ทำอย่างไรจึงจะมีลูกดีได้

คุณพ่อ คุณแม่ต้องอบรมความประพฤติของตัวเองให้ดี พร้อมทั้งกาย วาจา ใจ สิ่งที่ไม่ดีให้เลิกเสียให้หมด รักษาศีล 5 ให้ดี เป็นการเตรียมพร้อมให้ปฏิสนธิวิญญาณที่ดีมาเกิด https://dmc.tv/a13422

บทความธรรมะ Dhamma Articles > หลวงพ่อตอบปัญหา
[ 29 มี.ค. 2555 ] - [ ผู้อ่าน : 17751 ]
หลวงพ่อตอบปัญหา
 
 
 

คำถาม: หลวงพ่อคะ พ่อแม่ควรจะเริ่มอบรมลูกตั้งแต่อายุเท่าไรคะ จึงจะไม่สายเกินไป?

 
คำตอบ: ก่อนอื่นจะต้องเข้าใจเสียก่อนว่า การถ่ายทอดนิสัยใจคอจากพ่อแม่ไปให้ลูกนั้นมี 2 ลักษณะ หรือ 2 ช่วง คือ
 
        1. การถ่ายทอดลักษณะนิสัยใจคอทางกรรมพันธุ์ การถ่ายทอดลักษณะนี้ต้องทำในช่วงตั้งแต่ลูกยังไม่มาเกิด โดยทั่วไปเมื่อปฏิสนธิวิญญาณจะมาเกิดในครรภ์ของผู้ใด เขาจะต้องมีกรรม คือบุญหรือบาปใกล้เคียงกับผู้ที่จะมาเป็นพ่อเป็นแม่ในขณะนั้น
 
        ดังนั้นถ้าคุณพ่อ คุณแม่มีร่างกายแข็งแรง ความประพฤติดี มีจิตใจดีงามแล้ว ก็มีโอกาสที่จะได้ปฏิสนธิวิญญาณที่ดี มาถือกำเนิดอยู่ในครรภ์ การอบรมลูก จึงควรเริ่มตั้งแต่ก่อนที่จะตั้งครรภ์ คือคุณแม่ต้องอบรมความประพฤติของตัวเองให้ดี พร้อมทั้งกาย วาจา ใจ สิ่งที่ไม่ดีให้เลิกเสียให้หมด รักษาศีล 5 ให้ดี เป็นการเตรียมพร้อมให้ปฏิสนธิวิญญาณที่ดีมาเกิด
 
        นั่นคือ อย่างช้าที่สุด จะต้องเริ่มอบรมตัวเองให้ดีพร้อมในทันทีที่แต่งงาน และในทันทีที่รู้ตัวเองว่าตั้งครรภ์ ก็ยิ่งต้องพยายามทะนุถนอมลูกในครรภ์ให้ยิ่งขึ้นไปอีก คือต้องมีความระมัดระวังตัวให้มาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินการเคลื่อนไหวทุกๆ อิริยาบถ อาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะพวกที่รสจัด พวกของหมักดองของเมา พวกยาต่างๆ หรือแม้แต่อารมณ์ที่ไม่ดี ก็ต้องระวังอย่าให้มากระทบกระทั่ง เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่ออุปนิสัยใจคอของเด็กทั้งสิ้น
 
        2. การถ่ายทอดนิสัยใจคอจากสิ่งแวดล้อม หรือการอบรมเมื่อลูกคลอดออกมาลืมตาดูโลก ต้องรีบอบรม อย่าไปคิดว่าเด็กทารกไม่รู้อะไร เพราะแม้แต่การให้นมเป็นเวลา ก็เป็นการเพาะนิสัยเด็กให้เป็นคนตรงต่อเวลา การเปลี่ยนผ้าอ้อมในทันทีที่เด็กทำเปียก ก็เป็นการเพาะนิสัยรักความสะอาด แม้ที่สุดการพูดจาด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนหวานก็เป็นการเพาะนิสัยอ่อนโยน
 
วิธีการปลูกฝังให้มีลูกหลานที่ดี
วิธีการปลูกฝังให้มีลูกหลานที่ดี
 
        คุณธรรมที่ต้องอบรมให้มาก หรืออบรมตลอดเวลาเลย ไม่ว่าเด็กโตหรือเด็กเล็ก ก็คือ
 
        1. ปัญญา โดยฝึกให้เป็นคนมีเหตุผล รู้จักคิดพิจารณาเอง ไม่เป็นคนเจ้าอารมณ์ ถ้าทำได้สำเร็จ เด็กจะมีสติปัญญาเฉียบแหลม
 
        2. ความเมตตากรุณา โดยอาจฝึกให้เด็กรักสัตว์ รักต้นไม้ เป็นคนอ่อนโยน มีมนุษย์สัมพันธ์ดี รู้จักให้อภัย
 
        3. ความมีวินัย โดยฝึกให้เด็กเป็นคนตรงต่อเวลา รักษาความสะอาด เป็นคนซื่อตรง มีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ
 
        เมื่อเด็กได้รับการปลูกฝังสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เล็ก แล้วโตขึ้นก็จะสามารถรองรับคุณธรรมความดีอย่างอื่น ที่พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ ถ่ายทอดให้ได้อย่างเต็มที่ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากจะได้ลูกดีอย่างไร ก็ให้อบรมตัวเองให้ดีอย่างนี้ก่อนที่จะมีลูก แล้วต้องอบรมตัวเองให้เคร่งครัดยิ่งๆ ขึ้นไป ในกรอบคุณธรรม 3 ประการ คือให้มีปัญญา ให้มีเมตตากรุณา และให้มีระเบียบวินัย ดังที่กล่าวข้างต้น
 

คำถาม: การทอดทิ้งครอบครัวออกบวช จะไม่บาปหรือ ในกรณีที่แต่งงาน มีบุตรแล้ว?

 
คำตอบ: ถ้าเราหาเงินหาทองทิ้งไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และมากพอที่จะสามารถเลี้ยงลูกได้เป็นอย่างดี ก็คงไม่เป็นปัญหาอะไร หรือจัดการให้ลูกมีงานทำ มีอาชีพเรียบร้อยไปแล้ว ตัวเองจะบวชก็บวชได้ แต่ว่าแน่นอน ถ้าเมียก็อดๆ อยากๆ ลูกก็อดๆ อยากๆ แล้วตัวมาบวช มันก็ไม่ถูก เพราะว่ามันจะไม่สงบ ทั้งลูกทั้งเมีย ทั้งตัวเองด้วย
 
การทอดทิ้งครอบครัวออกบวชจะบาปหรือไม่
การทอดทิ้งครอบครัวออกบวชจะบาปหรือไม่
 
        ในกรณีนี้รอให้ลูกโตก่อนก็แล้วกัน ฟังให้ดีนะ สำหรับคนที่ยังไม่แต่งงาน ถ้าแต่งแล้วก็มักมีเรื่องให้ต้องมาบ่นอย่างนี้แหละ
 
คำถาม: วันหยุดถ้าเปรียบเทียบระหว่างดิฉันทำงานที่บ้าน ช่วยงานพี่สาวและแม่ ช่วยซักผ้า หุงข้าว กับการไปวัดไปปฏิบัติธรรมวันอาทิตย์ อย่างไหนจะได้บุญมากกว่ากันคะ?
 
คำตอบ: ก็ทำให้ครบทั้ง 2 อย่างสิ เช้าก็ตื่นแต่เช้า รีบซักผ้า หุงข้าว เสร็จแล้วค่อยมาวัด เพราะรถที่จะมาวัดนี้ก็ได้จัดไว้ตั้งหลายจุดด้วยกันนะ แต่ละจุดคันสุดท้ายก็ออกสายหน่อย ไปดูจัดสรรแบ่งเวลาให้ดี จะได้บุญหลายๆ ประเภทนะ
 
        คุณแม่พูดว่าการที่คนเราละทิ้งครอบครัวไปวัด จะไม่ได้บุญหรอก ดิฉันชวนคุณแม่มาวัด คุณแม่ไม่มา ที่แม่พูดจริงหรือเท็จอย่างไร?
 
คุณแม่พูดว่าการที่คนเราละทิ้งครอบครัวไปวัดจะไม่ได้บุญจริงหรือ
คุณแม่พูดว่าการที่คนเราละทิ้งครอบครัวไปวัดจะไม่ได้บุญจริงหรือ
 
        ก็ขึ้นอยู่กับสภาพตัวเราเองนะ ถ้าสภาพบ้านเราย่ำแย่มาก อดตายแน่ๆ เลย ถ้ามาคลุกคลีอยู่ที่วัดทั้งวัน ในกรณีนี้ต้องหากินกันก่อนละ รอจนกว่าจะมีกินมีใช้ตามอัตภาพกันทั้งครอบครัวแล้ว พอจะวางงานได้ ก็ต้องแบ่งเวลามาวัดกันนะ อย่าไปกังวลเรื่อคำพูดของคุณแม่เลย ตรองเหตุผลด้วยตนเอง แล้วที่สำคัญอย่าไปเถียงท่านเข้าล่ะ

http://goo.gl/XyUIl


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      ทำอย่างไรจึงจะไม่ท้อไม่เหนื่อยในการทำงาน
      สาเหตุที่ทำให้โลกวุ่นวายมากขึ้น
      "สังคมเปลี่ยนไป" แนวทางการใช้ชีวิตเปลี่ยนตามพระพุทธศาสนามีคำแนะนำอย่างไร ?
      หลักการขยายกิจการให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม
      คำสอนของวัดพระธรรมกายถูกต้องตามแนวทางคำสอนดั้งเดิมของพระพุทธศาสนาหรือไม่
      อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้สังคมแตกแยก
      การสวดมนต์ให้พรของพระสงฆ์มีส่วนช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างไร
      ทำไม ? จีวรต้องเป็นสีเหลือง
      เราจะพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างไร ?
      เราจะปลูกฝังให้ลูกหลานทำหน้าที่ชาวพุทธให้สมบูรณ์ได้อย่างไร ?
      เราควรจะเลือกทำงานด้วยทัศนคติอย่างไรที่จะส่งผลให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
      การเกิดขึ้นของนิสัยดี นิสัยชั่วมีที่มาอย่างไร
      การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้เหมาะสมแก่การฝึกสมาธิและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงธรรม





   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

ธรรมะที่เกี่ยวข้อง - Related