ฉัททันตชาดก ชาดกว่าด้วยพญาช้างฉัททันต์

“ พรานเอ๋ย นางผู้นั้น ละวางพยาบาทได้ก็ด้วยชีวิตเรา จงเลื่อยเอางาของเราไปเถิด ” การสิ้นกรรมในชาติภพนั้น พญาฉัททันต์ทนเจ็บปวดเป็นที่เวทนาการ จนเมื่อพรานนำงาคู่ไปถึงกาสิกกรัฐ แล้วพญาช้างก็ขาดใจตาย https://dmc.tv/a25020

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 30 มิ.ย. 2562 ] - [ ผู้อ่าน : 17362 ]

ชาดก 500 ชาติ

ฉัททันตชาดก-ชาดกว่าด้วยพญาช้างฉัททันต์

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร
  
     ในห้วงเวลานับแสนกัปแห่งการเวียนว่ายตายเกิดเพื่อทำความดีสั่งสมพระบารมีขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น นับแค่อดีตชาติที่ทรงเล่าเป็นชาดกก็ไม่น้อยกว่า
500 พระชาติแล้ว แต่ละชาติของมหาบุรุษผู้เป็นหนึ่งในโลกพระองค์นี้
 
ภิกษุและภิกษุณีเข้าฟังพระธรรม<a href=http://www.dmc.tv/search/เทศนา title='เทศนา' target=_blank><font color=#333333>เทศนา</font></a> ณ พระเชตวันมหาวิหาร
 
ภิกษุและภิกษุณีเข้าฟังพระธรรมเทศนา ณ พระเชตวันมหาวิหาร
 
     ย่อมมีชีวิตอื่นเกี่ยวข้องพ้องพานด้วยไม่น้อยเช่นกัน ในวันหนึ่งเมื่อภิกษุ ภิกษุณีเข้าฟังพระธรรมเทศนา ณ พระเชตวันมหาวิหาร ยังมีภิกษุณีวัยดรุณรุ่นสาวผู้หนึ่ง
เกิดความสงสัยถึงเรื่องอดีตชาติของตน

ภิกษุณีนางหนึ่งรวมใจนิ่งจนบังเกิดนิมิตไปสู่ภพภูมิในอดีตชาติ
 
ภิกษุณีนางหนึ่งรวมใจนิ่งจนบังเกิดนิมิตไปสู่ภพภูมิในอดีตชาติ
 
     “ จะมีชาติใดบ้างหนอ ที่เราเคยได้รับใช้เป็นบาทบริจาริกาของพระพุทธองค์ และหากเคยมีบุญได้รับใช้ เหตุเกิดและดับลงจะเป็นเช่นไรหนอ ” เมื่อจิตตั้งเป็นกุศลดังนั้น
สมาธิ(Meditation)ก็รวมนิ่งใสสว่างอยู่กลางกาย บังเกิดเป็นนิมิตพิสดารไปสู่ภพภูมิแต่อดีตชาติตามเพลงบุญแห่งเธอในบัดนั้น

ภิกษุณียิ้มอย่างมีความสุขเพราะในอดีตชาติเธอเคยเป็นบาทบริจาริกาของพระพุทธองค์
 
ภิกษุณียิ้มอย่างมีความสุขเพราะในอดีตชาติเธอเคยเป็นบาทบริจาริกาของพระพุทธองค์
 
     “ ด้วยจิตอันบุญกุศลนี้ โปรดดลบันดาลให้ข้าพเจ้าได้เห็นภพภูมิชาติก่อนๆ ด้วยเถิด ” ชั่วครู่ยามหนึ่งเหล่าภิกษุสามเณรและภิกษุณีทั้งหลางก็เห็นเป็นการผิดวิสัย
เกิดแก่ภิกษุณีรูปนั้น เธออิ่มเอมแย้มยิ้มอย่างมีความสุข
 
ภิกษุณีร้องไห้เพราะอดีตชาติเธอเคยปองร้ายพระพุทธองค์
 
ภิกษุณีร้องไห้เพราะอดีตชาติเธอเคยปองร้ายพระพุทธองค์
 
     “ เราเคยเป็นบาทบริจาริกาจริง ๆ ด้วย ดีจังเลย ” ความยินดีเกิดขึ้นได้ไม่นาน สักพักเสียงหฤหรรษ์ก็ขาดห้วงไป กลายเป็นสั่นเครือคล้ายรันทดเกินประมาณ “ ไม่ ไม่นะ
เราก่อกรรมกับสมเด็จได้เยี่ยงนี้เชียวหรือ ไม่น่าเลย
 
เหล่าภิกษุและภิกษุณีต่างประหลาดใจกับกิริยาอาการที่ยิ้มแย้มและร้องไห้ของภิกษุณี
 
เหล่าภิกษุและภิกษุณีต่างประหลาดใจกับกิริยาอาการที่ยิ้มแย้มและร้องไห้ของภิกษุณี
 
     ทำไม ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ฮือ ฮือ ไม่น่าเลย ” สิ่งที่เหล่าภิกษุ ภิกษุณีประหลาดแก่สายตาก่อนที่ภิกษุณีสาวผู้นี้จะคืนสมาธิสู่ภาวะปกติก็คือ กิริยาโศกเศร้าและ
น้ำตารินไหลไม่ขาดสาย “ ฮือ ฮือ ทำไม่ ทำไมเราถึงทำเช่นนั้นได้นะ
 
เหล่าสงฆ์สาวกต่างอาราธนาพระพุทธองค์ให้ทรงเล่าอดีตชาติของนางภิกษุณี
 
เหล่าสงฆ์สาวกต่างอาราธนาพระพุทธองค์ให้ทรงเล่าอดีตชาติของนางภิกษุณี
 
     ไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริง ๆ ” เมื่อเหล่าสงฆ์สาวกกราบอาราธนาให้เล่าเหตุในอดีตชาติครั้งนั้น พระผู้พิชิตมารก็ระลึกเหตุการณ์นั้นด้วยบุปเพนิวาสนุสติญาณตรัส ฉัททันตชาดกขึ้น
ในป่าใหญ่ใกล้บรรพตกาลในครั้งนั้น 
 
พญาช้างฉัจทันต์ผู้มีงาคู่ยาวส่องประกายฉัพพรรณรังสีสวยงามยิ่ง
 
พญาช้างฉัจทันต์ผู้มีงาคู่ยาวส่องประกายฉัพพรรณรังสีสวยงามยิ่ง
     
     ยังมีพญาคชสารร่างกายสูงใหญ่เล็บเท้าแดง และมีงาคู่ยาวมีประกายฉัพพรรณรังสีสวยงามอาศัยอยู่ พญาช้างนี้นามว่า พญาฉัททันต์ พญาช้างปกครองช้าง
บริวารโขลงใหญ่ หากินอยู่ในเขตป่ารังอันบริบูรณ์
 
พญาช้างฉัจทันต์ได้ปกครองบริวารอยู่ในเขตป่ารังที่อุดมสมบูรณ์
 
พญาช้างฉัจทันต์ได้ปกครองบริวารอยู่ในเขตป่ารังที่อุดมสมบูรณ์
 
     อันมีความสุขมาช้านาน “ ช้างทั้งหลายจงฟังข้า วันนี้เราจะพาเจ้าทั้งหลายไปหากินในที่แห่งใหม่ ให้ทุกตัวรักษาวินัยให้ดี ทั้งนี้ก็เพื่อความความปลอดภัย
ของพวกเจ้าทั้งหลาย ” พญาช้างมีภรรยาเป็นนางพญาช้างสองพี่น้อง
 
พญาช้างฉัจทันต์มีภรรยาช้างสองพี่น้องผู้พี่มีผิวกายชมพู ผู้น้องมีผิวกายเหลือง
 
พญาช้างฉัจทันต์มีภรรยาช้างสองพี่น้องผู้พี่มีผิวกายชมพู ผู้น้องมีผิวกายเหลือง
 
     ชื่อมหาสุภัททาผิวกายชมพู และจุลลสุภัททาผิวกายเหลือง ทั้งสองช่วยกันปรนนิบัติมิได้อนาทรร้อนใจกันตลอดมา “ วันนี้พญาฉัททันต์นำโขลงลงสระบัวด้วยค่ะพี่
น้องอยากได้บัวดอกโตๆ สักดอกหนึ่ง เรารีบตามท่านไปเถอะนะจ๊ะพี่ ”
 
พญาช้างฉัจทันต์พาโขลงลงเล่นน้ำในสระบัว
 
พญาช้างฉัจทันต์พาโขลงลงเล่นน้ำในสระบัว
  
     “ เจ้านี่ชอบดอกไม้จริง ๆ เลยนะ ไปก็ได้จ๊ะ ไป เรารีบไปกันเถอะ” ครั้นพญาช้างขึ้นจากสระแล้วก็ให้ภรรยาทั้งสองลงไปอาบ พญาฉัททันต์เห็นบัวดอกใหญ่ก็ใช้งวง
ดึงขึ้นมา นางจุลลสุภัททาผู้น้องอยู่ใกล้ก็ยินดี คิดว่าจะประทานให้
 
พญาช้างฉัจทันต์ดึงดอกบัวจากสระเพื่อที่จะมอบให้ภรรยาของตน    

พญาช้างฉัจทันต์ดึงดอกบัวจากสระเพื่อที่จะมอบให้ภรรยาของตน
 
     “ อุ๊ยตาย ท่านพี่ต้องมอบดอกบัวนี้ให้เราแน่เลย ” แต่แล้วสวามีกลับเรียกให้นางผู้พี่มารับแทน ความสุขของนางช้างมหาสุภัททาจึงอยู่บนความไม่พอใจของภรรยา
ผู้เป็นน้องสาวโดยไม่รู้ตัว “ดีใจจริง ๆ เลย ดูสิดอกบัวนี้ช่างสวยจริง ๆ เลย
 
พญาฉัจทันต์ดึงดอกบัวจากสระมอบให้ภรรยาผู้มีผิวกายชมพู คือนางมหาสุภัททา
 
พญาฉัจทันต์ดึงดอกบัวจากสระมอบให้ภรรยาผู้มีผิวกายชมพู คือนางมหาสุภัททา
  
     พอนำมาทัดไว้ข้างหูก็ยิ่งสวยงาม ท่านพี่เนี่ยก็ใจดีจริง ๆ เลยนะ ” “ อะไรกันเนี่ยฉันก็อยากได้ดอกบัวดอกนั้นเหมือนกัน แต่ทำไม่ท่านพี่ถึงมอบให้พี่ช้างสุภัททาด้วย ”
วันคืนผ่านไปในป่ารังอันเคยเสวยสุข
 
นางจุลลสุภัททาภรรยาผู้น้องคับแค้นใจยิ่งนักที่ตนไม่ได้รับดอกบัวจากพญาช้าง
 
นางจุลลสุภัททาภรรยาผู้น้องคับแค้นใจยิ่งนักที่ตนไม่ได้รับดอกบัวจากพญาช้าง
 
     ก็อบอวลด้วยไอความทุกข์ความริษยาอาฆาต “ เฮ้ย รักกันเข้าไป คอยดูเถอะว่าจะรักกันแค่ไหน สักวันเราจะต้องทำให้พญาช้างเสียใจที่ทำกับเราอย่างนี้แน่ ๆ ”
เคราะห์ซ้ำกรรมบันดาลอีกคราวหนึ่ง
 
พญาช้างฉัจทันต์และภรรยาทั้งสองเดินผ่านต้นไม้ที่มีดอกบานสะพรั่งเต็มต้น
 
พญาช้างฉัจทันต์และภรรยาทั้งสองเดินผ่านต้นไม้ที่มีดอกบานสะพรั่งเต็มต้น
 
     เมื่อพญาช้างมองเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีดอกไม้บานเต็มสะพรั่ง  จึงปรารถนานั้นแก่ภรรยาของเขาทั้งสอง “ พวกเธอคอยรับเอาดอกไม้นี้ไว้ประดับกายเถิด เอาล่ะ
คอยรับนะ ” พญาช้างว่าแล้วก็เข้ากระแทกลำต้นให้ดอกร่วงลงมาตามวิสัยคชสาร
 
พญาฉัจทันต์บอกให้ภรรยาทั้งสองคอยรับดอกไม้ที่จะร่วงลงมาด้วยแรงกระแทกลำต้นของต้น
 
พญาฉัจทันต์บอกให้ภรรยาทั้งสองคอยรับดอกไม้ที่จะร่วงลงมาด้วยแรงกระแทกลำต้นของต้น
 
     “ อุ๊ย มาแล้วๆ ลมพัดมาทางเรานี่น่า ดอกไม้สวยๆ จ๋า ปลิวมาทางนี้เลยจ้า ” แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อดอกไม้บานที่สวยงามนั้น ลอยลงไปประดับกาย
ช้างมหาสุภัททา และด้วยลมที่พัดแรงจนเกินไป
 
ดอกไม้ร่วงลงมาประดับกายนางมหาสุภัททาอย่างสวยงาม
 
ดอกไม้ร่วงลงมาประดับกายนางมหาสุภัททาอย่างสวยงาม
 
     ทำให้กิ่งไม้ผุที่มีรังมดดำร่วงลงใส่ศีรษะของช้างจุลลสุภัททาเต็มเปา “ อื้อหือ ดอกไม้สวย ๆ เต็มไปมดเลย น้องจุลลสุภัททาดูสิ ดอกไม้เต็มไปหมดเลย ” “ ดอกไม้
ดอกไม้ ดอกไม้ โอ้ย มดกัด ๆ ช่วยด้วย ” 
 
กิ่งไม้ผุที่มีรังมดร่วงลงมาใส่ศีรษะของนางจุลลสุภัททา
 
กิ่งไม้ผุที่มีรังมดร่วงลงมาใส่ศีรษะของนางจุลลสุภัททา
 
     เหตุการณ์นี้เพิ่มแรงอฆาตให้จุลลสุภัททาผูกพยาบาทพญาช้างฉัททันต์เต็มดวงจิต “ คอยดูเถอะฉันจะต้องทำให้ท่านเสียใจให้ได้ ที่ทำกับฉันอย่างนี้ ” เมื่อถึง
วันอุโบสถวันหนึ่งพญาช้างได้พาภรรยาทั้งสองไปทำอุปัฏฐาก

วันอุโบสถพญาช้างได้พาภรรยาทั้งมาอุปัฏฐากพระปัจเจกพุทธเจ้า
 
วันอุโบสถพญาช้างได้พาภรรยาทั้งมาอุปัฏฐากพระปัจเจกพุทธเจ้า
 
     พระปัจเจกพุทธเจ้ากลางป่านั้น “ ไปสักการะพระปัจเจกพุทธเจ้าเถอะ แรงบุญนี้จะส่งผลให้แรงอธิษฐานของเธอเป็นจริงได้ ไปเถอะจ๊ะ ” “ ดีจ๊ะพี่ น้องจะอธิษฐาน
ให้พี่มีสุขภาพแข็งแรงนะจ๊ะ ไปกันเถอะน้องจุลลสุภัททา ”
 
นางช้างจุลลสุภัททาสักการะพระปัจเจกพุทธเจ้าพร้อมอธิษฐานด้วยอกุศลจิตคิดแค้น
 
นางช้างจุลลสุภัททาสักการะพระปัจเจกพุทธเจ้าพร้อมอธิษฐานด้วยอกุศลจิตคิดแค้น
 
     “ จ๊ะ น้องก็จะอธิษฐานเหมือนกัน หวังว่าแรงบุญในครั้งนี้จะช่วยให้เราแก้แค้นพญาช้างด้วยเถอะ ” จุลลสุภัททาเก็บดอกไม้จัดช่อสวยงามสักการะพระปัจเจกพุทธเจ้า
พร้อมตั้งจิตอธิษฐานด้วยอกุศลจิตคิดแค้น
 
นางช้างจุลลสุภัททายอมอดอาหารและตายไปด้วยดวงจิตที่คั่งแค้น
 
นางช้างจุลลสุภัททายอมอดอาหารและตายไปด้วยดวงจิตที่คั่งแค้น
 
      “ ด้วยอานิสงส์แห่งบุญนี้ เมื่อข้าพเจ้าตายไป ขอให้ได้เกิดในเศวตฉัตรราชา มีอำนาจบารมี กำจัดพญาฉัททันต์สามีผู้ลำเอียงนี้ด้วยเถิด ” นับแต่นั้นจุลลสุภัททา
ก็ไม่ได้ดื่มน้ำกินอาหารแม้แต่คำเดียว ไม่นานต่อมาก็ขาดใจตายไปด้วยดวงจิตคั่งแค้น

นางช้างจุลลสุภัททาได้เกิดใน<a href=http://www.dmc.tv/search/ภพชาติ title='ภพชาติ' target=_blank><font color=#333333>ภพชาติ</font></a>ใหม่ในเศวตฉัตรมาหาราชแห่งแคว้นมัททรัฐ
 
นางช้างจุลลสุภัททาได้เกิดในภพชาติใหม่ในเศวตฉัตรมาหาราชแห่งแคว้นมัททรัฐ
 
      แรงอธิษฐานผนวกด้วยกระแสกรรมอันรุนแรงนั้นส่งให้เธอไปเกิดใหม่ในทันที “ ชาตินี้ความรักเราไม่สมหวัง ไม่เคยได้รับความรักจากสามีเลย เกิดใหม่ชาติหน้า
เราจะทำให้ท่านต้องเสียใจมากกว่าเรา ท่านพญาช้างฉัททันต์ ” 
 
พระนางจุลลสุภัททาได้เป็นอัครมเหสีของพระราชาแห่งแคว้นกาสิกกรัฐ
 
พระนางจุลลสุภัททาได้เป็นอัครมเหสีของพระราชาแห่งแคว้นกาสิกกรัฐ
 
     ช้างจุลลสุภัททาได้เกิดใหม่ในเศวตฉัตรมหาราชแห่งแคว้นมัททรัฐ นางมาสิริโฉมงดงามเป็นที่เลื่องลือตั้งแต่แรกรุ่นดรุษวัย จนเจริญวัยสมควรแก่การวิวาหมงคล พระราชบิดา
ก็ถวายให้เป็นอัครมเหสีแก่มหาราชาแห่งกาสิกกรัฐผู้เปี่ยมบารมี และสิ่งที่พิเศษที่ติดตัวนางมา ญาณวิเศษสามารถระลึกชาติได้
 
พระนางจุลลสุภัททายังทรงจำอดีตชาติซึ่งนางมีความแค้นต่อพญาช้างฉจทันต์
 
พระนางจุลลสุภัททายังทรงจำอดีตชาติซึ่งนางมีความแค้นต่อพญาช้างฉจทันต์
 
      “ หึ เรายังไม่ลืมความแค้นที่ยังมีต่อท่านหรอกนะ ท่านพญาช้างฉัททันต์ ” พระราชบิดาถวายบุตรสาวของเขาให้กับพระเจ้าพรหมทัตผู้สูงวัยแห่งพาราณสี เมื่อบุรุษสูงวัย
ได้คู่เคียงเป็นสาวรุ่น อันมากด้วยความงามและพลังแห่งอิตถีเช่นนี้ ก็ลุ่มหลงจนลืมองค์ “ เสด็จพี่เพค่ะ น้องตั้งครรภ์แล้วเพค่ะ ท่านพี่ดีพระทัยไหมเพค่ะ ”
 
พระนางจุลลสุภัททาทรงใช้มารยาหญิงต่อพระสวามีเพื่อให้ได้มาซึ่งงาช้างทั้งสองข้างของพญาฉัจทันต์
 
พระนางจุลลสุภัททาทรงใช้มารยาหญิงต่อพระสวามีเพื่อให้ได้มาซึ่งงาช้างทั้งสองข้างของพญาฉัจทันต์
 
          “ โอ้ จริงรึ ดีใจมาเลยจ๊ะ เทวีคนดีของพี่ต่อไปนี้ต้องบำรุงครรภ์ให้มากนะจ๊ะ น้องอยากได้อะไรขอให้บอกพี่เถอะ พี่จะหามาให้ทุกสิ่ง ” พระเจ้าพรหมทัตทรงตามใจพระมเหสี
ทุกอย่างกระทั่งสิ่งยากที่สุดสิ่งหนึ่ง “ พี่จ๊ะ น้องอยากได้งาช้างอันทอรัศมี 6 ประการเพค่ะ ช้างนี้อยู่ทิศอุดรของหิมพานต์จ๊ะ ”
 
พรานโสณุดรได้ออกตามล่าพญาช้างฉัจทันต์ตามรับสั่งของพระราชา
 
พรานโสณุดรได้ออกตามล่าพญาช้างฉัจทันต์ตามรับสั่งของพระราชา
 
      “ เอาเถอะ ๆ แม้สิ่งนี้จะอยู่นอกเขตสามร้อยโยชน์กาสีแห่งเรา พี่ก็จะจัดการให้ ” พระนางจุลลสุภัททาในชาติภพใหม่ยังระลึกรู้ถึงคู่กรรมของพญาฉัททันต์ “ พรานคนเดียว
ที่จะฆ่าช้างสำคัญนี้ได้ ชื่อโสณุดร เป็นบิดาของเหล่าพรานช้างเพค่ะ หม่อมฉันต้องการชีวิตพญาฉันทันตัวนั้น ” พรานสานุดรรอนแรงข้ามภูเขาหกลูกไปซุ่มซ่อนตามรอย
พญาฉัททันต์ จึงคิดอุบายได้

พรานโสณุดรได้ขุดหลุมพรางตัวในเส้นทางที่พญาช้างฉัจทันต์จะต้องเดินผ่านเพื่อไปสักการะพระปัจเจกพุทธเจ้า
 
พรานโสณุดรได้ขุดหลุมพรางตัวในเส้นทางที่พญาช้างฉัจทันต์จะต้องเดินผ่านเพื่อไปสักการะพระปัจเจกพุทธเจ้า
 
     นั่นคือ ขโมยผ้ากาสาวพัสตร์จากพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วเลือกใช้ธนูอาบยาพิษร้ายแรงเป็นอาวุธสังหาร “ หึ หึ ไม่พ้นเงื้อมมือเราไปได้หรอก พญาช้างเอ๋ย ” พรานโฉดขุดหลุม
ทำเครื่องพลางตัวระหว่างทางที่พญาช้างเดินผ่านอย่างอดทน พรานโสณุดรรู้ว่าพญาโพธิสัตว์เคารพในพระปัจเจกพุทธเจ้าจึงเอาผ้ากาสาพัสตร์ห่มตัวไว้ป้องกันชีวิตตน
 
ในวันอุโบสถพญาช้างฉัจทันต์ก็เดินทางมาสักการะพระปัจเจกพุทธเจ้าตามปกติเหมือนอย่างที่เคยทำ
 
ในวันอุโบสถพญาช้างฉัจทันต์ก็เดินทางมาสักการะพระปัจเจกพุทธเจ้าตามปกติเหมือนอย่างที่เคยทำ
 
     “ มุมนี้แหละกำลังดี รีบเดินมาเถอะเจ้าช้างเอ๋ย ธนูพิษนี้รอเจ้าอยู่ ” เมื่อถึงวันอุโบสถพญาช้างก็มาสักการะพระปัจเจกพุทธเจ้าเช่นเดิม เมื่อเดินผ่านหลุมพลางที่พรานซุ่มอยู่
อาวุธสังหารอาบยาพิษก็ทำหน้าที่ของมัน “ นั่นไง ตรงเป้าที่วางไว้พอดี มาเถอะมา มาพ่อมา ” แล้วพญาคชสารใหญ่ก็ต้องพิษชำแรกสู่หัวใจในบัดดลที่ศรเสียบเข้าร่าง

พญาช้างฉัจทันต์ได้ไว้ชีวิตพรานเหตุเพราะพรานนั้นได้ใช้ผ้ากาสาวพัตร์ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้
 
พญาช้างฉัจทันต์ได้ไว้ชีวิตพรานเหตุเพราะพรานนั้นได้ใช้ผ้ากาสาวพัตร์ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้
 
     “ โอ้ย ใคร ใครกันที่แอบทำร้ายเรา โอ้ย ธนูนี้มียาพิษ ” ร่างพญาสัตว์ผู้บำเพ็ญแต่กรรมดีทรุดลง สองขาหน้าสิ้นแรงที่จะเดินได้อีกด้วยพิษจากลูกศร ความโกรธทำให้คว้าร่างพรานไว้
จะเอางาเสียบเสียให้ตาย แต่ก็ต้องละความคิดนั้น “ พรานชั่วเอ๋ย เจ้าเอาผ้ากาสาวพัสตร์หมายพระอรหันต์มาห่อหุ้มตัวรึ เอาเถิดเราจะละชีวิตให้ ” เมื่อพญาฉัททันต์รู้ว่าผู้สั่งเอาชีวิตตน
คือใคร ก็แผ่เมตตาแก่พราน
 
พญาช้างฉัจทันต์ได้กระทำมหาทานมอบงาทั้งสองให้แก่พรานและได้ขาดใจตายเมื่อพรานกลับไปถึงแคว้นกาสิกกรัฐ
 
พญาช้างฉัจทันต์ได้กระทำมหาทานมอบงาทั้งสองให้แก่พรานและได้ขาดใจตายเมื่อพรานกลับไปถึงแคว้นกาสิกกรัฐ
 
     กระทำมหาทานมอบงาทั้งสองด้วยกุศลเจตนา สู่สัพพัญญุตญาณว่า “ พรานเอ๋ย นางผู้นั้น ละวางพยาบาทได้ก็ด้วยชีวิตเรา จงเลื่อยเอางาของเราไปเถิด ” การสิ้นกรรมในชาติภพนั้น
พญาฉัททันต์ทนเจ็บปวดเป็นที่เวทนาการ จนเมื่อพรานนำงาคู่ไปถึงกาสิกกรัฐ แล้วพญาช้างก็ขาดใจตาย “ ได้แล้ว ได้แล้วๆ งาคู่งาม งานนี้รับเละแน่ ๆ เรา รวย ๆๆๆๆ ”
 
พระนางจุลลสุภัททาหัวใจแตกสลายเหตุเพราะยังผูกพันธ์ในชาติเดิมที่มีต่อพญาช้างฉัจทันต์
 
พระนางจุลลสุภัททาหัวใจแตกสลายเหตุเพราะยังผูกพันธ์ในชาติเดิมที่มีต่อพญาช้างฉัจทันต์
 
     พระนางจุลลสุภัททาเองก็ตกในห้วงปริเวทนาการไม่น้อยกว่ากัน ด้วยยังผูกพันธ์และระลึกรู้ชาติเดิม พระนางครอบครองงาอันมีรัศมีคู่งามได้สามราตรีก็หัวใจแตกสลายสู่ปรโลก
ตามพญาฉัททันต์ไป “ โธ่ มเหสีของพี่ เจ้าไม่น่าอายุสั้นเช่นนี้เลย โธ่เอ้ย ”
 

พระนางจุลลสุภัททา กำเนิดเป็น ภิกษุณี
พรานช้างโสณุดร กำเนิดเป็น พระเทวทัต
พญาช้างฉัททันต์ เสวยพระชาติเป็น พระพุทธเจ้า
 

รับชมคลิปวิดีโอฉัททันตชาดก : ชาดก 500 ชาติ
ชมวิดีโอฉัททันตชาดก : ชาดก 500 ชาติ   Download ธรรมะฉัททันตชาดก : ชาดก 500 ชาติ
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      ทิปิชาดก ชาดกว่าด้วยแพะกับเสือเหลือง
      ตัจฉกสูกรชาดก ชาดกว่าด้วยหมูพร้อมใจกันสู้เสือ
      สุขวิหารีชาดก ชาดกว่าด้วยสุขอันเกิดจากการบรรพชา
      คังเคยชาดก ชาดกว่าด้วยผู้ชอบโอ้อวด
      โรหนมิคชาดก ชาดกว่าด้วยความรักในสายเลือด
      สุชาตกุมารชาดก ชาดกว่าด้วยการพรากจากสิ่งที่เป็นทุกข์
      กุมภชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของสุรา
      พันธนโมกขชาดก ชาดกว่าด้วยการหลุดพ้นจากเครื่องผูกมัด
      กุททาลชาดก ชาดกว่าด้วยความชนะที่ดี
      สสปัณฑิตชาดก ชาดกว่าด้วยผู้สละชีวิตเป็นทาน
      กายนิพพินทชาดก ชาดกว่าด้วยความเบื่อหน่ายร่างกาย
      กุกกุฏชาดก ชาดกว่าด้วยว่าด้วยผลของการไม่เชื่อง่าย
      เสยยชาดก ชาดกว่าด้วยคบคนประเสริฐก็ประเสริฐ