Case study
พ่อเป็นนักมวย
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ทาง DMC
 
 
กราบนมัสการคุณครูไม่ใหญ่ที่เคารพอย่างสูงครับ
 
    คุณพ่อของลูก เกิดในครอบครัวของเกษตรกรฐานะปานกลาง ในสงขลา เมื่อคุณพ่อจบ ม.ต้น คุณปู่ จึงส่งให้ไปเรียนต่อทางด้านการเกษตรที่ จังหวัดตรัง อาศัยอยู่ในหอพักกับเพื่อนๆ เมื่อว่างจากเรียน ด้วยความคึกคะนองตามประสาวัยรุ่น คุณพ่อจึงไปซ้อมมวยที่ค่ายมวย จังหวะนั้นเองทำให้ครูมวยเห็นแววของคุณพ่อว่าเป็นคน “ใจสู้ ไม่ยอมแพ้ใคร” จึงรับเป็นลูกศิษย์ ที่ค่ายมวยแห่งนี้จะมีกฎเหล็กว่า “นักมวยที่นี่ต้องไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่” เพราะถ้านักมวยกินเหล้าหรือสูบบุหรี่ จะทำให้เหนื่อยง่าย ต่อยไม่ทน ถ้าใครฝ่าฝืน แอบไปกินเหล้าสูบบุหรี่แล้วจับได้ ก็จะไม่อนุญาตให้เข้ามาในค่ายโดยเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้ทำให้คุณพ่อไม่คิดที่จะลองไปกินเหล้า สูบบุหรี่ จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้
 
    ในการชกมวย ไม่ได้ใช้เพียงแค่กำลังเข้าต่อสู้ แต่ต้องใช้สมอง และเทคนิคอีกด้วย เพราะถ้าใครต่อยมั่ว ไม่ใช้สมองก็ไม่มีสิทธิชนะ ครูมวยท่านสอนแม่ไม้มวยไทยให้คุณพ่อ ซึ่งแม่ไม้มวยไทยนี้เป็นวิธีการใช้หลบหลีก และทำร้ายคู่ต่อสู้ ต้องรู้ว่าควรหลบอย่างไรและใช้ไม้ไหนแก้ โดยครูมวยท่านจะสอนแม่ไม้  ทีละไม้ๆ เมื่อมีความชำนาญในไม้1 แล้ว ท่านก็จะสอนในไม้2 ต่อไป จะสอนเป็นขั้นๆ ไม่มีการข้ามขั้นตอน  ส่วนใหญ่เมื่อเรียนถึงไม้ที่ 5 ก็จะสามารถขึ้นชกได้ แต่เนื่องคุณพ่อเป็นคนมุ่งมั่นรักเรียน จึงสามารถเรียนได้ถึงไม้ 12
 
    ในทุกงานเทศกาลประจำปี เช่น ปีใหม่ ลอยกระทง คุณพ่อและเพื่อนๆในกลุ่ม ก็จะตระเวนออกชกมวยสมัครเล่น และเพื่อความมันยิ่งขึ้นก็ต้องมีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกๆครั้งที่ลงสนามชก คุณพ่อไม่เคยชนะคะแนนเลยครับ เพราะจะชนะน๊อคในยก2 ตลอด จนฉายา “คะนองศึก ลูกพระพิรุณ” ของท่านได้โด่งดังไปทั่วทั้งวงการมวยจังหวัดตรัง จนกระทั่งในจังหวัดตรังขณะนั้น ไม่มีนักมวยคนไหนมาล้มได้ คุณพ่อเป็นนักมวยที่เน้นชั้นเชิง เตะหนัก ต่อยหนัก จึงเป็นที่ถูกใจแฟนมวย
 
    เมื่อวงการมวยในจังหวัดไม่สามารถหาคู่ชกมาเปรียบคุณพ่อได้ ทางวงการจึงต้องไปหาสุดยอดนักมวยจาก จังหวัดยะลา มาประกบคู่แทน ซึ่งมวยคู่นี้สามารถเรียกผู้ชมได้มากสุดเป็นประวัติการณ์ สุดยอดนักมวยจากยะลา มั่นใจว่าจะต้องมาล้มพ่อผมให้ได้  จึงกล้าเดินทางจากยะลาเพื่อมาชกกับคุณพ่อ ผลปรากฏว่า คุณพ่อสามารถ “ชนะน๊อค” เหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา
 
    ต่อมาเมื่อจบการศึกษา คุณพ่อจึงขึ้นมา กรุงเทพฯเพื่อเรียนต่อ ไม่นานคุณพ่อก็สืบรู้แหล่งซ้อมมวย และแอบไปซ้อมที่ค่ายมวยใต้สะพานพระโขนง   แต่ภายหลังถูกญาติที่ไปพักด้วยจับได้ จึงสั่งห้ามว่า “มาอยู่ที่นี่เพื่อให้มาเรียนต่อ   ถ้ายังหนีไปต่อยมวยอีก ก็จะส่งกลับบ้าน” ตั้งแต่วันนั้นมาคุณพ่อจึงได้แขวนนวม และออกจากวงการมวยสมัครเล่นโดยเด็ดขาด
 
    ถึงแม้ว่าจะหันหลังจากวงการหมัดๆมวยๆแล้ว แต่คุณพ่อก็ได้เข้าสู่วงการ ตีไก่ และชนวัว แทน โดยเริ่มจากไปเล่นเฉยๆ จนกระทั่งเลี้ยงไว้ชนเอง แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่รวยพอจนสามารถสร้างบ่อนได้เอง นอกจากนี้ที่บ้านของผมก็ยังเลี้ยงนกเขาชวาอีกด้วยครับ
 
    แต่หลังจากที่คุณพ่อได้เข้าวัดพระธรรมกาย  คุณพ่อก็ได้เลิกเล่นวัวชน ไก่ชน โดยเด็ดขาด และเมื่อคุณพ่อได้ดูดาวธรรมแล้ว  จึงได้มากระซิบให้ฟังว่า “เมื่อก่อนเข้าใจว่าการชนไก่ ชนวัว ชกมวย เลี้ยงนกเขาชวา เป็นกีฬา และเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น” เพราะแม้แต่คำขวัญประจำอำเภอ และการท่องเที่ยวของจังหวัดเขาก็ยังมีการจัดโปรแกรมสิ่งเหล่านี้ลงไป เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยเลยครับ
 
    แต่เมื่อได้ฟังคำของคุณครูไม่ใหญ่ที่ว่า “ไก่มันไม่รู้เรื่องอะไรด้วย และมันก็ไม่ยินดีจะมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม” และ “นักมวยไม่ได้โกรธแค้นอะไรกัน แต่ต้องมาต่อยกันอย่างเอาเป็นเอาตาย คนที่ล้มก็โดนด่า คนที่ชนะกลับได้รับคำชื่นชม” ทำให้คุณพ่อเข้าใจ และนึกภาพตามออกได้ทันที     เพราะคุณพ่อเคยได้ยินนักมวยผู้แพ้ บอกว่าเจ็บตัวยังไม่เท่าไหร่ แต่เจ็บใจยิ่งกว่า เพราะใครๆ ก็พากันรุมด่า ว่าเป็นตัวการทำให้เขาเสียพนัน แต่เรื่องเจ็บตัวไม่มีใครพูดถึงเลย ในวันนี้ คุณพ่อจึงได้ทิ้งฉายา “คะนองศึก ลูกพระพิรุณ” มาใช้ชื่อว่า “คณิต  ลูกพระธัมฯ” แทนแล้วครับ
 
    คุณปู่ของผม  มีอาชีพชาวนา และเลี้ยงสัตว์ขาย ท่านเคยเลี้ยง ทั้งหมู แพะ แกะ วัว ควาย เป็นจำนวนหลายร้อยตัว คุณปู่ชอบทำบุญตามประเพณี ไม่เล่นการพนัน ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่สูบใบจาก ท่านมีนิสัยรักความก้าวหน้า รักการอ่านหนังสือ ชอบหาความรู้ใหม่ๆเสมอ ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้รับเลือกเป็น “ประธานสมาคมเลี้ยงแพะแกะประจำอำเภอ”
 
    กลางปี 46  คุณปู่ป่วยด้วย โรคปอดบวม ท่านสั่งความก่อนเข้าโรงพยาบาลว่า “ถ้าคุณหมอช่วยจนสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น ก็ขอให้นำตัวปู่กลับบ้าน ให้มาตายที่บ้าน และห้ามไม่ให้ดันทุรัง เจาะสายต่าง ๆ หรือต่อสายต่างๆ เข้าในร่างกายโดยเด็ดขาด”  เมื่อคุณปู่เข้าไปรักษาตัวใน   ไม่นานท่านก็ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยใช้ท่อสายยางแหย่ลงไปทางจมูก เห็นแล้วก็รู้สึกสลด เพราะมีลักษณะคล้ายกับวัวควาย ที่ท่านเคยล่ามไว้เมื่อขณะมีชีวิตอยู่ เสียงที่ท่านไอออกมาก็เหมือนเสียงร้องของแพะ ต่อมาคุณหมอก็แนะนำให้เจาะคอเพื่อช่วยหายใจ แต่ลูกหลานมีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งต้องการจะนำคุณปู่กลับไปบ้านตามที่ได้สั่งไว้ก่อนเข้าโรงพยาบาล แต่อีกฝ่ายต้องการให้หมอรักษาให้ถึงที่สุด แม้ว่าจะต้องเจาะคอเพื่อช่วยท่านหายใจ และในที่สุดความเห็นของฝ่ายหลังเป็นฝ่ายชนะ คุณปู่ถูกเจาะคอ แล้วหลังจากนั้น 2 วันท่านก็เสียชีวิต ทำให้ลูกหลานฝ่ายแรกโทษฝ่ายหลังว่าเป็นเหตุให้คุณปู่ต้องเจ็บตัวฟรี ก่อนเสียชีวิต
 
    น้องสาวของลูก ชอบคบเพื่อนเกเร มาตั้งสมัยเรียนประถมศึกษา จนกระทั่งถึงมหาวิทยาลัย เพื่อนๆที่คบในกลุ่มส่วนใหญ่ จะเป็นคนไม่รักการเรียน ติดเหล้าบุหรี่ บางคนก็ติดยาด้วย น้องสาวและเพื่อนในกลุ่มมักโดดเรียน หนีเที่ยวกันเสมอ บางครั้งก็มีการยกพวกตีกันบ่อยๆ ซึ่งในการยกพวกตีกันนั้น เพื่อนผู้ชายก็จะเป็นฝ่ายลงมือตีกัน ส่วนฝ่ายหญิงก็จะเป็นฝ่ายพยาบาล และเป็นทัพหลังคอยเสริมอาวุธ เช่น ไม้หน้าสาม ขาเก้าอี้ให้ฝ่ายชาย และบ่อยครั้งที่น้องสาวก็ลงไปตีกับฝ่ายคู่อริด้วยตัวเองด้วย แต่ถึงแม้ว่าน้องสาวจะชอบคบเพื่อนเกเร แต่พื้นฐานของตัวของน้องสาวเอง เป็นคนชอบนั่งสมาธิ และทำบุญมาตั้งแต่เด็กๆ
 
    แต่ต่อมา เมื่อปี พ.ศ.2546 น้องสาวก็ได้มาอบรมธรรมทายาท เพราะทนการรบเร้าของผมไม่ไหว เพราะผมได้ชวนน้องสาวให้มาอบรมเป็นเวลา 10 กว่าปี การตัดสินใจเข้ามาอบรมธรรมทายาทนั้นทำให้หมู่ญาติที่ทราบข่าวตกใจมาก เพราะนึกไม่ถึงที่คนเกเรจะมามาเข้าวัดได้ แต่ในใจของน้องสาวขณะนั้นคิดว่า  “มาอบรมให้จบๆซะ พี่ชายจะได้ไม่บ่น เพราะพี่เขาก็บ่นมาตั้งสิบกว่าปีแล้ว”
 
    ขณะที่ได้อบรมธรรมทายาทนั้น ในช่วงแรกน้องสาวต้องปรับตัวใหม่หมด ทำให้ต้องแอบร้องไห้ทุกวัน แต่หลังจากผ่านการอบรมไประยะหนึ่ง ก็เริ่มปรับตัวได้ ได้รู้จักกับเพื่อนที่เป็นบัณฑิตแก้ว และได้มาดูรายการฝันในฝันทุกวัน จนเมื่อจบการอบรม น้องสาวทำให้หมู่ญาติตกใจเป็นครั้งที่สอง ด้วยการกลับไปบ้านลาพ่อแม่ เพื่อตัดสินใจเข้ามาช่วยงานหลวงพ่อในวัด และยังตั้งใจว่าจะสร้างบารมี ช่วยงานหลวงพ่อและหมู่คณะ ไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม น้องสาวมักเป็นโรคลมพิษ และปวดขาเป็นประจำ แต่อาการลมพิษได้หายไปหลังจากที่ได้ไปรับบุญทำความสะอาดหอฉัน
 
คำถาม 
 
1.บุพกรรมใด ทำให้คุณพ่อต้องมาเป็นนักมวย และนักเลงไก่ชน วัวชน และต้องทำอย่างไร จึงจะสามารถพ้นจากวิบากกรรมดังกล่าวได้
 
2.ยกเว้นเรื่องชกมวยแล้ว คุณพ่อทำอะไรไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ไม่ทราบเกิดจากกรรมอะไร ต้องแก้ไขอย่างไรครับ
 
3.ตอนนี้คุณพ่อถวายลูกทุกคนแด่พระศาสนา ตอนบั้นปลายชีวิตของท่านจะลำบากไหม  แล้วลูกจะดูแลท่านได้อย่างไร
 
4.คุณพ่อเป็นผู้ไปชวน และเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานเทเหล้า เผาบุหรี่มัสยิดแรกของโลก จะได้อานิสงส์อะไรบ้างครับ
 
5.คุณปู่ตายเพราะกรรมอะไร ตายแล้วไปไหน มีอะไรจะฝากบอกพวกเราบ้าง      การเป็นประธานสมาคมเลี้ยงแพะแกะประจำอำเภอ   ส่งผลอะไรกับคุณปู่บ้างครับ
 
6.ลูกหลานจะบาปหรือไม่ ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน เพราะให้หมอรักษาจนถูกเจาะคอในวาระสุดท้าย
 
7.บุพกรรมอะไร  ทำให้น้องสาวต้องไปคบเพื่อนอันธพาล   จะแก้ไขกรรมนี้ได้อย่างไร อาการเป็นลมพิษและปวดขาของน้องสาวเกิดจากอะไร และควรแก้ไขอย่างไร
 
8.คุณพ่อ  คุณแม่  ตัวลูก  และน้องสาว  เราทั้ง4สร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร
 
9.ลูกมีเพื่อนนักสร้างบารมีอยู่สองคนที่สนิทกันมาก คนหนึ่งอยู่ที่ต่างประเทศ อีกคนอยู่ที่เมืองไทย เพื่อนคนที่อยู่ต่างประเทศ  เขาสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร จึงมีความสามารถในด้านภาษา พิธีกร และร้องเพลง    เพื่อนคนที่อยู่เมืองไทย เคยสร้างบุญกับหมู่คณะมาอย่างไร ทำหน้าที่อะไรในอดีต ปัจจุบันถึงได้มาทำหน้าที่ประสานงานต่างประเทศ ซึ่งชอบและมีความสุขมาก  เขาเคยเข้าถึงธรรมหรือไม่ ทำไมจึงได้เข้าวัดตั้งแต่เด็ก
 
ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที
แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากัน นะจ๊ะ
 
1.คุณพ่อต้องเป็นนักมวย นักเลงชนไก่ วัวชน เพราะในอดีตพ่อเกิดในสังคมเกษตรกรรมซึ่งสิ่งแวดล้อมจะนิยมต่อยมวย ชนไก่ ชนวัว พ่อจึงเสพคุ้นกับสิ่งเหล่านี้ติดมาในชาตินี้
 
 

 
2.ท่านมีทานบารมีน้อย ท่านจึงมาได้แค่นี้ คือ ไม่ประสบความสำเร็จในกิจการใดๆนอกจากต่อยมวย อีกทั้งทำทานแล้วไม่ได้อธิษฐานให้รวย แต่อยากต่อยมวยเก่งอย่างเดียวเท่านั้น และใจก็หมกมุ่นกับเรื่องต่อยมวย ชนไก่ ชนวัว เลี้ยงนก

 
3.บุญที่ท่านถวายลูกให้กับพระศาสนาจะเลี้ยงดูท่านเอง ไม่ทำให้ท่านลำบาก แต่ให้ท่านหมั่นสั่งสมบุญให้เต็มที่ทุกบุญ จะทำให้ท่านไม่ลำบากทั้งในโลกนี้โลกหน้า
 

 
4.คุณพ่อไปชวนให้เขาทำความดีเลิกเหล้าเผาบุหรี่มัสยิดแรกของโลก จะทำให้ท่านไปเกิดในสังคม ตระกูล สิ่งแวดล้อมที่ดี มีศีลธรรมปราศจากอบายมุข และจะมีพวกพ้องบริวารที่ดีมาก อีกทั้งจะมีบริวารอันเป็นทิพย์ติดตัวไปโลกสวรรค์
 

 
5.คุณปู่ตายด้วยโรคปอดบวม เพราะ การเลี้ยงสัตว์ทำให้ต้องปล่อยสัตว์ตากแดด ลม ฝน บางทีก็ส่งไปขายให้เขาฆ่า เอาเนื้อ หนัง ขน กับถึงเวลาหมดอายุขัยของท่านด้วย
 

 
6.ลูกหลานให้หมอเจาะคอในวาระสุดท้าย เพราะ กรรมปาณาติบาต เลี้ยงสัตว์ขาย บีบคั้นให้ต้องตัดสินใจอย่างนั้น แม้จะไม่ตรงกับความต้องการของปู่ก็ตาม
 

 
7.น้องสาวต้องไปคบเพื่อนอันธพาล เพราะเป็นความคึกคะนองในวัยรุ่น

8.ตัวลูกบวชเป็นพระ ประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิตกับหมู่คณะ ส่วน พ่อ แม่ น้องสาวเป็นกองเสบียงของหมู่คณะ
 

9.เพื่อนที่อยู่ต่างประเทศในอดีตเป็นกุลธิดาในตระกูลมีความรู้ดี มีฐานะดี มีนิสัยชอบร้องเพลง ดังนั้นนิสัยนี้จึงติดมากอปรกับปัจจุบันมีความชอบจึงฝึกฝน ทำให้คล่องด้านภาษา ร้องเพลงและเป็นวิทยากร
 

บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/casestudy/2548-02-05.html
เมื่อ 9 พฤษภาคม 2567 00:48
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2567 http://www.dmc.tv