผู้ส่งเคสมีบุญมาก ผู้เฒ่าคนนั้นคือ หลวงปู่ภูษี มีอายุประมาณ 400 กว่าปี เป็นหนึ่งใน 6 ของพระบังบดที่ยังเหลืออยู่ที่ภูเขาควาย เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ส่งเคสตกใจและอยากพบท่านอีกมาก พยายามอธิษฐานอยู่ 2 ปี ก็ไม่เจอเลย

วันหนึ่ง ผู้ส่งเคสรู้สึกว้าวุ่นใจมาก ขณะอยู่ที่ประเทศลาว เกิดอยากไปสระผมที่ร้าน อยู่ ๆ ก็ได้เห็นหลวงปู่ภูษีอีกครั้ง ในลักษณะเดิมคือผมยาว จีวรขาดรุ่งริ่ง ผู้ส่งเคสรีบลงจากรถตรงไปกราบท่านทันที เมื่อกราบเสร็จก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ เห็นหลายคนหันมามองด้วยความสงสัยว่ากราบอะไร เพราะพวกเขาไม่เห็นท่าน ผู้ส่งเคสจึงคิดในใจว่า หรือเราเห็นท่านอยู่คนเดียว พอดีมีผู้หญิงอีกคนเดินผ่านมา ก็ปูผ้าลงบนพื้นแล้วกราบท่านด้วยเช่นกัน

ผู้ส่งเคสจึงกราบเรียนนิมนต์ท่านเข้าไปในร้านทำผม แต่ท่านไม่เข้า เพราะท่านทราบว่าหากบ้านมีลักษณะสองชั้น ท่านจะไม่เดินลอดใต้บ้าน จึงคุยกับท่านต่อ ขอ นัดถวายเพลที่ออฟฟิศพรุ่งนี้ 10:00 น. ท่านบอกว่า ได้ เสร็จแล้วท่านก็กลับไป ผู้ส่งเคสลืมบอกที่ตั้งออฟฟิศ จึงให้คนรถไปส่ง แต่ท่านบอกว่า ไม่ต้อง ไม่ต้อง ค่อย ๆ ย่างมา และจะกลับเอง จะมาเองในวันพรุ่งนี้ ไม่ต้องไปรับ แต่ผู้ส่งเคสไม่ยอมเด็ดขาด เพราะรอมา 2 ปี กว่าจะเจอ จึงให้คนรถขับไปส่งท่านจนได้ ผู้ส่งเคสก็เข้าไปทำผมในร้าน

สักพัก คนขับรถก็วิ่งหน้าตื่นมา บอกว่าหลวงปู่หายไปแล้ว เขาขับรถไปส่งท่านในป่าที่ไม่มีบ้านคน ท่านขอลง คนขับจอดให้ท่านลง อ้อมไปเปิดประตูให้ท่าน ลง แล้วกลับมานั่งที่เบาะคนขับ เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ แค่นั้น เมื่อหันกลับไปมองในป่าก็ไม่เห็นร่องรอยของท่านเลย หายไปอย่างรวดเร็วจนคนขับรถกลัว คิดว่าท่านเป็นผี ผู้ส่งเคสจึงบอกคนขับรถว่า ท่านไม่ใช่ผี แต่เป็นพระบังบด ทำให้คนขับรถดีใจ หายกลัว

วันรุ่งขึ้น เวลา 10:00 น. ตรงเป๊ะ ท่านก็มายืนอยู่ที่หน้าออฟฟิศอย่างถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่ผู้ส่งเคสไม่ได้บอกที่ตั้งไว้ ผู้ส่งเคสจึงอาราธนาท่านมารับภัตตาหาร ท่านก็กระทำอย่างเดิมคือ เอาไม้เท้าแตะ ๆ แล้วบอกว่า ได้แล้ว ได้แล้ว เอาไปกินนะ เป็นมงคลเด้อ เหมือนเดิมคือท่านไม่ฉัน แล้วท่านก็กลับไป

อีกเรื่องคือ ผู้ส่งเคสฝันไปว่าได้ไปทุ่งนาตรงบริเวณหนองน้ำใหญ่ ได้ยินเสียงซวบซาบอยู่ในต้นกก และเห็นงูตัวใหญ่สีดำเป็นมัน จึงตกใจตื่น

อีกไม่กี่วัน ผู้ส่งเคสตั้งใจจะไปพระธาตุพนมมาก แม้สถานการณ์บ้านเมืองจะไม่ดี มีผู้ก่อการร้ายเยอะ และมีหลายคนห้าม แต่ก็ต้องไปเพราะตั้งใจไว้แล้ว จึงเดินทางไปกับเพื่อน 1 คน และนายทหารอีก 1 คน ไปถึงค่ำแล้ว ทั้งเพื่อนและผู้ส่งเคสอยากกราบพระในโบสถ์มาก แต่สามเณรห้ามไว้ บอกให้มาใหม่พรุ่งนี้ ผู้ส่งเคสก็อ้อนวอน จนเสียงดังไปถึงเจ้าอาวาส ได้กราบเรียนท่านว่า โยมอุตส่าห์มาจากกรุงเทพฯ ขอเข้าไปกราบพระหน่อย ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ เจ้าอาวาสจึงให้สามเณรไปเปิดประตูให้

ผู้ส่งเคสได้เล่าเรื่องราวให้เจ้าอาวาสฟัง ท่านจึงให้ลูกศิษย์ไปเชิญแม่ชีมา แม่ชีคนหนึ่งก็มายืนอยู่หน้ากุฏิ เจ้าอาวาสเรียกให้เข้า แต่แม่ชีบอกว่าเข้าไม่ได้ หน้าต่างปิดหมด เพราะติดแอร์ เจ้าอาวาสจึงเชิญให้เข้ามาทางประตู แต่แม่ชีก็ไม่ได้เข้าทางหน้าต่าง เมื่อแม่ชีมาถึงก็พูดเลยว่า โอ๊ย ลูกหญิง พ่อไปนิมิตให้เห็น เฮ็ดให้ลูกหญิงหัวใจร้อนลุ่ม ถึงได้ดั้นด้นมาหาพ่อ ผู้ส่งเคสจึงถามแม่ชีว่าทำไมเรียก ลูกหญิง ท่าน (หมายถึงสิ่งที่สิงอยู่ในแม่ชี) บอกว่าท่านเป็นพ่อของตนในอดีตชาติ เพราะท่านเป็นกษัตริย์นักรบ ฆ่าคนมาเยอะ เมื่อตายจึงเกิดเป็นพญา นาคองค์ที่ 7 อยากให้ผู้ส่งเคสทำบุญอุทิศให้ ผู้ส่งเคสรับปากว่าจะจัดผ้าป่าถวายเป็นพระราชกุศลให้

ถึงเวลาก็ไปทอดผ้าป่าตามสัญญา แม่ชีคนเดิมก็มาหาอีกขณะที่ผู้ส่งเคสกำลังจะกลับ ท่านบอกว่า เดี๋ยว ก่อนลูกหญิง อย่าเฝ้า อย่าเฝ้าไป... เดี๋ยวอีกสัก 1 ชั่วโมง พ่อจะไปส่ง และบอกว่าจะมาเยี่ยมลูกหญิงในวันพุธ เมื่อรอครบชั่วโมง ผู้ส่งเคสก็ออกเดินทาง ระหว่างทางขับผ่านภูพานมาอย่างปลอดภัย แต่พอถึงมหาสารคาม เสียงดังตึง น็อตสองล้อหน้าหลุดออกมา ปกติรถต้องคว่ำ แต่ไม่คว่ำ ไม่เป็นอะไรเลย กว่าจะซ่อมเสร็จก็ตี 1 กว่า มาถึงบ้านก็สว่างพอดี

เรื่องการมาเยี่ยมวันพุธ ผู้ส่งเคสถามท่านว่าจะต้องเตรียมอะไรไหม ท่านบอกว่า ไม่ต้องมีอะไร น้ำบริสุทธิ์จอกเดียว เอาผ้าขาวบางปูไว้บนโต๊ะ วันอังคารตอนตี 1 กว่า ๆ เพื่อนบ้านที่ไปพระธาตุพนมด้วยกันโทรมาบอกว่าลูกชายเห็นมังกร (พญา นาค) มาที่บ้านผู้ส่งเคส ผู้ส่งเคสแปลกใจทำไมไม่มาที่บ้านตัวเอง วันพุธ ผู้ส่งเคสก็ทำพิธีตามที่บอก ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น พอดีมีพระธุดงค์ผ่าน มา ผู้ส่งเคสใส่บาตรท่าน แล้วเล่าให้ฟัง ท่านบอกว่า วันอังคาร ตี 1 กว่า ก็เป็นวันพุธแล้วนี่

หลังจากนั้น ผู้ส่งเคสและคนในบ้านก็ได้ยินเสียง ฟู่ ๆ ตรงหน้าต่างหลังบ้านตลอดเวลา แต่ไม่เห็นอะไร เข้าใจว่าน่าจะเป็นเสียงพญา นาค จึงถวายน้ำท่านและขอพร สักพักเสียงก็หายไป ต่อจากนั้นก็ทำบุญอุทิศไปให้หลายครั้ง หลังจากนั้นก็ไม่เคยได้ยินเสียงหรือเข้าฝันอีกเลย

คำถาม

  1. พระบังบดคืออะไร มีจริงหรือไม่ แตกต่างจากพระภิกษุทั่วไปอย่างไร ต้องสร้างบุญอย่างไรจึงจะเป็นพระบังบดได้
  2. ผู้เฒ่าผมยาวจีวรขาดที่พบคือพระบังบดจริงหรือไม่ ใช่หลวงปู่ภูษีอายุ 400 ปี ตามที่หลวงปู่พิณโพธิ์บอกหรือไม่
  3. การที่ท่านไม่รับภัตตาหารแต่ใช้ไม้เท้าแตะแล้วพูดว่า ได้แล้ว คืออะไร และบุญที่ถวายนั้นสำเร็จประโยชน์หรือไม่ ท่านมีชีวิตอยู่ด้วยอะไร
  4. การทำบุญกับพระบังบด (ภัตตาหาร, จีวร) ได้บุญแตกต่างจากพระภิกษุทั่วไปหรือไม่ อย่างไร
  5. การที่ท่านไม่รับจีวรใหม่แต่พอใจจีวรเก่าเพราะอะไร
  6. ทำไมผู้ส่งเคสจึงมีบุญได้พบท่านถึง 3 ครั้ง เคยสร้างบุญร่วมกันมาหรือไม่
  7. พระบังบดที่ภูเขาควายประพฤติดีปฏิบัติชอบจริงหรือไม่ ทำไมจึงเลือกที่นี่ ที่นี่มีจุดเด่นอะไร
  8. ผู้ส่งเคสสร้างบุพกรรมอย่างไรจึงผูกพันกับประเทศลาวเหมือนบ้านที่สอง
  9. พญา นาคที่ฝันเห็นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ อดีตชาติผู้ส่งเคสผูกพันกับพญา นาคอย่างไร อยู่ตระกูลอะไร เกี่ยวข้องกับพระธาตุพนมอย่างไร
  10. มังกร/พญา นาคที่เพื่อนชายเห็นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เป็นพญา นาคที่บอกว่าเป็นพ่อของผู้ส่งเคสหรือไม่ ทำไมไม่ปรากฏตัวที่บ้าน
  11. วิญญาณพญา นาคเข้าสิงแม่ชีจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด แม่ชีมีบุพกรรมใด
  12. ทำไมพญา นาคที่บอกว่าเป็นพ่อในอดีตถึงบอกว่าเป็นพญา นาคองค์ที่ 7 จริงๆ แล้วมีกี่องค์
  13. อีกนานเท่าใดท่านจะหมดกรรมจากพญา นาค ต้องทำบุญอะไรไปให้จึงจะหมดกรรมเร็ว
  14. ผู้ส่งเคสรอดชีวิตจากอุบัติเหตุได้อย่างไร พญา นาคอดีตบิดามีส่วนช่วยหรือไม่
  15. หลังจากอุทิศบุญไปให้ พญา นาคได้รับบุญแบบไหน ปัจจุบันความเป็นอยู่อย่างไร
  16. ผู้ส่งเคสทำบุพกรรมอย่างไรจึงฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา