เซียมซีหนีรัก

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.773 เซียมซีหนีรัก

ออกอากาศ วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2549

ชาติที่แล้วเป็นเพื่อนทหาร ชาตินี้เป็นคนรัก เพราะบุพกรรมใด | ขณะที่นอนอยู่สามารถรับรู้เรื่องราวและการกระทำของคนอื่นเพราะบุพกรรมใด | ทุกครั้งที่ปฏิบัติธรรมจะได้กลิ่นดอกมะลิเพราะบุพกรรมใด

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาพันธุ์แท้ค่ะ เธอมีเรื่องราวชีวิตที่แปลกประหลาดและเกินจินตนาการที่จะเข้าใจ จึงเขียนเคสนี้ขึ้นมาเพื่อขอความเมตตาจากคุณครูไม่ใหญ่ให้ช่วยเฉลยค่ะ เรื่องราวของผู้ส่งเคสเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 12 ปี เมื่อเธอได้ลองนั่งสมาธิตามพี่ชาย เธอเห็นภาพปีศาจลอยเต็มหน้าจนกลัว แต่สักครู่ภาพปีศาจก็หายไปและมีภาพพระพุทธรูปลอยเข้ามาแทน เหตุการณ์นี้ทำให้เธอไม่กล้านั่งสมาธิอีกเลย แม้จะเห็นภาพพระแล้ว แต่เธอกลับรู้สึกเหงาเหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่ จนกระทั่งในปี 2536 ชีวิตการทำงานของเธอลำบากมาก ต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับวันละหลายชั่วโมง ด้วยความเบื่อและท้อ และด้วยความดื้อที่ไม่เข้าใจศาสนา เธอจึงเข้าไปในห้องพระ กราบพระประธานและอธิษฐานจิตตั้งเงื่อนไขกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่น่าเชื่อถึง 3 ข้อ คือ ขอให้ได้งานใหม่ใกล้บ้านเดินทางไม่เกิน 5 นาที, ได้ตำแหน่งหัวหน้างานพร้อมเงินเดือนที่หวัง, และขอให้สองข้อแรกสำเร็จภายใน 7 วัน เธอไม่เชื่อว่าคำอธิษฐานจะเป็นจริงได้ง่ายๆ เช่นนี้ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจริงในวันที่ 3 เมื่อมีคนแนะนำให้เธอไปสมัครงานที่ใกล้บ้านมาก ซึ่งก็คือบริษัทที่อยู่ห่างไปเพียงซอยเดียวและใช้เวลาเดินทางแค่ 5 นาทีตามที่เธอขอไว้ เหตุการณ์นี้ทำให้เธอประหลาดใจและเริ่มเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง

เนื้อเรื่อง

ณ ที่ทำงานแห่งใหม่นี้เองค่ะ ผู้ส่งเคสได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานที่นั่น เธอรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเขามากเหมือนเคยรู้จักกันมานานแสนนาน เหมือนกับว่าต่างคนต่างเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน เมื่อได้คุยกับเขา เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเคยรู้จักกันมานานแล้ว และเมื่อทราบว่าเขาชอบไปวัดปฏิบัติธรรมด้วย ในใจของเธอก็เหมือนมีเสียงบอกว่านี่คือคำตอบของสิ่งที่เธอรอคอยมานาน เพื่อนคนนี้ได้ชวนผู้ส่งเคสมาวัดพระธรรมกายในวันอาทิตย์ต้นเดือน เมื่อมาถึงวัด เธอรู้สึกคุ้นเคยกับผู้คนมากมายที่นี่ และเมื่อถึงเวลาปฏิบัติธรรมตามเสียงของคุณเดชพระคุณหลวงพ่อ เธอก็พบความสว่างภายในใจในเวลาไม่นาน ความสว่างนั้นกลายเป็นดวงใสซ้อนกัน และเธอก็สัมผัสได้ถึงความสงบที่บอกไม่ถูก แม้จบพิธี ใจของเธอก็ยังติดอยู่ในดวงใสนี้ตลอดเวลา ประสบการณ์สมาธิเป็นสิ่งที่ง่ายมากสำหรับเธอ ต่อมา สายตาของเธอก็เห็นภาพพระสงฆ์ที่ผู้คนกราบไหว้ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ภาพนั้น เธอก็รู้สึกอบอุ่นและปีติที่สุด คำตอบที่รอคอยมานานก็ถูกเฉลย เมื่อทราบว่าพระภิกษุในภาพคือพระเดชพระคุณหลวงปู่ วัดปากน้ำ ผู้ส่งเคสตามเพื่อนรุ่นพี่คนนี้มาวัดพระธรรมกายไม่เคยขาด จนทั้งสองสนิทกันมาก

แต่แล้วในปี 2538 เพื่อนคนนี้ก็ได้มาบวชที่วัดพระธรรมกายโดยไม่มีกำหนดลาสิกขา ผู้ส่งเคสรู้สึกทั้งดีใจและเสียใจที่สุดในเวลาเดียวกัน แต่ในช่วงนั้น เธอรู้สึกเสียใจมากกว่า เธอเริ่มห่างจากวัดพระธรรมกาย เพราะความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาว่าวัดพระธรรมกายเป็นต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนของเธอไปบวช ทำให้เธอต้องสูญเสียเพื่อนไปให้วัดและรู้สึกเคว้งคว้าง

จนเมื่อประมาณปี 2540 ผู้ส่งเคสได้ไปทอดผ้าป่าที่จังหวัดกระบี่ แล้วแวะชมวัดดังที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานร่างที่ไม่เน่าเปื่อยของพระชื่อดัง เธอเข้าไปกราบไหว้ท่านและถามในใจว่าจะทำอย่างไรให้ใจที่เศร้าหมองและสับสนจากการบวชของเพื่อนหมดไปได้ ขณะเดินดูวัดเรื่อยๆ ใจของเธอก็ลอยไปจนเห็นสถานที่เสี่ยงเซียมซี เธอตัดสินใจเสี่ยงเซียมซีทันทีด้วยความรู้สึกเบื่อๆ ไม่รู้จะทำอะไร แต่เมื่อได้อ่านข้อความในใบเซียมซีที่ได้ เธอก็ต้องตะลึง เธออ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นสิบครั้งเพื่อความแน่ใจ เพราะข้อความนั้นเขียนไว้ว่า คน ที่ได้อ่าน เป็นผู้หญิง อะ แล้ว เธอ กำลัง เดิน หลง ทาง ใน ป่า ด้วย ความ เศร้าโศก เพื่อ ตาม หา ชาย หนุ่ม ที่ เธอ รัก มาก และเล่าต่อว่าเธอได้พบพระพุทธองค์ซึ่งตรัสถามว่าเธอตามหาอะไร หญิงสาวตอบว่าตามหาชายคนรัก พระพุทธองค์จึงตรัสว่าไม่ต้องตามหาแล้ว เพราะชายหนุ่มที่เธอรักนั้นบัดนี้ได้เป็นทหารของตถาคตแล้ว พระพุทธองค์ทรงแนะนำให้เธอเลิกเศร้าโศก เตรียมดอกไม้ ธูปเทียน อาหาร เพื่อนำมาบูชาพระรัตนตรัยและฟังธรรมจากพระบรมศาสดาไม่ขาด และในที่สุดหญิงสาวนั้นก็ได้บรรลุธรรมตามคำสอนของพระพุทธองค์

ใบเซียมซีนี้ตรงกับเรื่องราวชีวิตของผู้ส่งเคสอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เธอคิดว่าต้องมีเทวดามาแกล้งให้เจอข้อความนี้แน่ๆ เธอขยำกระดาษทิ้งด้วยความรู้สึกที่อยากให้ข้อความนี้หายไปจากโลก เพราะในขณะนั้น เธอคิดแต่ว่าอยากให้เพื่อนกลับมาสึก เธอรู้สึกว่าโลกนี้ช่างทุกข์ระทม เหลือเกิน เศร้าเหงาหัวใจมาก เธอถึงกับคิดว่าจะเปลี่ยนศาสนาซะเลย คำพยากรณ์จะได้ผิด แต่สุดท้ายเธอก็ไม่สามารถรับเอาคำสอนศาสนาอื่นได้เลย เธอยังคงนั่งสมาธิที่บ้านแต่ไม่ยอมมาวัดพระธรรมกาย

จนวันอาทิตย์ต้นเดือนปลายปี 2540 ผู้ส่งเคสป่วยหนักมาก แต่ความรู้สึกลึกๆ ของเธออยากมาวัดพระธรรมกายมากจนทนไม่ไหว เธอจึงมาวัดทั้งๆ ที่ไข้ขึ้นสูงมากและแทบประคองตัวเองไม่ได้ ในระหว่างที่เริ่มปฏิบัติธรรมตามเสียงหลวงพ่อในภาคเช้า เธอคิดถึงหลวงปู่ วัดปากน้ำมากและคิดว่าถ้าตายก็ขอตายระหว่างปฏิบัติธรรมเถิด เพียงเวลาไม่ถึง 1 นาที เธอก็รู้สึกว่าไข้ที่ร้อนในตัวลดลงเองโดยอัตโนมัติ กลายเป็นความสว่างแล้วก็เย็นใจขยายออก ดวงใสผุดขึ้นซ้อนกันอย่างนุ่มนวล สว่างเย็นตา เธอเห็นกายละเอียดผุดขึ้นกลางศูนย์กลางกาย หน้าตาเด็กมากเหมือนอายุ 12-13 ปี นั่งในท่าสมาธิใส่ชุดขาวเหมือนเธอ กายละเอียดนั้นใส สว่าง และเย็น ภายในตัวของเธอเย็นและมีความสุข อาการปวดหัวตัวร้อนหายไปหมด เมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติธรรม เธอก็รู้สึกสดชื่นหายป่วยทันที

กลับบ้านพร้อมกับเริ่มคิดว่า ทุกคนคงมีผังชีวิตที่ถูกกำหนดไว้แล้วเหมือนถนนสำเร็จรูป แม้ปฏิเสธก็ต้องถูกกรรมมากำหนด ผู้ส่งเคสหาเวลาปฏิบัติธรรมมากขึ้น วางใจไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลาทุกอิริยาบถ จนศูนย์กลางกายของเธอสว่างตลอดเวลา 24 ชั่วโมง แม้ยามนอน ศูนย์กลางกายก็สว่างใสจนตื่นนอน เธอมีความสุขมาก จิตใจกับกายแยกส่วนออกจากกัน ทำงานก็ปฏิบัติหน้าที่ไป แต่ใจยังอยู่ที่ภายในเหมือนแยกส่วนกัน เธออยากหยุดใจอยู่ที่ตรงนี้ตลอดไป

ในช่วงนั้น ผู้ส่งเคสได้ไปฝึกพลังลมปราณจักรวาลซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมาก ท่านฝึกจนชำนาญและสามารถใช้สมาธิถ่ายพลังลงไปยังจักระเพื่อรักษาคนป่วยได้ เจ้านายของเธอก็ลองทำกับตัวเธอ ผู้ส่งเคสอยากรู้ว่าวิชาธรรมกายจะต้านพลังจักรวาลได้หรือไม่ จึงลองเข้ากลางไปเรื่อยๆ เจ้านายเอาฝ่ามือกดที่ศีรษะของเธอไว้ สักครู่เธอก็รู้สึกมีพลังอย่างหนึ่งพยายามจะเข้ามาที่ศีรษะ แต่พลังนั้นไม่สามารถเข้ามาได้เลย และในที่สุดก็มีแรงต้านจากศูนย์กลางกายกระแทกออกมา จนเจ้านายตกใจและต้องชักฝ่ามือออกไป เจ้านายบอกว่ารู้สึกเหมือนมีแรงต้านกระแทกออกมานานมาก จนพลังงานจักรวาลของท่านเข้ามาไม่ได้และหมดพลังไป ทำให้ท่านหมดอารมณ์เรียนพลังจักรวาลต่อและเลิกเรียนไป เพราะให้เหตุผลว่าสู้ไม่ได้จริงๆ เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ส่งเคสเชื่อว่าสมัยที่คุณครูไม่ใหญ่ถูกอาจารย์กับนิสิตรุ่นพี่ยิงปรอทจากฝ่ามือแล้วยิงไม่เข้า เป็นไปได้ด้วยอานุภาพวิชาธรรมกาย

ใจของผู้ส่งเคสติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ตลอด จนกระทั่งแม้เวลานอน กายหยาบนอนไป แต่กายละเอียดไม่ยอมนอน ธรรมะของเธอในช่วงนั้นดีมาก เวลานอนทุกครั้ง ร่างกายพักผ่อนไป แต่กายละเอียดไม่ต้องพักผ่อน บางคืนกายละเอียดก็ทำสมาธิรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับองค์พระ แต่บางคืนกายละเอียดก็ไปยังสถานที่ต่างๆ ไปรับรู้เรื่องราวภายนอกห้องนอนได้ เธอจะเห็นภาพการกระทำและได้ยินการสนทนาเรื่องราวต่างๆ เหมือนตัวเองอยู่ในเหตุการณ์ หรือบางสถานที่ไกลๆ ที่อยากไปก็ค่อยๆ เริ่มไปได้ เธอเห็นอย่างนี้เกือบทุกวันจนเริ่มไม่เข้าใจว่าทำไมเห็นทุกวัน แม้แต่ร่างของตัวเองที่นอนอยู่ในห้องเธอก็ยังเห็น บางวันขนาดหลับ เธอก็เดินไปตามห้องต่างๆ ลงข้างล่าง ห้องครัว เห็นภาพการพูดคุยของคุณแม่ พี่ชาย หรือพี่สาว มีอยู่ตอนหนึ่งพวกเขาคุยกันถึงเธอ แม่ก็บอกว่าอย่าไปนินทาลูกเขาจะได้ยิน พี่สาวก็บอกว่าเธอหลับไปแล้ว ห้องนอนอยู่ชั้น 3 ไม่มีทางได้ยินหรอก แต่ผู้ส่งเคสสามารถบอกเรื่องราวที่สนทนาได้ละเอียดมาก จนแม่และพี่สาวงงกันมากๆ เธอออกไปหาคนข้างบ้านถามเรื่องการสนทนาเมื่อตี 2 ที่ผ่านมา เพื่อนบ้านก็บอกว่าจริง เพื่อนบ้านถามว่าทำไมเธอรู้ ทั้งที่พวกเขาคุยกันแค่ 2 คน

ผู้ส่งเคสเริ่มคิดว่า จะเอาอย่างไรกับตัวเองดี มีปัญหาหรือเปล่า เพราะการรู้เรื่องของคนอื่นบางอย่างเป็นสิ่งที่ไม่ควรไปรู้ไปเห็น เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ด้วยความสงสัย ประกอบกับเพื่อนบอกว่าอย่าปฏิบัติอีกเลย ทำให้เธอค่อยๆ ปฏิบัติธรรมน้อยลง ต่อมาเวลานอน กายละเอียดของเธอก็เลยไปไหนไม่ได้อีก ใจก็ไม่ค่อยติดในศูนย์กลางกาย ธรรมะก็ถอยลง ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป เที่ยวสนุกสนาน ทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อหาเงินตลอดเวลา เหมือนชาวโลกทั่วไป เพื่อนที่บวชเป็นพระก็มักจะเตือนสติเธอเสมอ

นอกจากนี้ ผู้ส่งเคสยังเล่าถึงความสงสัยในหลายๆ เรื่อง เช่น ความผูกพันกับเพื่อนที่เป็นพระ ใบเซียมซีที่ทำนายเรื่องธรรมะและคำว่า ทหารของพระตถาคต คำอธิษฐานที่สำเร็จง่ายดาย พลังลมปราณและจักระ แรงต้านในตัวเธอ การเห็นภาพรับรู้เรื่องคนอื่นตอนนอน การรักวิชาธรรมกายที่สุดและเชื่อคำสอนง่าย กลิ่นมะลิหอมขณะปฏิบัติธรรม การทำนายไพ่ยิปซีที่แม่นมาก และการที่ชอบมองผู้หญิงสวยอยากเข้าใกล้ทั้งที่เป็นผู้หญิง ซึ่งทั้งหมดนี้นำมาสู่คำถามที่เธออยากให้คุณครูไม่ใหญ่ช่วยเฉลย

คำถาม

  1. ผู้ส่งเคสกับเพื่อนที่บวชพระอย่างไม่มีกำหนดสึก มีวิบากกรรมหรือทำบุญอะไรร่วมกันมาในอดีตหรือไม่ จึงมีความผูกพันกับท่านมาก?
  2. ใบเซียมซีที่เสี่ยงได้ ทำไมจึงทำนายแต่เรื่องทางธรรม และมีคำว่า ทหารของพระตถาคต ซึ่งมีจริงด้วยหรือ และเซียมซีแบบนี้มีได้อย่างไร เหมือนเจาะจงให้ผู้ส่งเคสอ่านคนเดียว?
  3. คำอธิษฐานสามข้อเป็นจริงอย่างง่ายดาย สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อได้อย่างไร?
  4. พลังลมปราณและจักระคืออะไร มีจริงหรือไม่ และรักษาคนให้หายป่วยได้จริงหรือ?
  5. ทำไมเจ้านายของผู้ส่งเคสจึงรู้สึกมีแรงต้านออกจากร่างกายในช่วงที่ทดลอง?
  6. ช่วงที่นอนแล้วผู้ส่งเคสเห็นภาพไปรับรู้เรื่องของคนอื่น เป็นจริงหรือไม่และเป็นไปได้อย่างไร?
  7. ถ้าอยากกลับมาเป็นแบบที่กายละเอียดไปรับรู้เรื่องคนอื่นตอนนอนอีก ต้องทำอย่างไร เป็นผลเกี่ยวกับการฝึกสมาธิวิชาธรรมกายใช่หรือไม่?
  8. ผู้ส่งเคสศึกษาธรรมะแทบทุกสาย แต่ทำไมรักวิชาธรรมกายมากที่สุด?
  9. ทำไมเมื่อเริ่มศึกษาเรื่องมารในคำสอนวิชาธรรมกาย ผู้ส่งเคสจึงเข้าใจและเชื่อทันที ทั้งที่ปกติเป็นคนไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายๆ ถ้าไม่มีการพิสูจน์?
  10. ทำไมบางครั้งขณะปฏิบัติธรรมอยู่หรือเดินทางไปปฏิบัติธรรม ผู้ส่งเคสจะได้กลิ่นมะลิหอมอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งปฏิบัติธรรมเสร็จกลิ่นนั้นจึงจะจางหายไป?
  11. มีคนชอบให้ผู้ส่งเคสทำนายไพ่ยิปซีและบอกว่าแม่นมาก ทั้งที่ไม่เคยเรียนดูไพ่ จะมีผลต่อการปฏิบัติธรรมอย่างไรหรือไม่?
  12. ทำไมผู้ส่งเคสเห็นผู้หญิงสวยแล้วชอบมองและคิดอยากเข้าใกล้ ทั้งที่ตัวเองมีบุคลิกเป็นหญิงมากและชอบแต่งตัวมาก ในอดีตเคยเป็นชายเจ้าชู้มาก่อนหรือเปล่า?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา