
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.818 ไม่เคยดู แต่ดูฮวงจุ้ยได้
ออกอากาศ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2549
ไม่เคยดู แต่ดูฮวงจุ้ยได้
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเล่าว่า ในวัยเด็กนั้นเป็นคนยิ้มง่ายแต่ไม่ค่อยพูด รับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวมาโดยตลอด คุณพ่อทำธุรกิจหลายอย่างแต่ต่อมาถูกกลุ่มมือปืนยิงเสียชีวิตตอนผู้ส่งเคสอายุได้ 14 ปี จากนั้นผู้ส่งเคสก็ช่วยงานคุณแม่มาตลอดจนอายุประมาณ 19-20 ปี จึงได้เข้ามาดูแลโรงงานเต็มตัว ชีวิตในช่วงนี้ต้องทำงานหนัก ต่อสู้กับทุกคนที่คิดข่มเหงรังแกอย่างไม่กลัวตาย เคยถูกจี้ตัวและลอบยิงหลายครั้งแต่ก็รอดมาได้ ด้วยเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้ส่งเคสเชื่อมั่นว่าสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้รอดปลอดภัยคือ "หัวใจ" และ "ปืน" ถึงกับพกปืนทั้งยาวและสั้น รวมถึงลูกระเบิดประจำตัว แม้กระทั่งเวลานอนก็ต้องมีอาวุธอยู่ข้างตัวตลอดเวลา ในช่วงนั้นเคยคิดอยากจะเป็นเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพล
เนื้อเรื่อง
ต่อมาความตั้งใจที่จะเป็นเจ้าพ่อก็ต้องเลิกล้มไป เมื่อได้ปิดโรงงานและบินไปเรียนต่อที่ประเทศอเมริกา ทำให้ชีวิตเปลี่ยนจากที่คิดจะเป็นเจ้าพ่อ กลายมาเป็นเด็กนอก หลังจากกลับมาเมืองไทย ผู้ส่งเคสได้ขออุปสมบทก่อนที่จะคิดทำอะไรต่อไป หลังสึกออกมาก็ลองทำธุรกิจเก็งกำไรที่ดินและซื้อขายหุ้น ซึ่งช่วงแรกๆ กำไรดีมาก แต่ต่อมาเกิดการปฏิวัติทำให้ขาดทุนหมดตัว จากนั้นได้มีครอบครัว และได้ลองทำธุรกิจหนังสือพิมพ์ แต่ก็ล้มเหลวทั้ง 2 อย่าง เหลือแต่หนี้สิน
ด้วยปณิธานที่ชัดเจนว่าต้องรวย มีชื่อเสียง และอำนาจเหนือคนอื่น ผู้ส่งเคสจึงได้เข้าสู่วงการเมืองอย่างเต็มตัว เริ่มจากการช่วยงานเป็นเลขารัฐมนตรี และเป็นคนที่มีแนวคิดอุดมการณ์ ปฏิรูปการเมืองอย่างมาก ถึงกับตั้งพรรคการเมืองกับพรรคพวก แต่ต่อมาก็มีการแตกแยก หักหลังกัน ต่อมาได้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี ในช่วงที่บ้านเมืองวุ่นวาย มีแต่การคิดร้าย เล่ห์เหลี่ยมสกปรก หักหลัง ทำลายกันทุกรูปแบบ ผู้ส่งเคสรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน จึงถอนตัวจากการเมือง
ในช่วงที่ทุกอย่างล้มเหลวและมีแต่หนี้สิน ผู้ส่งเคสคิดมากจนไม่อยากคิดอะไรอีก ต่อมาก็เกิดอยากนั่งสมาธิขึ้นมาเอง ทั้งที่ไม่รู้ว่าการปฏิบัติสมาธิคืออะไร ทำอย่างไร แต่ใช้หลักความสงบ หยุดนิ่ง เมื่อจิตสงบนิ่ง ก็เกิดสิ่งหนึ่งผุดขึ้นมาท่ามกลางความสงบ สอนให้นั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ โดยการหยุดใจให้สงบนิ่งเฉยๆ และหยุดพักการดิ้นรน ซึ่งผู้ส่งเคสเรียกว่า ครูบาอาจารย์ หลังจากนั้นก็มีงานเข้ามา ทำให้สามารถปลดหนี้สินได้ทั้งหมด สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ครูบาอาจารย์ที่สัมผัสได้ขณะนั่งสมาธิได้สอนเรื่อง "ธรรมจิต" คือ ธรรมชาติบวกจิตที่สงบบริสุทธิ์ การเข้าถึงต้องหยุดนิ่ง สงบ เปรียบจิตเหมือนเพชรดิบที่ต้องเจียระไนโดยใส่ธรรมะเป็นเครื่องมือ จนเพชรเป็นประกายใสเหมือนดวงแก้ว เรียกว่า จิตจรัญ ท่านเคยเห็นนิมิตเห็นนรก และทำให้ผู้ส่งเคสเห็นเขตนิพพาน มีลักษณะคล้ายพระใสๆ หน้าตาเหมือนกันหมดจำนวนมาก นั่งสมาธิสงบนิ่งเหมือนอยู่ในห้วงอวกาศ ผู้ส่งเคสเริ่มสับสน งง และไม่เข้าใจ เพราะเป็นคนใจแข็ง ไม่ค่อยเชื่ออะไร ไม่รู้เรื่องธรรมะ แต่กลับมาเห็นสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร พยายามคิดหาเหตุผล กลัวว่าจะหลอกตัวเอง คิดไปเอง แต่เมื่อคิดดูดีๆ ก็ไม่เคยรู้ ไม่เคยอ่าน ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้มาก่อนเลย จึงคิดจะเลิกนั่งสมาธิหลายครั้ง แต่ทุกวันนี้ก็ยังนั่งสมาธิอยู่เสมอ
มีครั้งหนึ่ง ขณะเลิกจากนั่งสมาธิ ลุกขึ้นมาเห็นตะปูขนาด 4 นิ้วอยู่บนเบาะนั่งใต้ก้น ทำให้ประหลาดใจมาก เพราะอยู่บ้านคนเดียว มิดชิด ไม่มีใครเข้าออกได้ ได้นำด้ายแดงพันรอบตะปูไปวางไว้ใต้หนังสือสวดมนต์ วันหนึ่งนึกได้ไปเปิดดูก็พบว่าตะปูหายไป ทำให้งงมาก
ผู้ส่งเคสนั่งสมาธิอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งได้นิมิตว่าวันนี้จะได้ปฏิบัติสมาธิปฐมฌาน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคืออะไร และเตรียมขอพรได้ 1 ประการ คิดว่าจะขอพรให้รวยมหาศาล ท่องจำขึ้นใจ วันรุ่งขึ้นจิตสงบชุ่มชื่นดีมาก พอถึงเวลาขอพร กลับลืมขอคำว่าร่ำรวย แต่กลับขอพรให้ตนเองวันนี้ศีลได้ บริสุทธิ์ มีความสุข มีสมาธิจิตตราบชั่วนิรันดร์ ออกจากสมาธิก็รู้สึกโกรธตัวเองมากว่าทำไมไม่ขออย่างร่ำรวย
ต่อมาจากการนั่งสมาธิ ก็ได้รู้วิชาดูฮวงจุ้ย ซึ่งไม่เคยรู้ ไม่เคยเรียนมาก่อน และไม่คิดอยากได้เลย ครั้งแรกที่ดูฮวงจุ้ยคือที่บ้านเพื่อนของเพื่อน เจ้าของบ้านวิตกกังวลเพราะบ้านมีข่าวว่าเจ้าของเดิมมักมีอันเป็นไป อยู่ๆ ผู้ส่งเคสก็พูดออกมาเป็นการแก้ไขฮวงจุ้ยบ้านหลังนั้นเอง โดยที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน แปลกใจตัวเองว่าพูดออกไปได้อย่างไร แต่เจ้าของบ้านก็เชื่อและแก้ไขตามทุกประการ ต่อมาได้รับข่าวว่าเจ้าของบ้านถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หลายครั้ง ธุรกิจการค้าเจริญก้าวหน้า มีที่ดินจำนวนมาก และดูแลบ้านหลังนี้เป็นอย่างดี ไม่ยอมย้ายไปไหนอีกเลย นับจากนั้นก็มีคนมาให้ดูฮวงจุ้ยอีกมากมาย ส่วนใหญ่ก็แก้ไขสถานการณ์ได้บ้าง บางคนก็หายเจ็บจากโรคด้วย ผู้ส่งเคสจะสอนให้ทุกคนรู้จักทำบุญ ทาน ศีล ภาวนา อย่าไปยึดติดกับฮวงจุ้ย คิดแค่เพียงช่วยเหลือคนอื่นพอเป็นบุญกุศล ส่วนตัวแล้วไม่ชอบดู ไม่มีความสุข ไม่ภูมิใจ ห้ามทุกคนเรียกอาจารย์ หมอ หรือซินแส ให้เรียกชื่อเฉยๆ หลายครั้งอธิษฐานให้ลืมวิชาฮวงจุ้ย ก็ยิ่งต้องดูหนักขึ้น เพราะมีคนมาขอร้องอยู่เสมอ ปฏิเสธไม่ได้ จึงปล่อยเลยตามเลย คิดว่าเป็น การสร้างบุญกุศล
ต่อมา เพื่อนได้รู้จักกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ท่านชวนขึ้นพนาวัฒน์ ขณะนั่งรถเดินทาง ผู้ส่งเคสนั่งสมาธิอยู่ด้านหลัง และเห็นคุณยายอาจารย์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้จัก ลอยอยู่ด้านหลังศีรษะ จึงเล่าให้พี่เขาฟัง พี่เขาจึงบอกว่ามีล็อกเก็ตคุณยายติดตัวมาด้วย และคุณยายเคยบอกว่าไปไหนให้เอาไปด้วย ก่อนเข้าวัดพระธรรมกาย ขณะนั่งสมาธิอยู่บ้าน ผู้ส่งเคสเกิดความสงสัยว่ามีบุญได้ปฏิบัติธรรมกับวัดพระธรรมกายหรือไม่ ก็ปรากฏนิมิตเห็นคุณยายอาจารย์ยืนอยู่หน้าวัดพระธรรมกาย หันหลังให้ เดินนำหน้าเข้าวัด เหมือนได้ยินท่านพูดว่า ยายและทุกคนยินดีต้อนรับ แต่จะเข้ามาหรือไม่ก็แล้วแต่ตัวคุณ แล้วท่านก็เดินหายไป
ผู้ส่งเคสยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข่าวต่างๆ ของวัด ต่อมาข้อสงสัยนี้ก็ได้รับทราบจากครูบาอาจารย์ในสมาธิที่บ้าน ท่านบอกให้รีบเข้าไปเอาบุญกับหลวงพ่อธัมมชโยอย่างสม่ำเสมอ อย่าคิดมาก ท่านเหล่านี้ปรารถนาพุทธภูมิ ความค้างคาใจหมดสิ้นไป หลังจากนั้นผู้ส่งเคสได้สร้างธรรมกายประจำตัว เรื่องครอบครัวมหาธรรมกายเจดีย์ 11 องค์ มาวัดทุกวันอาทิตย์ ทำบุญทุกบุญที่หลวงพ่อบอก ถืออุโบสถศีลในวันพระ ใส่บาตร ทำบุญทุกวัน และชวนคนเข้าวัดร่วมทำบุญ
มีอยู่วันหนึ่ง ผู้ส่งเคสคิดว่าจะมาวัดวันสุดท้ายแล้ว เพราะเพื่อนที่มาวัดด้วยกันเริ่มกีดกัน ไม่อยากให้มาวัด รู้สึกรำคาญ พอนั่งสมาธิก็หงุดหงิด แต่สักครู่ อารมณ์เริ่มสงบ ได้เห็นภาพท่านหนึ่งเดินลงมาจากที่นั่ง มายืนตรงหน้า แล้วพูดเบาๆ ว่า คุณทำใจสบาย อย่าว้าวุ่นใจ นั่งสมาธิสงบ กลายเป็นว่าวันนั้นนั่งสมาธิได้ดีที่สุด ชุ่มชื่นใจมาก จึงยังคงมาวัดจนถึงทุกวันนี้
คำถาม
- ทำไมชีวิตผู้ส่งเคสจึงประสบความล้มเหลวทั้งธุรกิจ การงาน ครอบครัว และการเมือง และเหตุแห่งความล้มเหลวนี้จึงเป็นสาเหตุให้ได้มาเริ่มนั่งสมาธิ?
- ทำไมอยู่ๆ ผู้ส่งเคสจึงนั่งสมาธิได้เอง และครูบาอาจารย์ในสมาธิที่มาให้ความรู้วิชาต่างๆ เป็นใคร มีกี่ท่าน มีจริงไหม? ผู้ส่งเคสรู้เรื่องธรรมจิต การหยุดใจ ดวงแก้ว วิชาฮวงจุ้ย และอีกหลายอย่างได้อย่างไร?
- การดูฮวงจุ้ยของผู้ส่งเคสเพื่อช่วยเหลือคนอื่นจะเป็นบุญกุศลหรือไม่? การดูฮวงจุ้ยจะเป็นบาป เป็นสายวิทยาธร หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องธาตุ 4 ตามหลักพุทธศาสนาหรือไม่? มีผลกำหนดชะตาชีวิตของคนเรามากน้อยแค่ไหน? ผู้ส่งเคสควรจะช่วยคนโดยดูฮวงจุ้ยต่อไป หรือควรจะเลิกเด็ดขาดดีกว่า?
- การที่ผู้ส่งเคสไปช่วยล้างไสยศาสตร์ ของขลังที่ไม่ใช่พระรัตนตรัยออกจากบ้านคน และหันมาบูชาแต่พระรัตนตรัยเท่านั้น จะมีผลดีหรือผลร้ายต่อตัวผู้ส่งเคสอย่างไร?
- ตอนที่ผู้ส่งเคสพบตะปู 4 นิ้วบนเบาะที่นั่งสมาธินั้นเกิดจากอะไร? แล้วตะปูหายไปได้อย่างไร?
- นิมิตคุณยายอาจารย์ลอยที่ผู้ส่งเคสเห็นและที่ครูบาอาจารย์ในสมาธิของ ผู้ส่งเคสได้บอกเกี่ยวกับท่านทั้งสองเป็นจริงหรือไม่ อย่างไร? ทำไมผู้ส่งเคสจึงนิมิตเช่นนั้น?
- ในหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ทองคำองค์ที่ 3 ผู้ส่งเคสได้เห็นหลวงปู่เป็นภาพลางๆ ใหญ่มากอยู่เหนือโดมมหาวิหาร หลวงปู่ที่ผู้ส่งเคสเห็นนั้นใช่หลวงปู่มาปรากฏให้เห็นจริงหรือไม่?
- ก่อนเกิดมาชาตินี้ ผู้ส่งเคสมาจากไหน? เคยสร้างบารมีกับหลวงพ่อและหมู่คณะมาอย่างไร? เนื้อแท้ของผู้ส่งเคสในชาตินี้ควรทำอะไรดี? ไม่ทราบว่าจะสามารถแต่งตัว (สร้างบุญ) ได้อย่างที่ตั้งใจหรือไม่? จะได้สร้างสะสมกุศลได้อย่างเต็มที่สมความตั้งใจหรือไม่?
- คุณแม่และพี่น้องของผู้ส่งเคสเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาหรือไม่ อย่างไร?
- ผู้ส่งเคสเคยได้นิมิตขณะนั่งสมาธิให้ทำบุญกุศลและนั่งสมาธิสม่ำเสมอเพื่อช่วยคุณแม่ หมายความว่าอย่างไร?
- ผู้ส่งเคสจะมีบุญได้เป็นผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือมีหน้าที่อย่างใดในกองทัพธรรมร่วมกับหมู่คณะหรือไม่?
- คุณพี่ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรที่ผู้ส่งเคสเคยรู้จัก เกี่ยวข้องกับตัวผู้ส่งเคสมาก่อนหรือไม่ อย่างไร? เคยเป็นกัลยาณมิตรให้ในอดีตหรือไม่? ทำไมชาตินี้เธอถึงได้มาเป็นพยาบาล และมีโอกาสดูแลพระอาพาธวัดพระธรรมกายหลายรูป?
